- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 65: ฟู่เส้าตั๋ว นี่คุณกำลังเป็นห่วงฉันอยู่เหรอคะ?
บทที่ 65: ฟู่เส้าตั๋ว นี่คุณกำลังเป็นห่วงฉันอยู่เหรอคะ?
บทที่ 65: ฟู่เส้าตั๋ว นี่คุณกำลังเป็นห่วงฉันอยู่เหรอคะ?
บทที่ 65: ฟู่เส้าตั๋ว นี่คุณกำลังเป็นห่วงฉันอยู่เหรอคะ?
กินมื้อเที่ยงเสร็จ เจียงชิ่นก็ไปตามโจวตงหยางที่หอพักคนโสดมาให้ฟู่เส้าตั๋ว จากนั้นก็เดินตามจางเผิงไปจับปลา ตอนที่ไปหาจางเผิง เด็กนั่นกำลังเล่นอยู่กับเพื่อนผู้ชายอีกสามคน พอได้ยินว่าจะไปจับปลา ทุกคนก็ตื่นเต้นฮึกเหิม ขอตามไปด้วยกันหมด คนเยอะหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก แต่การต้องมาเดินนำเด็กเป็นพรวนแบบนี้ เจียงชิ่นรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นหัวโจกแก๊งเด็กยังไงยังงั้น เด็กทั้งสี่คนคุ้นเคยกับแม่น้ำบนภูเขาเป็นอย่างดี พวกเขาสับเท้าวิ่งนำหน้าไปก่อน ปล่อยให้เจียงชิ่นเดินตามอยู่ข้างหลัง
การปีนเขานี่มันเหนื่อยเอาเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อวันก่อนเพิ่งมีฝนตกลงมา ทางเดินบนเขาบางช่วงยังเฉอะแฉะ ก้าวพลาดแค่นิดเดียวก็ลื่นล้มได้ง่ายๆ "พวกเธอเดินกันระวังๆ หน่อยนะ!" เจียงชิ่นตะโกนไล่หลัง เด็กๆ ขานรับ หู่จื่อเพื่อนสนิทของจางเผิงกระซิบถามเบาๆ "ฉันเห็นน้าเจียงเดินเซไปเซมา น้าเขาจะไม่ล้มเอาเหรอ?" จางเผิงหันไปมองแวบหนึ่ง แล้วตอบว่า "ไม่หรอก น้าเจียงเป็นผู้ใหญ่แล้ว เก่งจะตายไป"
หู่จื่อได้ยินแบบนั้นก็วางใจ เด็กทั้งสี่คนวิ่งเล่นกันต่ออย่างสนุกสนาน เจียงชิ่นคน 'เก่ง' เดินต่อไปได้อีกไม่กี่ก้าว เท้าก็เหยียบพลาดลื่นไถล ล้มดัง 'พลั่ก' ลงไปกองกับพื้นโคลน ล้มจังเบ้อเริ่มขนาดนี้ เจียงชิ่นเจ็บจนต้องสูดปาก ทั้งเจ็บตัว ทั้งกลัวว่าเดี๋ยวพวกจางเผิงวิ่งกลับมาตามแล้วจะเห็นสภาพสุดอนาถของตัวเอง เธอเลยต้องพยายามกระเสือกกระสนลุกขึ้นมา เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน สกปรกมอมแมมไปหมด
เจียงชิ่นรู้สึกน้อยใจขึ้นมาตงิดๆ ดูสิเนี่ย เธอต้องมาทนตกระกำลำบากอะไรขนาดนี้! เพื่อให้มีข้ออ้างเนียนๆ ในการเอาปลาจากมิติวิเศษออกมา เธอถึงกับต้องถ่อมาปีนเขาหัดจับปลาเลยเชียวนะ กว่าจะได้กินปลาสักตัว เธอต้องลงทุนลงแรงไปตั้งเท่าไหร่ ชีวิตมันช่างยากเย็นเสียนี่กระไร!
