เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

074 นักสืบผู้ยิ่งใหญ่ (2/2)

074 นักสืบผู้ยิ่งใหญ่ (2/2)

074 นักสืบผู้ยิ่งใหญ่ (2/2)


"ถ้าทุกคนไม่รังเกียจ เรามาลองนั่งคุยกันชิลล์ๆ ก่อนดีกว่าค่ะ"

ลิลิตเริ่มเปิดประเด็นและคุมเกมอย่างเป็นธรรมชาติ เธอรู้ดีว่าไม่มีความจำเป็นต้องคาดคั้นหรือสืบสวนเพื่อดึงข้อมูลของแต่ละคนออกมา เพราะนอกจากพวกลัทธิคืนชีพที่มีชื่ออยู่ในหมายจับแล้ว พวกที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดต่างก็มีปูมหลังและสถานะที่เตรียมมาอย่างแนบเนียนจนแยกไม่ออกด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ

เมื่อพูดจบเธอก็หย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างสง่างาม จนโคนีเลียแอบแปะป้ายให้ในใจว่า คุณหนู ส่วนหญิงสาวร่างสูงท่าทางทะมัดทะแมงที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหลังโซฟาไม่ห่าง ก็คงจะเป็นองครักษ์ของคุณหนูสินะ

เมื่อเห็นว่าบรรยากาศความระแวงเริ่มคลายลงจนพอจะดำเนินภารกิจไขปริศนาต่อไปได้ คนอื่นๆ ก็เริ่มขยับเข้ามาใกล้โซฟามากขึ้น

"พวกเราสามคนเป็นอัศวินจากอาณาจักรลอแรนครับ"

ชายหนุ่มท่าทางร่าเริงคนหนึ่งแนะนำตัวพร้อมชี้ไปที่เพื่อนอีกสองคน โคนีเลียที่ขี้เกียจจำชื่อเยอะแยะเลยรวบยอดเรียกพวกเขาว่า แก๊งสามอัศวิน พวกเขาบอกว่าที่มาท้าทายโลกเงาในครั้งนี้ ก็เพื่อปั่นผลงานช่วงท้ายปี ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผลจนโคนีเลียคิดว่าพวกเขาน่าจะไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนอีกสองคนที่เหลือเป็นฝาแฝดสาวสวยที่ดูยังเป็นนักศึกษาอยู่

"พวกเราเป็นนักศึกษาปี 3 จากสถาบันโบรเดียค่ะ ฉันเป็นแอสซาซิน ส่วนพี่สาวเป็นฮีลเลอร์"

แม้หน้าตาจะคล้ายกันมาก แต่คนน้องจะมีหางตาเชิดขึ้นดูดุดัน ส่วนคนพี่หางตาตกดูน่าสงสาร โคนีเลียจึงแปะป้ายให้เสร็จสรรพว่า น้องสาวมือสังหาร กับ พี่สาวนักฮีล

ในบรรดาผู้ท้าทายทั้งหมด ยกเว้นดันเต้ โคนีเลีย และเจ้าแมวภูติแล้ว อีก 7 คนที่เหลือล้วนเป็นคนต่างแดน แต่นั่นก็มีข้อดี เพราะพวกเขาอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อเสียงหรือวีรกรรม ของดันเต้กับโคนีเลียมาก่อน ต่อให้เคยได้ยินเรื่องราวอันโด่งดังมาบ้าง ก็คงไม่รู้ว่าตัวจริงหน้าตาเป็นอย่างไร

เมื่อทุกคนแนะนำตัวเสร็จ ก็หันมามองนักสืบผู้เงียบขรึมกับผู้ช่วยของเธอเป็นตาเดียว ก่อนที่โคนีเลียจะทันได้อ้าปาก ดันเต้ก็ชิงพูดตัดหน้าก่อนว่า

"ผมชื่อแบเชล เป็นคนรับใช้ของคุณหนูครับ คุณหนูของผมเธอไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่ ต้องขออภัยทุกท่านด้วยนะครับ"

จากนั้นเขาก็โค้งคำนับอย่างสง่างามแล้วถอยไปยืนข้างหลังโคนีเลียเงียบๆ

โคนีเลียเข้าใจเจตนาของดันเต้ทันที

"ฉันชื่อโอลีฟค่ะ"

เนื่องจากสถานะของเธอขาวสะอาดอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลจริง และดันเต้ก็ส่งสัญญาณว่า พูดน้อยๆ ไว้ดีที่สุด

เหล่าผู้ท้าทายคนอื่นๆ ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

"ที่แท้คุณนักสืบก็เป็นคุณหนูจากตระกูลขุนนางใหญ่เหมือนกันเหรอเนี่ย!"

พอลองคิดดูให้ดี ในเมื่อโลกเงาเลือกเธอมาให้เป็นความหวังของฝั่งผู้ทายทั่วไป เช่นนั้นแล้วเธอก็ย่อมต้องมีข้อดีที่เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน และการที่เธอแสดงท่าทีเงียบเชียบมาโดยตลอดนั้น เกรงว่าจะเป็นการซ่อนคมเสียมากกว่า”

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ คุณหนูลิลิตแอบประหม่านิดๆ เธอเผลอพินิจมองโคนีเลียอีกครั้ง ความนิ่งสงบและกิริยาที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความสง่างามแบบนั้น ถ้าไม่ใช่พวกสามัญชนที่ใจนิ่งสุดๆ ก็ต้องเป็นขุนนางระดับสูงที่เก็บงำความสามารถไว้แน่ๆ

ลิลิตเริ่มรู้สึกว่าคุณหนูโอลีฟคนนี้ไม่ได้นิ่งเฉยเพราะไม่มีความคิด แต่กำลังเฝ้าสังเกตการณ์ทุกคนในฐานะคนนอกอย่างใจเย็นอยู่ต่างหาก

"น่าสนใจดีนี่ งั้นเรามาดวลกันหน่อยไหมคะ"

ลิลิตคิดในใจพลางส่งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ไปให้โคนีเลีย

"แต่ตอนนี้เรามีปัญหาใหญ่อยู่เรื่องหนึ่งค่ะ"

ลิลิตกวาดสายตามองไปรอบๆ

"ผู้ท้าทายคนที่ 10 อยู่ที่ไหน?"

ในห้องนี้มีผู้ท้าทายแค่ 9 คนเท่านั้น

"ไม่ใช่คนบนเปียโนนั่นเหรอครับ?"

หนึ่งในแก๊งอัศวินถามขึ้น

ลิลิตส่ายหัว

"ไม่ใช่ค่ะ นั่นเป็น NPC ดั้งเดิมของโลกเงา ระบบไม่มีทางทำให้ผู้ท้าทายตายตั้งแต่เริ่มเกมแน่ ดังนั้นเรายังขาดคนไปอีกหนึ่ง ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าเขาเป็นมิตรหรือศัตรู เรื่องนี้ทำให้การสืบสวนยากขึ้นเยอะเลยค่ะ"

ทุกคนต่างเงียบกริบ เพราะมันดูแปลกประหลาดจริงๆ ทั้งที่ระบบบอกว่าจุดเริ่มต้นคือห้องนั่งเล่น แต่กลับมีคนหายไป

"คุณโอลีฟ คิดยังไงกับเรื่องนี้เหรอคะ?"

ลิลิตหันไปถามโคนีเลีย

"ฉันว่าเรื่องนี้ไม่สำคัญหรอกค่ะ"

โคนีเลียตอบตามสไตล์ฟรีสไตล์ที่ดันเต้บอก คือพูดสั้นๆ เพื่อไม่ให้โป๊ะแตก ซึ่งลิลิตก็นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ เหมือนจะตีความไปเองว่าโคนีเลียสื่อถึงการตัดตัวแปรที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อความเรียบง่ายในการคิด

"ตกลงค่ะ ในเมื่อคุณโอลีฟว่าอย่างนั้น งั้นเราก็ข้ามเรื่องนี้ไปก่อน"

ลิลิตยิ้มอย่างโล่งใจ

"ฉันขอเสนอว่าช่วงกลางวันเราควรจะเคลื่อนไหวด้วยกันเป็นกลุ่ม อย่างน้อยก็ต้องให้อยู่ในสายตาของกันและกัน เพราะพวกเรามีจำนวนมากกว่า"

"ถ้าวันแรกเรายังหาตัวศัตรูไม่เจอ พอถึงตอนกลางคืนเราต้องแยกกันไปนอนในห้องนอนของตัวเอง"

ลิลิตอธิบายต่อ

"ถ้าใครมีวิธีรับมือกับมนุษย์หมาป่า ระดับ 6 ได้ในช่วงสั้นๆ ฉันแนะนำให้จับคู่กันนอนสองคน แต่ถ้ามั่นใจว่าสู้ไม่ได้แน่ๆ ให้แยกกันนอนคนละห้องเพื่อกระจายความเสี่ยง และถ้าใครถูกโจมตี ต้องพยายามทิ้งเบาะแสไว้ให้ได้มากที่สุดนะคะ"

"ตกลงค่ะ"

โคนีเลียพยักหน้า

เมื่อนักสืบเห็นด้วย คนอื่นๆ ก็ไม่มีใครคัดค้าน เพราะการรวมกลุ่มกันตอนกลางคืนอาจเสี่ยงต่อการถูกเก็บเรียบยกตี้ได้ การพึ่งพาพรคุ้มครองของห้องนอนจึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด แม้ว่าอาจจะต้องมีคนโชคร้ายเสียสละเพื่อแลกกับข้อมูลก็ตาม

หลังจากนั้น ทุกคนเริ่มสำรวจโครงสร้างของคฤหาสน์ ซึ่งมี 2 ชั้น แต่ละชั้นมีห้องนอน 5 ห้อง (หมายเลข 101-105 และ 201-205) เพื่อความปลอดภัย ทุกคนตกลงกันว่าจะไม่บอกว่าใครถือกุญแจห้องไหน ชั้นล่างมีห้องนั่งเล่นและห้องครัวที่มีเสบียงเพียบ ส่วนชั้นบนเป็นห้องทำงานและห้องสมุดขนาดใหญ่

เวลาล่วงเลยไปจนถึง 21:00 น. ท่ามกลางสภาพอากาศอันเลวร้ายภายนอกที่ตัดขาดพวกเขาจากโลกภายนอกด้วยหน้าผาและสะพานที่ขาดสะบั้น เหลือเวลาอีกเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาล่าของมนุษย์หมาป่า…

จบบทที่ 074 นักสืบผู้ยิ่งใหญ่ (2/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว