เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

076 หลังสิ้นแสงตะวัน

076 หลังสิ้นแสงตะวัน

076 หลังสิ้นแสงตะวัน


“เฮ้อ ถ้าโคลอิกซ์อยู่ที่นี่ก็คงดี ผมจะได้อัญเชิญกวีผู้เสื่อมสลายออกมา แล้วให้เขาปล่อยท่าไม้ตายทำให้ทุกคนเจ็บปวดจนสลบเหมือดไปให้หมด จากนั้นค่อยจับมาสอบสวนทีละคน แบบนี้ก็จะผ่านด่านไปได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทำร้ายชีวิตของผู้ท้าทายที่บริสุทธิ์แล้วล่ะมั้ง?”

ดันเต้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูละห้อยและเหงาหงอยเล็กน้อย

แต่นั่นกลับทำให้หางตาของอาจารย์เหมียวกระตุกยิกๆ

แผนการของแกมันก็ไม่ได้คุกคามชีวิตของผู้ท้าทายคนอื่นจริงๆ นั่นแหละ เพราะเวทมนตร์ของโคลอิกซ์ไม่แม้แต่จะทิ้งบาดแผลไว้บนผิวหนังด้วยซ้ำ ต่อให้รักษาแค่ไหนก็ไม่นับว่าเป็นการทำร้ายร่างกายใคร แถมในโลกเงา การทำแบบนี้ก็ไม่ได้ผิดกฎหมายจริงๆ นั่นแหละ แต่นี่มันไม่ใช่สิ่งที่คนปกติเขาทำกันโว้ย!

อาจารย์เหมียวนึกดีใจที่โคลอิกซ์ยังไม่สามารถร่วมปาร์ตี้กับไอ้หมอนี่ได้ในตอนนี้ ไม่อย่างนั้นดันเต้คงทำแบบนั้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน!

ตัดกลับไปที่ด้านนอก ในห้องรับชมการต่อสู้ นักศึกษาเกือบทุกคนต่างพากันจ้องมองไปที่โคลอิกซ์เป็นตาเดียว

ตั้งแต่วันที่โคลอิกซ์ได้มารู้จักกับดันเต้ ชื่อเสียงของเขาในสถาบันก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จาก นายน้อยตัวซวย, จอมห่วย กลายเป็น พนักงานสอบสวนที่ชั่วร้ายที่สุด

แม้ว่าโคลอิกซ์จะยังไม่มีโอกาสได้สาธิตกระบวนการสอบสวนให้ทุกคนดูในโลกเงาจริงๆ เลยสักครั้งก็ตาม แต่ทุกคนก็จินตนาการถึงความโหดเหี้ยมของทีมสามคนนี้ออกแล้ว

ภายใต้สายตาที่มีความหมายลึกซึ้งของทุกคน โคลอิกซ์อยากจะมุดหัวลงดินไปเสียเดี๋ยวนั้น เดิมทีความฝันของเขาคือการเป็นมหาปราชญ์ ต่อมาเพราะความจริงบีบคั้น เขาเลยคิดว่าการเป็นนักฮีลผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่เลวเหมือนกัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนทุกคนจะยอมรับว่าเขาคือพนักงานสอบสวนตามลิขิตสวรรค์ไปเสียแล้ว ในใจของเขาตอนนี้ช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายเสียเหลือเกิน

“เป็นพนักงานสอบสวนแล้วมันไม่ดีตรงไหน?”

แคลร์เพื่อนสมัยเด็กผู้หยิ่งยโส แต่ไม่ซึนเดเระที่นั่งอยู่ข้างโคลอิกซ์ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เธอไม่คิดว่างานของพนักงานสอบสวน...มันโหดร้ายไปหน่อยเหรอ?”

“เหอะ ก็ยังดีกว่าท่าทางไม่เอาไหนทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่างของนายนั่นแหละ”

......

ภายในห้องนอนหมายเลข 204

อาจารย์เหมียวกระโดดออกจากอ้อมกอดของดันเต้ไปที่เตียง แล้วจ้องเขม็งมองดันเต้กับโคนีเลียอยู่ห่างๆ อย่างระแวดระวัง

“ข้าเริ่มสงสัยอย่างมากแล้วว่า พวกเจ้าสองคนคือผู้ท้าทายฝ่ายทรยศหรือเปล่าเมี๊ยว! พวกเจ้ามันดูเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว!”

