เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ภารกิจหลักและตรอกไดแอกอน

บทที่ 3 ภารกิจหลักและตรอกไดแอกอน

บทที่ 3 ภารกิจหลักและตรอกไดแอกอน


บทที่ 3 ภารกิจหลักและตรอกไดแอกอน

เปลวเพลิงโชติช่วงส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดอันหนาวเหน็บ ทว่ากลับไร้ซึ่งไออุ่น เสียงสุนัขเห่าหอนประสานไปกับเสียงขู่ฟ่อของอสรพิษ กลิ่นอายแห่งความตายม้วนตัววนเวียนไปมาพร้อมแยกเขี้ยวเค้นเล็บอย่างน่าหวาดหวั่น

"เทพแห่งความตายวัยเยาว์ได้ทิ้งสิ่งวิเศษไว้ในโลกมนุษย์สามชิ้น สาวกผู้ภักดีของข้า โปรดเป็นหูเป็นตาและเป็นมือเป็นไม้ให้ข้าในโลกใบนี้ จงตามหา รวบรวม และส่งคืนพวกมันสู่ปรโลกอันเป็นนิรันดร์..."

ลวดลายปริศนาที่ประกอบด้วยวงวนสามวงเชื่อมต่อกันปรากฏขึ้นบนหน้าผากของแอชเชอร์ที่กำลังหลับใหล ก่อนที่โลกแห่งราตรีจะถูกแทนที่ด้วยแสงรุ่งอรุณอันเจิดจ้าอย่างเงียบเชียบ

"กริ๊ง..."

เสียงนาฬิกาปลุกอันแสบแก้วหูฉุดให้แอชเชอร์สะดุ้งตื่นจากภวังค์ฝัน เขาพุ่งตัวลงจากเตียงแล้วกดปุ่มปิดนาฬิกาปลุกทันที

"แปลกจัง เมื่อคืนเหมือนผมจะฝันเห็นเทพีเฮเกตี..." เขายืนจ้องรูปปั้นเทพีเฮเกตีบนแท่นบูชาอย่างเหม่อลอยพลางพยายามนึกทบทวนเนื้อหาในฝัน "ในฝันเหมือนท่านจะตรัสอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเทพแห่งความตาย... และสิ่งวิเศษ..."

"หรือว่านี่จะเป็นโองการที่ท่านเทพีประทานมาให้ผม?"

ความฝันที่สมจริงอย่างเหลือเชื่อทำให้แอชเชอร์รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ ในเมื่อเขาถูกเทพีเฮเกตี ลักพาตัว มายังโลกใบนี้ เขาย่อมไม่เชื่อเด็ดขาดว่านี่จะเป็นเพียงความฝันธรรมดาที่ไร้ความหมาย

ทันใดนั้น สายตาที่เหลือบไปมองโดยไม่ได้ตั้งใจก็ทำให้แอชเชอร์ถึงกับตัวแข็งทื่อ เพราะเขาพบ รอยสัก บนหน้าผากของตนเองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ข้างเตียง

"พระเจ้าช่วย! กงล้อแห่งเฮเกตี! นี่คือพรที่ท่านเทพีทิ้งไว้ให้!"

เขายืนจ้องกระจกพลางลูบคลำสัญลักษณ์แห่งเฮเกตีบนหน้าผาก แล้วตระหนักได้ว่าสิ่งที่เขาคาดเดาไว้นั้นถูกต้องเพียงใด

"ผมเข้าใจแล้ว ท่านเทพีมอบภารกิจหลักให้ผมสินะ ที่แท้นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ผมถูกส่งมายังโลกใบนี้ ผมคือพนักงานที่ท่านเทพีเลือกมาใช้งานนี่เอง"

ในขณะที่ พนักงานผู้ถูกเลือก อย่างแอชเชอร์กำลังตัดพ้อต่อโชคชะตาอันยากลำบากของตนเอง เสียงตะโกนของคุณนายเดโบราห์ก็ดังขึ้นจากชั้นล่าง

"แอชเชอร์น้อย สายมากแล้วนะจ๊ะ ได้เวลาลุกแล้ว อย่าลืมล่ะว่าวันนี้เป็นวันสำคัญที่เธอต้องไปซื้อของที่ตรอกไดแอกอน!"

"ทราบแล้วครับคุณนายเดโบราห์"

แอชเชอร์ตะโกนตอบกลับ ขณะที่เขากำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็นึกขึ้นได้ว่ามีสัญลักษณ์กงล้อแห่งเฮเกตีเด่นชัดอยู่บนหน้าผาก "แย่แล้ว ถ้าคุณนายเดโบราห์เห็นสัญลักษณ์บนหน้าผากผมเข้า เธอต้องคิดว่าผมแอบไปสัก ตาที่สาม มาแน่ๆ ผมไม่อยากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กเกเรที่ชอบทำท่าทางแปลกๆ หรอกนะ จริงๆ เลย..."

โชคดีที่ราวกับจะรับรู้ถึงความไม่พอใจอย่างมากของแอชเชอร์ สัญลักษณ์กงล้อบนหน้าผากของเขาก็ค่อยๆ จางลงจนเลือนหายไปในที่สุด

...

"โอ้ พ่อมดน้อยที่รัก พ่อแม่ไม่ได้มาด้วยหรือจ๊ะ มั่นใจนะว่าอยากจะไปตรอกไดแอกอนคนเดียว?"

เมื่อเห็นแอชเชอร์พยักหน้าอย่างจริงจัง ทอม เจ้าของร้านหม้อใหญ่รั่วก็เลิกพูดจาไร้สาระแล้วใช้ไม้กายสิทธิ์เคาะที่กำแพงอิฐสามครั้ง ทันใดนั้น ซุ้มประตูที่ทอดตัวสู่ตรอกไดแอกอนก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าแอชเชอร์

"นับอิฐขึ้นไปสามก้อนจากถังขยะ แล้วก็นับตามแนวนอนไปอีกสองก้อน จากนั้นใช้ไม้กายสิทธิ์เคาะผนังเบาๆ สามครั้ง ทางไปตรอกไดแอกอนก็จะปรากฏออกมา"

"จดจำได้แล้วครับ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนะครับคุณทอม"

แอชเชอร์ถอดหมวกเบเร่ต์ออกแล้วกล่าวขอบคุณทอมอย่างสุภาพ จากนั้นเขาก็เดินเข้าสู่ทางเข้าของโลกเวทมนตร์ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

ทุกแห่งหนที่สายตามองไปมีแต่พ่อมดแม่มดที่สวมชุดคลุมยาว ซึ่งทำให้แอชเชอร์ที่สวมชุดแบบคนปกติรู้สึกราวกับเป็นตัวประหลาด

ดังนั้นหลังจากออกจากธนาคารกริงกอตส์และแลก เงินเดือน ทั้งหมดของเขา รวมกับ เงินอุดหนุน ของคุณนายเดโบราห์จากเงินปอนด์มาเป็นเงินเกลเลียนแล้ว แอชเชอร์จึงตัดสินใจเลือกจุดหมายแรกของการเดินทางครั้งนี้โดยไม่ลังเล นั่นคือร้านเสื้อคลุมสำหรับทุกโอกาสของมาดามมัลกิน

"สวัสดีครับ มีใครอยู่ไหมครับ"

เสียงประตูร้านดังเอี๊ยดขณะที่แอชเชอร์ผลักเข้าไป "ผมต้องการมาซื้อชุดนักเรียนฮอกวอตส์ครับ"

"แน่นอนจ้ะ พ่อมดน้อยผู้สุภาพ" มาดามมัลกินในชุดสีม่วงเดินออกมาจากหลังร้าน พร้อมรอยยิ้มอันอบอุ่นบนใบหน้ากลมมนของนาง

"ขอฉันดูให้ชัดๆ หน่อยนะ โอ้ พ่อมดน้อยรูปหล่อ ฉันเชื่อว่าเธอจะต้องมีแฟนคลับมากมายที่ฮอกวอตส์แน่นอน" โดยไม่รอให้แอชเชอร์ได้ตอบอะไร มาดามมัลกินผู้กระตือรือร้นก็ประคองเขาให้ขึ้นไปยืนบนม้านั่งสำหรับวัดตัว

"เชื่อมือฉันเถอะ ฝีมือการตัดเย็บเสื้อคลุมของฉันน่ะดีที่สุดในตรอกไดแอกอนแล้ว!"

เมื่อมาดามมัลกินร่ายคาถาด้วยไม้กายสิทธิ์ สายวัดก็เริ่มไต่ขึ้นไปบนตัวของแอชเชอร์ราวกับงูที่ปราดเปรียว ทำให้เขารู้สึกคันยุบยิบไปทั่วทั้งร่าง

"คุณมาดามครับ..." แอชเชอร์พูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ช่วย... เร็วหน่อยได้ไหมครับ... ผมทนความคันไม่ไหวแล้ว..."

"ใกล้แล้วๆ อย่ารีบร้อนไปเลยจ้ะ ยิ่งวัดตัวได้แม่นยำเท่าไหร่ เสื้อผ้าก็จะยิ่งใส่สบายเท่านั้นนะ"

เวลายี่สิบนาทีต่อมาถูกแอชเชอร์ขนานนามว่า เป็นยี่สิบนาทีที่ทุกข์ทรมานที่สุดในชีวิต เขาถูกบังคับให้ทนต่อ การคุกคาม ของสายวัดและต้องข่มความปรารถนาที่จะวิ่งหนีเอาไว้

"เรียบร้อยแล้วจ้ะเด็กน้อย เสื้อผ้าเสร็จแล้ว ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะ ร้านมาดามมัลกินยินดีต้อนรับเธอในครั้งหน้าจ้ะ"

แอชเชอร์รับเสื้อผ้าที่ตัดเย็บเสร็จแล้วจากมือมาดามมัลกินแล้ววิ่งหนีออกไปโดยไม่หันกลับมามอง เขาขอสาบานว่าจะไม่เหยียบเข้าไปในสถานที่ที่น่ากลัวแห่งนั้นเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด!

สิ่งที่แอชเชอร์ซึ่งกำลังวิ่งหนีอย่างลนลานไม่ได้สังเกตเห็นก็คือ มีเด็กชายผมสีบลอนด์ขาวคนหนึ่งกำลังมองตามหลังเขาไป พร้อมกับถามชายที่อยู่ข้างๆ ซึ่งมีผมสีบลอนด์ขาวเช่นกันว่า "คุณพ่อครับ ร้านของมาดามมัลกินเป็นสถานที่ที่น่ากลัวมากเลยหรือครับ"

"สำหรับคำตอบของคำถามนั้น ลูกจะได้รู้เองเมื่อเข้าไปข้างใน" ชายผู้นั้นไม่ได้ตอบคำถามของลูกชายโดยตรง แต่กลับเผยรอยยิ้มที่มีเล่ห์เหลี่ยมออกมา ในใจของเขาเริ่มหวนนึกถึง ประสบการณ์อันเจ็บปวด ของตนเองในร้านนั้น

"ร้านโอลิแวนเดอร์ ผู้ประดิษฐ์ไม้กายสิทธิ์ชั้นเลิศตั้งแต่สามร้อยแปดสิบสองปีก่อนคริสตกาล ว้าว นี่มันร้านเก่าแก่ระดับพันปีเลยนี่นา!"

เมื่อประตูร้านเปิดออก เสียงกระดิ่งใสดังกังวานไปทั่วหูของแอชเชอร์

"ขอประทานโทษครับ คุณโอลิแวนเดอร์อยู่ไหมครับ"

เขาสำรวจผนังร้านที่ดูเหมือนห้องสมุดด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะเริ่มเรียกชื่อเจ้าของร้าน

"อรุณสวัสดิ์" คุณโอลิแวนเดอร์ผมสีเงินไถลลงมาจากบันไดเลื่อนราวกับใช้เวทมนตร์ "ขอฉันดูหน่อยนะ โอ้ ทรีลอว์นีย์น้อย ช่างหาได้ยากยิ่ง"

คำพูดของโอลิแวนเดอร์ทำให้แอชเชอร์สะดุ้ง เขาไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าของร้านไม้กายสิทธิ์ที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนจะสามารถเรียกนามสกุลของเขาได้อย่างถูกต้อง

"คุณโอลิแวนเดอร์ ทราบนามสกุลของผมได้อย่างไรครับ"

แอชเชอร์ซึ่งรู้ว่านามสกุลของตนมาจากรอยปักบนผ้าอ้อมถามด้วยความจริงใจ แมเขาจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดในชาตินี้นัก แต่การได้เปิดโปงปริศนาที่มาของตนเองก็ยังเป็นเรื่องที่เขาสนใจอยู่ดี

"โอ้ ยังต้องถามอีกหรือ ดวงตาที่ชาญฉลาดคู่นั้นของเธอที่สามารถมองทะลุเห็นอนาคตได้ ฉันเคยเห็นมันเพียงในหมู่ผู้พยากรณ์แห่งตระกูลทรีลอว์นีย์เท่านั้นแหละ"

คำตอบของโอลิแวนเดอร์ไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากนัก แต่อย่างน้อยแอชเชอร์ก็ได้รู้สิ่งหนึ่ง นั่นคือทรีลอว์นีย์เป็นตระกูลใหญ่ และเป็นตระกูลที่ให้กำเนิดผู้พยากรณ์มากมาย

