- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 078 ตามล่าคน
078 ตามล่าคน
078 ตามล่าคน
ตอนแรกอาจารย์เหมียวกลัวจนไม่กล้าหลับ แต่พอเห็นดันเต้นอนหลับสนิทดูปลอดภัยหายห่วง มันก็เลยค่อยๆ เคลิ้มหลับตามดันเต้ไปในที่สุด
เอาวะ จะตายก็ตายด้วยกันนี่แหละเมี๊ยว!
แต่สุดท้ายเช้าวันใหม่ก็ยังคงมาเยือนตามปกติ
เมื่อวาน ลิลิตได้นัดแนะกับทุกคนไว้ว่าจะมารวมตัวกันตอนหกโมงครึ่งตอนเช้า ดังนั้นต่อให้ดันเต้อยากจะนอนอืดต่อแค่ไหน เขาก็ต้องตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาตอนหกโมงเช้าจนได้
บางทีเวลาออกมาเที่ยว(?) ก็ต้องรักษาตารางเวลาของกลุ่มกันหน่อยล่ะนะ หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ดันเต้ก็เดินไปเปิดม่านออก
ข้างนอกยังคงมีพายุหิมะโหมกระหน่ำขาวโพลนไปหมด ท้องฟ้าสลัวมืดครึ้ม แสงอาทิตย์เพิ่งจะเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้ามาเพียงนิดเดียวเท่านั้น วิวสวยไม่เบาเลยแฮะ
จากนั้นดันเต้ก็หันกลับมาขยี้พุงอาจารย์เหมียวที่ยังนอนแหมะอยู่บนเตียง
“ขอข้านอนต่ออีกแป๊บนะเมี๊ยว...”
“งั้นก็เข้าไปนอนในเงาของผมแล้วกัน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวผมจะทิ้งแกไว้ในห้องคนเดียวนะ”
“งื้อ...เมี๊ยว...”
อาจารย์เหมียวจำใจลุกจากเตียงนุ่มๆ อย่างไม่เต็มใจนัก แล้วมุดพรวดเข้าไปในเงาของดันเต้ทันที
ดันเต้ออกจากห้องนอนหมายเลข 204 แล้วเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้อง 205 ซึ่งเป็นห้องที่โคนีเลียพักเมื่อคืน
ก๊อก ก๊อก
สิ้นเสียงเคาะประตู ก็มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นข้างใน แต่โคนีเลียยังไม่ยอมเปิดประตูให้ทันที
“รหัสลับ”
เธอถามมาจากหลังประตู
“รหัสลับ”
ดันเต้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เมื่อได้ยินดังนั้นโคนีเลียจึงยอมเปิดประตูให้ รหัสลับของทีมจิตใจอันงดงาม ก็คือคำว่า รหัสลับ นั่นแหละ
พวกเขาไม่ต้องกังวลว่ารหัสลับจะหลุดไปถึงหูคนอื่นผ่านการสตรีม เพราะก่อนนอนเมื่อคืนดันเต้ได้ปิดโปรแกรมรับชมโลกเงาไปเรียบร้อยแล้ว
ในฐานะสตรีมเมอร์สายไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว เขาไม่จำเป็นต้องให้คนดูมานั่งจ้องเขาตอนนอนหรอกนะ และในสัญญาก็ระบุไว้ว่า เนื้อหาที่ไม่ใช่การพิชิตโลกเงานั้นไม่จำเป็นต้องทำการไลฟ์สตรีมก็ได้
และเขามีแผนจะเปิดโปรแกรมรับชมโลกเงาอีกครั้งตอนหกโมงครึ่งซึ่งเป็นเวลานัดรวมตัวพอดี
โคนีเลียเดินออกจากห้องพร้อมล็อคประตูเรียบร้อย ก่อนจะก้าวเดินไปตามโถงทางเดินพร้อมกับดันเต้
“วันนี้มีกิจกรรมอะไรบ้าง?”
