- หน้าแรก
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ
- อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 88 เนตรปีศาจควบคุมจิตใจ!
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 88 เนตรปีศาจควบคุมจิตใจ!
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 88 เนตรปีศาจควบคุมจิตใจ!
อสูรวิญญาณสะท้านภพ เล่มที่ 2 บทที่ 88 เนตรปีศาจควบคุมจิตใจ!
จิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชัน!!!!
หากกล่าวถึงความสมบูรณ์แบบในระดับสายพันธุ์นักรบ จุดด้อยเพียงหนึ่งเดียวเมื่อเทียบกับอสูรภูเขาน้ำแข็ง ก็มีแค่เรื่องการป้องกันเท่านั้น เช่นนั้นบัดนี้เมื่อวิวัฒนาการเป็นสายพันธุ์ผู้บัญชาการอย่างสมบูรณ์แบบ ความสมบูรณ์แบบนี้เกรงว่าจะก้าวข้ามความหมายของคำว่า สายพันธุ์ผู้บัญชาการไปโดยสิ้นเชิง กระโจนขึ้นสู่ความน่าหวาดผวาในระดับราชันอย่างแท้จริง!
[จิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชัน: อสูรวิญญาณประเภทสัตว์ปีศาจ สายปีศาจมายาและสายสัตว์อสูร เผ่าพันธุ์ปีศาจจิ้งจอก เผ่าย่อยจิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชัน สายพันธุ์ผู้บัญชาการชั้นสูง]
พรสวรรค์สายสัตว์อสูรสุดขีดจำกัด!
พรสวรรค์สายปีศาจมายาสุดขีดจำกัด!
พรสวรรค์ธาตุไฟสุดขีดจำกัด!
อสูรวิญญาณสายพันธุ์ผู้บัญชาการ หากมีพรสวรรค์สักด้านหนึ่งแตะถึงระดับ สุดขีดจำกัด และคุณสมบัติด้านอื่นไม่ต่ำจนเกินไป ก็ถือว่าล้ำค่าอย่างยิ่งแล้ว ทว่า จิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชันกลับครอบครองพรสวรรค์สุดขีดจำกัดถึงสามชั้น! ยิ่งเมื่อรวมผลของเพลิงคู่เข้าไป พลังต่อสู้เช่นนี้ พรสวรรค์อันสูงศักดิ์เหนือผู้ใดเช่นนี้ แล้วจะไม่กล้าประลองกับอสูรวิญญาณระดับราชันได้อย่างไร!
อสูรวิญญาณที่ทัดเทียมระดับราชัน ถือกำเนิดขึ้นจริงแล้ว!
จิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชัน เมินเฉยต่อผู้บัญชาการทั้งปวง ท้าชนและเหยียบย่ำราชัน!
สายตาจับจ้องไปที่โมเซี่ย ณ ขณะนี้ คลื่นในใจฉูมู่ยังคงไม่อาจสงบลง หางยาวโอ่อ่าดุจเก้ามังกร ขนสีเงินบริสุทธิ์สูงศักดิ์ เพลิงราชันที่ร้อนแรงหยิ่งผยอง อสูรวิญญาณเช่นนี้แทบเป็นตำนาน เมื่อหวนคิดถึงครั้งแรกที่ได้พบโมเซี่ยในร่างจิ้งจอกแสงจันทร์ แล้วนำมาเทียบกับจิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชันในยามนี้ การวิวัฒนาการทีละก้าวเช่นนี้ ทำให้ฉูมู่ถึงกับตาร้อนผ่าว!
ฉูมู่สูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง ความหม่นหมองและความเดือดดาลจากคราวที่หกหางของโมเซี่ยขาดสะบั้นถูกกวาดล้างจนสิ้น อกของเขาถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงซ้อนทับนั้น แม้แต่โลหิตก็เดือดพล่าน!
“โมเซี่ย ศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำที่ใด ก็ลุกขึ้นจากที่นั่น!”