“สงสัยผมคนเดียวก็พอแล้วมั้ง โคนีเลียเขาน่ะใสซื่อบริสุทธิ์ของจริงเลยนะ เธอเป็นคนเดียวที่ได้รับการรับรองสถานะผู้ท้าทายแบบปกติเชียวนะ”

ดันเต้พูดอย่างจนใจ พลางลุกขึ้นยืนหมายจะคว้าตัวอาจารย์เหมียวกลับมากอด

โคนีเลียเองก็รู้ว่าอาจารย์เหมียวกำลังพูดเล่น ถึงแม้เธอและดันเต้จะมีคุณลักษณะ คู่หูทรชน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับบทบาทฝ่ายอธรรมก็ตาม แต่การจะกลายเป็นผู้ท้าทายฝ่ายทรยศในดันเจี้ยนแห่งนี้ยังขาดเงื่อนไขตัดสินที่สำคัญไปนั่นคือ เป้าหมายที่เป็นอันตรายต่อโลก

อาจารย์เหมียวดูเหมือนจะไม่ยอมให้ดันเต้กอดอีกแล้ว มันเคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่วไปรอบห้อง ไม่ยอมให้ดันเต้จับตัวได้ง่ายๆ

ดันเต้ได้แต่ถอนหายใจ เขามองดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มครึ่งแล้ว อีกเพียง 30 นาทีก็จะถึงเวลาเคลื่อนไหวของหมาป่าแล้ว

“โคนีเลีย การที่เราสามคนอยู่ในห้องนอนเดียวกันจะทำให้พรคุ้มครองของห้องเสื่อมสลายลง คืนนี้พวกเราสามคนต้องแยกกันชั่วคราวแล้วล่ะ”

“ตกลง”

ดันเต้: “เพราะฉะนั้น เดี๋ยวให้อาจารย์เหมียวไปอยู่ห้องอื่นนะ”

อาจารย์เหมียว: “???”

มันไม่ควรจะเป็นเจ้าพาข้าไป แล้วแยกกับโคนีเลียหรอกเหรอ?

“ดันเต้ เจ้ามันสัตว์เดรัจฉานชัดๆ เลยเมี๊ยว?! เจ้าอยากให้ข้าตายนักใช่ไหม!”

อาจารย์เหมียวตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่น ถ้ามันถูกยัยแม่มดหรือหมาป่าเลือกขึ้นมาล่ะก็ มันมีแต่ตายกับตายเท่านั้น!

“ก็แกบอกว่ากลัวพวกเราไม่ใช่เหรอ งั้นก็ไปอยู่คนเดียวซะสิ”

“ไม่เอา ไม่เอาเด็ดขาดเมี๊ยว!”

อาจารย์เหมียวกระโจนเข้าหาดันเต้แล้วเกาะเสื้อของเขาไว้แน่น ดันเต้จะสลัดยังไงก็สลัดไม่หลุด อาจารย์เหมียวทั้งร้องไห้ทั้งก่นด่าไม่หยุด

ท่าทางหยอกล้อกันของหนึ่งคนหนึ่งแมวทำให้โคนีเลียเผลอแสดงสายตาอิจฉาออกมา คิดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองดีจังเลย แต่พอคิดว่าตัวเองยังมีเสี่ยวฮุยอยู่แล้ว เธอเลยไม่ค่อยรู้สึกเศร้าเท่าไหร่ เธอนั่งลงบนโซฟา เอามือเท้าคาง ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขโดยไม่รู้ตัว

'อยากเจอเสี่ยวฮุยเร็วๆ จังเลย'

ในที่สุดดันเต้กับอาจารย์เหมียวที่ทะเลาะกันอยู่นานก็ดูเหมือนจะเริ่มเหนื่อย ดันเต้เลยยอมปล่อยให้อาจารย์เหมียวเกาะอยู่บนตัวเขาต่อไป

“เจ้าห้ามทิ้งข้านะเมี๊ยว!”

“แกนี่เป็นแมวที่เปลี่ยนใจง่ายจริงๆ เลยนะ”

“ข้าไม่สน เมี๊ยว เมี๊ยว เมี๊ยว!”

“ชิ”

ดันเต้จิ๊ปาก แต่บนใบหน้ากลับประดับไปด้วยรอยยิ้มแบบ แผนการสำเร็จ

“จริงๆ แล้ว ผมค้นพบบั๊กอย่างหนึ่งน่ะ”

จู่ๆ ดันเต้ก็พูดขึ้นมา หลังจากอยู่กับดันเต้มานาน โคนีเลียและอาจารย์เหมียวก็เริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า บั๊ก กันบ้างแล้ว

“ถ้ามีผู้ท้าทายมากกว่าสองคนเข้าไปในห้องเดียวกัน พรคุ้มครอง จะหายไปชั่วคราวใช่ไหมล่ะ?”

ตอนกลางวันดันเต้ได้สำรวจโครงสร้างของคฤหาสน์โบราณหลังนี้มาตลอด ผนังทุกด้านของคฤหาสน์ถูกลงอาคมด้วยข่ายเวทมนตร์ ที่ซับซ้อน ทำให้มันแข็งแกร่งจนทำลายไม่ได้ เหตุผลที่ห้องนอนปลอดภัยก็เพราะประตูและตัวล็อคถูกครอบคลุมด้วยข่ายเวทมนตร์ในลักษณะเดียวกัน มีเพียงการใช้กุญแจไขประตูเท่านั้นถึงจะเข้าไปในห้องได้อย่างราบรื่น หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องใช้พลังของแม่มดในการคลายอาคมบนประตู เพื่อให้หมาป่าสามารถพังประตูเข้าไปได้

เมื่อพวกเขาสามคนเข้าไปในข่ายเวทมนตร์พร้อมกัน อาคมบนประตูก็จะหายไปชั่วคราว

“!”

โคนีเลียเข้าใจความหมายได้ในทันที ก่อนที่ดันเต้จะทันพูดต่อ เธอก็หยิบค้อนเหล็กออกมาแล้ว แม้จะไม่รู้ว่าดันเต้คิดจะทำอะไรกันแน่ แต่ที่แน่นอนคือต้องใช้ค้อนและพละกำลังอันมหาศาลของเธอแน่ๆ

“พวกเจ้าจะทำอะไรกันเมี๊ยว!”

อาจารย์เหมียวสะดุ้งโหยง แล้วรีบกระโดดไปที่โซฟา มันรู้ดีว่าดันเต้กำลังวางแผนอะไรที่ไม่ดีอยู่แน่ๆ

ดันเต้เดินไปที่ประตูห้องนอน แล้วใช้นิ้ววาดวงกลมกำหนดตำแหน่งไว้

“โคนีเลีย ช่วยเจาะรูบนประตูให้ผมหน่อยสิ คืนนี้ผมจะจัดหนักให้พวกหมาป่าซะหน่อย”

โคนีเลียรีบถือค้อนเดินเข้าไปทันที เธอเล็งส่วนหัวค้อนไปที่ประตู

จากนั้นในโถงทางเดินก็มีเสียง ตูม! ตูม! ดังสนั่นหวั่นไหว โถงทางเดินของคฤหาสน์ขนาดมหึมานี้คดเคี้ยวไปมาเหมือนเขาวงกต และการใช้พื้นที่ค่อนข้างต่ำ ประกอบกับห้องนอนแต่ละห้องมีพื้นที่กว้างขวางและเก็บเสียงได้ดีเยี่ยม เว้นแต่จะตะโกนลั่นโถงทางเดิน คนในห้องอื่นก็ยากที่จะได้ยินเสียงอะไร

แต่ค้อนของโคนีเลียที่หวดลงไปนั้น เสียงดังราวกับมีใครกำลังรีโนเวทบ้านอยู่ที่ชั้นสอง แม้แต่ชั้นหนึ่งยังได้ยินเสียงสะเทือน นั่นจึงทำให้ผู้ท้าทายคนอื่นๆ ต่างพากันมึนงง แต่เพราะใกล้ถึงเวลาที่หมาป่าจะออกอาละวาดแล้ว จึงไม่มีใครกล้าแอบออกมาดู

ใช้เวลาไม่นานนัก โคนีเลียก็เจาะรูขนาดใหญ่บนประตูไม้เนื้อแข็งหนาเตอะที่ความสูงประมาณ 1 เมตรเศษๆ ได้สำเร็จ

“เอาล่ะ ผมกับอาจารย์เหมียวจะอยู่ที่ห้อง 204 เอง ส่วนเธอไปห้อง 205 นะ คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ เพราะยังมีเวลาให้เล่นอีกสองวัน และจำไว้นะว่าพอพวกเราแยกกันแล้ว ตอนที่จะกลับมาเจอกันอีกครั้งต้องแจ้งรหัสลับก่อนเสมอ”

“รับทราบ”

หลังจากนั้นโคนีเลียก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกุญแจ มุ่งหน้าไปยังห้องที่อยู่สุดโถงทางเดิน

ดันเต้ยืนมองรูบนประตูที่อยู่ในห้อง ถึงแม้ประตูจะถูกเจาะจนทะลุ แต่ทันทีที่โคนีเลียเดินพ้นห้องไป ข่ายเวทมนตร์ก็กลับมาทำงานอีกครั้ง ตรงส่วนที่เป็นรูกลับมีชั้นข่ายเวทมนตร์ที่มองไม่เห็นมาปกคลุมเอาไว้

เมื่อดันเต้ลองเอามือเคาะดู เขาก็รู้สึกเหมือนมีกระจกนิรภัยล่องหนอยู่อีกชั้นหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ ดันเต้จึงเอามือไพล่หลัง ยืนจ้องมองผ่านรูบนประตูออกไปยังโถงทางเดิน

ท่าทางของเขาในตอนนี้เหมือนกับอาจารย์ที่ปรึกษา ที่กำลังยืนจ้องมองนักเรียนผ่านทางหน้าต่างหลังห้องเรียนไม่มีผิด

จบบทที่ 076 หลังสิ้นแสงตะวัน

คัดลอกลิงก์แล้ว