- หน้าแรก
- เมื่อผมเลิกชอบคุณ ไฉนคุณถึงเพิ่งมาเสียดาย
- บทที่ 20 ไม่แคร์หรอกนะ
บทที่ 20 ไม่แคร์หรอกนะ
บทที่ 20 ไม่แคร์หรอกนะ
เมื่อมาถึงห้องเรียน เซี่ยซูก็เดินไปนั่งรวมกลุ่มกับแก๊งลูกชายของเขาตามปกติ
เขาเปิดแล็ปท็อปขึ้นมา เปิดโปรแกรม CAD ทิ้งไว้ แล้วก็นั่งรอเวลาเข้าเรียน
ในเมื่อคลาสยังไม่เริ่มอย่างเป็นทางการ จะให้พวกเขาสวมวิญญาณเด็กขยันลุกขึ้นมานั่งปั่นงานก่อนเวลา มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้หรอก
เซี่ยซูนั่งเล่นเกมฆ่าเวลาไปเพลินๆ จนกระทั่งเหลือเวลาอีกแค่ห้านาทีก่อนออดดัง เขาถึงได้เห็นซูเชี่ยนอีเดินเข้ามาในห้อง
เธอหิ้วอาหารเช้ามาสองชุด เดินตรงไปหาอันเถียนที่มาถึงก่อนเพื่อจองที่ไว้ให้ แล้วก็ยื่นอาหารชุดหนึ่งให้อันเถียน จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งกินมื้อเช้ากันในห้องเรียนนั่นแหละ
ถึงมันจะเป็นแค่ภาพเหตุการณ์ธรรมดาทั่วไป แต่กลับดึงดูดสายตาของเพื่อนหลายคนในห้องให้หันไปมอง
หลังจากมองซูเชี่ยนอีแล้ว พวกเขาก็หันขวับมามองเซี่ยซูเป็นตาเดียว
เซี่ยซู : "..."
ก็เมื่อก่อนเขาตัวติดกับซูเชี่ยนอีเป็นตังเม ใครๆ ก็ชินตากับภาพที่พวกเขานั่งเรียนด้วยกัน พอจู่ๆ วันนี้มาแยกกันนั่งแบบนี้ เขาถึงรู้ดีไงว่าหลายคนกำลังอยากรู้อยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น
ไม่นานนัก เสียงออดบอกเวลาเข้าเรียนก็ดังขึ้น
ทุกคนเปิดโปรแกรม CAD และเริ่มลงมือเขียนแบบ อาจารย์เดินเข้ามาในห้อง เดินตรวจดูความเรียบร้อยรอบหนึ่ง ก่อนจะกลับไปนั่งทำงานของตัวเองที่โต๊ะหน้าชั้นเรียน
ถ้าใครมีคำถามหรือติดขัดตรงไหน ก็สามารถยกมือเรียกได้ แล้วอาจารย์ก็จะเดินไปดูที่หน้าจอให้
รูปแบบการเรียนของคณะพวกเขา ก็มักจะเป็นแบบนี้แหละ ไม่กำลังนั่งเขียนแบบอยู่ ก็กำลังเตรียมตัวจะเขียนแบบ
ชิ้นงานทุกชิ้นมีกำหนดส่งเป็นรายสัปดาห์
ตั้งแต่เริ่มร่างแบบใน CAD ไปจนถึงขึ้นโมเดลและเรนเดอร์ภาพสามมิติ แค่คาบสองคาบไม่มีทางเสร็จทันอยู่แล้ว ดังนั้น เวลาเรียนก็คือเวลาปั่นงานนั่นแหละ ถ้าใครทำไม่ทัน ก็ต้องไปหาเวลาปั่นต่อนอกรอบเอาเอง
เซี่ยซูกับแก๊งลูกชายเลือกนั่งอยู่ช่วงกลางๆ ห้อง บังเอิญว่าที่นั่งของเขาอยู่ริมสุดติดกับทางเดินพอดี ส่วนฝั่งตรงข้ามทางเดินเป็นแถวโต๊ะที่ตั้งชิดกำแพง
มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น ระหว่างที่กำลังเขียนแบบ จู่ๆ เธอก็เจอปัญหาที่แก้ไม่ตก เธอหันไปถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างหน้าและข้างหลัง แต่ก็ไม่มีใครรู้วิธีแก้ จังหวะที่กำลังหันซ้ายหันขวาคิดหาทางออก เธอก็เหลือบไปเห็นเซี่ยซูพอดี เลยลองเอ่ยปากขอความช่วยเหลือดู