ฉูมู่กดความปีติคลั่งในใจไว้สุดกำลัง พยายามกล่าวกับโมเซี่ยด้วยน้ำเสียงสงบ
“อู้ อู้ อู้ อู้!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เสียงคำรามที่ทำให้หัวใจสั่นสะท้านดังก้องขึ้นอีกครั้ง ยามที่จิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชันจะสำแดงพลังแท้จริงมาถึงแล้ว!
ร่างกายก้มต่ำลงเล็กน้อย วินาทีถัดมา คลื่นเพลิงพุ่งกระแทกถอยหลัง โมเซี่ยพลันหายวับไปจากจุดเดิม! ต่อให้เป็นประกายเงินที่วาบผ่านชั่วพริบตาก็ยังไม่ปรากฏ ความเร็วอันน่าสะพรึงของจิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชันทำให้มันหายไปจากสายตาของทุกคนราวกับสูญสลายกลางอากาศ!
ทว่า เมื่อผู้คนตั้งสติกลับมา ทั้งสนามนับหมื่นกลับพบอย่างตะลึงงันว่า อสูรภูเขาน้ำแข็งถูกหางจิ้งจอกเพลิงทั้งเก้าสายที่เปี่ยมอำนาจม้วนรัดไว้ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ แล้วถูกเหวี่ยงสะบัดขึ้นสู่ฟ้าอย่างโหดเหี้ยม!
ร่างสูงสี่เมตรของอสูรภูเขาน้ำแข็ง กลับถูกยกขึ้นราวกับลูกอสูร เมื่อมันลอยถึงความสูงสิบเมตร ผู้คนจึงเพิ่งเห็นชัดว่า หางยาวน่าตกตะลึงทั้งเก้าสายกำลังม้วนรัดมันไว้แน่น!
มังกรเก้าหางทำลายล้าง!
“อู้ อู้ อู้ อู้!!!!!!!!!!”
เสียงคำรามอันหยิ่งผยองที่สุดดังขึ้นอีกครั้ง! ครานี้ไม่ใช่แค่ “ล็อก” หากแต่เป็นการ “ทำลายล้าง” โดยตรง!
หางยาวทั้งเก้าเริ่มสะบัดอย่างบ้าคลั่ง ความถี่สูงจนก่อเป็นพายุสีเงินพุ่งกวาดขึ้นไป งดงามตระการตาจนสะเทือนใจ ตั้งตระหง่านในทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ ก่อนจะแปรเป็นมังกรเงินที่อัดแน่นด้วยพลังบดทำลาย!
“ปัง ปัง ปัง ปัง!! ปัง ปัง ปัง ปัง!!!!!”
อสูรภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ในท้องมังกรเงิน ถูกพลังอันน่าสะพรึงนั้นบดทำลาย ร่างกายแตกกระจายกลายเป็นเศษผลึกน้ำแข็งนับไม่ถ้วน!!! มังกรเงินทั้งเก้าปรากฏตัวเพียงไม่นาน ทั้งกระบวนการไม่ถึงสองลมหายใจ ทว่าอสูรภูเขาน้ำแข็งที่สวมเกราะวิญญาณและเกราะน้ำแข็งหนาหนัก กลับถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด สุดท้ายยิ่งกลายเป็นผงผลึกน้ำแข็ง!!
อสูรภูเขาน้ำแข็งที่มีพลังป้องกันถึงระดับเจ็ดขั้นสูง กลับกลายเป็นเศษผงปลิวตามลมกรรโชก!
เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้คนนับหมื่นต่างอดสูดลมหายใจเฮือกไม่ได้ นี่มันยังเรียกว่าเป็นการประลองของคนรุ่นเยาว์อยู่อีกหรือ!!
ผงฝุ่นที่ส่องประกายใสระยิบระยับลอยร่วงลงช้าๆ ข้างกายร่างสีเงินของโมเซี่ย โมเซี่ยผู้หยิ่งผยองยิ่งเงยศีรษะขึ้น สายตาเย็นเฉียบจับจ้องเจี่ยเฟิงที่หน้าซีดเผือดถึงขีดสุด เสน่ห์ชั่วร้ายแผ่ซ่านอย่างเต็มที่ จนเจี่ยเฟิงตกใจกลัวเสียจนไม่กล้าอัญเชิญอสูรวิญญาณตัวถัดไปออกมาเลย ทั้งที่ห่างกันกว่าร้อยเมตร กลับถูกเนตรปีศาจกดข่มจนทรุดนั่งลงกับพื้นโดยตรง!