"ดังนั้นพรสวรรค์ในการดูดวงของผมจึงมาจากสายเลือดสินะ เป็นข่าวที่น่าประหลาดใจจริงๆ"

"เอาละ คุณทรีลอว์นีย์ มาเริ่มกันเถอะ เธอต้องรู้ไว้ว่า ไม้กายสิทธิ์เป็นฝ่ายเลือกพ่อมด ไม่ใช่พ่อมดเลือกไม้กายสิทธิ์"

คุณโอลิแวนเดอร์หยิบสายวัดออกมาจากกระเป๋าแล้วเดินมาตรงหน้าแอชเชอร์ "เธอถนัดมือข้างไหน"

"เอ่อ มือขวาครับ" แอชเชอร์ตอบ

"ยกแขนขึ้นสิ"

"ได้ครับ" แอชเชอร์ทำตามอย่างว่างง่าย

หลังจากเปลี่ยนท่าทางไปมาหลายครั้งราวกับหุ่นเชิดตามคำสั่งของโอลิแวนเดอร์และตอบคำถามอีกสองสามข้อ แอชเชอร์ก็เห็นโอลิแวนเดอร์เก็บสายวัดแล้วเริ่มเดินวุ่นไปตามชั้นวางของ

"เจอแล้ว!" เสียงตะโกนก้องอย่างกะทันหันของโอลิแวนเดอร์ทำเอาแอชเชอร์ตกใจจริงๆ "ลองอันนี้ดู ยาวสิบสามนิ้ว ทำจากไม้ลอเรลและมีแกนกลางเป็นขนหางเธสตรอล อันนี้ต้องเหมาะกับเธอมากแน่ๆ"

แอชเชอร์รับไม้กายสิทธิ์จากมือโอลิแวนเดอร์ด้วยความสงสัย ทันทีที่มือของเขาแตะโดนไม้กายสิทธิ์ กลิ่นอายอันทรงพลังและน่าขนลุกก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร้านไม้กายสิทธิ์ของโอลิแวนเดอร์ เสียงกรีดร้องและเสียงคร่ำครวญอันน่าสยดสยองดังขึ้นในหูของแอชเชอร์

"ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมที่สุด!" โอลิแวนเดอร์อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มที่ดูคลุ้มคลั่งออกมาเมื่อเห็นภาพนั้น "การโอบกอดความตาย การต้อนรับความตาย การข้องแวะกับวิญญาณและโลกแห่งจันทรา มีเป้าหมายที่ชัดเจน และครอบครองเวทมนตร์อันทรงพลัง ช่างอัศจรรย์แท้! อัศจรรย์จริงๆ!"

ครู่หนึ่งต่อมา โอลิแวนเดอร์ซึ่งดูเหมือนจะเกิดอาการ คุ้มคลั่ง ในสายตาของแอชเชอร์ ก็กลับมามีท่าทางปกติเหมือนตอนแรก

"ทั้งหมดเก้าเกลเลียน คุณทรีลอว์นีย์ เธอควรทราบว่านี่เป็นไม้กายสิทธิ์เพียงอันเดียวที่ฉันมีซึ่งมีแกนกลางเป็นขนหางเธสตรอล นั่นทำให้ฉันต้องเก็บเงินเพิ่มอีกสองเกลเลียน"

แอชเชอร์ซึ่งไม่มีความรู้เรื่องราคาไม้กายสิทธิ์ตัดสินใจหยิบเงินเก้าเกลเลียนออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้โอลิแวนเดอร์ทันที เพียงเพราะความโกลาหลที่เกิดขึ้นจากไม้กายสิทธิ์เมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกถึงความคุ้นเคย มันคือกลิ่นอายเดียวกับเทพีเฮเกตีในความฝันของเขานั่นเอง

"ขอบคุณที่มาอุดหนุน"

เมื่อมองตามหลังแอชเชอร์ที่เดินจากไป โอลิแวนเดอร์ก็พิงเคาน์เตอร์แล้วพึมพำกับตัวเองว่า "ดูเหมือนว่าจะมีบุคคลที่ไม่ธรรมดาอุบัติขึ้นในโลกเวทมนตร์อีกคนแล้วสิ ฉันเพียงแต่หวังว่าเขาจะไม่ลงเอยเหมือนกับคนในอดีตคนนั้น..."

จบบทที่ บทที่ 3 ภารกิจหลักและตรอกไดแอกอน

คัดลอกลิงก์แล้ว