"เซี่ยซู โปรแกรมฉันมันค้างอะ แล้วฉันก็ลืมเซฟงานไว้ด้วย นายพอจะรู้ไหมว่าไฟล์แบ็กอัปของ CAD มันเก็บไว้ตรงไหน" เธอถามหน้าตาตื่น
"แป๊บนะ"
ทันทีที่ได้ยินคำว่า 'ลืมเซฟงาน' นิ้วของเซี่ยซูก็กดปุ่ม 'Ctrl + S' บนคีย์บอร์ดตัวเองอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะลุกเดินไปดูปัญหาที่หน้าจอของเพื่อนคนนั้น
การหมั่นเซฟงานบ่อยๆ คือนิสัยที่ดีที่นักออกแบบทุกคนควรมีติดตัว
ไม่อย่างนั้น ถ้าเกิดแจ็กพอตแตกโปรแกรมค้างหรือคอมดับขึ้นมา แล้วกู้ไฟล์คืนไม่ได้ล่ะก็ ผลงานที่นั่งหลังขดหลังแข็งทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่าทันที
การต้องมานั่งทำใหม่ตั้งแต่ต้นน่ะ มันเจ็บปวดยิ่งกว่าโดนเชือดซะอีก
ถึงแม้จะอยู่ในเวลาเรียน แต่การที่เพื่อนๆ จะปรึกษาหารือหรือช่วยเหลือกันมันก็เป็นเรื่องปกติ ขอแค่ไม่ได้ส่งเสียงดังโวยวายรบกวนคนอื่น อาจารย์ก็ไม่ค่อยจะว่าอะไรหรอก
เซี่ยซูเดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะของเด็กผู้หญิงคนนั้น เขาจับเมาส์แล้วคลิกเข้าไปในโฟลเดอร์ต่างๆ เพื่อควานหาไฟล์แบ็กอัป
ก็แหงล่ะ พวกเขาเรียนออกแบบ ไม่ได้เรียนวิศวะคอมพิวเตอร์นี่นา ไม่ใช่ทุกคนจะเก่งเรื่องไอทีไปเสียหมด ส่วนใหญ่ก็เก่งแค่การใช้โปรแกรมที่เรียนมาเท่านั้นแหละ
ด้วยความที่เซี่ยซูเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในห้องที่ค่อนข้างคล่องเรื่องคอมพิวเตอร์ เขาเลยมักจะโดนพวกผู้หญิงเรียกไปช่วยแก้ปัญหาเรื่องพวกนี้อยู่บ่อยๆ
เขาคลิกหาอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เจอไฟล์ที่ว่า เขาเปิดมันขึ้นมาแล้วให้เธอเช็กดูว่างานหายไปเยอะไหม พอเห็นว่าความคืบหน้าของงานหายไปแค่จิ๊ดเดียว เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ดีใจยกใหญ่ รีบกล่าวขอบคุณเซี่ยซูเป็นการใหญ่
ประจวบเหมาะกับที่ออดหมดคาบดังขึ้นพอดี อาจารย์เดินออกจากห้องไป ทุกคนเลยเริ่มคุยกันเสียงดังได้อย่างอิสระ
"เซี่ยซู ขอบใจนายมากๆ เลยนะ! ไม่งั้นงานที่ฉันนั่งทำมาตลอดสองคาบนี้ มีหวังได้ปลิวหายไปในอากาศแน่ๆ!"
ด้วยความดีใจ เสียงของเด็กผู้หญิงคนนั้นเลยดังไปหน่อย ทำเอาหลายคนหันมามอง
ซูเชี่ยนอีที่นั่งอยู่แถวหน้าๆ พอได้ยินชื่อเซี่ยซู ก็อดไม่ได้ที่จะหันขวับกลับมามอง
แต่พอเห็นเซี่ยซูกำลังยืนหัวเราะร่าและพูดคุยอย่างสนิทสนมกับเพื่อนผู้หญิงในห้อง เธอก็ชักสีหน้าบึ้งตึงทันที ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปมองจอคอมพิวเตอร์และลงมือเขียนแบบต่ออย่างกระแทกกระทั้น
แค่คุยกันเฉยๆ ก็พอแล้วมั้ง ทำไมต้องไปตบแขนเซี่ยซูซะสนิทสนมประหนึ่งเพื่อนซี้ปึกขนาดนั้นด้วยล่ะ!