“อู้ อู้ อู้ อู้!!!!!!!!!!”
โมเซี่ยส่งเสียงคำรามอีกครั้ง คราวนี้ความคลั่งของมันเผยออกมาจนหมดสิ้น ราวกับใช้โทนเสียงสั่งการ บังคับให้เจี่ยเฟิงอัญเชิญอสูรวิญญาณคู่สัญญาตัวที่สาม!!
เจี่ยเฟิงชะงักงัน ดวงตาคู่นั้นจ้องเนตรปีศาจสีเงินของโมเซี่ย ความหวาดกลัวถูกขยายขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดกลับกลายเป็นความสิ้นหวังอย่างสมบูรณ์!
แววตาของเจี่ยเฟิงเปลี่ยนไปไม่หยุด ทันใดนั้น เนตรปีศาจสีเงินของโมเซี่ยก็วาบประกายแปลกประหลาด และประกายเดียวกันนั้นก็สะท้อนวาบขึ้นในดวงตาของเจี่ยเฟิงเช่นกัน!
ชั่วขณะถัดมา แววตาของเจี่ยเฟิงพลันแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากความหวาดกลัวและสิ้นหวัง กลายเป็นความว่างเปล่าเลื่อนลอย มึนงงแข็งทื่อ ราวกับวิญญาณถูกดึงออกจากร่างไปในพริบตา ไร้อารมณ์ใดๆ เหลืออยู่!
แล้วเจี่ยเฟิงที่ยังคงอยู่ในสภาพเสียขวัญเช่นนั้น ก็เริ่มร่ายคาถาช้าๆ ราวกับเชื่อฟังคำสั่งของโมเซี่ยอย่างสมบูรณ์ กำลังอัญเชิญอสูรวิญญาณตัวอื่นของตน!!
เนตรปีศาจสะกดวิญญาณ!!!
ฉูมู่ตะลึงงัน มองเจี่ยเฟิงที่ยังคงสีหน้าแข็งทื่อแต่กลับร่ายคาถาอย่างไม่อยากเชื่อ!
เนตรปีศาจสะกดวิญญาณ เป็นทักษะสายปีศาจมายาที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเนตรปีศาจ ผ่านการทำลายเจตจำนงทางจิตใจของศัตรู แล้วฝังคลื่นจิตในรูปแบบคำสั่งลงไปอย่างบังคับ ให้ศัตรูในสภาพไม่รู้ตัวทำตามคำสั่งอันกดขี่นั้น!
สิ่งที่โมเซี่ยปลดปล่อยใส่เจี่ยเฟิงอยู่ตอนนี้ ก็คือเนตรปีศาจสะกดวิญญาณ ทักษะสายปีศาจมายาที่ทั้งทรงพลังและชั่วร้ายถึงที่สุด!!
เจี่ยเฟิงร่ายคาถาไปแล้ว วงเวทอัญเชิญอสูรวิญญาณค่อยๆ ปรากฏเงาร่างหมาป่ามรณะยาวสามเมตรตัวหนึ่ง ขนสีน้ำเงินเข้มปกคลุมทั่วร่าง!!
ระดับหกขั้นแปด สายพันธุ์ผู้บัญชาการชั้นสูง
หมาป่ามรณะสายพันธุ์ผู้บัญชาการนับเป็นอสูรวิญญาณกระแสหลัก ผู้ฝึกสอนอสูรวิญญาณที่ควบคุมอสูรวิญญาณสายสัตว์อสูรบริสุทธิ์อันดุร้ายเช่นนี้ยิ่งมีอยู่เป็นส่วนใหญ่ และหมาป่ามรณะของเจี่ยเฟิงตัวนี้ เพียงดูจากกรงเล็บก็พอเดาได้ว่าเป็นอสูรวิญญาณที่พรสวรรค์ด้านโจมตีอยู่ในระดับสูงสุด
หมาป่ามรณะเป็นอสูรวิญญาณสายสัตว์อสูรล้วนๆ กลิ่นอายสัตว์ป่าของมันน่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่ปรากฏจากวงเวท ย่อมสัมผัสได้ชัดถึงความเย็นเยียบกดดันและท่าทีคลั่งกระหายเลือดของสัตว์ร้าย
แต่หมาป่ามรณะระดับหกขั้นแปดตัวนี้ พอปรากฏบนสมรภูมิแม่น้ำ กลับไม่ปลดปล่อยกลิ่นอายออกมาแม้แต่น้อย!
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงที่ทัดเทียมระดับราชันของจิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชันยังคงกดทับอยู่ หมาป่ามรณะต่ำต้อยเช่นนี้จะกล้าคลั่งได้อย่างไร ตั้งแต่วินาทีที่ถูกอัญเชิญ ดวงตาสีเขียวของมันก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ศีรษะก้มต่ำลง หางซุกอยู่ระหว่างขา ถึงขั้นไม่มีความกล้าพอจะเงยหน้ามองเงาร่างของโมเซี่ยเลยด้วยซ้ำ!
“ฟิ้ว!”
โม่เซี่ยยังคงหายวับไปจากที่เดิมอย่างไร้ที่มา ทว่าแตกต่างจากก่อนหน้านี้ คราวนี้ทุกคนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า หญ้ารกบนทุ่งราบกระเด็นปลิวขึ้นพร้อมกัน! ความเร็วอันน่าสะพรึงนั้นไวเสียจนผู้คนจำนวนมากมองไม่ทันแม้แต่เงาร่างของมัน! โมเซี่ยปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าหมาป่ามรณะในพริบตา กรงเล็บเพลิงราชันยื่นออกมาอย่างฉับพลัน ก่อนจะกรีดผ่านลำตัวหมาป่ามรณะอย่างโหดเหี้ยม!!!
เพียงเห็นแสงเย็นวาบหนึ่งครั้ง ทั้งที่แทบไม่มีเปลวไฟ แต่ร่างอันแข็งแกร่งของหมาป่ามรณะกลับถูกผ่ากลางต่อหน้าสายตาทุกคน ถูกตัดเป็นสองท่อนทั้งเป็น! ตั้งแต่ตำแหน่งศีรษะ รวมถึงเขี้ยวคมกริบของมันก็ถูกผ่าไปพร้อมกัน คมกรงเล็บลากยาวลงมาจนถึงช่วงเอว รอยตัดเรียบกริบยิ่งนัก ขณะร่างไถลแยกออก ยังมองเห็นเลือดที่ยังไหลอยู่ เส้นเอ็นกระดูกสีขาว และอวัยวะภายในที่ชุ่มไปด้วยของเหลว…
“พุ่บชี่~”
เลือดพุ่งกระเซ็นจากรอยแผลขนาดมหึมาในทันที ของเหลวสีแดงฉานชวนคลื่นไส้สาดใส่หน้าและร่างของเจี่ยเฟิงจนหมด เหนียวข้นไหลย้อยจากตัวลงสู่พื้น
“ฟู่ ฟู่~~”
ทว่าในจังหวะที่ซากศพสองท่อนร่วงลง เพลิงคู่ปีศาจ-โลหิตกลับหน่วงไปหนึ่งลมหายใจแล้วจึงปะทุขึ้นฉับพลัน เพียงชั่วครู่ก็เผาหมาป่ามรณะจนกลายเป็นเถ้าธุลี!
