- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ หมายเอาชีวิตฉันงั้นหรือ ใต้อาณัติล้วนเป็นพวกพ้องเรา
- บทที่ 3 ภารกิจหลักและตรอกไดแอกอน
บทที่ 3 ภารกิจหลักและตรอกไดแอกอน
บทที่ 3 ภารกิจหลักและตรอกไดแอกอน
บทที่ 3 ภารกิจหลักและตรอกไดแอกอน
เปลวเพลิงโชติช่วงส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดอันหนาวเหน็บ ทว่ากลับไร้ซึ่งไออุ่น เสียงสุนัขเห่าหอนประสานไปกับเสียงขู่ฟ่อของอสรพิษ กลิ่นอายแห่งความตายม้วนตัววนเวียนไปมาพร้อมแยกเขี้ยวเค้นเล็บอย่างน่าหวาดหวั่น
"เทพแห่งความตายวัยเยาว์ได้ทิ้งสิ่งวิเศษไว้ในโลกมนุษย์สามชิ้น สาวกผู้ภักดีของข้า โปรดเป็นหูเป็นตาและเป็นมือเป็นไม้ให้ข้าในโลกใบนี้ จงตามหา รวบรวม และส่งคืนพวกมันสู่ปรโลกอันเป็นนิรันดร์..."
ลวดลายปริศนาที่ประกอบด้วยวงวนสามวงเชื่อมต่อกันปรากฏขึ้นบนหน้าผากของแอชเชอร์ที่กำลังหลับใหล ก่อนที่โลกแห่งราตรีจะถูกแทนที่ด้วยแสงรุ่งอรุณอันเจิดจ้าอย่างเงียบเชียบ
"กริ๊ง..."
เสียงนาฬิกาปลุกอันแสบแก้วหูฉุดให้แอชเชอร์สะดุ้งตื่นจากภวังค์ฝัน เขาพุ่งตัวลงจากเตียงแล้วกดปุ่มปิดนาฬิกาปลุกทันที
"แปลกจัง เมื่อคืนเหมือนผมจะฝันเห็นเทพีเฮเกตี..." เขายืนจ้องรูปปั้นเทพีเฮเกตีบนแท่นบูชาอย่างเหม่อลอยพลางพยายามนึกทบทวนเนื้อหาในฝัน "ในฝันเหมือนท่านจะตรัสอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเทพแห่งความตาย... และสิ่งวิเศษ..."
"หรือว่านี่จะเป็นโองการที่ท่านเทพีประทานมาให้ผม?"
ความฝันที่สมจริงอย่างเหลือเชื่อทำให้แอชเชอร์รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ ในเมื่อเขาถูกเทพีเฮเกตี ลักพาตัว มายังโลกใบนี้ เขาย่อมไม่เชื่อเด็ดขาดว่านี่จะเป็นเพียงความฝันธรรมดาที่ไร้ความหมาย
ทันใดนั้น สายตาที่เหลือบไปมองโดยไม่ได้ตั้งใจก็ทำให้แอชเชอร์ถึงกับตัวแข็งทื่อ เพราะเขาพบ รอยสัก บนหน้าผากของตนเองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ข้างเตียง
"พระเจ้าช่วย! กงล้อแห่งเฮเกตี! นี่คือพรที่ท่านเทพีทิ้งไว้ให้!"
เขายืนจ้องกระจกพลางลูบคลำสัญลักษณ์แห่งเฮเกตีบนหน้าผาก แล้วตระหนักได้ว่าสิ่งที่เขาคาดเดาไว้นั้นถูกต้องเพียงใด
"ผมเข้าใจแล้ว ท่านเทพีมอบภารกิจหลักให้ผมสินะ ที่แท้นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ผมถูกส่งมายังโลกใบนี้ ผมคือพนักงานที่ท่านเทพีเลือกมาใช้งานนี่เอง"
ในขณะที่ พนักงานผู้ถูกเลือก อย่างแอชเชอร์กำลังตัดพ้อต่อโชคชะตาอันยากลำบากของตนเอง เสียงตะโกนของคุณนายเดโบราห์ก็ดังขึ้นจากชั้นล่าง
"แอชเชอร์น้อย สายมากแล้วนะจ๊ะ ได้เวลาลุกแล้ว อย่าลืมล่ะว่าวันนี้เป็นวันสำคัญที่เธอต้องไปซื้อของที่ตรอกไดแอกอน!"
"ทราบแล้วครับคุณนายเดโบราห์"
แอชเชอร์ตะโกนตอบกลับ ขณะที่เขากำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็นึกขึ้นได้ว่ามีสัญลักษณ์กงล้อแห่งเฮเกตีเด่นชัดอยู่บนหน้าผาก "แย่แล้ว ถ้าคุณนายเดโบราห์เห็นสัญลักษณ์บนหน้าผากผมเข้า เธอต้องคิดว่าผมแอบไปสัก ตาที่สาม มาแน่ๆ ผมไม่อยากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กเกเรที่ชอบทำท่าทางแปลกๆ หรอกนะ จริงๆ เลย..."
โชคดีที่ราวกับจะรับรู้ถึงความไม่พอใจอย่างมากของแอชเชอร์ สัญลักษณ์กงล้อบนหน้าผากของเขาก็ค่อยๆ จางลงจนเลือนหายไปในที่สุด
...
"โอ้ พ่อมดน้อยที่รัก พ่อแม่ไม่ได้มาด้วยหรือจ๊ะ มั่นใจนะว่าอยากจะไปตรอกไดแอกอนคนเดียว?"
เมื่อเห็นแอชเชอร์พยักหน้าอย่างจริงจัง ทอม เจ้าของร้านหม้อใหญ่รั่วก็เลิกพูดจาไร้สาระแล้วใช้ไม้กายสิทธิ์เคาะที่กำแพงอิฐสามครั้ง ทันใดนั้น ซุ้มประตูที่ทอดตัวสู่ตรอกไดแอกอนก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าแอชเชอร์
"นับอิฐขึ้นไปสามก้อนจากถังขยะ แล้วก็นับตามแนวนอนไปอีกสองก้อน จากนั้นใช้ไม้กายสิทธิ์เคาะผนังเบาๆ สามครั้ง ทางไปตรอกไดแอกอนก็จะปรากฏออกมา"
"จดจำได้แล้วครับ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะครับคุณทอม"
แอชเชอร์ถอดหมวกเบเร่ต์ออกแล้วกล่าวขอบคุณทอมอย่างสุภาพ จากนั้นเขาก็เดินเข้าสู่ทางเข้าของโลกเวทมนตร์ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ทุกแห่งหนที่สายตามองไปมีแต่พ่อมดแม่มดที่สวมชุดคลุมยาว ซึ่งทำให้แอชเชอร์ที่สวมชุดแบบคนปกติรู้สึกราวกับเป็นตัวประหลาด
ดังนั้นหลังจากออกจากธนาคารกริงกอตส์และแลก เงินเดือน ทั้งหมดของเขา รวมกับ เงินอุดหนุน ของคุณนายเดโบราห์จากเงินปอนด์มาเป็นเงินเกลเลียนแล้ว แอชเชอร์จึงตัดสินใจเลือกจุดหมายแรกของการเดินทางครั้งนี้โดยไม่ลังเล นั่นคือร้านเสื้อคลุมสำหรับทุกโอกาสของมาดามมัลกิน
"สวัสดีครับ มีใครอยู่ไหมครับ"
เสียงประตูร้านดังเอี๊ยดขณะที่แอชเชอร์ผลักเข้าไป "ผมต้องการมาซื้อชุดนักเรียนฮอกวอตส์ครับ"
"แน่นอนจ้ะ พ่อมดน้อยผู้สุภาพ" มาดามมัลกินในชุดสีม่วงเดินออกมาจากหลังร้าน พร้อมรอยยิ้มอันอบอุ่นบนใบหน้ากลมมนของนาง
"ขอฉันดูให้ชัดๆ หน่อยนะ โอ้ พ่อมดน้อยรูปหล่อ ฉันเชื่อว่าเธอจะต้องมีแฟนคลับมากมายที่ฮอกวอตส์แน่นอน" โดยไม่รอให้แอชเชอร์ได้ตอบอะไร มาดามมัลกินผู้กระตือรือร้นก็ประคองเขาให้ขึ้นไปยืนบนม้านั่งสำหรับวัดตัว
"เชื่อมือฉันเถอะ ฝีมือการตัดเย็บเสื้อคลุมของฉันน่ะดีที่สุดในตรอกไดแอกอนแล้ว!"
เมื่อมาดามมัลกินร่ายคาถาด้วยไม้กายสิทธิ์ สายวัดก็เริ่มไต่ขึ้นไปบนตัวของแอชเชอร์ราวกับงูที่ปราดเปรียว ทำให้เขารู้สึกคันยุบยิบไปทั่วทั้งร่าง
"คุณมาดามครับ..." แอชเชอร์พูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ช่วย... เร็วหน่อยได้ไหมครับ... ผมทนความคันไม่ไหวแล้ว..."
"ใกล้แล้วๆ อย่ารีบร้อนไปเลยจ้ะ ยิ่งวัดตัวได้แม่นยำเท่าไหร่ เสื้อผ้าก็จะยิ่งใส่สบายเท่านั้นนะ"
เวลายี่สิบนาทีต่อมาถูกแอชเชอร์ขนานนามว่า เป็นยี่สิบนาทีที่ทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิต เขาถูกบังคับให้ทนต่อ การคุกคาม ของสายวัดและต้องข่มความปรารถนาที่จะวิ่งหนีเอาไว้
"เรียบร้อยแล้วจ้ะเด็กน้อย เสื้อผ้าเสร็จแล้ว ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะ ร้านมาดามมัลกินยินดีต้อนรับเธอในครั้งหน้าจ้ะ"
แอชเชอร์รับเสื้อผ้าที่ตัดเย็บเสร็จแล้วจากมือมาดามมัลกินแล้ววิ่งหนีออกไปโดยไม่หันกลับมามอง เขาขอสาบานว่าจะไม่เหยียบเข้าไปในสถานที่ที่น่ากลัวแห่งนั้นเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด!
สิ่งที่แอชเชอร์ซึ่งกำลังวิ่งหนีอย่างลนลานไม่ได้สังเกตเห็นก็คือ มีเด็กชายผมสีบลอนด์ขาวคนหนึ่งกำลังมองตามหลังเขาไป พร้อมกับถามชายที่อยู่ข้างๆ ซึ่งมีผมสีบลอนด์ขาวเช่นกันว่า "คุณพ่อครับ ร้านของมาดามมัลกินเป็นสถานที่ที่น่ากลัวมากเลยหรือครับ"
"สำหรับคำตอบของคำถามนั้น ลูกจะได้รู้เองเมื่อเข้าไปข้างใน" ชายผู้นั้นไม่ได้ตอบคำถามของลูกชายโดยตรง แต่กลับเผยรอยยิ้มที่มีเล่ห์เหลี่ยมออกมา ในใจของเขาเริ่มหวนนึกถึง ประสบการณ์อันเจ็บปวด ของตนเองในร้านนั้น
"ร้านโอลิแวนเดอร์ ผู้ประดิษฐ์ไม้กายสิทธิ์ชั้นเลิศตั้งแต่สามร้อยแปดสิบสองปีก่อนคริสตกาล ว้าว นี่มันร้านเก่าแก่ระดับพันปีเลยนี่นา!"
เมื่อประตูร้านเปิดออก เสียงกระดิ่งใสดังกังวานไปทั่วหูของแอชเชอร์
"ขอประทานโทษครับ คุณโอลิแวนเดอร์อยู่ไหมครับ"
เขาสำรวจผนังร้านที่ดูเหมือนห้องสมุดด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะเริ่มเรียกชื่อเจ้าของร้าน
"อรุณสวัสดิ์" คุณโอลิแวนเดอร์ผมสีเงินไถลลงมาจากบันไดเลื่อนราวกับใช้เวทมนตร์ "ขอฉันดูหน่อยนะ โอ้ ทรีลอว์นีย์น้อย ช่างหาได้ยากยิ่ง"
คำพูดของโอลิแวนเดอร์ทำให้แอชเชอร์สะดุ้ง เขาไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าของร้านไม้กายสิทธิ์ที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนจะสามารถเรียกนามสกุลของเขาได้อย่างถูกต้อง
"คุณโอลิแวนเดอร์ ทราบนามสกุลของผมได้อย่างไรครับ"
แอชเชอร์ซึ่งรู้ว่านามสกุลของตนมาจากรอยปักบนผ้าอ้อมถามด้วยความจริงใจ แมเขาจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดในชาตินี้นัก แต่การได้เปิดโปงปริศนาที่มาของตนเองก็ยังเป็นเรื่องที่เขาสนใจอยู่ดี
"โอ้ ยังต้องถามอีกหรือ ดวงตาที่ชาญฉลาดคู่นั้นของเธอที่สามารถมองทะลุเห็นอนาคตได้ ฉันเคยเห็นมันเพียงในหมู่ผู้พยากรณ์แห่งตระกูลทรีลอว์นีย์เท่านั้นแหละ"
คำตอบของโอลิแวนเดอร์ไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากนัก แต่อย่างน้อยแอชเชอร์ก็ได้รู้สิ่งหนึ่ง นั่นคือทรีลอว์นีย์เป็นตระกูลใหญ่ และเป็นตระกูลที่ให้กำเนิดผู้พยากรณ์มากมาย
"ดังนั้นพรสวรรค์ในการดูดวงของผมจึงมาจากสายเลือดสินะ เป็นข่าวที่น่าประหลาดใจจริงๆ"
"เอาละ คุณทรีลอว์นีย์ มาเริ่มกันเถอะ เธอต้องรู้ไว้ว่า ไม้กายสิทธิ์เป็นฝ่ายเลือกพ่อมด ไม่ใช่พ่อมดเลือกไม้กายสิทธิ์"
คุณโอลิแวนเดอร์หยิบสายวัดออกมาจากกระเป๋าแล้วเดินมาตรงหน้าแอชเชอร์ "เธอถนัดมือข้างไหน"
"เอ่อ มือขวาครับ" แอชเชอร์ตอบ
"ยกแขนขึ้นสิ"
"ได้ครับ" แอชเชอร์ทำตามอย่างว่างง่าย
หลังจากเปลี่ยนท่าทางไปมาหลายครั้งราวกับหุ่นเชิดตามคำสั่งของโอลิแวนเดอร์และตอบคำถามอีกสองสามข้อ แอชเชอร์ก็เห็นโอลิแวนเดอร์เก็บสายวัดแล้วเริ่มเดินวุ่นไปตามชั้นวางของ
"เจอแล้ว!" เสียงตะโกนก้องอย่างกะทันหันของโอลิแวนเดอร์ทำเอาแอชเชอร์ตกใจจริงๆ "ลองอันนี้ดู ยาวสิบสามนิ้ว ทำจากไม้ลอเรลและมีแกนกลางเป็นขนหางเธสตรอล อันนี้ต้องเหมาะกับเธอมากแน่ๆ"
แอชเชอร์รับไม้กายสิทธิ์จากมือโอลิแวนเดอร์ด้วยความสงสัย ทันทีที่มือของเขาแตะโดนไม้กายสิทธิ์ กลิ่นอายอันทรงพลังและน่าขนลุกก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร้านไม้กายสิทธิ์ของโอลิแวนเดอร์ เสียงกรีดร้องและเสียงคร่ำครวญอันน่าสยดสยองดังขึ้นในหูของแอชเชอร์
"ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมที่สุด!" โอลิแวนเดอร์อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มที่ดูคลุ้มคลั่งออกมาเมื่อเห็นภาพนั้น "การโอบกอดความตาย การต้อนรับความตาย การข้องแวะกับวิญญาณและโลกแห่งจันทรา มีเป้าหมายที่ชัดเจน และครอบครองเวทมนตร์อันทรงพลัง ช่างอัศจรรย์แท้! อัศจรรย์จริงๆ!"
ครู่หนึ่งต่อมา โอลิแวนเดอร์ซึ่งดูเหมือนจะเกิดอาการ คุ้มคลั่ง ในสายตาของแอชเชอร์ ก็กลับมามีท่าทางปกติเหมือนตอนแรก
"ทั้งหมดเก้าเกลเลียน คุณทรีลอว์นีย์ เธอควรทราบว่านี่เป็นไม้กายสิทธิ์เพียงอันเดียวที่ฉันมีซึ่งมีแกนกลางเป็นขนหางเธสตรอล นั่นทำให้ฉันต้องเก็บเงินเพิ่มอีกสองเกลเลียน"
แอชเชอร์ซึ่งไม่มีความรู้เรื่องราคาไม้กายสิทธิ์ตัดสินใจหยิบเงินเก้าเกลเลียนออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้โอลิแวนเดอร์ทันที เพียงเพราะความโกลาหลที่เกิดขึ้นจากไม้กายสิทธิ์เมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกถึงความคุ้นเคย มันคือกลิ่นอายเดียวกับเทพีเฮเกตีในความฝันของเขานั่นเอง
"ขอบคุณที่มาอุดหนุน"
เมื่อมองตามหลังแอชเชอร์ที่เดินจากไป โอลิแวนเดอร์ก็พิงเคาน์เตอร์แล้วพึมพำกับตัวเองว่า "ดูเหมือนว่าจะมีบุคคลที่ไม่ธรรมดาอุบัติขึ้นในโลกเวทมนตร์อีกคนแล้วสิ ฉันเพียงแต่หวังว่าเขาจะไม่ลงเอยเหมือนกับคนในอดีตคนนั้น..."