- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 077 จงสว่างจ้า
077 จงสว่างจ้า
077 จงสว่างจ้า
ภายในโถงทางเดินของคฤหาสน์โบราณอันน่าขนลุกหลังนี้ มีเพียงตะเกียงสลัวไม่กี่ดวงที่ส่องแสงริบหรี่ออกมา ทันใดนั้นก็มีลมหนาวไม่ทราบที่มาพัดผ่านไป ทำให้เปลวไฟสั่นไหว หน้าต่างตามโถงทางเดินส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะรับแรงปะทะจากพายุหิมะที่โหมกระหน่ำอยู่ข้างนอกไม่ไหว ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน เสียงรบกวนเหล่านั้นฟังดูผิดปกติอย่างยิ่ง
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้
ตึก ตึก…
เสียงฝีเท้าดังขึ้นบนโถงทางเดินชั้นสอง จากไกลมาใกล้ เงาดำร่างสูงใหญ่ขยับเคลื่อนไปตามผนัง ดูราวกับปีศาจยักษ์ที่กำลังก้มตัวต่ำเพื่อมองหาเหยื่ออันโอชะ มันเคลื่อนที่เร็วมาก ประดุจภูตผีที่วูบผ่านแต่ละหัวมุมถนนในความมืดมิด
ไม่นานนัก เงามืดนั้นก็หยุดกะทันหัน ภายใต้แสงไฟอันน้อยนิด รูปลักษณ์ของมันเริ่มปรากฏชัดขึ้นทีละนิด มันคือมนุษย์หมาป่าที่มีรูปร่างหน้าตาสยดสยองและดุร้าย ร่างกายของมันใหญ่โตแต่หลังค่อม หากยืนตัวตรงคงจะสูงได้ถึง 2 เมตรเลยทีเดียว ทั่วร่างปกคลุมด้วยขนสีเทาขาว กล้ามเนื้อทุกส่วนปูดโปนขึงตึงราวกับมังกร ดูแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ท่ามกลางม่านหมอกสีดำยามราตรี ดวงตาสีแดงฉานราวกับอัญมณีของมันนั้นสว่างจ้าเป็นพิเศษ พร้อมกับทอประกายแห่งความกระหายเลือด
มันดูเหมือนกำลังตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายในแต่ละห้อง มันไล่เช็กห้อง 201, 202 และ 203 ไปตามลำดับ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง 204 ในขณะที่มันกำลังจะตรวจสอบสถานการณ์ภายในห้องนั้นเอง
มันก็สังเกตเห็นว่าบนประตูถูกเจาะเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ และมีใบหน้าหนึ่งประทับอยู่ตรงนั้นพอดี ดวงตาที่ลุ่มลึกคู่หนึ่งกำลังจ้องประสานสายตากับมันอย่างจัง แสงไฟสลัวที่ตกกระทบลงบนใบหน้าของดันเต้ทำให้เขาดูราวกับผีร้ายที่คลานออกมาจากขุมนรกก็ไม่ปาน
“ฮี่...ฮี่...”
ดันเต้ฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงฟันกระทบกันอย่างเย็นเยือก
“โฮก!!”
เจ้ามนุษย์หมาป่าตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ มันร้องเสียงหลง ขนทั่วร่างลุกชันด้วยความหวาดกลัว ทว่าในวินาทีนั้น ดันเต้ไม่ได้หยุดเพียงแค่การขู่ให้กลัว เขาหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาแล้วตบลงบนข่ายเวทมนตร์ตรงรูประตูด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาจะมองทัน
แม้ว่าจะมีข่ายเวทมนตร์ที่มองไม่เห็นคอยปกป้องอยู่ ทำให้การโจมตีจากภายนอกเข้ามาไม่ได้ และการโจมตีจากภายในก็ออกไปไม่ได้เช่นกัน แต่การ์ดที่ดันเต้ใช้ในครั้งนี้ไม่ใช่การ์ดที่เน้นสร้างดาเมจ
[หมัดแสงอาทิตย์]
[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]
[ระดับความหายาก: ล้ำค่าสีน้ำเงิน]
[ระดับ: 3]
[เอฟเฟกต์: ไม่สร้างดาเมจธาตุแสงโดยตรง แต่เน้นที่ความสว่างจ้าเป็นพิเศษ]
[หมายเหตุ: Flashbomb!]
แสงสว่างจ้าดุจดวงอาทิตย์ระเบิดออกมาเต็มโถงทางเดินทันที โถงทางเดินที่เคยสลัวมืดมิดกลับกลายเป็นโลกแห่งแสงสีขาวโพลนในชั่วพริบตา แม้แต่นักศึกษาที่อยู่ในห้องรับชมการต่อสู้ ยังต้องรีบยกมือขึ้นปิดตาตามๆ กัน เพราะแสงครั้งนี้มันสว่างจ้าเกินไปจริงๆ จนเกือบจะทำเอาคนดูหน้าจอตาบอดกันไปหมด
“ไอ้เชี้ยเอ๊ย! เวทมนตร์ธาตุแสงเขาไม่ได้เอาไว้ใช้แบบนี้โว้ย!”
