- หน้าแรก
- แย่แล้ว คนทั้งจักรวรรดิล้วนอยากตกหลุมรักฉัน
- บทที่ 25 ทะลวงระดับและเลื่อนขั้น
บทที่ 25 ทะลวงระดับและเลื่อนขั้น
บทที่ 25 ทะลวงระดับและเลื่อนขั้น
บทที่ 25 ทะลวงระดับและเลื่อนขั้น
คำพูดของขงฮวาเหยียนทำให้หัวหน้าโจรสลัดถึงกับสมองหมุนคว้าง ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาจินตนาการถึงความเป็นไปได้นับไม่ถ้วน แต่เขาไม่เคยนึกฝันเลยว่าทุกอย่างจะพังทลายลงเพียงเพราะห้องพักชั้นพิเศษแค่ห้องเดียว!
ห้องควบคุมคือป้อมปราการที่แน่นหนาที่สุดของยานอวกาศ สมองกลแสงของอดีตกัปตันออฟไลน์ไปแล้ว แสดงว่าต้องมีใครบางคนลอบแฮ็กระบบของยานแน่ๆ หากพวกเขาเข้าไปข้างในไม่ได้ แผนการทั้งหมดก็เป็นอันจบเห่
หัวหน้าโจรสลัดท่องตะลอนไปทั่วหมู่ดาวมาหลายปี เขาย่อมมีวิธีการรับมือในแบบของตัวเอง เขามองไปที่ขงฮวาเหยียน "ท่านผู้ยิ่งใหญ่ หากเหรียญดวงดาวคือต้นเหตุของความเข้าใจผิดในครั้งนี้ ข้ายินดีจะจ่ายคืนให้ท่านเป็นร้อยเท่า บอกคนของท่านให้เปิดประตูห้องควบคุมสิ แล้วข้าจะโอนเงินให้ เราได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ท่านว่าดีหรือไม่?"
"อย่ามาหลอกกันให้ยากเลย เห็นฉันเด็กหน่อยก็คิดจะต้มตุ๋นกันหรือไง" ขงฮวาเหยียนหมุนข้อมือ รอยยิ้มเจิดจ้าผลิบานบนใบหน้า
"คำว่า 'ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย' มันก็แค่ลมปากไร้สาระสำหรับโจรสลัด และสำหรับฉัน มันก็ไร้ค่าพอกัน" สิ้นคำพูด เธอก็พุ่งตัวกระโจนลงบันไดไปทันที
หากเธอเป็นเพียงเด็กสาวไร้เดียงสาที่ถูกหลอกล่อด้วยคำสัญญาลมๆ แล้งๆ ของโจรสลัดจนยอมเปิดประตูห้องควบคุม สิ่งที่รอเธออยู่ย่อมไม่ใช่เหรียญดวงดาว แต่เป็นความตายต่างหาก
มือของเธอตวัดไปด้านหลังและชักดาบเรียวยาวออกมา ฉินอู๋หยาหยิบอาวุธชิ้นนี้ออกมาจากปุ่มมิติของเขาเพื่อไว้ให้เธอใช้ป้องกันตัวโดยเฉพาะ
เช่นเดียวกับอุปกรณ์เจาะกำแพงที่เขาหยิบออกมาก่อนหน้านี้ ดาบเล่มนี้คือหนึ่งในอาวุธต้นแบบรุ่นใหม่ล่าสุดจากสถาบันวิทยาศาสตร์
ขงฮวาเหยียนกำลังคันไม้คันมืออยากหาเรื่องอยู่พอดี หลังจากเก็บเนื้อเก็บตัวมานาน เธอก็แทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยเย่อหยิ่งจองหองขนาดไหนในฐานะนักเลงโตแห่งเขาคงถง
