- หน้าแรก
- ขอต้อนรับสู่เกมมรณะสุดพิศวง
- บทที่ 6 เทียนไขน้ำมันพราย
บทที่ 6 เทียนไขน้ำมันพราย
บทที่ 6 เทียนไขน้ำมันพราย
บทที่ 6 เทียนไขน้ำมันพราย
“คุณเสียชีวิตแล้ว”
“ความตายของคุณเริ่มมีคุณค่าขึ้นมาบ้าง”
“เรื่องราวที่ซ่อนอยู่ถูกเปิดเผยแก่คุณ แม้จะยังไม่พบจุดกัดเซาะ แต่คุณก็ได้ทำให้เนื้อเรื่องรุดหน้าไปอีกขั้น ดังนั้นคุณจะได้รับพรสวรรค์ระดับสีขาวชั่วคราว: ตัวตนที่แตกสลาย”
“เมื่อคุณสูญเสียชิ้นส่วนของรยางค์หรือร่ายกายไป ความเร็วในการเคลื่อนที่ของคุณจะเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง ผลของความสามารถนี้ไม่สามารถสะสมทับซ้อนกันได้”
สีหน้าของโจวอิวดูเคร่งขรึมเล็กน้อยเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในพื้นที่ปริศนาแห่งนั้น
แม้เขาเพิ่งจะสัมผัสความรู้สึกของการเป็นหนูทดลองใต้เครื่องอัดไฮดรอลิกมาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน แต่เขาก็ไม่มีเวลาให้รู้สึกเจ็บปวดมากนักเพราะเขาตายเร็วเกินไป ดังนั้นเมื่อเทียบกับความกลัวตายแล้ว เขากลับรู้สึกโกรธที่เหมือนโดน ‘ต้มตุ๋น’ เสียมากกว่า
“ไม่นะ นี่คือความยากระดับเริ่มต้นจริงๆ เหรอ? แค่บริเวณชั้นห้าชั้นเดียว มีกับดักตายทันทีแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยตั้งสามจุดเนี่ยนะ? เกมดาร์กโซลยังไม่หน้าด้านขนาดนี้เลย เกมโอหนิยังดูเมตตากว่าแกอีกนะพี่ชาย จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ—” โจวอิวเงยหน้าขึ้นตั้งท่าจะบ่นอุบ แต่เมื่อเห็นกระดาษที่ลอยอยู่นั้น เขาก็ขมวดคิ้วด้วยเหตุผลบางอย่าง ราวกับนึกอะไรบางอย่างออก จึงหยุดคำพูดลงกะทันหัน
“—เดี๋ยวนะ ไม่สิ หรือเราควรจะมองอีกมุมหนึ่ง บางทีอาจเป็นเพราะมันคือความยากระดับเริ่มต้นหรือเปล่า ถึงได้ใช้วิธีการตายทันทีแบบนี้? เพราะตอนนี้ผมมีเหรียญฟื้นคืนชีพไม่จำกัด ระบบอาจจะกำลังพยายามทำให้ผมคุ้นเคยกับอะไรบางอย่างผ่านวิธีการนี้ก็ได้...”
ทว่าก่อนที่เขาจะได้คิดฟุ้งซ่านไปไกลกว่านั้น เสียงผู้หญิงที่เย็นชาก็พลันดังขึ้นที่ข้างหูอีกครั้ง
“เนื่องจากผู้เล่นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น คุณสามารถใช้หินวิญญาณ 10 ชิ้น เพื่อดูภาพย้อนหลังในช่วงสิบวินาทีก่อนและหลังความตายได้ คุณต้องการดูภาพย้อนหลังหรือไม่”
“นี่แกจงใจขัดจังหวะฉันในจังหวะที่เหมาะเจาะขนาดนี้เลยเหรอ? ช่างเถอะ คิดมากไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ผมควรเอาสมาธิไปจดจ่อกับตึกประหลาดนี่ แล้วหาวิธีหนีออกไปให้ได้ก่อนดีกว่า”
อย่างไรก็ตาม โจวอิวไม่ได้พูดอะไรต่อ และยังคงเลือกที่จะดูภาพย้อนหลัง
“หักหินวิญญาณ 10 ชิ้น ขณะนี้ผู้เล่นเหลือหินวิญญาณ 10 ชิ้น”
เหมือนกับครั้งก่อนๆ ภาพเหตุการณ์ที่ดูคล้ายวิดีโอก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง
เพียงแต่คราวนี้ไม่ใช่ภาพมุมมองจากด้านบน แต่นำเสนอในมุมมองจากด้านหน้าโดยตรง
ในหน้าจอ เขาเพิ่งจะก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว โดยตั้งใจจะเดินมุ่งหน้าสู่ชั้นห้า และรอบกายเขาก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
ทว่าในวินาทีที่เขาเหยียบลงบนบันไดขั้นแรกนั่นเอง
ที่ด้านหลังของเขา จากผนังที่เดิมทีว่างเปล่า กลับมีมือคู่หนึ่งยื่นออกมาอย่างเงียบเชียบ
มือคู่นั้นซีดขาวและเรียวยาว ในแวบแรกนอกจากจะยาวผิดปกติแล้วก็ดูไม่มีอะไรผิดเพี้ยนไปจากเดิมนัก แต่เมื่อสังเกตดูดีๆ จะพบว่าข้อต่อและกระดูกทุกส่วนของมือคู่นี้บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ราวกับนำท่อนแขนหลายๆ ท่อนมาทุบให้แตกแล้วประกอบขึ้นใหม่ มอบเพียงความรู้สึกที่ชวนขนหัวลุกและพิลึกพิลั่น
จากนั้นในชั่วพริบตา มือคู่นี้ก็ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งและพุ่งพรวดมาด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาเดียว ระยะห่างหลายเมตรก็ถูกย่นลงทันควัน
ก่อนที่โจวอิวจะทันได้ตอบสนอง มือคู่นั้นก็คว้าตัวเขาไว้แน่น และผนังตรงระหว่างคำอวยพรคู่ก็เริ่มขยับเขยื้อน ปูนปลาสเตอร์สีเทาแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นใบหน้าซีดขาวที่ถูกผ่าครึ่งอยู่ระหว่างคอนกรีต—เจ้าสิ่งนี้พร้อมกับรอยยิ้มที่วิปริต ได้ฉีกร่างกายของมันออกทั้งที่ยังเป็นๆ ราวกับเป็นประตูที่ถูกเปิดออกจริงๆ เพื่อต้อนรับโจวอิวเข้าไปข้างในด้วยความยินดี—
และสุดท้าย มันก็ปิดงับลง
เลือดสาดกระเซ็นในทันที และหน้าจอก็ดับมืดลงสู่ความดำมืด
“...คุณค้นพบจุดกัดเซาะที่สำคัญ”
“คุณได้รับหินวิญญาณ 30 ชิ้น เป็นรางวัล ขณะนี้ผู้เล่นเหลือหินวิญญาณ 40 ชิ้น”
เมื่อได้เห็นภาพที่ตัวเองถูกกินทั้งเป็น สีหน้าของโจวอิวก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากดูภาพการตายย้อนหลังซ้ำอยู่หลายรอบและครุ่นคิดอย่างละเอียดอยู่พักหนึ่ง เขาก็เริ่มลงมือทำสิ่งที่ดูน่าฉงน
—เขาค่อยๆ เดินไปยังอีกฟากหนึ่งของห้อง ยืดเส้นยืดสายอบอุ่นร่างกายเล็กน้อย จากนั้นก็ก้มตัวลง ใช้มือยันพื้นไว้ แล้ว...
เขาก็ออกตัววิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง
เขาไปถึงอีกฝั่งของห้องในชั่วอึดใจ—
พูดตามตรง แม้เขาจะป่วยหนักขั้นสุดท้าย แต่สภาพร่างกายเดิมของเขาก็ถือว่าไม่เลวนัก และความเร็วในการวิ่งก็จัดว่าใช้ได้
ทว่าโจวอิวกลับดูไม่พอใจอย่างยิ่ง เขาใส่หัวเบาๆ
“ไม่ได้ ด้วยความเร็วของมือคู่นั้นในวิดีโอ ไม่มีทางที่ผมจะวิ่งหนีพ้นเจ้าสิ่งนั้นได้เลย อย่าว่าแต่จะไปถึงชั้นห้าก่อนที่มันจะจับตัวได้เลย”
“—ดังนั้น ปัญหาจึงเกิดขึ้นตรงนี้”
“ถ้าผมวิ่งหนีมันไม่พ้น แล้วไอ้ผู้เช่าที่สติแตกและร่างกายอ่อนแอจนแทบจะเดินไม่ไหวนั่น ขึ้นไปบนนั้นได้ยังไง?”