“ไอ้หมอนี่มันยอมแลกประสิทธิภาพการทำดาเมจทั้งหมด เพื่อให้ได้เอฟเฟกต์ที่เวอร์วังที่สุดเลยใช่ไหมเนี่ย?”
เหล่านักศึกษาจากวิทยาลัยเล่นแร่แปรธาตุ และวิทยาลัยจอมเวทต่างพากันตะโกนด่าออกมาอย่างเหลืออด
ขณะเดียวกัน โคลอิกซ์ได้ถอดแว่นกันแดดออกอย่างเงียบๆ เพราะการ์ดหมัดแสงอาทิตย์ใบนี้ ดันเต้ก็ได้สร้างให้โคลอิกซ์ไว้หนึ่งใบเช่นกัน ดังนั้นตอนที่เห็นดันเต้ไปยืนอยู่ตรงรูประตู เขาก็เดาได้ทันทีว่าดันเต้คิดจะทำอะไร ก่อนหน้านี้เขาถามแคลร์แล้วว่าเอาแว่นกันแดดไหม แต่แคลร์ไม่สนใจเขา เขาเลยต้องยื่นมือไปปิดตาให้แคลร์ล่วงหน้า
พอแสงแฟลชสิ้นสุดลง เขาค่อยๆ เลื่อนมือออกอย่างประหม่า รู้สึกว่าตัวเองคงจะโดนแคลร์ด่าอีกแน่ๆ ทว่าแคลร์เพียงแค่ถลึงตาใส่เขาหนึ่งที แล้วสะบัดหน้าหนีโดยไม่พูดอะไรเลยสักคำเดียว เงียบจนน่ากลัว
......
ถึงแม้ดันเต้จะไหวตัวทันด้วยการปิดตาและหันหลังกลับ แต่เขาก็ยังรู้สึกเหมือนมีอุลตร้าแมนมากำเนิดอยู่ตรงหน้า เสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพชของมนุษย์หมาป่าดังระงมไปทั่วโถงทางเดิน มันเอามือกุมตาที่เจ็บปวดแล้วลงไปนอนดิ้นพราดๆ กับพื้น การโดนแสงแฟลชระดับซูเปอร์เข้าไปจังๆ ในระยะเผาขนแบบนี้ ทำให้ตาของมันบอดสนิทไปชั่วคราว
แต่ความทรมานของมันยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะตอนที่ดันเต้ใช้หมัดแสงอาทิตย์ เขาก็ได้เปิดใช้งานกับดักหนามพิษ 3.1 ที่วางเตรียมไว้ข้างนอกประตูนานแล้วเช่นกัน หนามดินที่อาบไปด้วยพิษ ทิ่มแทงทะลุเนื้อหนังของมนุษย์หมาป่า ทำให้มันร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดรุนแรงยิ่งขึ้น
จากนั้น ดันเต้ก็อัญเชิญกวีผู้เสื่อมสลายออกมา ทันใดนั้น ความเจ็บปวดของมนุษย์หมาป่าก็เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า! ร่างกายของมันเริ่มกระตุกอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อบนใบหน้าหมาป่าบิดเบี้ยวผิดรูป เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดทำให้ทุกคนในคฤหาสน์ถึงกับสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
ในขณะที่มันดิ้นรนจนแรงเริ่มหมดและดูเหมือนกำลังจะสิ้นสติไป มันกลับกัดฟันยืนหยัดขึ้นมาได้ พร้อมกับออร่าทั่วร่างที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรง ดูเหมือนว่ามันจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ดวงตาของมันแดงก่ำจนดูเหมือนจะมีเลือดไหลออกมา
ในจังหวะที่เกือบจะทนไม่ไหวนั้น มันก็ได้ใช้การ์ดบ้าคลั่งออกมา
[บ้าคลั่ง]
[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]
[ระดับความหายาก: หายากสีม่วง]
[ระดับ: 5]
[เอฟเฟกต์: ภายใน 10 นาที สมรรถภาพทางกายจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ได้รับค่าความอึดและความทนทานต่อความเจ็บปวดในระดับสูง หลังจากสถานะบ้าคลั่งสิ้นสุดลง จะเข้าสู่สถานะอ่อนแรงเป็นเวลา 1 ชั่วโมง]
[หมายเหตุ: คลั่งให้สุด!]
