- หน้าแรก
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 163 เลือดแมลง ถุงน้ำดีแมลง
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 163 เลือดแมลง ถุงน้ำดีแมลง
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 163 เลือดแมลง ถุงน้ำดีแมลง
เล่มที่ 2 บทที่ 163 เลือดแมลง ถุงน้ำดีแมลง
“ราวสิบวัน…คนที่อยู่ข้างใน ต่อให้ไม่ถูกพิษของแมลงอสูรสวรรค์ทำให้ตาย ก็จะตายเพราะขาดอากาศอยู่ดี หากมีอสูรวิญญาณสายพฤกษา ยังพอฝืนประคองเวลาได้อีกหน่อย แต่ถ้าไม่มี…” ชายผู้นั้นพูดไป สีหน้าก็ยิ่งดูย่ำแย่ลง สายตาจับจ้องไปยังเขตเมืองที่กำลังก่อตัวเป็นกลุ่มเมฆดำข้น
ทั้งเขตเมืองมืดหม่น ทรุดโทรมอย่างถึงที่สุด บางครั้งยังเห็นศพบางร่างถูกของเหลวหนืดเหนียวห่อหุ้ม ลอยโผล่ขึ้นมาเพียงครึ่งศีรษะ ศพที่ถูกห่อไว้เหล่านี้ไม่ได้ถูกกินทันที นั่นเพราะแมลงอสูรสวรรค์ต้องการแช่เย็นซากไว้ รอจนแมลงอสูรสวรรค์น้อยรุ่นใหม่ฟักออกมา ก็จะโยนให้พวกมันที่กำลังต้องการอาหารอย่างหนักกินโดยตรง
“เย่หวานเซิงมีอสูรวิญญาสายพฤกษาไหม?” ฉูมู่ถาม
เย่ชิงจือส่ายหน้า สีหน้าหนักอึ้งขึ้นหลายส่วน
“ในเขตนี้ แมลงอสูรสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ระดับใด?” เย่ชิงจือถาม
“มีแมลงอสูรสวรรค์หกปีกตัวหนึ่ง ระดับแปดขั้นเก้า ว่ากันว่าผ่านการเสริมแกร่งคุณสมบัติธาตุบางส่วนมาแล้ว รับมือไม่ง่าย นอกจากนั้นยังมีแมลงอสูรสวรรค์หกปีกระดับแปดขั้นต่ำอีกสี่ตัว” ชายผู้นั้นกล่าว “ทางเรามียอดฝีมือคนหนึ่งพอจะรับมือแมลงอสูรสวรรค์หกปีกได้ แต่สี่ตัวที่เหลือรับมือไม่ไหว ยังหาใครที่สู้กับแมลงอสูรสวรรค์หกปีกระดับแปดได้ไม่ครบ เขาเองก็ไม่ยอมลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า”
ฉูมู่กับเย่ชิงจือสบตากัน
“ยังขาดอีกหลายคน ข้ากับนางน่าจะรับมือแมลงอสูรสวรรค์หกปีกระดับแปดขั้นต่ำได้คนละตัว” ฉูมู่บอกชายผู้นั้น
“พวกเจ้าสองคน?” ชายผู้นั้นเผยสีหน้ากึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ
ชายผู้นี้คือหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ของเขตเมืองนี้ นามว่า จางเชียน ตัวเขาเองก็พอรับมือแมลงอสูรสวรรค์หกปีกระดับแปดขั้นต่ำที่ยังไม่ถูกเสริมแกร่งได้หนึ่งตัว
