- หน้าแรก
- ขอต้อนรับสู่เกมมรณะสุดพิศวง
- บทที่ 11 งานธรรมดา
บทที่ 11 งานธรรมดา
บทที่ 11 งานธรรมดา
บทที่ 11 งานธรรมดา
ยังคงเป็นวัดแห่งนั้น
ธูปเทียนขจัดความมืดมิดด้วยแสงโชติช่วง ควันกำยานลอยละล่องม้วนตัวเป็นสาย
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือแผ่นกระดาษที่ลอยอยู่เหนือโต๊ะบูชาได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง แม้มันจะยังคงดูแห้งเหี่ยวและเหลืองซีดดั่งของเก่าคร่ำครึก็ตาม
ทว่าในวินาทีที่โจวอิวเอื้อมมือไปสัมผัส ข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
"ตรวจพบผู้เล่นมีไอเทม: ซากศพในประตู ผู้เล่นสามารถเลือกแทนที่เนื้อเรื่องครั้งนี้ด้วยเนื้อเรื่องพิเศษ โปรดระวัง ความยากของเนื้อเรื่องนี้อาจสูงเกินกว่าระดับปัจจุบันของท่าน แต่มีโอกาสได้รับรางวัลที่หายากยิ่ง และจะได้รับโอสถที่มีผลต่ออาการป่วยของท่าน"
"ท่านต้องการเข้าสู่เนื้อเรื่องหรือไม่"
โจวอิวไม่ได้ตัดสินใจในทันที เขาพิจารณาประโยคสุดท้ายอย่างถี่ถ้วนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือออกไปกดตกลงด้วยความเด็ดเดี่ยว
— ที่ข้ามายังสถานที่ผีสิงแห่งนี้ ก็เพื่อหาโอกาสรักษาตัวเองไม่ใช่หรือ แม้มันจะเป็นเพียงโอสถที่ระงับอาการได้แต่ยังรักษาไม่หายขาด แต่โบราณว่าไว้ว่าอย่างไรนะ
มีบ้างก็ยังดีกว่าไม่มีเลย มิใช่หรือ
ทันทีที่โจวอิวเลือก แผ่นกระดาษนั้นดูเหมือนจะเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง มันกะพริบถี่กลางอากาศหลายครั้งก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างไปโดยสิ้นเชิง กระดาษค่อยๆ ขาดรุ่ยราวกับหนังสือเก่าจากยุคปีแปดศูนย์ แม้แต่ตัวอักษรบนนั้นก็เริ่มเปลี่ยนจากตัวพิมพ์มาตรฐาน กลายเป็นตัวอักษรจีนแบบโบราณที่พิมพ์ด้วยหมึกยุคแรก
"ตรวจพบไอเทมพิเศษที่ไม่รู้จัก: การแทรกแซงของซากศพในประตู"
"บทเนื้อเรื่องกำลังดำเนินการเปลี่ยนแปลง"
"การเปลี่ยนแปลงบทเนื้อเรื่องเสร็จสิ้น"
"เนื้อเรื่องพิเศษ: คนยามราตรี"
"ประเภท: หายนะ"
"ระดับการกัดกร่อน: กลางถึงต่ำ"
"โอกาสฟื้นคืนชีพ: 10+5 (เพิ่มเติมจากซากศพในประตู)"
"ภูมิหลัง: เช่นเดียวกับคนหนุ่มสาวในยุคของเจ้า เจ้ามีความฝันที่จะสร้างชื่อเสียงให้เลื่องลือ จึงได้ละทิ้งบ้านเกิดมายังเมืองชายฝั่งแห่งนี้ ทว่าโชคร้ายที่ทุกอย่างไม่ได้สวยงามอย่างที่วาดฝันไว้ ด้วยการศึกษาน้อย เจ้าจึงต้องตรากตรำหางานลาดตระเวนถนนยามค่ำคืน แม้ค่าตอบแทนจะน้อยนิด แต่ก็เพียงพอที่จะประทังชีวิตไม่ให้อดตาย"