ดาบเล่มนี้ราวกับถูกตีขึ้นมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ มันเบาหวิวเมื่ออยู่ในมือ แต่กลับเรียกเลือดได้ทันทีที่จุมพิตลงบนร่างศัตรู
เธอพุ่งทะยานราวกับพยัคฆ์คืนถิ่น ปราณวิญญาณภายในยานอวกาศหลั่งไหลเข้าหาเธอ มอบพลังอำนาจให้กับเธออย่างเต็มเปี่ยม
แววตาของหัวหน้าโจรสลัดเย็นเยียบลง เขาตวัดมือเป็นสัญญาณ บรรดาโจรสลัดที่กระหายเลือดอยู่แล้วก็คำรามและพุ่งเข้าใส่
หมาหมู่ไม่ยุติธรรมงั้นเหรอ? หัวหน้าโจรสลัดแค่นหัวเราะและอัญเชิญอสูรวิญญาณของตนออกมาร่วมวงทันที
พวกเขาคือโจรสลัดอวกาศ คำว่า 'ยุติธรรม' ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของพวกเขาอยู่แล้ว
อสูรวิญญาณและเจ้านายสื่อใจถึงกัน แม้ขงฮวาเหยียนจะมีประสบการณ์การต่อสู้นับสิบปีบนทวีปเฟิงอู้ แต่การรับมือกับอสูรวิญญาณจำนวนมากขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เมื่อเห็นว่าตัวเองใกล้จะถึงขีดจำกัด ขงฮวาเหยียนก็ผละออก หมุนตัวกลับ และวิ่งหนีไปพร้อมกับดาบในมือ
"แน่จริงก็อย่าหนีสิวะ!" พวกโจรสลัดแผดเสียงตะโกน ไล่ตามเธอไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า
"ฉันไม่ได้โง่นะ จะยืนบื้อให้พวกแกอัดทำไม" เธอพึมพำกับตัวเอง วิ่งสับเท้าขึ้นบันได และพุ่งตรงไปยังห้องรับรองบนดาดฟ้าชั้นสอง
ผู้โดยสารทั้งหมดที่ถูกโจรสลัดกวาดต้อนมาน่าจะถูกขังไว้ที่นั่น แต่เมื่อเธอไปถึง ดาดฟ้าชั้นนั้นกลับว่างเปล่า
บันไดทางขึ้นจากชั้นสองไปชั้นสามถูกปิดผนึกภายใต้การควบคุมของฉินอู๋หยา ขงฮวาเหยียนไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นไปข้างบนอยู่แล้ว เธออาศัยความปราดเปรียว วิ่งหลอกล่อพวกโจรสลัดให้วิ่งวนไปรอบๆ ห้องรับรองอันกว้างขวางจนหัวหมุน
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พวกมันพุ่งเข้าใส่เงาของเธอ แต่ก็คว้าได้เพียงความว่างเปล่า เหล่าอสูรวิญญาณเองก็วิ่งจนหอบฮัก ลิ้นห้อยร่องแร่งขณะวิ่งตามเจ้านายของพวกมัน
แม้แต่อสูรวิญญาณที่หัวหน้าโจรสลัดอัญเชิญมาก็ยังเวียนหัว ร่างอันใหญ่โตของมันโอนเอนไปมา แทบจะสะดุดเก้าอี้ที่ล้มอยู่ "ก... เกิดอะไรขึ้น?"
หัวหน้าโจรสลัดสะบัดหัวอย่างแรง โลกทั้งใบพร่ามัว ทุกคนหายวับไป และเขาก็ยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางทะเลหมอกสีขาว
ทันใดนั้น หมอกก็แหวกออก หญิงสาวรูปโฉมงดงามเย้ายวนใจคนหนึ่งเดินกรีดกรายเข้ามา นัยน์ตาของเขาเลื่อนลอย น้ำลายสายหนึ่งไหลย้อยมุมปากขณะจ้องมองเธอเดินนวยนาดอยู่ตรงหน้า
ขงฮวาเหยียนยืนหอบหายใจอยู่บนโต๊ะ การไล่ล่าเมื่อครู่ทำเอาเธอเหนื่อยหอบ พวงแก้มแดงระเรื่อ ทว่าดวงตากลับเป็นประกายวิบวับ
เธอยังอ่อนแอเกินไป ในอดีต การวิ่งแค่นี้ไม่ทำให้เธอหายใจแรงขึ้นด้วยซ้ำ
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการให้ยาหลอนประสาทออกฤทธิ์ เธอคงไม่ต้องวิ่งหน้าตั้งขนาดนี้หรอก
มีโจรสลัดเพียงหยิบมือที่ดื่มไวน์ผสมยาเข้าไป ส่วนที่เหลือปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้าที่ห้ามแตะต้องแอลกอฮอล์
โชคดีที่ยาของเสี่ยวจื่อนั้นออกฤทธิ์แรง โจรสลัดขี้เมาแค่ไม่กี่คนก็เพียงพอที่จะสร้างความโกลาหลได้แล้ว
ในขณะที่หัวหน้าพยายามควบคุมสถานการณ์ ฉินอู๋หยาก็แฝงตัวเข้าไปในห้องควบคุมและยึดสิทธิ์การบังคับยาน ในขณะเดียวกัน ขงฮวาเหยียนก็แอบปลดปล่อยผู้โดยสารที่ถูกจับเป็นตัวประกันและพาทุกคนขึ้นไปยังชั้นสามอย่างเงียบเชียบ
ยาที่เหลือถูกชโลมไว้บนเสื้อผ้าของเธอ ในฐานะเจ้านายของเสี่ยวจื่อ เธอมีภูมิคุ้มกันต่อผลของยา
การฟาดฟันและวิ่งฝ่าวงล้อมโจรสลัด รวมถึงการจงใจวิ่งวนรอบห้องรับรอง ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อให้ละอองยาในอากาศค่อยๆ ออกฤทธิ์เล่นงานพวกมัน
เมื่อสูดดมละอองยาเข้าไปมากพอ แม้แต่พวกที่ไม่ได้ดื่มเหล้าก็ยังต้องตกอยู่ในภวังค์ฝันทั้งที่ยังลืมตา
ขงฮวาเหยียนพาดดาบยาวไว้บนบ่าแล้วนั่งพักผ่อนอยู่บนโต๊ะ ทอดสายตามองดูพฤติกรรมอันพิลึกพิลั่นของพวกโจรสลัดเบื้องล่าง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็นั่งขัดสมาธิ เอามือเท้าคาง มองดูฝูงคนที่เดินโซเซชนกันไปมาด้วยความเบื่อหน่าย
โดยที่เธอไม่รู้ตัว ทุกท่วงท่าการต่อสู้อันห้าวหาญของเธอตกอยู่ในสายตาของผู้อื่นหมดแล้ว
กัปตันและลูกเรือต่างก็อยู่ในกลุ่มตัวประกัน กัปตันเองก็ถูกจับกุมโดยไม่ทันตั้งตัวตอนที่โจรสลัดบุกยึดยาน
ไม่มีใครคาดคิดว่าโจรสลัดอวกาศจะลดตัวลงมาปล้นยานอวกาศพลเรือนที่แทบจะไม่มีผลกำไรอะไรเลยแถวๆ ดาวเฟิ่งไหล
หลังจากที่ขงฮวาเหยียนช่วยเขาออกมา กัปตันก็พยายามจะไปสู้กับพวกโจรสลัด แต่เธอก็จับเขามัดและโยนขึ้นไปบนชั้นสามอย่างรวดเร็ว
เด็กสาวตัวเล็กๆ ต้องเผชิญหน้ากับโจรสลัดเหี้ยมโหดมากมายเพียงลำพัง ทั้งกัปตันและผู้โดยสารคนอื่นๆ ต่างก็ทนดูไม่ได้
ทุกชั้นจะมีห้องพักพนักงาน และภายในห้องนั้นก็มีอุปกรณ์ที่สามารถดูกล้องวงจรปิดของชั้นอื่นๆ ได้