โคนีเลียดูเหมือนจะพักผ่อนมาเต็มที่จนสภาพจิตใจดีเยี่ยม แถมยังดูคาดหวังกับวันใหม่ไม่น้อยเลย
ดันเต้: “เดี๋ยวเราไปเก็บมนุษย์หมาป่ากัน ผมมีวิธีลากคอมันออกมาแล้วล่ะ”
โคนีเลีย: “ได้”
สำหรับเรื่องการทำให้ศัตรูสลบแล้วจัดการทำลายหลักฐานเนี่ย โคนีเลียรู้สึกว่าเธอเริ่มทำจนช่ำชองไปกับดันเต้ซะแล้ว
เมื่อทั้งคู่มาถึงห้องรับแขกตามเวลาที่นัดไว้ ก็เห็นลิลิต ผู้คุ้มกันของเธอ และฝาแฝดพี่น้องมาถึงกันก่อนแล้ว ทุกคนต่างมีขอบตาดำคล้ำกันอย่างเห็นได้ชัด ดูทรงแล้วเมื่อคืนคงนอนไม่หลับกันชัวร์ๆ
ทันทีที่เห็นดันเต้กับโคนีเลีย ทุกคนก็ถึงกับอึ้งในสภาพจิตใจและใบหน้าที่ดูสดใสของทั้งคู่
“ดูเหมือนพวกคุณจะพักผ่อนกันเต็มอิ่มเลยนะ”
ลิลิตทักทายอย่างแกนๆ
“การทำให้คุณหนูของผมได้รับความสุนทรีย์ในการนอนหลับอย่างดีที่สุด คือหน้าที่ของผมครับ”
ดันเต้ตอบกลับอย่างสง่างามและนิ่งสงบ
ตอนนี้เขาอินกับบทบาท พ่อบ้านของท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ แบบสุดๆ ไปเลย
“ดูเหมือนนายจะมั่นใจในพลังต่อสู้ของตัวเองมากเลยนะ หรือว่านายจะสามารถต่อกรกับมนุษย์หมาป่าระดับ 6 ได้จริงๆ?”
ลิลิตถามลองเชิง
เธอแอบประเมินระดับพลังต่อสู้ของดันเต้เพิ่มขึ้นอีกขั้นในใจ เพราะในโลกเงาระดับ 4 นี้ มีความเป็นไปได้ที่จะเจอกับศัตรูระดับ 5 และก็มีพวกยอดฝีมือระดับ 5 บางคนที่อยู่เหนือมาตรฐานจนสามารถสู้กับระดับ 6 ได้เหมือนกัน ดังนั้นในโลกเงาจึงมีโอกาสน้อยนิดที่จะเกิดเหตุการณ์ ใช้กำลังหักดิบ เคลียร์ด่าน เธอรู้สึกว่าดันเต้นี่แหละคือพวกพลังเหนือมาตรฐานพวกนั้น ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มั่นใจว่าจะปกป้องแม่สาวนักสืบได้ขนาดนี้หรอก
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”
ดันเต้ส่ายหน้าปฏิเสธ
หลังจากนั้นทั้งหกคนก็นั่งรออยู่ในห้องรับแขก เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า แต่แก๊งสามอัศวินก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะปรากฏตัวเสียที
บรรยากาศในห้องรับแขกเริ่มดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง ทุกคนเริ่มรู้ซึ้งถึงความหมายของการหายตัวไปนี้ และเริ่มระแวดระวังกลุ่มอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ
ดูเหมือนทุกคนจะเตรียมพร้อมรับมือกับการลอบจู่โจมที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แม้แต่ดันเต้เองก็ยังขมวดคิ้ว
ในความคาดหมายของเขา แก๊งสามอัศวินไม่น่าจะโดนเก็บง่ายขนาดนี้ วิธีการของศัตรูดูเหมือนจะโหดเหี้ยมกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ ต่อให้เป็นดันเต้ก็คงไม่มีทางช่วยพวกเขาจากการตายที่ปริศนาแบบนี้ได้
ลิลิตพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า
“ดูเหมือนพวกเขาคงไม่มาแล้วล่ะ พวกเรามาแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกันก่อน แล้วค่อยไปตรวจสอบที่ห้องนอนกันเถอะ”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แม้บรรยากาศจะตึงเครียด แต่การร่วมมือกันชั่วคราวคือทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้
“เมื่อคืนพวกเรานอนห้องเดียวกัน”
ลิลิตเริ่มเล่าก่อน พลางบุ้ยปากไปทางผู้คุ้มกันของเธอ
“ก่อนสี่ทุ่มพวกเราได้ยินเสียงประหลาดๆ ดังมาจากชั้นสอง แล้วช่วงกลางดึกก็ได้ยินเสียงฝีเท้ามนุษย์หมาป่าหน้าห้องด้วย แต่น่าแปลกที่ดูเหมือนมนุษย์หมาป่าจะฉายเดี่ยว มันแค่หยุดอยู่หน้าห้องพวกเราแป๊บเดียวก็จากไป หลังจากนั้นไม่นานพวกเราก็ได้ยินเสียงมนุษย์หมาป่าร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยอง แล้วช่วงหลังเที่ยงคืนก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก”
แม้แต่ลิลิตเองก็ยังมึนตึ้บ มันดูแปลกประหลาดเกินไป โดยเฉพาะเสียงร้องโหยหวนของมนุษย์หมาป่านั่น ลิลิตนึกไม่ออกจริงๆ ว่าเป็นเพราะอะไร ต่อให้เป็นผู้คุ้มกันของแม่สาวนักสืบ ก็ไม่น่าจะมีพลังต่อสู้ที่เวอร์วังถึงขั้นไปอัดมนุษย์หมาป่าจนร้องโหยหวนขนาดนั้นได้หรอกมั้ง?
