เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66: ลูกไก่ออกไข่แล้ว!

บทที่ 66: ลูกไก่ออกไข่แล้ว!

บทที่ 66: ลูกไก่ออกไข่แล้ว!


บทที่ 66: ลูกไก่ออกไข่แล้ว!

เจียงชิ่นยืนกรานอย่างหนักว่าจะไปจับปลาอีก คราวนี้ฟู่เส้าตั๋วไม่ได้ห้าม เพียงแต่กำชับให้เธอระวังตัวให้ดี เธอรับคำในลำคอ พยุงตัวลุกขึ้นจากเตียง พอหันไปก็เห็นถุงใส่ของใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ "ถุงนี้คืออะไรคะเนี่ย?" เธอเปิดดูผ่านๆ ก็เห็นของกินอยู่เต็มไปหมด "โจวตงหยางเอามาให้เหรอคะ?" เจียงชิ่นถาม

ฟู่เส้าตั๋วส่ายหน้า "ไม่ใช่เขาหรอก..." จังหวะที่กำลังจะบอกว่าเป็นใคร เจียงชิ่นก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ "ฉันรู้แล้ว หวังเหวยหย่วนใช่ไหมคะ?" ฟู่เส้าตั๋วเงยหน้าขึ้น แววตาชะงักงันไปชั่วขณะ "คุณรู้ได้ยังไงว่าหวังเหวยหย่วนจะมา?" เจียงชิ่นตอบส่งๆ "วันนี้ตอนไปยืมหนังสือฉันบังเอิญเจอเขาน่ะค่ะ เขาก็ไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดเหมือนกัน อ้อ จริงสิ เขาได้บอกคุณไหม ว่าจะเขียนบทความเรื่องที่คุณช่วยคนส่งไปให้สำนักพิมพ์ที่ฮาร์บินน่ะ?"

"อืม เขาบอกแล้วล่ะ" "แล้วเขาได้บอกไหมว่าถ้าส่งต้นฉบับผ่าน จะเอาค่าเรื่องมาให้พวกเราน่ะ?" ดวงตาสีดำขลับเป็นประกายของเจียงชิ่นกลอกกลิ้งจ้องมองฟู่เส้าตั๋ว

ฟู่เส้าตั๋วหลุบตาลง "เราไม่ได้คุยกันถึงเรื่องนั้นหรอก เขาบอกว่าจะเขียนเรื่องของผม แต่ผมไม่ยอม" "คุณไม่ยอมเหรอ?" เจียงชิ่นไม่เข้าใจ "ทำไมถึงไม่ยอมล่ะคะ? คุณทำความดีช่วยเหลือคนอื่น เป็นการส่งเสริมพลังบวกให้สังคมเลยนะ หน้าหนังสือพิมพ์ก็ต้องการเนื้อหาแบบนี้แหละ" ฟู่เส้าตั๋วเม้มปาก เงียบไปพักหนึ่งถึงเอ่ยขึ้น "มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แค่ลงหนังสือพิมพ์ของฟาร์มก็พอแล้ว" "ขาคุณหักเลยนะ นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกเหรอ?"

ฟู่เส้าตั๋วส่ายหน้า "ลองคิดดูสิ คนที่ผมช่วยไว้คือหวังเหวยหย่วน แล้วเขาเป็นพนักงานสื่อสารของฟาร์มศูนย์กลาง ตอนนี้เขาก็เขียนข่าวเรื่องที่ผมช่วยชีวิตเขาไปแล้วหนึ่งบทความ เขียนแค่บทความเดียวคนคงไม่คิดอะไรมาก แต่ถ้าเขายังขืนเขียนต่อ แถมยังส่งไปลงหนังสือพิมพ์ฉบับใหญ่กว่าเดิมอีก ในฟาร์มคงต้องมีเสียงนินทาว่าเขาใช้เส้นสายเล่นพรรคเล่นพวกแน่ๆ"