เมื่อกัปตันป้อนรหัสผ่าน ภาพจากชั้นหนึ่งและชั้นสองก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เหล่าผู้เฝ้าดูจึงได้เห็นเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งหลอกล่อพวกโจรสลัดให้วิ่งวนไปมา ราวกับกำลังปั่นหัวลิงอยู่ก็ไม่ปาน
ไม่มีใครรู้ว่าขงฮวาเหยียนใช้ลูกไม้ไหน ถึงได้ทำให้พวกโจรสลัดหมุนคว้างอยู่กับที่ราวกับคนบ้า แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความเลื่อมใสศรัทธาที่ผลิบานในใจของทุกคนลดน้อยลงเลย
'เทพธิดาของฉันเท่สุดๆ ไปเลย!' ที่ท่าอวกาศยาน นักเรียนชายที่ถูกแม่บิดหู จ้องมองขงฮวาเหยียนที่อยู่บนโต๊ะด้วยความเทิดทูนบูชาอย่างสุดซึ้ง
สมองกลแสงของเขาบันทึกภาพทุกวินาทีไว้อย่างซื่อสัตย์ แม่ของเด็กนักเรียนเหลือบมองลูกชาย เกือบจะอ้าปากสั่งให้เขาลบวิดีโอทิ้งไปแล้ว แต่เธอกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอก่อนที่จะหลุดปากออกไป
เด็กผู้หญิงคนนี้ครองอันดับหนึ่งของโรงเรียนมาหลายปี และยังสอบผ่านการสอบคัดเลือกเข้าเรียนล่วงหน้าของสถาบันการทหารเซี่ยเฉิงตั้งแต่สองปีก่อน หากลูกของเธอจะมีใครสักคนเป็นไอดอลล่ะก็ การชื่นชมเด็กคนนี้ก็ยังดีกว่าไปบ้าคลั่งพวกอันธพาลไร้สาระที่เขาเคยชอบตั้งเยอะ
ภายใต้การนำทางของฉินอู๋หยา ยานอวกาศได้ลัดเลาะเข้าสู่เส้นทางเดินเรือใหม่โดยไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
ทันทีที่หยวนซินอี้ได้รับข้อความจากเขา เธอก็ส่งต่อให้ฉินชิง พ่อของฉินอู๋หยาในทันที ฉินชิงรีบส่งกองทัพจักรวรรดิออกติดตามไล่ล่าโดยไม่รอช้า
หนึ่งวันต่อมา กองทัพจักรวรรดิก็ตามยานอวกาศของฉินอู๋หยาจนทัน กองทัพจักรวรรดิตรียมพร้อมรับมือกับการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่ก็ต้องตกตะลึง เมื่อพวกเขากลับพบว่าบนดาดฟ้าเรือเต็มไปด้วย 'ซากศพ' ของโจรสลัด ทุกคนต่างหน้าเขียวปัดและนอนหมดสติ โดยแทบจะไม่มีบาดแผลบนร่างกายเลย
สภาพของพวกโจรสลัดเรียกเสียงสูดหายใจด้วยความประหลาดใจจากเหล่าทหาร
ทันทีที่กองทัพจักรวรรดิเข้าควบคุมสถานการณ์ ขงฮวาเหยียนที่ยืนเฝ้ามาตลอดทั้งวันก็พุ่งตัวไปที่ชั้นสาม บางทีการต่อสู้อาจช่วยระบายความคับข้องใจทั้งหมดในอกของเธอออกไปแล้ว
เมื่อจิตใจผ่อนคลาย ปราณวิญญาณในร่างกายของเธอก็ใกล้จะถึงจุดอิ่มตัว แต่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย เธอจึงต้องสะกดกลั้นปราณนั้นไว้ ตอนนี้เมื่อกองทัพจักรวรรดิมาถึง เธอก็ไม่จำเป็นต้องอั้นไว้อีกต่อไป
กัปตันบนชั้นสามเห็นเพียงสายลมกระโชกหนึ่งพัดผ่าน ก่อนที่เขาจะได้อ้าปากพูด ขงฮวาเหยียนก็อันตรธานหายไปเสียแล้ว
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก เธอรีบตั้งสถานะหน้าประตูเป็น 'ห้ามรบกวน' จากนั้นเธอก็ดำดิ่งสู่การบำเพ็ญเพียรเพื่อทะลวงระดับทันที
เมื่อฉินอู๋หยาจัดการส่งมอบยานอวกาศเสร็จสิ้นและไปหาเธอ สิ่งที่เขาพบมีเพียงป้ายคำว่า 'ห้ามรบกวน' บนประตูห้องของเธอเท่านั้น
เวลาล่วงเลยผ่านไป ครึ่งเดือนต่อมา ขงฮวาเหยียนก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นรวบรวมลมปราณได้สำเร็จ
วันแล้ววันเล่าที่เธอดูซับปราณวิญญาณ เพื่อซ่อมแซมห้วงจิตสำนึกที่แตกสลาย ในที่สุด ทะเลที่เคยแห้งขอดก็รวมตัวกันเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ ได้อีกครั้ง
ความเหนื่อยล้าละลายหายไป เธอรู้สึกพร้อมที่จะเล่นไล่จับกับพวกโจรสลัดได้เป็นวันๆ
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงขั้นรวบรวมลมปราณที่ง่ายที่สุด แต่สำหรับเธอแล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นของการบำเพ็ญเพียรที่แท้จริงอีกครั้ง
หลังจากทานอาหารมื้อใหญ่จนอิ่มหนำ เธอก็เปิดประตูห้องพักเป็นครั้งแรกในรอบสองสัปดาห์ ทันทีที่ประตูเลื่อนเปิดออก คนที่อยู่ข้างนอกก็ค้อมศีรษะลง 'คุณหนูขง'
ขงฮวาเหยียนกะพริบตามองชายแปลกหน้าในชุดสูทหางยาวสีดำและถุงมือสีขาว 'คุณเป็นใคร?'
ฉินหวยค้อมศีรษะลงเล็กน้อย 'สวัสดีครับ คุณหนูขง ผมชื่อฉินหวย เป็นพ่อบ้านของตระกูลฉิน คุณชายใหญ่ออกเดินทางล่วงหน้าไปพร้อมกับพวกโจรสลัดแล้ว และได้สั่งให้ผมคุ้มกันคุณไปส่งที่สถาบันการทหารเซี่ยเฉิงอย่างปลอดภัยครับ'
ขงฮวาเหยียนเพิ่งตระหนักได้ว่าเวลาผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว เธอกับฉินอู๋หยาเป็นเพียงเพื่อนร่วมทางที่บังเอิญพบกัน เธอจับคู่กับเขาก็เพื่อเดินทางไปถึงดาวหลักให้ได้อย่างปลอดภัยเท่านั้น
เธอไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะทิ้งพ่อบ้านไว้เพื่อจัดการเรื่องการเข้าเรียนของเธอ ด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับดาวหลัก เธอจึงยินดีที่มีคนรู้ทางมาคอยช่วยเหลือ เธอไม่มีทางปฏิเสธความหวังดีเช่นนี้แน่
'ฝากขอบคุณคุณชายใหญ่ของคุณด้วยนะ' รอยยิ้มของฉินหวยนั้นไร้ที่ติ 'คุณชายใหญ่ได้ทิ้งช่องทางการติดต่อผ่านสมองกลแสงไว้ให้คุณด้วยครับ'
คำพูดของเขาถูกร้อยเรียงมาอย่างแยบคาย ขงฮวาเหยียนไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสา เธอเติบโตและเอาตัวรอดมาได้บนทวีปเฟิงอู้โดยมีเพียงอาจารย์และสำนักเท่านั้น
การทิ้งพ่อบ้านและช่องทางการติดต่อของเขาไว้ให้ ฉินอู๋หยาได้แสดงออกถึงความปรารถนาดีอย่างชัดเจน 'ถ้าอย่างนั้น ฉันคงต้องขอบคุณเขาด้วยตัวเองแล้วล่ะ'
เธอยอมรับความหวังดีของเขา เธอไม่มีรากฐานใดๆ ในจักรวรรดิกวงเย่าเลย ไม่ว่าจะมองในมุมไหน การผูกมิตรกับฉินอู๋หยาก็นำมาซึ่งผลประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง
และแม้ว่าพวกเขาจะใช้เวลาร่วมกันเพียงสั้นๆ เธอก็บอกได้เลยว่าเขาเป็นคนที่ควรค่าแก่การรู้จัก