"แต่สิ่งที่เจ้าไม่รู้ก็คือ งานนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด"
"เพราะก่อนหน้าเจ้า ในตำแหน่งเดียวกันนี้ มีคนหายสาบสูญไปแล้ว 5 คน และตายอย่างอนาถอีก 3 คน"
"และเจ้านั้น มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะเป็นรายที่ 9"
"เงื่อนไข: เอาชีวิตรอดให้ครบห้าวัน และลาดตระเวนให้ทั่วเขตถนนอย่างน้อยหนึ่งรอบ"
"โปรดทราบ เวลาในบทเนื้อเรื่องนี้แบ่งเป็น กลางวัน และ กลางคืน เมื่อท่านเลือกดำเนินการในพื้นที่ของเกม บรรลุเงื่อนไขเฉพาะบางประการ หรือตายเกินจำนวนครั้งที่กำหนด เวลาจะย้อนกลับไปเป็นช่วงกลางวันทันที ช่วงกลางวันจะค่อนข้างปลอดภัยกว่า แต่ขอบเขตการเคลื่อนที่ของท่านจะถูกจำกัด และท่านจะไม่สามารถทำภารกิจลาดตระเวนให้สำเร็จได้"
"บทเนื้อเรื่องนี้สามารถบันทึกข้อมูลได้โดยอัตโนมัติเท่านั้น"
"รางวัลที่หนึ่ง: 500 ศิลาวิญญาณ และไอเทมพิเศษระดับสีม่วงแบบสุ่มหนึ่งชิ้น"
(ระดับไอเทมและพรสวรรค์เรียงจากต่ำไปสูงคือ: ขาว เขียว น้ำเงิน ม่วง ส้ม เงิน แดง ทอง ทองคำดำ)
"รางวัลที่สอง: ต่ออายุขัยได้หนึ่งเดือนครึ่ง และโอสถต้มซานฉู่หนึ่งขนานที่สามารถยับยั้งอาการป่วยไม่ให้ทรุดหนักลง"
"ท่านต้องการเข้าสู่เนื้อเรื่องหรือไม่"
— คราวนี้ไม่มีแม้แต่ทางเลือกให้ถอยหลังกลับเสียด้วยซ้า
โจวอิวเม้มริมฝีปาก จากนั้นจึงกดเลือกเข้าสู่เนื้อเรื่องโดยตรง
"นี่"
เขายินเสียงแว่วดังขึ้น
"นี่ ไอ้หนู"
เสียงนั้นเริ่มดังขึ้นและเต็มไปด้วยความรำคาญ
"นี่ ไอ้หนู ข้า... ข้าเรียกแกอยู่นะโว้ย"
เสียงโครมครามดังสนั่นดึงสติของโจวอิวให้หลุดพ้นจากความพร่ามัว
เมื่อเขาลืมตาที่หนักอึ้งขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
ชายผู้นี้ดูมีอายุราวสามสิบหกหรือสามสิบเจ็ดปี ศีรษะล้าน เลี่ยน สวมชุดเครื่องแบบพนักงานรักษาความปลอดภัยสีเขียวที่พบเห็นได้ทั่วไปในช่วงปีสองพัน ที่แขนมีปลอกแขนสีแดงสะดุดตา
ในเวลานี้ ชายผู้นั้นกำลังจ้องมองโจวอิวด้วยความไม่พอใจ ดูท่าทางจะไม่หวังดีนัก
เนื่องจากเพิ่งเข้าสู่บทเนื้อเรื่องและยังไม่คุ้นเคยกับสิ่งรอบข้าง โจวอิวจึงตัดสินใจตอบกลับอย่างระมัดระวังก่อน
"เอ่อ ขออภัยครับ ท่านคือ..."