หลังจากนั้น มันก็หยิบการ์ดเวทมนตร์ลมออกมาเพื่อปัดเป่ากับดักหนามพิษบนพื้น แล้ววิ่งหนีเตลิดไปจนสุดทางเดินเหมือนสุนัขจนตรอก
“เฮ้อ”
ดันเต้ยังคงยืนจ้องมองออกไปนอกประตูเหมือนอาจารย์ที่ปรึกษาที่จ้องมองเด็กนักเรียน พลางถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย
“ความเจ็บปวด 10 เท่ายังน้อยไปสินะ ไม่สามารถทำให้มันสลบเหมือดไปในทันทีได้”
การที่มนุษย์หมาป่าตัวนี้สามารถใช้สถานะบ้าคลั่งได้ แสดงว่าตัวจริงของมันต้องมีพลังต่อสู้ถึงระดับ 5 ซึ่งถือว่ารับมือได้ไม่ง่ายเลย
“ช่างเถอะ พรุ่งนี้ค่อยจัดการมันใหม่แล้วกัน”
ดันเต้พูดพลางหมุนตัวกลับมา
“เมี๊ยว! จัดการมันได้ไหม?!”
อาจารย์เหมียวที่ตอนแรกแอบตัวสั่นอยู่ในผ้าห่ม รีบกระโจนออกมาเกาะตัวดันเต้อีกครั้ง
“ไม่ครับ ปล่อยให้มันหนีไปได้ ศัตรูที่ใช้การ์ดเวทมนตร์ได้นี่รับมือยากจริงๆ”
ดันเต้ทำหน้าเสียดายสุดๆ
“งั้นเราก็แย่สิเมี๊ยว?! ถ้าเกิดเดี๋ยวมันไปเรียกแม่มดมาเปิดประตูห้องเรา พวกเราจะหนีไปไหนได้!”
อาจารย์เหมียวร้องเสียงหลง
“วางใจเถอะ อย่างน้อยคืนนี้มันก็ไม่กล้ามาหาเรื่องพวกเราอีกแล้วล่ะ”
“เจ้ามั่นใจได้ยังไงเมี๊ยว!”
“เพราะผมเริ่มที่จะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้วน่ะสิ ทั้งเบื้องลึกเบื้องหลังของคฤหาสน์หลังนี้ และเป้าหมายของศัตรูคืออะไร แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังระบุตัวตนที่แน่ชัดของศัตรูไม่ได้ในตอนนี้”
ดันเต้ยิ้มพลางอุ้มอาจารย์เหมียวขึ้นมา
สำหรับคำตอบเรื่องตัวจริงของศัตรูนั้น พรุ่งนี้กลางวันก็คงจะได้รู้กันแล้ว ขอเพียงแค่ตอนที่ทุกคนมารวมตัวกัน ดันเต้อัญเชิญกวีผู้เสื่อมสลายออกมา ใครที่ทำหน้าตาเหยเกก็คือคนนั้นแหละที่เป็นมนุษย์หมาป่า เพราะมนุษย์หมาป่าโดนพิษของดันเต้ที่ชำระล้างไม่ได้เข้าไป แม้ดาเมจจากพิษจะน้อยมาก จนคนที่มีความแข็งแกร่ง ระดับ 5 จะทนได้นาน แต่พิษนี้ดันเต้กับมีอาได้ร่วมกันปรับปรุงให้มันสร้างความเจ็บปวดได้ถึงขีดสุด! เมื่อบวกกับพลังของกวีผู้เสื่อมสลายที่ทำให้เจ็บเพิ่มเป็น 10 เท่าแล้ว ไม่มีทางที่ใครจะทนไหวโดยไม่หลุดสีหน้าออกมาแน่นอน
“เจ้าไปเอาเบาะแสพวกนี้มาจากไหนเมี๊ยว! บอกข้ามาเดี๋ยวนี้!”
อาจารย์เหมียวยังคงไม่เข้าใจว่าดันเต้สรุปเรื่องราวทั้งหมดจากเบาะแสที่มีอยู่ตอนนี้ได้ยังไง
“ไม่บอกหรอก~”
“บอกมาเมี๊ยว!”
“งั้นอีกสองวันที่เหลือ แกต้องยอมให้โคนีเลียอุ้มนะ แล้วผมจะบอก”
“เมี๊ยว...ไม่เอา!”
หลังจากดิ้นรนอยู่นาน อาจารย์เหมียวก็เลือกที่จะถอยกรูดแทน
“งั้นก็รอรู้ความจริงทีหลังแล้วกัน นอนได้แล้ว นอนได้แล้ว”
พูดจบดันเต้ก็หาวออกมาหนึ่งหวอด เดินไปที่เตียง ถอดเสื้อนอกออกแล้วมุดเข้าผ้าห่ม
“เมี๊ยวๆๆ! อย่าเพิ่งนอนสิ!”
“หนวกหูจัง พรุ่งนี้ยังต้องเล่นกันต่ออีกนะ”
ดันเต้คว้าตัวอาจารย์เหมียวมากอดไว้แน่น แล้วหลับสนิทไปอย่างสบายใจ