เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 : เคลียร์ใจนอกจอฉบับอุจิฮะ มาดาระ

บทที่ 4 : เคลียร์ใจนอกจอฉบับอุจิฮะ มาดาระ

บทที่ 4 : เคลียร์ใจนอกจอฉบับอุจิฮะ มาดาระ


บทที่ 4 : เคลียร์ใจนอกจอฉบับอุจิฮะ มาดาระ

ในที่สุด มาดาระก็ลงไปนอนวัดพื้น ฉากนี้ตอกย้ำความจริงที่ว่า เมื่อไหร่ที่ฮาชิรามะเอาจริง มาดาระก็ไม่ใช่คู่มือของเขาอยู่ดี

หากไม่มีพลังของเก้าหางคอยหนุน มาดาระก็ไม่อาจสำแดงวิชาผสานสัตว์หางที่ถล่มทลายโลกได้ รอบนี้ฮาชิรามะนิ่งมาก เขาไม่จำเป็นต้องงัดวิชาลับสุดยอดอย่าง 'เซนจูพันกรที่แท้จริง' มาใช้ด้วยซ้ำ

"พี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

โทบิรามะปรากฏตัวขึ้นกลางวงราวกับใช้คาถามิติ เขาปรายตามองมาดาระที่สภาพดูไม่จืดบนพื้น ก่อนจะหันมามองพี่ชายตัวเองด้วยสายตาจับผิด

ปกติเห็นรักกันปานจะแหกตูดดม วันนี้มาอารมณ์ไหนถึงซัดกันบ้านพังขนาดนี้?

ฮาชิรามะปรายตามองน้องชายด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงความกดดัน

"นายกลับไปก่อนเถอะโทบิรามะ นี่เป็นเรื่องระหว่างฉันกับหมอนี่"

เขาไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม

โทบิรามะอ้าปากจะค้านต่อ แต่พอเห็นแววตาที่ไม่มีคำว่าล้อเล่นของพี่ชาย เขาก็จำต้องกลืนคำพูดลงคอ

"งั้นฉันจะไปสรุปยอดค่าความเสียหายก่อนแล้วกัน" เขาเอ่ยทิ้งท้ายแล้วรีบชิ่งหนีไปทันที

เมื่อไร้คนขัดคอ ฮาชิรามะก็จ้องมองมาดาระด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

"มาดาระ... จนถึงตอนนี้ ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายจะถลำลึกมาถึงขั้นนี้"

"นายกล้าหักหลังอุดมการณ์ที่พวกเราสร้างมาด้วยกันได้ยังไง!"

มาดาระที่กำลังหัวเสียสุดขีดเพราะจู่ๆ ก็โดนบุกมาอัดคาบ้าน เริ่มสงบลงเมื่อเจอคำพูดที่เหมือนน้ำเย็นจัดราดหัว

"นาย รู้เรื่องทั้งหมดแล้วงั้นเหรอ?"

"ถ้าไม่รู้ ฉันจะถ่อมาหาถึงนี่เรอะ!"

"มาดาระ กลับตัวกลับใจตอนนี้ยังไม่สายนะ" ฮาชิรามะพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง

มาดาระแสยะยิ้มสมเพช

"ฮาชิรามะ นายมันซื่อบื้อเกินกว่าจะเข้าใจว่าโลกที่เซียนหกวิถีทางสร้างขึ้นน่ะมันล้มเหลว!"

"และฉันคนนี้แหละ จะสร้างโลกที่สมบูรณ์แบบที่แท้จริงขึ้นมาเอง!"

"นายจะรู้เรื่อง 'แผนอ่านจันทรานิรันดร์' ของฉันได้ยังไงมันไม่สำคัญแล้ว เพราะนายหยุดฉันไม่ได้หรอก!" มาดาระคำราม

"เดี๋ยวนะ...แผนอ่านจันทรานิรันดร์มันคืออะไร?" ฮาชิรามะทำหน้าเด๋อ

"นี่นายไม่รู้จักเรอะ!?" มาดาระสตั๊นไปสามวิ

"เออ ฉันเคยได้ยินชื่อ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ฉันมาบวกนายตอนนี้โว้ย!"

มาดาระถึงกับพูดไม่ออก

"อ้าว ก็นายเพิ่งบอกว่ารู้เรื่องที่ฉันจะทำแผนนั่นไม่ใช่เหรอ?"

"ไม่ใช่! ที่ฉันโกรธคือนายในอนาคตที่มันบิดเบี้ยวไปจากเดิมต่างหาก!"

"พวกเราตกลงกันว่าจะสร้างโลกนินจาที่ไร้สงคราม แต่นายกลับกลายเป็นตัวต้นเรื่องซะเอง"

"แถมยังไปล่อลวงเด็กน้อยอย่างโอบิโตะลงสู่ขุมนรก ก่อกรรมทำชั่วจนฉันขี้เกียจจะร่ายยาวแล้วเนี่ย!"

ฮาชิรามะพ่นความอัดอั้นออกมาเป็นชุด แต่แทนที่มาดาระจะสำนึก เขากลับยิ่งเส้นเลือดปูดที่ขมับ

"ฮาชิรามะะะะ!"

"นายนี่มันกวนประสาทฉันชัดๆ!"

นึกว่าความลับระดับท็อปซีเคร็ทหลุดรอดไปถึงหูโฮคาเงะจนบุกมาเคลียร์ ที่ไหนได้! ดันมาด่าเรื่องอนาคตที่ยังไม่เกิดเนี่ยนะ!

นายไปมีตาทิพย์มาจากไหน? นี่มันแกล้งกันเห็นๆ!

‘แปลกแฮะ ทำไมท่านรุ่นที่ 1 เงียบหายไปเลยล่ะ? ปกติห่วงมาดาระอย่างกับอะไรดี’

ชิโนมิยะ ยูยูเอะ พึมพำในใจ

แต่ตอนนี้ระฆังเลิกเรียนดังแล้ว เขาอยากกลับบ้านไปกินข้าวมากกว่าเลยเลิกสนใจหน้าจอแชท

หารู้ไม่ว่า... ฮาชิรามะน่ะเป็น 'สายปฏิบัติ' บุกไปบวกกับมาดาระตัวจริงนอกจอเรียบร้อยแล้ว!

"เฮ้ นารูโตะ เย็นนี้ไปกินข้าวบ้านฉันไหม?"

ยูยูเอะตบไหล่นารูโตะเบาๆ

"เอ๋!? จะดีเหรอยูยูเอะ!" นารูโตะตาเป็นประกาย

เทียบกับการกลับบ้านไปแกะถ้วยราเม็งกึ่งสำเร็จรูปกินคนเดียว การไปบ้านเพื่อนมันสวรรค์ชัดๆ

"มาเถอะน่า"

"โอเคๆ จะว่าไป ราเม็งอิจิราคุที่ฉันพนันไว้ยังเอายังไงดี?"

"กินสิ แต่ไว้วันหลัง วันนี้ช่างมันก่อน"

"จัดไป!"

ทั้งคู่เดินคุยเล่นกันออกไปจากห้อง ภาพมิตรภาพนี้บาดใจซากุระสุดๆ เธอเบ้ปากด้วยความรังเกียจ

"สมกับเป็นพวกบ๊วยของรุ่นจริงๆ เข้าขากันดีจังนะ"

"นี่ ยัยหน้าผากกว้าง พูดจาจิกกัดคนอื่นมันไม่น่ารักนะจ๊ะ" อิโนะที่ยืนอยู่แถวนั้นจิกกลับทันควัน

"ยุ่งน่า ยัยหมูอิโนะ! ถ้าเธอชอบพวกกากๆ นั่นนักก็เชิญไปอยู่ด้วยเลยสิ คู่แข่งแย่งซาสึเกะคุงของฉันจะได้น้อยลงไปหนึ่ง!"

"เหอะ" อิโนะกลอกตาใส่แล้วสะบัดบ๊อบหนี

ซากุระไม่ห่วง รีบวิ่งไปหาซาสึเกะ "ซาสึเกะคุง เรากลับด้วยกันนะ..."

ทว่าซาสึเกะเดินผ่านเธอไปเหมือนเห็นธาตุอากาศ ทิ้งให้ซากุระยืนหน้าแหกอยู่ตรงนั้น

อีกด้านหนึ่ง ยูยูเอะกับนารูโตะกลับถึงบ้านอย่างไว โดยไม่ลืมแวะตลาดซื้อของสด

ยูยูเอะน่ะตัวคนเดียว พ่อแม่เขาเสียชีวิตในคืนเก้าหางบุกหมู่บ้าน แต่ในฐานะโจนินและจูนิน พวกท่านทิ้งมรดกและบ้านทำเลทองไว้ให้พอสมควร ทำให้ชีวิตเขาก็เลยค่อนข้างสบาย

"นายไปล้างข้าวแล้วกดหุงซะ เดี๋ยวฉันโชว์ฝีมือทำกับข้าวเอง"

ยูยูเอะแจกแจงหน้าที่

"เชื่อมือฉันได้เลย!" นารูโตะรับคำอย่างร่าเริง

ไม่นานนัก มื้อค่ำที่เรียบง่ายแต่ "อบอุ่นที่สุดในโลก" สำหรับนารูโตะก็พร้อมเสิร์ฟ…

บนโต๊ะไม่มีอาหารเลิศเลออะไร มีเพียงปลานึ่งหนึ่งตัว ผัดผักอีกจาน และซุปร้อนๆ อีกหนึ่งถ้วย

แต่สำหรับนารูโตะแล้ว อาหารทำมือที่ให้ความรู้สึกเหมือน "บ้าน" แบบนี้ กลับเป็นของอร่อยที่หาทานได้ยากยิ่ง

“อร่อยชะมัด! อร่อยสุดยอดไปเลย!”

นารูโตะโซ้ยแหลกราวกับพายุหมุน อาหารกว่า 80% บนโต๊ะจึงอันตรธานหายเข้าไปอยู่ในท้องของเขาอย่างรวดเร็ว

พอวางตะเกียบลง นารูโตะถึงเพิ่งจะเริ่มรู้สึกตัว

"อุ๊ย... ยูยูเอะ โทษทีนะ ฉันกินเยอะไปหน่อยรึเปล่าเนี่ย?"

"ไม่เป็นไรหรอก กินเยอะๆ น่ะดีแล้ว อิ่มไหมล่ะ?" ยูยูเอะเท้าคางถามพร้อมรอยยิ้ม

"อิ่มแปล้เลยล่ะ ขอบใจมากนะที่เลี้ยง!"

“อย่าเพิ่งนึกว่ามื้อนี้เป็นมื้อกินฟรีล่ะ~”

จู่ๆ ยูยูเอะก็เปลี่ยนโทนเสียง

"เอ๋?" นารูโตะสตั๊นไปสามวิ

"งะ...งั้นเดี๋ยวฉันจ่ายเงินคืนให้นายนะ"

ยูยูเอะหัวเราะร่วน "ฉันไม่เอาเงินนายหรอก แค่ไปล้างจานก็พอแล้ว"

"ไม่มีปัญหา!"

นารูโตะรับคำด้วยพลังเต็มร้อยก่อนจะพุ่งตัวไปจัดการงานที่ได้รับมอบหมายอย่างกระตือรือร้น

เวลาล่วงเลยไปอย่างเงียบเชียบ ความมืดมิดเริ่มเข้าปกคลุมผืนดิน และแล้วก็ถึงเวลาที่นารูโตะต้องกลับบ้าน

"ยูยูเอะ ฉันกลับก่อนนะ"

"เดินทางดีๆ ล่ะ เจอกันเพื่อน~"

หลังจากปิดประตูส่งเพื่อน ยูยูเอะก็ไปอาบน้ำแล้วรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ

โลกนินจาในยามค่ำคืนไม่ได้มีสิ่งบันเทิงอะไรมากมายนัก พอไม่มีสมาร์ทโฟนให้ไถ การนอนแผ่บนเตียงจึงดูจะเป็นทางเลือกเดียวที่ทำได้

"ไหนดูซิ ในกลุ่มมีข้อความอะไรใหม่ๆ บ้าง"

พอเปิดหน้าต่างกลุ่มแชทขึ้นมาดู เขาก็ต้องแปลกใจ

โอบิโตะกับอาจารย์มินาโตะ สองศิษย์อาจารย์กำลังแชทคุยกันอย่างออกรส

พอลองเลื่อนขึ้นไปอ่านย้อนดู ปริมาณข้อมูลที่คุยกันไว้นั้นน่าตกใจมาก ยูยูเอะไล่อ่านไปพลางถอนหายใจไปพลาง... เจ้าเด็กโอบิโตะเริ่มจะ 'หลงระเริง' ซะแล้ว

เขาถือดีว่าตัวเองเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาได้ล่วงหน้า แถมยังประกาศกร้าวในกลุ่มว่าจะรวมโลกนินจาให้เป็นหนึ่ง เพื่อไม่ให้สงครามกลับมาปะทุอีกครั้งและสร้างสันติภาพที่ถาวร

เจตนาของเขาน่ะดีอยู่หรอก แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะประเมินพลังตัวเองสูงไปนิด โชคดีที่มินาโตะคอยปรามไว้ได้ทัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโอบิโตะที่มี 'คามุย' ทั้งสองข้างน่ะแข็งแกร่งสุดๆ แต่เขาก็มีจุดอ่อนร้ายแรงที่มองข้ามไม่ได้

ในเนื้อเรื่องเดิม โอบิโตะสามารถปั่นหัวโลกนินจาจนวุ่นวายโดยไม่โดนสอยร่วงไปก่อน ส่วนหนึ่งก็เพราะคามุยนี่แหละ แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ 'เซลล์ของฮาชิรามะ' ในร่างกายครึ่งซีกของเขา ซึ่งทำหน้าที่เหมือนแหล่งพลังงานที่ไม่มีวันหมด

ถ้าไม่มีเซลล์ของรุ่นที่ 1 คอยหนุนล่ะก็ ป่านนี้เขาคงตาบอดไปนานแล้วจากการฝืนใช้เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาถถี่ๆ ขนาดนั้น

ถึงโอบิโตะในเส้นเวลานี้จะปลดล็อกคามุยได้เร็ว แต่ถ้าขาด 'พาวเวอร์แบงค์' อย่างเซลล์ฮาชิรามะ พลังของเขาก็คงอยู่ได้ไม่นาน และนอกจากคามุยแล้ว เขาก็แทบไม่มีอะไรเลย

คาถาไม้ก็ไม่มี วิชาหยินหยางก็ไม่ได้ แถมท่าใหญ่ๆ อย่างคาถาไฟ 'ร่ายรำระบำพายุ' ก็คงใช้ไม่ได้ด้วย แล้วแบบนี้จะไปรวมโลกนินจาได้ยังไงกัน?

จบบทที่ บทที่ 4 : เคลียร์ใจนอกจอฉบับอุจิฮะ มาดาระ

คัดลอกลิงก์แล้ว