ใครจะไปคาดคิด
ประโยคที่เรียบง่ายและสุภาพเช่นนั้น กลับเปรียบเสมือนไม้ขีดที่จุดชนวนกองเพลิง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
"ข้าคือใครน่ะหรือ แกนอนจนสมองเลอะเลือนไปแล้วหรือไง แม้แต่หน้าลูกพี่ของตัวเองก็จำไม่ได้แล้วหรือ ตอนนั้นแกมาร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนข้า และข้าเห็นว่าเป็นคนบ้านเดียวกันหรอกนะถึงได้ยื่นมือช่วยหางานให้ทำพอประทังชีวิต นี่คือวิธีที่แกตอบแทนบุญคุณข้าอย่างนั้นรึ เพิ่งมาทำงานวันแรก แกก็กล้าแอบงีบหลับใส่ข้าแล้วหรือ"
"เอ่อ ข้าทราบว่าท่านกำลังรีบ แต่โปรดอย่าเพิ่งใจร้อนไปเลยครับ"
โจวอิวเอ่ยตอบโต้ชายวัยกลางคนที่แทบจะกระโจนเข้ามาขย้ำเขาอย่างไม่ใส่ใจนัก พลางใช้หางตาสำรวจตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก
— เครื่องแบบสีเขียวแบบเดียวกับชายผู้นี้ เพียงแต่ดูเก่ากว่าและสกปรกกว่ามาก มีรอยเปื้อนสีดำเข้มติดอยู่ตามจุดต่างๆ
ดูไปดูมา... ช่างคล้ายกับคราบเลือดเสียจริง
ทว่าก่อนที่โจวอิวจะได้พิจารณาให้ละเอียด ชายวัยกลางคนคนนั้นก็ตบโต๊ะดังสนั่น
เสียงโครมนั้นเองที่ทำให้โจวอิวรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นก่อนหน้านี้
"ข้ากำลังพูดกับแกอยู่นะ ฟังอยู่หรือเปล่า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โจวอิวก็รีบกระแอมไอสองครั้ง แล้วปั้นหน้ายิ้มอย่างสำนึกผิด
"ขออภัยจริงๆ ครับ พอดีเมื่อครู่ข้าใจลอยไปหน่อยเลยไม่ได้ตั้งใจฟัง ไม่ทราบว่าท่านมีเรื่องอะไรจะสั่งการหรือครับ"
โบราณว่าไว้ว่า ย่อมไม่มีใครลงมือกับคนที่ส่งยิ้มให้ เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูไม่มีพิษมีภัยและเป็นมิตรอย่างยิ่งเช่นนั้น ชายวัยกลางคนก็ไม่อาจรักษาท่าทีโกรธเกรี้ยวไว้ได้อีก ทำได้เพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า
"ข้าตั้งใจมาเตือนแกเดี๋ยวจะถึงเวลาเริ่มงานแล้ว วันนี้เป็นวันเข้าเวรวันแรกของแก เนื่องจากคนไม่พอ ช่วงสองสามวันนี้แกต้องรับหน้าที่ตรวจตราตอนกลางคืนเพียงลำพัง เพราะฉะนั้นหูตาต้องว่องไว อย่าได้ทำงานพลาดเด็ดขาด..."
"เอ่อ ขออภัยที่ข้าต้องขัดจังหวะครับ"
"อะไรของแกอีก"
"ข้าดูเหมือนจะหลงลืมไปเสียสนิทว่า งานของข้าคืออะไรกันแน่ครับ"
"นี่แกถึงกับไม่รู้ว่างานตัวเองคืออะไรเลยอย่างนั้นรึ" ชายวัยกลางคนทำท่าจะสบถออกมาทันที แต่แล้วเขาก็ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงข่มอารมณ์ไว้และอธิบายด้วยความอดทนที่ฝืนเต็มประดา
"ข้าจะบอกแกอีกแค่ครั้งเดียว และจะเป็นครั้งสุดท้าย หน้าที่ของแกคือการเดินตรวจตราถนนสายหลักทั้งหมดในเขตชิงเหอ ระหว่างช่วงเวลาห้าทุ่มถึงตีสี่ รวมถึงบริเวณเนินฉางซงที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งกำลังจะสร้างเป็นสวนสาธารณะด้วย จงบันทึกปัญหาทุกอย่างที่แกพบเจอ แล้วนำมาส่งให้ข้าตอนเปลี่ยนกะของแต่ละวัน"
"แล้ว... ถ้าหากข้าบังเอิญไปเจออะไรเข้าในระหว่างนั้น อย่างเช่นพวกนักเลงหัวไม้ทำชั่ว หรือสุภาพบุรุษบนหลังคาที่กำลังช่วยคนอื่นย้ายบ้านให้ฟรีๆ หรืออะไรที่... แปลกประหลาดเป็นพิเศษ ข้าควรจะทำอย่างไรดีครับ"
"เรื่องนั้นแกไม่ต้องไปยุ่ง" ชายวัยกลางคนโบกมือปัด "สิ่งที่แกต้องทำมีเพียงเดินให้ครบหนึ่งรอบ แล้วกลับมาเขียนรายงาน แค่นั้นก็พอแล้ว ง่ายใช่ไหมล่ะ"
ไม่เลย มันอาจจะไม่ใช่ง่ายอย่างที่ว่าเลยสักนิด
โจวอิวจ้องมองชายวัยกลางคนผู้นั้น เขาแอบสังเกตเห็นร่องรอยของความหวาดกลัวและความสะพรึงกลัวที่ซ่อนลึกอยู่ในแววตาของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
แต่สุดท้าย เขาก็เพียงแค่ฉีกยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ดูสงบเยือกเย็น
"ครับ ข้าเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ข้าจะรีบเตรียมตัวไปทำงานเดี๋ยวนี้ครับ"