ช่างเถอะ! มันไม่ใช่เรื่องของเธอสักหน่อย!
หลังจากแก้ปัญหาให้เพื่อนคนแรกเสร็จ เซี่ยซูยังไม่ทันจะได้เดินกลับไปนั่งที่ จู่ๆ เด็กผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่แถวหน้าก็ร้องเรียกเขา
"เซี่ยซู ไฟล์ที่ฉันเซฟไว้มันเปิดไม่ขึ้นอะ นายช่วยดูให้หน่อยได้ไหม"
"ได้สิ"
เซี่ยซูเดินไปที่โต๊ะของเด็กผู้หญิงคนนั้น กวาดสายตามองปัญหาบนหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนจะบอกว่าเธอเลือกนามสกุลไฟล์ตอนเซฟผิด แค่เปลี่ยนวิธีเซฟใหม่ก็ใช้ได้แล้ว
เพิ่งจะแก้ปัญหาให้คนที่สองเสร็จไปหมาดๆ คนที่สามก็โผล่มาขอความช่วยเหลือต่อ
หลังจากนั้นก็มีคนที่สี่ คนที่ห้าตามมาติดๆ... แทบจะทุกคนล้วนเข้ามาถามปัญหาเกี่ยวกับโปรแกรมกับเขาทั้งนั้น
นอกเหนือจากมาตรฐานการดราฟต์แบบที่ถูกกำหนดไว้แล้ว งานออกแบบน่ะมันไม่มีหรอกนะคำว่าถูกหรือผิดแบบเป๊ะๆ ดังนั้นจึงไม่มีใครมานั่งถามคำถามแนวๆ นั้นกันหรอก
เซี่ยซูเดินสายช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อนผู้หญิงคนแล้วคนเล่า จนเริ่มรู้สึกตะหงิดๆ ใจ
ทำไมพวกหล่อนถึงเอาแต่ถามคำถามพื้นๆ ที่เคยเรียนไปแล้วทั้งนั้นเลยนะ?
ถึงตอนเรียนจะไม่ตั้งใจฟัง แต่อย่างน้อยตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็ต้องเคยเขียนแบบมาตั้งไม่รู้กี่งานต่อกี่งานแล้วนี่นา?
เสิร์ชหาใน Baidu แป๊บเดียวก็รู้เรื่องแล้วไม่ใช่หรือไง?
จนกระทั่งเสียงออดเข้าเรียนคาบต่อไปดังขึ้นนั่นแหละ มหกรรมถามตอบถึงได้ยุติลง
ในที่สุด เซี่ยซูก็ได้กลับมานั่งที่โต๊ะของตัวเองและลงมือปั่นงานต่อเสียที
อาจารย์เดินกลับเข้ามาในห้อง เดินตรวจตราความเรียบร้อยพอเป็นพิธี แล้วก็กลับไปนั่งที่เดิม
อันเถียนลอบมองอาจารย์แวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้ากดเปิดวีแชตในโทรศัพท์ ค้นหาชื่อของซูเชี่ยนอี แล้วพิมพ์ข้อความส่งไป : [เซี่ยซูยังไม่ทักมาง้อเธออีกเหรอ]
ซูเชี่ยนอีที่กำลังจดจ่ออยู่กับการเขียนแบบ เหลือบไปเห็นไอคอนวีแชตที่มุมจอกะพริบวิบวับ เธอกดเปิดดู พอเห็นว่าเป็นข้อความจากอันเถียน เธอก็หันไปมองหน้าเพื่อนสาวด้วยความงุนงง
แต่อันเถียนไม่ได้หันมามอง เธอเลยต้องหันกลับไปอ่านข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ
เมื่อเห็นว่าอันเถียนขุดเรื่องเซี่ยซูขึ้นมาพูดอีกแล้ว เธอก็พิมพ์ตอบกลับไปด้วยสีหน้าเย็นชา : [จะขุดเรื่องเขาขึ้นมาพูดอีกทำไมเนี่ย? ฉันก็บอกเขาไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่ามายุ่งกับฉันอีก? เขาคงจะยอมฟังแล้วล่ะมั้ง ถึงได้หายหัวไปแบบนี้ไง แบบนี้มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ]
อันเถียน : [เชี่ยนอี ขอถามอะไรอย่างนึงสิ... เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับเซี่ยซูเลยจริงๆ เหรอ]
ซูเชี่ยนอี : [ใครจะไปชอบหมอนั่นกัน? ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขานั่นแหละที่เป็นฝ่ายตามตื๊อฉันจนน่ารำคาญ เข้าใจปะ?]
อันเถียน : [แต่คนทั้งห้องเขาก็ดูออกกันหมดนะว่าพักนี้พวกเธอสองคนดูหมางเมินกันแปลกๆ เธอไม่สังเกตเหรอว่าเมื่อกี้คนที่เข้าไปรุมล้อมเซี่ยซูมีแต่พวกผู้หญิงทั้งนั้นเลย? แถมคำถามที่ถามก็เป็นเรื่องกล้วยๆ ทั้งนั้น นี่มันจงใจเข้าไปอ่อยชัดๆ!]
ซูเชี่ยนอี : [แล้วไงล่ะ?]
อันเถียน : [เชี่ยนอี เอาจริงๆ เซี่ยซูก็หล่อเหลาเอาการอยู่นะ เมื่อก่อนที่ไม่ค่อยมีใครในห้อง หรือแม้แต่เด็กคณะอื่นกล้าเข้ามาจีบเขา ก็เพราะเขากับเธอตัวติดกันเป็นตังเม แถมเขาก็ยังแสดงออกชัดเจนว่าชอบเธอ พวกนั้นรู้ตัวว่าไม่มีหวัง ก็เลยไม่กล้าแหยม แต่ตอนนี้ พอพวกเธอสองคนมีปัญหากัน พวกนั้นก็คงคิดว่าตัวเองมีลุ้นแล้วไง ลองถามใจตัวเองดูดีๆ นะ เซี่ยซูหายหน้าไปตั้งนาน แถมเมื่อกี้เธอก็เพิ่งเห็นเขาระริกระรี้อยู่กับผู้หญิงตั้งหลายคน เธอไม่รู้สึกตะหงิดๆ ในใจบ้างเลยเหรอ?]
ซูเชี่ยนอี : [ไม่อะ ไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย]
อันเถียน : [...โอเค งั้นถือซะว่าฉันไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน]
ซูเชี่ยนอี : [อืม ฉันจะทำงานต่อละ]
ซูเชี่ยนอีกดปิดหน้าต่างแชท แล้วหันกลับไปสนใจงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ
เซี่ยซูก็แค่ช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อนตามปกติเหมือนที่เคยทำนั่นแหละ ตอนอยู่ปีหนึ่งที่ทุกคนยังงงๆ ก่งก๊งกันอยู่ ก็มีคนเข้าไปรุมถามเขาตั้งเยอะตั้งแยะไม่ใช่หรือไง?
แล้วมันมีอะไรให้น่าโมโหตรงไหนล่ะ?
การช่วยเหลือเพื่อนร่วมชั้นมันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาจะตายไป
พวกหล่อนก็คงจะแค่ลืมวิธีทำจริงๆ นั่นแหละ การเดินไปถามเพื่อนมันผิดกฎหมายหรือไงล่ะ?
ในขณะที่พร่ำบอกตัวเองแบบนั้น ซูเชี่ยนอีก็นิ้วพันกัน กดปุ่มคีย์ลัดผิดๆ ถูกๆ ไปหลายรอบ กว่าจะกดถูกปุ่ม เธอก็ลืมไปแล้วว่าสเต็ปต่อไปต้องทำอะไรต่อ
แล้วไงล่ะ!
เรื่องแค่นี้มันเป็นเรื่องธรรมดาจะตายไป!
เธอไม่ได้แคร์สักหน่อย!
ไม่เลยสักนิด!