ตอนนี้ในมือเขายังมีผู้บัญชาการจิตวิญญาณอสูรราวสามสิบคน ผู้บัญชาการจิตวิญญาณอสูรทั้งสามสิบร่วมมือกัน น่าจะควบคุมแมลงอสูรสวรรค์หกปีกตัวอื่นๆ ได้ไม่ยาก ปัญหาอยู่ที่ยังขาดยอดฝีมืออีกสามคนที่สามารถต้านทานแมลงอสูรสวรรค์หกปีกขั้นแปดได้
ยอดฝีมือเช่นนี้ในเมืองโว๋กู่ก็มีอยู่ แต่กลับถูกจัดสรรไปยังเขตเมืองอื่น ทำให้ที่นี่เกิดเหตุฉุกเฉิน หัวหน้าหน่วยพิทักษ์จางเชียนจึงตามหาอยู่ตลอด ทว่าก็ยังหาไม่พบ
ที่จางเชียนไม่ค่อยไว้วางใจฉูมู่กับเย่ชิงจือเป็นเรื่องปกติ ทั้งสองดูอายุราวยี่สิบเท่านั้น ผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณวัยยี่สิบที่รับมืออสูรวิญญาณสายพันธุ์ผู้บัญชาการระดับแปดได้ ทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์โว๋กู่มีอยู่ไม่กี่คน เขากังวลว่าชายหญิงคู่นี้จะร้อนใจเพราะคนข้างใน แล้วฝืนอวดดี
เย่ชิงจือร้อนใจเรื่องพี่ชายจริงๆ เห็นหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ไม่เชื่อทั้งตนและฉูมู่ นางจึงชี้ไปที่ฉูมู่ตรงๆ แล้วกล่าวว่า “เขาคือฉูมู่”
“จะเป็นใครก็ช่าง เรื่องชีวิตคนสำคัญยิ่ง…” หัวหน้าหน่วยพิทักษ์จางเชียนพูดไปพูดมา พลันตระหนักว่าชื่อฉูมู่คุ้นหู เสียงจึงค่อยๆ เบาลง สีหน้าก็เผยความตกตะลึง “เจ้า…คือราชาเกาะคุกโลหิต ฉูมู่?”
“อืม” ฉูมู่พยักหน้า
“ถ้า…ถ้าเช่นนั้นก็ดีเหลือเกิน…มีหวังแล้ว มีหวังแล้ว!” จางเชียนเผยสีหน้าปิติยินดีทันที ชื่อฉูมู่เขาย่อมเคยได้ยิน ผู้ที่มีจิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชันย่อมนับเป็นยอดฝีมืออยู่แล้ว ยิ่งเมื่อมีอสูรวิญญาณอื่นๆ ที่แข็งแกร่งร่วมด้วย รับมืออสูรวิญญาณสายพันธุ์ผู้บัญชาการระดับแปดที่ยังไม่ถูกเสริมแกร่งหนึ่งตัว ย่อมไม่ใช่ปัญหา
“กล่าวถึงสถานการณ์กับแผนการก่อน” ฉูมู่กล่าว
จางเชียนรีบปรับอารมณ์ให้สงบลง สีหน้าจริงจังขึ้น แล้วเอ่ยว่า “ยอดฝีมือผู้นั้นให้อสูรวิญญาณไปสำรวจมาแล้ว และแมลงอสูรสวรรค์หกปีกเสริมแกร่งระดับแปดขั้นสูง มอบให้เขารับมือได้ทั้งหมด ส่วนสี่ตัวที่เหลือ ก็ให้เจ้า ข้า และคุณหนูผู้นี้รับมือคนละตัว อีกหนึ่งตัวสามารถไปเขตเมืองอื่น ขอตัวผู้พิทักษ์มาช่วยได้…เอ๊ะ แหวนสองวงนี้…ระหว่างทางพวกเจ้าได้รับมอบหมายจากผู้พิทักษ์คนหนึ่งหรือไม่?”