หลังจากนั้นฝาแฝดพี่น้องกับพวกดันเต้ก็เล่าเรื่องที่เจอซึ่งคล้ายๆ กัน
ดันเต้ไม่ได้สารภาพว่าตัวเองทำอะไรกับมนุษย์หมาป่าไว้บ้าง เพราะถ้าเล่าแบบย่อๆ ก็จะโดนระแวงอย่างไร้สาเหตุ แต่ถ้าเล่าละเอียดเกินไป ข้อมูลการ์ดของเขาก็จะหลุดไปถึงหูมนุษย์หมาป่าที่แอบแฝงตัวอยู่ในกลุ่มนี้
เมื่อคืนมนุษย์หมาป่าไม่ได้เห็นกวีผู้เสื่อมสลาย มันคงไม่เข้าใจเงื่อนไขของกวีผู้เสื่อมสลายแน่ๆ ไม่อย่างนั้นมันคงเตรียมตัวป้องกันไว้แล้ว ไม่ใช่มาฝืนใช้บ้าคลั่งในนาทีสุดท้ายแบบนั้น
ดังนั้นมนุษย์หมาป่าคงยังไม่รู้ว่าดันเต้สามารถทำให้ทุกคนเจ็บปวดเพิ่มขึ้นได้โดย ไม่ต้องระบุเป้าหมาย มันคงคิดว่าตัวเองยังเนียนอยู่ได้ปลอดภัยหายห่วง
แต่ก่อนจะลากคอหมาป่าออกมา ดันเต้ยังมีสิ่งที่ต้องเตรียมการอีกนิดหน่อย เขาเดินเงียบๆ ไปที่เปียโน แล้วก้มลงมองวงเวทหกเหลี่ยมใต้เปียโนที่เจอเมื่อวาน
เดิมทีวงเวทนี้มีแสงสีแดงริบหรี่อยู่แค่แฉกเดียว แต่ตอนนี้กลับมีแสงสว่างวาบขึ้นมาถึงสี่แฉกแล้ว
คนอื่นๆ เองก็รีบตามมาดูที่เปียโนทันที ทุกคนต่างเข้าใจสิ่งที่ดันเต้พยายามจะสื่อ วงเวทนี้ต้องมีความหมายบางอย่างแน่ และเหตุการณ์เมื่อคืนก็น่าจะทำให้วงเวทนี้เกิดการเปลี่ยนแปลง
“ถ้าแสงสีแดงแฉกแรกหมายถึงเจ้าของคฤหาสน์ งั้นอีกสามแฉกที่เพิ่มมาคงหมายถึงแก๊งสามอัศวินที่เสียสละไปแล้วสินะคะ?”
ลิลิตพึมพำด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“คงจะเป็นอย่างนั้นครับ”
ดันเต้ตอบ คราวนี้เขาไม่คิดจะทำตัวเนียนเป็นคนกินแรงเพื่อนอีกต่อไปแล้ว
ลิลิตถามต่อ: “แล้วถ้าทั้งหกแฉกสว่างขึ้นครบหมดล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น?”
ดันเต้ตอบว่า: “ยังจำเรื่องเล่าที่พวกเราอ่านได้ไหมครับ? ในคฤหาสน์หลังนี้ควรจะมีทั้งมนุษย์หมาป่า แม่มด และ แวมไพร์ แต่ว่าแวมไพร์น่ะ...หายไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ?”
พอได้ยินสิ่งที่ดันเต้พูด ลิลิตก็ถึงกับรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที