- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 075 มาเพื่อสัมผัสชีวิต
075 มาเพื่อสัมผัสชีวิต
075 มาเพื่อสัมผัสชีวิต
เมื่อราตรีแรกกำลังจะมาเยือน ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องครัวซึ่งใช้เก็บวัตถุดิบอาหาร พวกเขาต้องแบ่งอาหารสำหรับสามวันที่เหลือในตอนนี้ แล้วนำกลับไปไว้ในห้องนอนของตัวเอง ไม่อย่างนั้น พอกระจายตัวกันไปในคืนนี้ ผู้ท้าทายฝ่ายทรยศทั้งสองคนต้องทำลายอาหารที่เหลือทิ้งแน่ๆ
“เอาละ จุดที่พอจะสำรวจได้พวกเราก็สำรวจกันไปหมดแล้ว ดูเหมือนคืนนี้คงได้แต่สวดภาวนาให้รอดปลอดภัยล่ะนะ”
ลิลิตเอ่ยขึ้นขณะมองไปยังทุกคน
ภายในคฤหาสน์หลังนี้ดูเหมือนจะไม่มีจุดที่ต้องไขปริศนาอะไรเป็นพิเศษ นอกจากห้องนอนทั้งสิบห้องแล้ว ก็ไม่มีห้องลับที่เข้าไปไม่ได้เลย แม้พวกเขาจะพยายามหาพวกกลไกหรือช่องลับต่างๆ แต่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าโครงสร้างของคฤหาสน์นี้ปกติดีทุกอย่าง จุดเดียวที่ดูแปลกไปหน่อยก็คือ ใต้เปียโนในห้องนั่งเล่น มีวงเวทรูปดาวหกแฉกติดตั้งอยู่ โดยที่มุมหนึ่งของมันมีแสงสีแดงจางๆ วนเวียนอยู่ มันดูเหมือนแท่นบูชา ที่มีความหมายบางอย่างที่ไม่อาจทราบได้ ไม่สามารถเปิดใช้งานและไม่สามารถทำลายได้
ในช่วงกลางวัน มีการแบ่งทีมไปตรวจสอบห้องนอนมาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่พบเบาะแสลับอะไรในห้องนอนเลย ข้อมูลที่มีประโยชน์ส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องสมุด และในห้องทำงานของเจ้าของคฤหาสน์ ซึ่งรวมไปถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโลกใบนี้ ตลอดจนเรื่องราวเกี่ยวกับคฤหาสน์และดินแดนแห่งนี้ด้วย
[ตำนานเล่าว่า เมื่อหลายปีก่อน สถานที่แห่งนี้เคยเป็นคฤหาสน์ของวิสเคานต์ออกัสติน ต่อมาวิสเคานต์ออกัสตินถูกเปิดโปงว่าเป็นแวมไพร์ ทางศาสนจักรจึงได้ยกทัพมาปราบปราม]
[วิสเคานต์ออกัสตินได้วางแผนล่อศัตรูคู่อาฆาตของเขาอย่างมนุษย์หมาป่า และแม่มดมาที่นี่ด้วย สุดท้ายทั้งแวมไพร์, มนุษย์หมาป่า, แม่มด และกองกำลังปราบปรามของศาสนจักร ต่างก็สู้กันจนบาดเจ็บสาหัสทั้งสองฝ่าย]
[กองกำลังปราบปรามไม่มีทางเลือกอื่น จึงทำได้เพียงกักขังศัตรูที่บาดเจ็บสาหัสทั้งหมดไว้ในคฤหาสน์โบราณหลังนี้ ท้ายที่สุด วิญญาณพยาบาทของมนุษย์หมาป่าและแม่มดก็ได้กลายเป็นคำสาปของคฤหาสน์หลังนี้ไป]
เมื่อลิลิตสรุปเบาะแสเหล่านี้ออกมา สถานะปัจจุบันของเนื้อเรื่องหลักก็กระโดดขึ้นไปเป็น 2/3 ทันที นั่นหมายความว่ายังขาดข้อมูลสำคัญส่วนสุดท้ายอีกเพียงส่วนเดียว เหล่าผู้ท้าทายก็จะสามารถคลี่คลายเนื้อเรื่องหลักได้แล้ว ทว่าไอ้ข้อมูล 1/3 ที่เหลือนั่นมันอยู่ที่ไหนกันล่ะ ไม่ว่าจะเป็นโคนีเลีย หรือลิลิต ต่างก็มืดแปดด้าน พวกเธอถึงขนาดเดาไม่ออกเลยว่า เป้าหมายภารกิจเพิ่มเติมของผู้ท้าทายฝ่ายทรยศคืออะไรกันแน่ จึงทำได้เพียงตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่าคือการฆ่าผู้ท้าทายฝ่ายปกติให้หมด
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปในอีกสักพัก คืนนี้คงจะกลายเป็นคืนที่นองเลือดเป็นแน่ โคนีเลียเผลอมองไปทางดันเต้โดยสัญชาตญาณ ในเวลาแบบนี้เธอคงต้องพึ่งพาสมองของเขาแล้วล่ะ ดันเต้เพียงสบตากับเธอพร้อมกับส่งยิ้มโดยไม่พูดอะไร โคนีเลียดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงหันหน้าหนีไม่มองเขาอีก
“เดี๋ยวพวกเราแยกกันกลับห้องนอนเป็นกลุ่มๆ นะ ให้แต่ละกลุ่มออกไปห่างกันกลุ่มละสองนาที จะได้ไม่มีใครรู้หมายเลขห้องของคนอื่น และให้นักสืบสาวออกไปเป็นคนแรกเถอะ”
ลิลิตเสนอ
“ตกลง”
ทุกคนไม่มีใครคัดค้าน การทำแบบนี้ก็เพื่อปกป้องโคนีเลียเป็นหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์หมาป่าและแม่มดรู้ได้ง่ายๆ ว่าโคนีเลียพักอยู่ห้องไหน โคนีเลียไม่ได้พูดอะไรมาก เธอเดินตรงไปยังทางออกของห้องสมุดทันที โดยมีดันเต้เดินตามหลังเธอไปด้วย
“ฉันแนะนำว่าควรให้คุณนักสืบไปที่ห้องคนเดียวจะดีกว่านะคะ”
เสียงของลิลิตดังขึ้นขัดจังหวะ โคนีเลียและดันเต้ต่างหยุดชะงักแล้วหันกลับไปมองที่เธอ
“ฉันไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกินหรอกนะคะ แค่อยากจะเตือนไว้หน่อยว่า ถึงจะเป็นการเข้าโลกเงามาด้วยกันเป็นปาร์ตี้ แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่หนึ่งในนั้นจะเป็นพวกลัทธินอกรีตปลอมตัวมา เพราะพวกนั้นถนัดเรื่องการหลอกลวงคนอื่นอย่างยิ่ง นอกจากคุณจะเชื่อใจเขาแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่อย่างนั้นฉันอยากให้คุณนักสืบพิจารณาให้ดีก่อนค่ะ เพราะความปลอดภัยของคุณมีความหมายต่อพวกเรามาก”
ลิลิตอธิบาย
ยังไม่ทันที่ดันเต้จะได้พูดอะไร โคนีเลียก็คว้าแขนของดันเต้เอาไว้ทันที
“ฉันจะไปกับเขา”
น้ำเสียงของโคนีเลียแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างหาได้ยาก ราวกับว่าถ้าดันเต้ไม่อยู่ เธอก็จะสูญเสียความรู้สึกปลอดภัยไปทันที โคนีเลียเองก็เป็นเช่นนั้น ร่างกายและสมองจะแยกจากกันไม่ได้เด็ดขาด
ดันเต้ยักไหล่ให้ลิลิตอย่างช่วยไม่ได้
“ในเมื่อพวกคุณเชื่อใจกัน ฉันก็ต้องขออภัยที่เสียมารยาทด้วยค่ะ”
ลิลิตยิ้มและก้มหัวขอโทษ
จริงๆ แล้วจุดประสงค์ของเธอคือการหยั่งเชิงดันเต้ จากการสังเกตมาทั้งวัน เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้อันตรายมาก บนใบหน้าของเขามักจะมีรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายอยู่เสมอ เมื่อเทียบกับการมาอยู่ในคฤหาสน์สยองขวัญที่เต็มไปด้วยจิตสังหารแบบนี้ เขากลับให้ความรู้สึกเหมือนมาพักร้อนที่คฤหาสน์บนภูเขาหิมะจริงๆ มากกว่า เธอดูไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ถ้าหมอนี่เป็นศัตรูละก็ มันคงจะเป็นหายนะที่ยากจะจินตนาการอย่างมาก อันดับแรกเขาคงจะฆ่านักสืบได้อย่างง่ายดายในคืนแรก และจากนั้นก็จะเป็นการฆ่าฟันที่ไม่มีใครหยุดได้ แต่ตอนนี้เธอพอจะมั่นใจได้แล้วว่าคุณนักสืบกับเขาไม่ใช่ปาร์ตี้ที่เพิ่งมารวมตัวกันชั่วคราว ในเมื่อเขาได้รับความไว้วางใจจากคุณนักสืบ ตัวตนของเขาก็น่าจะสะอาดเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ลิลิตวางใจลงไปได้มาก