“อืม แล้วอย่างไร?” ฉูมู่พยักหน้า
“อ้อ เขาเป็นสหายของข้า เช่นนั้นพวกเจ้าก็นำแหวนสองวงนี้ไปส่งยังที่ที่ควรส่งก่อน ข้าจะไปตามเขากับยอดฝีมือผู้นั้นมา พรุ่งนี้เช้าตรู่ค่อยลงมือ” หัวหน้าหน่วยพิทักษ์จางเชียนกล่าว
“ไม่มีปัญหา” ฉูมู่กับเย่ชิงจือพยักหน้ารับพร้อมกัน
“จำไว้ เตรียมยาต้านพิษให้มากหน่อย พิษของแมลงอสูรสวรรค์พวกนี้ร้ายกาจยิ่ง” จางเชียนกำชับอีกประโยค
“นางเป็นปรมาจารย์จิตวิญญาณ” ฉูมู่ชี้ไปทางเย่ชิงจือแล้วกล่าว
ฉูมู่เอ่ยเช่นนี้ ดวงตาของจางเชียนก็สว่างวาบขึ้นทันที หากในทีมมีปรมาจารย์จิตวิญญาณ ระดับความปลอดภัยของทุกคนย่อมเพิ่มขึ้นมาก เพราะปรมาจารย์จิตวิญญาณย่อมเชี่ยวชาญด้านการเยียวยา รักษาบาดแผล และขจัดพิษเป็นแน่
ตำแหน่งที่พักของฉูมู่กับเย่ชิงจืออยู่ไม่ไกลจากทิศตะวันออกของเมืองนัก อีกทั้งพรุ่งนี้เช้าตรู่จึงค่อยลงมือ ทั้งสองจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ระหว่างทางฉูมู่เรียกจ้านเย่กับนักรบพฤกษาโลกันตร์ออกมา ให้พวกมันจัดการแมลงอสูรสวรรค์ที่พบเจอระหว่างทาง เพื่อเพิ่มโอกาสฝึกฝนให้มากขึ้น
ทั้งสองเคลื่อนไหวรวดเร็ว ราวสองชั่วยามให้หลัง ก็ไปถึงทิศตะวันออกของเมือง มุ่งหน้าเข้าสู่ป้อมปราการ แล้วส่งแหวนให้ผู้พิทักษ์ที่กำลังต้องการเสบียงไปแจกจ่ายอย่างเร่งด่วน
ผู้พิทักษ์ผู้นั้นเดิมทีตั้งใจจะจ่ายค่าจ้างให้ฉูมู่ ทว่าฉูมู่ไม่ต้องการ จึงแลกเอาโลหิตแมลงมาได้ไม่น้อยจากมือของผู้พิทักษ์
“พวกเรารวบรวมโลหิตพวกนี้ไว้ ก็เพื่อให้นักปรุงยาช่วยจัดการ กรองพิษออกให้ได้มากที่สุด แล้วค่อยให้คนที่แทบกระหายน้ำตายดื่มประทังชีวิต…ในเมื่อเจ้าต้องการ ก็เอาไปทั้งหมดเถิด ขอบคุณพวกเจ้าสองคนอย่างยิ่งที่ยื่นมือช่วย เมืองโว๋กู่และชาวเมืองจะจดจำพวกเจ้าไว้” ผู้พิทักษ์กล่าวขอบคุณฉูมู่กับเย่ชิงจือไม่หยุด
“เทียบเท่าแค่โลหิตของแมลงอสูรสวรรค์เจ็ดสิบตัว…” ฉูมู่ยิ้มขื่นพลางส่ายหน้า แม้จะได้โลหิตแมลงมาไม่น้อยจากผู้พิทักษ์ แต่หากจะให้ถึงจำนวนหนึ่งพัน ดูท่าจะยังห่างไกลอยู่มาก ฉูมู่เองก็จำต้องลงมือสังหารให้หนักขึ้นแล้ว
“จิตวิญญาณพฤกษามรกตของข้าก็ต้องฝึกเช่นกัน พวกเรากลับไปที่นั่น กำจัดแมลงอสูรสวรรค์แถวขอบรังเสียหน่อย เจ้าฝึกจ้านเย่ของเจ้า ข้าฝึกจิตวิญญาณพฤกษามรกตของข้า แบบนี้ก็เก็บโลหิตได้มากขึ้นด้วย” เย่ชิงจือกล่าว
พรุ่งนี้เช้าตรู่จึงเริ่มการต่อสู้ ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกก่อนค่ำคืน แน่นอนว่ายังไม่จำเป็นต้องรีบกลับ
“อืม” ฉูมู่ก็คิดเช่นนั้นพอดี กำลังรบของจ้านเย่ฟื้นตัวเร็วมาก ต่อให้ต่อสู้ต่อเนื่องทั้งคืน พรุ่งนี้ก็ยังคงเปี่ยมเรี่ยวแรง
“จ้านเย่ของเจ้าเคยได้รับการบำรุงหล่อเลี้ยงด้วยถุงน้ำดีแมลงหรือไม่?” เย่ชิงจือถามฉูมู่
“ไม่เคย ถุงน้ำดีแมลงมีอันใดหรือ?” ฉูมู่เผยสีหน้าฉงน
“เช่นนั้นตอนเก็บโลหิต เจ้าก็เก็บถุงน้ำดีแมลงไปด้วย ข้าจะช่วยเจ้าปรุงโอสถถุงน้ำดีแมลงระดับห้า แบบนี้จะทำให้อัศวินรัตติกาลของเจ้าเพิ่มพลังได้เร็วขึ้น…อ้อ อัศวินรัตติกาลของเจ้าพลังชีวิตแข็งแกร่งมาก น่าจะรับถุงน้ำดีแมลงระดับหกได้ไม่มีปัญหา เช่นนั้นข้าจะปรุงโอสถถุงน้ำดีแมลงระดับหกให้” เย่ชิงจือกล่าว
ฉูมู่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าถุงน้ำดีแมลงจะมีสรรพคุณเช่นนี้ด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้คนจำนวนมากถึงชอบออกไปผจญภัยร่วมกับปรมาจารย์จิตวิญญาณ เพราะปรมาจารย์จิตวิญญาณมักขุดค้นสมบัติทางจิตญญาณหลากหลายชนิดได้เสมอ ทำให้อสูรวิญญาณเติบโตแข็งแกร่งได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
“โฮก!! โฮก!!”
ยามค่ำคืน บริเวณชายขอบเขตรังแมลงอสูรของเมือง มักได้ยินเสียงคำรามเดือดดาลดังลอดออกมาจากตรอกซอกซอยคับแคบลึกทึบเป็นระยะ เงาสีหมึกพุ่งวูบไหวไปมาในความมืด จ้านเย่ในร่างเสือสวมเกราะทั่วกายกระโจนขึ้นฉับพลัน เหยียบยืมแรงจากหลังคาบ้านข้างเคียงต่อเนื่องหลายครั้ง ก่อนจะพุ่งขึ้นไปบนหลังคาได้โดยตรง จากนั้นกรงเล็บทำลายล้างก็ตบลงอย่างโหดเหี้ยมใส่แมลงอสูรสวรรค์หกปีกระดับหกตอนหนึ่งตัว
แมลงอสูรสวรรค์หกปีกตัวนั้นถูกเถาวัลย์รากไม้ที่แผ่ยื่นจากหลังคาพันรัดไว้แน่นหนา จะหลบก็เป็นไปไม่ได้ มันจึงทำได้เพียงห่อหุ้มร่างด้วยปีกเนื้อทั้งหก!
“ปัง!!!!!” แสงมืดสลัววาบไหวอยู่บนกรงเล็บ “กรงเล็บทำลายล้าง” ฟาดลงฉับพลัน สะเทือนจนปีกเนื้อของแมลงอสูรสวรรค์หกปีกตัวนั้นฉีกกระจุย โลหิตสาดกระเซ็นชุ่มโชก
“หนามเกราะหมึก!”
คำสั่งถูกส่งออกไป จ้านเย่พลันชูหนามเกราะหมึกที่แหลมคมดุจกระดูกทิ่มแทงพุ่งออกจากทั่วร่าง ก่อนจะกระแทกแทงลึกเข้าไปในลำตัวของแมลงอสูรสวรรค์หกปีกอย่างโหดเหี้ยม! พิษถูกอัดฉีดเข้าไป เกราะแมลงของมันก็ถูกย้อมเป็นสีคล้ำในทันที กัดกร่อนการป้องกันของเกราะแมลงจนเสื่อมถอย
“พุ่ พุ่!!!”
เถารากไม้ปีศาจสองเส้นที่ยาวเรียวราวหอกแหลมปรากฏขึ้นอย่างกระทันหัน มันแทงเข้าไปยังเกราะหนาของแมลงอสูรสวรรค์หกปีกอย่างแม่นยำ ก่อนจะทะลวงผ่านลำตัวของมันโดยตรง โลหิตเอ่อทะลักออกจากรูแผลอีกระลอก
ผู้ที่ใช้ เถารากไม้ปีศาจ ย่อมเป็นจิตวิญญาณพฤกษามรกตของเย่ชิงจือ จิตวิญญาณพฤกษามรกตของนางบัดนี้บรรลุถึงระดับห้าขั้นเจ็ด ทว่าในตอนก่อนหน้านี้ แม้จะโจมตีอย่างไร ก็ยากจะเจาะการป้องกันของแมลงอสูรสวรรค์หกปีกระดับหกขั้นหกได้ แต่เมื่อพิษของจ้านเย่แทรกซึมเข้าสู่ร่างของมันแล้ว การทะลวงกลับเกิดขึ้นทันควัน ไร้อุปสรรคใดขวางกั้น
“เลือดของแมลงอสูรสวรรค์ 110 ตัว ถุงน้ำดีแมลง 30 ลูก…ถุงน้ำดีแมลง 30 ลูกนี้ น่าจะปรุงเป็นโอสถถุงน้ำดีแมลงระดับหกได้แล้วกระมัง?” ฉูมู่เรียกจ้านเย่กลับมา แล้วเอ่ยถามเย่ชิงจือที่อยู่ข้างกาย
“อืม พอแล้ว” เย่ชิงจือพยักหน้า
การต่อสู้ตลอดทั้งคืนแทบไม่หยุดพัก ทำให้จ้านเย่ของฉูมู่ยกระดับจากระดับห้าขั้นห้าเป็นระดับห้าขั้นหก ขณะเดียวกันเย่ชิงจือก็ยืนยันว่า โอสถถุงน้ำดีแมลงระดับหกน่าจะทำให้จ้านเย่ยกระดับได้อีกขั้น หลังผ่านคืนนี้ไป จ้านเย่ก็จะก้าวเข้าสู่ระดับห้าขั้นเจ็ด
ความเร็วในการยกระดับเช่นนี้นับว่าไม่น้อยเลย เพราะเจ้าหญิงหิมะของฉูมู่บรรลุถึงระดับหกขั้นเจ็ดเท่านั้น ส่วนนักรบพฤกษาโลกันตร์ก็มีเพียงระดับหกขั้นสี่ จ้านเย่ที่ไล่ตามจากระดับต่ำเช่นนั้นได้อย่างรวดเร็ว ย่อมถือว่าพรสวรรค์การเติบโตสูงไม่น้อย
ฉูมู่ครอบครองอสูรวิญญาณมาไม่นานนัก เพียงราวห้าปี ระดับขั้นของอสูรวิญญาณของเขาโดยทั่วไปจึงยังค่อนข้างต่ำ ที่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้ ก็เพราะฉูมู่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเสริมแกร่งคุณสมบัติธาตุของอสูรวิญญาณ
การเสริมแกร่งคุณสมบัติธาตุทำให้ความสามารถพื้นฐานของอสูรวิญญาณมั่นคงแน่นหนายิ่งขึ้น ทว่าเมื่อระดับขั้นไม่ยกระดับขึ้น ก็ย่อมมีอุปสรรคไม่น้อย ต่อจากนี้ฉูมู่ก็จะหันไปทุ่มเทกับการเร่งยกระดับขั้นของอสูรวิญญาณให้เร็วขึ้น
“พักสักหน่อย ปรับพลังวิญญาณให้กลับมา พรุ่งนี้เช้าค่อยเข้าไปรังแมลง” ฉูมู่เอ่ย
“อืม” เย่ชิงจือพยักหน้า
ในเขตเมืองยังมีบ้านเรือนบางหลังที่คงสภาพสมบูรณ์ ฉูมู่กับเย่ชิงจือจึงเข้าไปพักอาศัยอยู่ในนั้น พวกเขาเป็นผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณ มีความระแวดระวังสูง และมีกำลังพอจะรับมือแมลงอสูรสวรรค์ได้ จึงไม่จำเป็นต้องหลบลงไปในห้องใต้ดิน
ฉูมู่รักษานิสัยบ่มเพาะอย่างเคร่งครัด เริ่มฟื้นฟูพลังวิญญาณของตนเอง ส่วนเย่ชิงจือหลังจากปรุงโอสถถุงน้ำดีแมลงให้ฉูมู่เรียบร้อย และสอนวิธีใช้ให้แล้ว นางจึงค่อยนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านข้าง ฟื้นฟูพลังวิญญาณของตนเช่นกัน