จังหวะนั้นเอง พวกจางเผิงเห็นเธอไม่เดินตามมาสักที ก็เลยวิ่งย้อนกลับมาดู พอเห็นเจียงชิ่นเปื้อนโคลนไปทั้งตัว หู่จื่อก็กระตุกชายเสื้อจางเผิงยิกๆ
"เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่าน้าเจียงต้องล้มแน่ๆ" จางเผิงตกใจแทบแย่ ถ้าน้าเจียงเป็นอะไรขึ้นมา แม่เขาเอาตายแน่ "น้าเจียงครับ น้าไม่เป็นไรใช่ไหม?" จางเผิงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาถามด้วยความรู้สึกผิด โทษฐานที่เมื่อกี้เขาวิ่งเร็วเกินไป ทิ้งน้าเจียงไว้ข้างหลังคนเดียว ถ้ารู้แบบนี้เขาจะเดินตามประกบติด ไม่วิ่งซนไปทั่วหรอก
"ไม่เป็นไรจ้ะ น้าสบายดี" เจียงชิ่นฝืนยิ้มตอบ ขืนปล่อยให้ไอ้เด็กพวกนี้รู้ว่าเธอล้มท่าหมายังไง เอาไปป่าวประกาศทีเดียว มีหวังรู้กันทั้งฟาร์มแน่ ตอนนี้เธอก็ถือว่าเป็นคนดังมีชื่อเสียงแล้วนะ ต้องระวังภาพลักษณ์และข่าวฉาวพวกนี้หน่อย อาจจะเป็นเพราะเจียงชิ่นยิ้มกว้างมาก จางเผิงก็เลยเชื่อสนิทใจ แต่หู่จื่อกลับมองออกว่ามีอะไรทะแม่งๆ ดวงตาคู่เล็กกลอกกลิ้งสำรวจเจียงชิ่นไปมา
เด็กคนนี้ฉลาดเป็นกรด แถมยังช่างสังเกตอีกต่างหาก เพราะกลัวจะโดนจับผิดได้ เจียงชิ่นเลยกระแอมไอเบาๆ สองที "พวกเราไปกันต่อเถอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำซะก่อน" เดินกันต่ออีกเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงริมแม่น้ำสายเล็กๆ ริมตลิ่งมีหญ้าสีเขียวขจีขึ้นแซมด้วยดอกไม้ป่าดอกเล็กๆ ที่ไม่รู้จักชื่อ น้ำในแม่น้ำใสแจ๋วแหวว มองเห็นก้นแม่น้ำได้ชัดเจน ดูปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใสสะอาดปราศจากมลพิษ ดีจังเลยแฮะ เจียงชิ่นรีบวิ่งไปที่ริมน้ำ เอาโคลนที่ติดมือลงไปล้างจนสะอาด แล้วก็ปัดๆ ทำความสะอาดเสื้อผ้าลวกๆ
ความจริงเธอสามารถแวบเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดในมิติวิเศษได้เลย แต่เด็กๆ อยู่กันเต็มไปหมด ขืนทำแบบนั้นความแตกแน่ เลยต้องทนๆ ไปก่อน พวกจางเผิง หู่จื่อ ลุยลงไปในแม่น้ำแล้ว กำลังงมหาปลากันอย่างสนุกสนาน เจียงชิ่นก็เลียนแบบบ้าง ก้าวขาลงไปในน้ำ น้ำเย็นฉ่ำชื่นใจ สัมผัสที่ฝ่าเท้าสบายสุดๆ ในสายน้ำที่ใสแจ๋วแบบนี้ มองเห็นร่องรอยของปลาได้อย่างชัดเจน
ไม่นานพวกจางเผิงก็จับปลาขึ้นมาได้หลายตัว เจียงชิ่นตีน้ำแหวกว่ายอยู่ตั้งนาน ทำตามวิธีที่จางเผิงสอน ใช้เวลาไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้ กว่าจะจับขึ้นมาได้สักตัว
ปลาดิ้นกระแด่วๆ อยู่ในมือ เจียงชิ่นกลัวมันจะหลุดมือไป เลยรีบโยนใส่ถังน้ำที่เตรียมมา เธอใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผาก มองดูปลาที่ว่ายวนไปวนมาในถัง ในใจก็พองโตด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจสุดๆ จับปลากก็ไม่ได้ยากอะไรนี่นา เพิ่งเรียนครั้งแรกเธอก็ทำได้แล้ว หรือว่า... เธอจะมีพรสวรรค์ด้านนี้มาตั้งแต่เกิด? เด็กๆ ทั้งสี่คนก็เอาปลาที่จับได้มาใส่รวมกันในถังอย่างระมัดระวัง รอจนกระทั่งดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลง ในถังก็มีปลาตัวเล็กตัวใหญ่รวมกันได้หกเจ็ดตัวแล้ว
"พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ" เจียงชิ่นเอ่ยชวนเด็กๆ กลับบ้าน พวกจางเผิงอาสาจะหิ้วถังน้ำ แต่เจียงชิ่นไม่ยอม เสนอตัวเป็นคนหิ้วเอง มีผู้ใหญ่อยู่ทั้งคน จะให้เด็กๆ มาหิ้วของหนักได้ยังไงล่ะ ทว่า... สิบนาทีต่อมา เจียงชิ่นก็ลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นอีกรอบ
ถังน้ำคว่ำคะมำ ปลาในถังเทกระจาดกระเด้งกระดอนไปทั่วพื้น เด็กสองคนรีบไปไล่ตะครุบปลา ส่วนจางเผิงกับหู่จื่อก็รีบเข้ามาพยุงเจียงชิ่น "น้าเจียงครับ เป็นยังไงบ้าง?" ทั้งสองคนถามด้วยความลนลาน "มะ ไม่เป็นไรจ้ะ" เจียงชิ่นส่งยิ้มแหยๆ ไร้เรี่ยวแรง แต่ในใจกลับน้ำตาร่วงรินเป็นสายเลือด
โชคดีนะที่พื้นโคลนมันนุ่ม เธอเลยไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน สุดท้ายถังน้ำก็ต้องให้เด็กๆ ทั้งสี่คนผลัดกันหิ้ว ส่วนเจียงชิ่นก็เดินกุมเอวตามหลังมาต้อยๆ ตรงอื่นน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ก้นเนี่ยสิ เจ็บชะมัดเลย! ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้าน หลังจากบอกลาเด็กๆ เจียงชิ่นก็เอาถังปลาไปไว้ในครัว แล้วกลับเข้าห้องล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียง ตอนนี้เธอไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น อยากจะนอนนิ่งๆ เงียบๆ เพื่อสงบสติอารมณ์สุดแสนจะอัดอั้นตันใจที่ต้องมาล้มจ้ำเบ้าถึงสองรอบในวันเดียว
ฟู่เส้าตั๋วสังเกตเห็นความผิดปกติของเจียงชิ่น เลิกคิ้วถาม "คุณไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้เปื้อนโคลนเต็มตัวแบบนี้ล่ะ?" เจียงชิ่นซุกหน้าลงกับที่นอน ตอบเสียงอ่อย "ฉันไปจับปลามาน่ะค่ะ โคลนนี่ก็เปื้อนตอนอยู่บนเขา" "คุณไปจับปลาที่แม่น้ำบนเขาเหรอ?" มุมปากฟู่เส้าตั๋วเม้มเข้าหากันแน่น "มันอันตรายเกินไปนะ คุณขึ้นไปบนเขาคนเดียวได้ยังไง?" "ไม่ได้ไปคนเดียวสักหน่อย มีจางเผิง หู่จื่อ แล้วก็เด็กคนอื่นๆ ด้วย" เจียงชิ่นเถียงกลับไปหนึ่งประโยค แล้วก็เริ่มตัดพ้อด้วยความน้อยใจ "ก็แค่อยากจะหาอะไรมาบำรุงคุณ กะว่าจะต้มซุปปลาให้กินสักหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าทางบนเขามันจะเฉอะแฉะขนาดนั้น..."
จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เธอเลยรีบหุบปากฉับทันที "ทางเฉอะแฉะ คุณก็เลยล้ม จนเปื้อนโคลนไปทั้งตัวงั้นสิ?" คราวนี้เจียงชิ่นหลับตาปี๋เลย อะไรเนี่ย จะมาเค้นคอถามซอกแซกหาพระแสงอะไร ไม่คิดจะรักษาหน้าให้เธอบ้างเลยหรือไงฮะ? สายตาของฟู่เส้าตั๋วไล่กวาดไปตามเรือนร่างของเธอ ไปหยุดอยู่ที่บริเวณที่เปื้อนโคลนเยอะที่สุด เขามองเพียงแวบเดียว ก็รีบเบือนหน้าหนีทันที
"อย่ามานอนคลุกฝุ่นแบบนี้สิ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วค่อยมานอน" "อื้อ ขอฉันนอนต่ออีกสิบวินะ ไม่สิ... ขอนาทีเดียว" เจียงชิ่นหลับตาตอบ พอล้มตัวลงนอนแล้ว เธอไม่อยากจะลุกขึ้นมาอีกเลยจริงๆ ภาพที่เห็นตรงหน้า เมื่ออยู่ในสายตาของฟู่เส้าตั๋ว กลับถูกตีความไปอีกแบบ เจียงชิ่นถ่อขึ้นไปจับปลาบนเขาที่สูงชันขนาดนั้น แถมยังหกล้มคลุกคลาน ทั้งทุลักทุเลทั้งเหนื่อยยาก และทั้งหมดนี้... ก็ทำเพื่อเขา
ฟู่เส้าตั๋วรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขาอ่อนยวบลง อบอวลไปด้วยความรู้สึกอ่อนโยน "อยากกินปลา ก็รอให้ขาผมหายดีก่อนแล้วผมจะไปจับให้ คุณห้ามไปอีกแล้วนะ มันอันตราย" เขาเอ่ยปากพูด น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนแม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ตัว คราวนี้เจียงชิ่นยอมลืมตาขึ้น ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของฟู่เส้าตั๋ว "คุณ... กำลังเป็นห่วงฉันอยู่เหรอคะ?"
คำถามที่ตรงไปตรงมา ทำเอาฟู่เส้าตั๋วถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างขัดเขินทำตัวไม่ถูก โชคดีที่เจียงชิ่นไม่ได้เซ้าซี้เอาคำตอบ เธอพูดต่อว่า "ความจริงก็ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ วันนี้ฉันเรียนวิธีจับปลามาแล้ว ทำครั้งแรกอาจจะยังไม่คุ้น แต่ครั้งหน้าชินแล้ว ฉันรับรองเลยว่าจะไม่ล้มอีกแน่นอน อีกอย่าง ฉันชอบจับปลาค่ะ ยังไงฉันก็จะไปอีกให้ได้" ขืนปล่อยให้ฟู่เส้าตั๋วไปจับปลาแทน วันหลังเธอจะเอาข้ออ้างอะไรมาเสกปลาออกจากมิติวิเศษล่ะ