ความสะพรึงเย็นเยียบแผ่ซ่านออกไปรอบลานประลองในทันที ครอบงำทุกคน ณ ขณะนั้นไม่มีผู้ใดเอ่ยถกเถียงอีก มีเพียงความหวาดผวา ขณะจ้องมองจิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชันที่ยืนผงาดอย่างหยิ่งผยองอยู่ตรงหน้าเจี่ยเฟิง
บรรยากาศประหลาดราวกับทำให้ทั้งโลกเงียบงันลง และเจี่ยเฟิงที่ถูกเลือดป้ายทาทั่วกาย เพิ่งค่อยๆ เรียกสติกลับมาได้บ้าง เลือดเหนียวข้นยังคงไหลผ่านใบหน้าของเขา ทว่าเจี่ยเฟิงที่ฟื้นสติแล้วกลับไม่มีใจจะเช็ดมันแม้แต่น้อย หัวใจของเขาเหมือนถูกสายตาคมกริบคู่หนึ่งแทงทะลุ รูม่านตาขยายกว้างที่สุดด้วยความตระหนกสุดขีด จ้องจิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชันที่อยู่ใกล้ตนอย่างยิ่ง
และในขอบเขตสายตาของเขา ยังมีซากศพที่กลายเป็นเถ้าสองกองอยู่ข้างๆ ขณะที่พันธสัญญาวิญญาณระหว่างเขากับอสูรวิญญาณของเขา หมาป่ามรณะ ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง!
ลมหายใจเหมือนหยุดลง เจี่ยเฟิงถึงกับไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะกะพริบตา สายตาเย็นเยียบถึงขีดสุด เรือนร่างงดงามแต่แฝงคมสังหาร เก้าหางที่สะบัดคลุ้มคลั่งน่าสะพรึง และเพลิงคู่ที่ลุกโชนร้อนระอุ ทุกอย่างอยู่ใกล้เขาเหลือเกิน ใกล้จนเพียงชั่วพริบตาก็อาจทำให้เขาหายไปจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิง!!
“พอได้แล้ว!”
ในที่สุด เสียงทุ้มกังวานก็ทำลายความเงียบงันของสนามรบลง ผู้ที่เปล่งเสียงนั้นคือเจ้าเมืองเจี่ยเฉิง!
ฉูมู่กับโมเซี่ยแทบจะหันไปพร้อมกัน สายตาจับจ้องเจ้าเมืองเจี่ยเฉิงที่แผ่แรงกดดันคุกคาม ฉูมู่ยกยิ้มเย็น แล้วกล่าวกับโมเซี่ยอย่างเรียบเฉยว่า
“กลับมาเถอะ”
ดวงตาปีศาจอันเย็นชาของโมเซี่ยค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ครั้นมันหันหลังกลับ หนึ่งในเก้าหางยาวนั้นไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ ขณะสะบัดกลับฟาดใส่หน้าอกเจี่ยเฟิงตรงๆ เมินเฉยเกราะวิญญาณระดับหกของเขาโดยสิ้นเชิง แล้วกระแทกจนกระดูกหน้าอกยุบลงอย่างโหดเหี้ยม!!
เจี่ยเฟิงพ่นเลือดออกมาคำหนึ่ง ร่างทั้งร่างกระเด็นปลิวถอยหลังไปไกล กว่าจะตกลงและหยุดนิ่งก็ไกลลิบ!
เจ้าเมืองเจี่ยเฉิงเห็นภาพนั้น สีหน้ากระตุกวูบอย่างชัดเจน แต่กลับไม่กล้าพูดสิ่งใด ได้เพียงหน้าดำคร่ำเครียดทรุดตัวกลับลงไปนั่งยังที่นั่งของตน ฝืนยกยิ้มที่น่าเกลียดอย่างยิ่ง แล้วกล่าวกับองค์หญิงจิ่นโรวว่า
“เปิดหูเปิดตายิ่งนัก ไม่คิดว่าจะได้เห็นจิ้งจอกหกหางเพลิงปีศาจสายพันธุ์นักรบสุดขีดจำกัด กลายพันธุ์เป็นจิ้งจอกเก้าหางเพลิงราชัน…องค์หญิงได้ยอดขุนพลเพิ่มอีกหนึ่ง หากบ่มเพาะให้ดี วันหน้ามันย่อมกลายเป็นผู้แข็งแกร่งของวังฝันร้าย คอยสนับสนุนองค์หญิง…”