และจากการตอบสนองของคุณนักสืบ ก็ไม่ยากที่จะวิเคราะห์ต่อไปอีกว่า คุณนักสืบน่าจะเป็นสายใช้สมอง พลังต่อสู้น่าจะอ่อนแอ ส่วนผู้ช่วยของเธอก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นมือสังหารที่มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งมาก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย แม้ว่าเจ้านายกับคนรับใช้ชายหญิงคู่นี้จะต้องอยู่ในห้องเดียวกันตามลำพัง พวกเขาก็จะไม่มีวันแยกจากกันแน่นอน ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที สมองของลิลิตก็ได้ทำการวิเคราะห์ออกมาเป็นชุดๆ เรียบร้อยแล้ว
ดันเต้และโคนีเลียเข้าไปในห้องนอนหมายเลข 4 บนชั้นสองด้วยกัน กุญแจที่ดันเต้ โคนีเลีย และ อาจารย์แมวถืออยู่คือหมายเลข 203, 204 และ 205 ตามลำดับ อาจารย์แมวที่แฝงตัวอยู่ในเงาของดันเต้มาทั้งวัน ในที่สุดก็ได้โผล่ออกมาเหมือนได้รับอิสรภาพเสียที สาเหตุที่มีผู้ท้าทายขาดไปหนึ่งคน ก็เพราะอาจารย์แมวแอบซ่อนตัวอยู่ตั้งแต่เริ่มเกมนั่นเอง แม้ว่าการมีตัวตนลับๆ อย่างอาจารย์แมวจะทำให้ความยากในการสืบสวนของผู้ท้าทายคนอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่มันก็ช่วยทำให้ผู้ท้าทายฝ่ายทรยศงงงวยได้เหมือนกัน ดังนั้นดันเต้และโคนีเลียจึงตกลงกันว่าจะไม่เปิดเผยเรื่องอาจารย์แมวให้ใครรู้
ทันทีที่เปิดประตูห้องที่หนักอึ้งเข้าไป เพียงแค่แวบแรกที่มองเห็น ห้องนอนนี้มีขนาดใหญ่กว่าห้องนั่งเล่นในหอพักของดันเต้มากกว่าสามเท่าเสียอีก แต่มันกลับไม่ดูโล่งเลย ภายในห้องมีเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในชีวิตประจำวันครบครัน แถมยังเป็นห้องนอนมาสเตอร์ที่มีห้องน้ำในตัวอีกด้วย
ดันเต้พอเข้าห้องมาได้ก็ทิ้งตัวลงพิงโซฟาตัวเล็กในห้องนอนทันที
“หาเบาะแสนี่มันเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย”
เขาบ่นอุบ
โคนีเลียก็ทิ้งตัวลงข้างๆ เขาเช่นกัน
“นั่นสิ ทั้งวันพวกเรายังไม่ได้เล่นอะไรสนุกๆ เลย”
เมื่อเทียบกับตอนที่อยู่ในโรงเรียนปีศาจ ประสบการณ์ในโลกเงาครั้งนี้มันแย่สุดๆ ทั้งที่บรรยากาศภูเขาหิมะอันอ้างว้างกับคฤหาสน์หรูหรามันเป็นฉากการพักร้อนที่สมบูรณ์แบบแท้ๆ
“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปคงไม่มีงานใช้แรงงานแล้วล่ะ พวกเราจะได้สนุกกับการเดินทางครั้งนี้ให้เต็มที่”
“อื้ม!”
“พวกเจ้าน่ะ ช่วยมีความรู้สึกตื่นเต้นหน่อยได้ไหมเมี๊ยว!”
เมื่อเห็นท่าทางเกียจคร้านของทั้งคู่ อาจารย์แมวก็อดไม่ได้ที่จะดุด่าออกมา
“มีอะไรให้น่าตื่นเต้นกันล่ะ”
ดันเต้ตอบอย่างไม่ใส่ใจพลางยื่นมือไปคว้าตัวอาจารย์แมวมากอดไว้ในอ้อมแขน
“เมี๊ยวๆๆ! พวกเจ้าไม่กลัว แต่ข้ากลัวนะโว้ย!”
มันเป็นแค่แมวสายซัพพอร์ตที่น่าสงสารเท่านั้นเองนะ หรือจะบอกว่าเป็นพวกตัวแถมตัวจริงเสียงจริงเลยก็ได้ ถ้าดันเต้กับโคนีเลียเล่นจนเกมพลิกพ่ายแพ้ไป มันเองก็ต้องซวยไปด้วยเช่นกัน!
“โลกเงาครั้งนี้มันง่ายจริงๆ นะ”
“มันง่ายตรงไหนเมี๊ยว? มันมีมนุษย์หมาป่าระดับ 6 เลยนะ! แถมเบาะแสก็ขาดหายไปอีก!”
“จริงๆ แล้วไม่ต้องไปสนหรอกว่าผู้ท้าทายฝ่ายทรยศเป็นใคร แค่พวกเราจัดการเก็บไอ้เจ็ดคนนั้นให้เรียบในช่วงกลางวัน เท่านี้ก็ผ่านด่านได้ชัวร์ๆ แล้วไม่ใช่เหรอ?”
“......”
อาจารย์แมวเงียบกริบไปชั่วครู่
“เจ้าบ้าเอ๊ย ช่วยทำตัวให้เหมือนมนุษย์ปกติหน่อยเถอะ! ถ้าพวกเจ้าทำเรื่องแบบนั้นจริงๆ มีหวังได้ไปนอนในคุกแน่ๆ!”
อาจารย์แมวรู้สึกว่าดันเต้เนี่ยแหละที่น่ากลัวกว่าผู้ท้าทายฝ่ายทรยศเสียอีก