โจวอิวเคาะผนังเบาๆ พลางทบทวนเบาะแสทั้งหมด
“หนึ่ง ยืนยันได้ว่าเขาไปถึงชั้นห้าจริงๆ และได้เห็นบางอย่างที่นั่นก่อนที่จะเสียสติไปโดยสมบูรณ์”
“และสภาพร่างกายของเขาก็ไม่ได้ดีนัก บันทึกระบุชัดเจนว่าเขาแทบจะเดินไม่ไหว เพราะฉะนั้นเขาไม่มีทางวิ่งหนีมือคู่นั้นด้วยความเร็วสูงได้แน่”
“ดังนั้น เขาต้องใช้วิธีบางอย่าง—ซึ่งน่าจะเป็นไอเทมที่เขาสร้างขึ้น—เพื่อหลบเลี่ยงการติดตามของสัตว์ประหลาดตัวนั้น และดูจากสถานการณ์แล้ว วิธีที่ว่านั่นต้องอยู่ในห้องนี้แน่นอน”
หลังจากสรุปประเด็นง่ายๆ ได้แล้ว โจวอิวก็มองไปที่หน้ากระดาษที่ยังคงลอยเด่นอยู่กลางอากาศ เขาหลับตาลงเพื่อใช้ความคิด และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็เลือกที่จะกลับเข้าสู่เกมอีกครั้งโดยไม่ลังเล
—
ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามขั้นตอนเดิม: เผชิญหน้ากับเจ้าของบ้าน กล่าวทักทาย และเช่าห้องพัก
เมื่อกลับมาถึงในห้องอีกครั้ง ภาพที่เห็นก็ยังคงเป็นความรกร้างว่างเปล่าเหมือนเดิม ครั้งแรกที่เขามา โจวอิวเพียงแค่สำรวจดูคร่าวๆ แต่คราวนี้เขาตรวจค้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น เขาค้นหาในทุกซอกทุกมุมอย่างพิถีพิถัน
แต่แม้จะผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง เขาก็ยังไม่พบเบาะแสใดๆ เพิ่มเติมเลย
กองขยะและเศษกระดาษบนพื้นไม่มีร่องรอยพิเศษ ในผ้าห่มขาดรุ่งริ่งไม่มีข้อความหรือคำใบ้ใดๆ ซ่อนอยู่ บนโต๊ะทำงานก็ไม่มีอะไรเลย มีเพียงเปลวเทียนที่ลุกโชนอย่างเงียบเชียบ คอยให้แสงสว่างแก่พื้นที่เล็กๆ รอบๆ ตัวมัน
เดี๋ยวนะ เทียนงั้นเหรอ?
โจวอิวเหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้กะทันหัน เขาเดินไปที่โต๊ะทำงานและเริ่มสำรวจเชิงเทียนนั่นอีกครั้ง
เทียนสีขาวเล่มนั้นยังคงจุดอยู่และดูเหมือนจะเป็นเทียนปกติธรรมดา แต่หลังจากสังเกตอย่างละเอียด โจวอิวก็สังเกตเห็นความผิดปกติ
—แม้เขาจะไม่มีอะไรไว้ใช้จับเวลา แต่อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก็น่าจะผ่านไปแล้วตั้งแต่เขาเข้ามาในห้อง ปัญหาก็คือเทียนเล่มนี้ไม่ได้สั้นลงเลยแม้แต่น้อย มันยังคงมีความยาวเท่าเดิมกับตอนที่เขาเข้ามาครั้งแรก
ดังนั้น...
โจวอิวเอื้อมมือออกไปและลองสัมผัสเทียนเล่มนั้นเบาๆ
“เปิดใช้งานพรสวรรค์ของผู้เล่น: การสังเกตที่ละเอียดลออ ผลการตรวจสอบไอเทมสำเร็จ”
ในวินาทีต่อมา ตัวอักษรหลายบรรทัดก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
“เทียนไขน้ำมันพราย”
“ไอเทมใช้สิ้นเปลือง”
“ระดับคุณภาพ: สีขาว”
“ผล: จุดเปลวไฟลวงตา แม้จะไม่มีคุณสมบัติเหมือนเปลวไฟทั่วไป แต่เมื่อมีบางสิ่งเข้าใกล้ตัวคุณ เทียนเล่มนี้จะพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อบดบังกลิ่นอาย ‘ความเป็นมนุษย์’ ของคุณ เทียนแต่ละเล่มมีผลยาวนาน 7 นาที”
“‘ใช้เส้นผมเป็นไส้ ใช้น้ำมันหยินเป็นฐาน เลือดและเนื้อสองปอนด์ แลกเทียนได้หนึ่งเล่ม ราคาถูกและใช้งานได้จริง ค้าขายอย่างตรงไปตรงมา’”
“คุณได้รับสูตรการสร้างไอเทมนี้ชั่วคราว เนื่องจากส่วนลดสำหรับดันเจี้ยนผู้เริ่มต้น คุณจะได้รับอุปกรณ์การสร้างฟรี คุณเพียงแค่ต้องเตรียมวัตถุดิบในการสร้างไอเทมนี้ให้ครบเท่านั้น”
ไม่ว่าจะเป็นความบังเอิญหรือไม่ คำว่า ‘เพียงแค่ต้องเตรียมวัตถุดิบ’ กลับถูกแสงจากเปลวเทียนสาดส่องจนสว่างวาบ เปลี่ยนจากตัวอักษรโปร่งแสงกลายเป็นสีแดงฉานในทันที
—ใช่แล้ว สีแดงเข้มราวกับโลหิต