เจียงชิ่นขบริมฝีปากล่าง ความจริงแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มมีคนนินทากันบ้างแล้วแหละ เพียงแต่เรื่องนินทามันยังพุ่งเป้ามาที่เธอคนเดียว คนพวกนั้นเม้าท์กันว่าที่เธอได้ลงหนังสือพิมพ์ เป็นเพราะเกาะใบบุญของฟู่เส้าตั๋ว หวังเหวยหย่วนแค่อยากตอบแทนบุญคุณก็เลยให้เธอได้ขึ้นหน้าหนึ่ง ความกังวลของฟู่เส้าตั๋วก็ใช่ว่าจะไม่มีมูลซะทีเดียว "เอาเถอะค่ะ คุณตัดสินใจดีแล้วก็โอเค แต่ก็อย่าลืมนะคะ ว่าถ้าบทความนั้นได้ลงหนังสือพิมพ์ที่ฮาร์บินจริงๆ คุณจะดังไปทั่วทั้งมณฑลเลยนะ"

ฟู่เส้าตั๋วตอบเสียงเรียบ "เจตนาแรกที่ผมช่วยคน ก็ไม่ได้ทำไปเพื่ออยากดังอยู่แล้ว" เจียงชิ่น: "......" เอาล่ะ แนวคิดอันสูงส่งแบบนี้ขออภัยที่เธอไม่อาจเข้าถึงได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเลื่อมใสที่เธอมีต่อฟู่เส้าตั๋วน้อยลงเลย ต่อให้เป็นคนในยุคสมัยนี้ ก็ใช่ว่าจะปล่อยวางชื่อเสียงเงินทองได้มากขนาดนี้ ชายหนุ่มตรงหน้าอายุยังน้อยแต่กลับทำได้ ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ "คุณ... มองอะไรอยู่เหรอ?" เสียงลังเลของฟู่เส้าตั๋วดังขึ้น เจียงชิ่นถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อกี้ตอนที่กำลังคิดเพลินๆ เธอเผลอจ้องหน้าเขาตาไม่กะพริบเลย

"เปล่าค่ะ ฉัน... ฉันไปให้อาหารไก่ก่อนนะ" เจียงชิ่นรู้สึกเขินๆ รีบหาข้ออ้างชิ่งหนีออกไปข้างนอก ที่ลานบ้าน เจียงชิ่นกำข้าวฟ่างไว้ในมือ เอาไปใส่ไว้ในชามใบเล็กในเล้าไก่ ลูกไก่สองตัวในวันนั้น ตอนนี้ขนขึ้นเต็มตัว ตัวพองโตราวกับลูกโป่งที่ถูกเป่าลม พอเจียงชิ่นโรยข้าวฟ่างลงในชาม พวกมันสองตัวก็รีบพุ่งปรี่เข้ามาจิกกินทันที และตรงตำแหน่งที่พวกมันเพิ่งผละจากมา ก็ปรากฏไข่ไก่ฟองกลมดิ๊กสองฟองวางเด่นหราอยู่

เจียงชิ่นเบิกตากว้าง จ้องมองไข่ไก่สองฟองนั้นด้วยความเหลือเชื่อ ผ่านไปพักใหญ่ถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด ลูกไก่สองตัวของเธอ... ไม่สิ แม่ไก่สาวสองตัวนี้ ออกไข่ได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย! เธอล้วงเอาไข่ไก่ออกมาจากรัง แล้ววิ่งหน้าตั้งกลับเข้าบ้านด้วยความตื่นเต้น "ฟู่เส้าตั๋ว! ฟู่เส้าตั๋ว! ดูสิ ไก่บ้านเราออกไข่แล้ว!" เพราะวิ่งเร็วเกินไป เธอเลยเกือบจะสะดุดธรณีประตูหกล้ม โชคดีที่ปฏิกิริยาตอบสนองไว เบรกเอี๊ยดกะทันหันแล้วปกป้องไข่ไก่เอาไว้ในอ้อมอกได้ทัน

"ดูสิ ไข่ไก่สองฟอง แม่ไก่บ้านเราเป็นคนไข่ออกมาแหละ" เจียงชิ่นเอาไข่ไก่ไปแกว่งอวดตรงหน้าฟู่เส้าตั๋วราวกับกำลังนำเสนอของวิเศษ ฟู่เส้าตั๋วทำหน้าแทบไม่เชื่อสายตา ลูกไก่สองตัวที่เจียงชิ่นอุ้มกลับมา เพิ่งจะมาอยู่ได้แค่ครึ่งเดือน ออกไข่ได้แล้วเหรอเนี่ย? ปกติต้องใช้เวลาตั้งสองสามเดือนไม่ใช่เหรอถึงจะโตเต็มวัย?

ฟู่เส้าตั๋วทำหน้างงงวย แต่เจียงชิ่นกลับตื่นเต้นจนแทบอยากจะกรี๊ดดังก้อง เธอรู้อยู่แล้วว่าลูกไก่ผลผลิตจากมิติวิเศษมันต้องเป็นสายพันธุ์ชั้นยอด แต่ไม่คิดเลยว่าจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ "ต่อไปบ้านเราก็มีไข่ไก่กินแล้ว ต้มวันละสองฟอง พอดีเลยคุณฟองนึง ฉันฟองนึง" เจียงชิ่นพูดอย่างอารมณ์ดี พูดจบก็ไม่ลืมที่จะถามอวยตัวเองอีกประโยค "ฉันเก่งไหมล่ะคะ? ยอดนักเลี้ยงไก่ตัวยงเลยนะเนี่ย" ไก่น่ะเป็นไก่พันธุ์ดีก็จริง แต่ก็ขาดการดูแลเอาใจใส่ของเธอไม่ได้หรอกนะ เธออุตส่าห์ดูแลมันอย่างดีไม่หวั่นลมฝนต่างหาก

ฟู่เส้าตั๋วพยักหน้า ริมฝีปากแต้มรอยยิ้ม "เก่งมากครับ เก่งกว่ายอดนักเลี้ยงไก่ของฟาร์มไก่อีกนะเนี่ย" เจียงชิ่นชูไข่ไก่อย่างดี๊ด๊าแล้วเดินเข้าครัวไป ด้านหลังของเธอ ฟู่เส้าตั๋วมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยแววตาครุ่นคิด ข่าวเรื่องลูกไก่ของเจียงชิ่นที่เลี้ยงแค่ครึ่งเดือนก็ออกไข่ได้ แพร่สะพัดไปทั่วกองพลที่ 7 อย่างรวดเร็ว แถมยังลอยไปเข้าหูคนฝั่งฟาร์มศูนย์กลาง จนไปกระตุกต่อมความสนใจของหัวหน้าหม่าแห่งฟาร์มเลี้ยงไก่เข้า ในห้องทำงานของฟาร์มไก่ หัวหน้าหม่าเรียกจางเหมยอิงเข้ามาพบ ถามว่าตอนนั้นหล่อนเลือกลูกไก่ยังไง ทำไมพอไปตกอยู่ในมือเจียงชิ่นถึงได้โตไวขนาดนั้น

จางเหมยอิงทำหน้าเหวอ หล่อนก็เลือกตามประสบการณ์ปกตินั่นแหละ ลูกไก่สองตัวนั้นดูแข็งแรงดี น่าจะเลี้ยงรอดง่าย แต่ต่อให้เลี้ยงง่ายแค่ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะออกไข่ภายในครึ่งเดือนปะล่ะ ไก่ก็สายพันธุ์เดียวกัน ความเร็วในการโตอาจจะต่างกันบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะทิ้งห่างกันเวอร์วังขนาดนี้ "หัวหน้าคะ เรื่องนี้ฉันก็ไม่ทราบจริงๆ ค่ะ เอาอย่างนี้ไหมคะ เดี๋ยวฉันลองไปที่กองพลที่ 7 ไปดูไก่สองตัวนั้นให้เห็นกับตาเลย" จางเหมยอิงเสนอ หล่อนเองก็คิดไม่ตกเหมือนกันว่าทำไมไก่บ้านเจียงชิ่นถึงโตไวขนาดนั้น ก็เลยอยากไปดูให้เห็นกับตาพอดี

หัวหน้าหม่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็อนุมัติให้หล่อนไปที่กองพลที่ 7 "ไปดูซะ แล้วก็ไปศึกษาเคล็ดลับดีๆ กลับมาด้วย นี่มันเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลถึงฟาร์มไก่ของเราเลยนะ" หัวหน้าหม่ากำชับเสียงเครียด พอเห็นหัวหน้าให้ความสำคัญขนาดนี้ จางเหมยอิงก็ย่อมต้องใส่ใจเป็นพิเศษ บ่ายวันนั้นหล่อนก็ดิ่งไปที่กองพลที่ 7 ทันที

เจียงชิ่นกำลังทำงานอยู่ในนา ผู้ดูแลก็ตะโกนเรียกเธอ บอกว่าสหายจางจากฟาร์มไก่มาหา สหายจางงั้นเหรอ? คนที่ฟาร์มไก่เจียงชิ่นรู้จักสหายจางอยู่แค่คนเดียว ก็คือจางเหมยอิง คงไม่ใช่ว่าจางเหมยอิงมาหาเธอหรอกนะ? ส่วนจุดประสงค์น่ะเหรอ ฟันธงเลยว่าต้องพุ่งเป้ามาที่ไก่สองตัวที่บ้านเธอแน่ๆ เจียงชิ่นรีบวางเครื่องมือเกษตรแล้ววิ่งแจ้นกลับบ้านทันที

ระหว่างทางกลับ เธอก็คิดหาข้ออ้างเตรียมไว้ตอบคำถามจางเหมยอิงเรียบร้อย ความจริงน่ะพูดไม่ได้เด็ดขาด ทำได้แค่แต่งเรื่องเนียนๆ ให้มันดูสมเหตุสมผลเท่านั้นแหละ

จางเหมยอิงยืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้าน พอเห็นเจียงชิ่นเดินมาแต่ไกล หล่อนก็ส่งยิ้มทักทาย "สหายเจียง ฟาร์มไก่ส่งฉันมาขอความรู้จากคุณน่ะจ้ะ อยากรู้ว่าคุณเลี้ยงลูกไก่ยังไงให้ออกมาดีขนาดนี้" เจียงชิ่นยิ้มตอบ "ไม่มีเคล็ดลับอะไรหรอกค่ะ ก็แค่ให้กินข้าวฟ่างเยอะๆ ให้พวกมันกินอิ่มๆ ก็เท่านั้นแหละค่ะ"

"อะไรนะ ให้กินข้าวฟ่างเหรอ?" จางเหมยอิงเบิกตากว้าง "ไก่สองตัวบ้านคุณ กินแต่ข้าวฟ่างหมดเลยเหรอ?" "ใช่ค่ะ ก็คุณเป็นคนบอกฉันเองนี่นาว่าให้กินข้าวฟ่าง" "ตอนนั้นฉันบอกว่าอาหารที่ดีที่สุดสำหรับไก่ก็คือข้าวฟ่าง แต่ใครจะไปมีข้าวฟ่างเยอะแยะมาเลี้ยงไก่ล่ะจ๊ะ ฟาร์มไก่ของเราก็เลี้ยงด้วยรำข้าวสาลีคลุกหญ้าทั้งนั้นแหละ"

พอเจียงชิ่นได้ยิน ก็เออแฮะ มีเรื่องนี้จริงๆ ด้วย ในสมุดจดของเธอก็มีจดไว้อยู่ ฟาร์มไก่ไม่มีข้าวฟ่างให้ไก่กิน แต่เธอมีนี่นา ในมิติวิเศษมีเยอะแยะถมเถไป เพราะงั้นตอนที่ได้ยินว่าให้ไก่กินข้าวฟ่างแล้วดีที่สุด เจียงชิ่นก็เลยลืมเรื่องอาหารไก่ชนิดอื่นไปซะสนิท ตั้งหน้าตั้งตาให้กินแต่ข้าวฟ่างอย่างเดียวเลย

จบบทที่ บทที่ 66: ลูกไก่ออกไข่แล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว