เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่​ 69​ : อสูร​สิงโต​คำราม​

บทที่​ 69​ : อสูร​สิงโต​คำราม​

บทที่​ 69​ : อสูร​สิงโต​คำราม​


บทที่​ 69​ : อสูร​สิงโต​คำราม​



บูมมมม~~!





เสียงคํารามดังสนั่นเขย่าสวรรค์และโลก





ซึ่งนี่มันแตกต่างจากการแลกเปลี่ยนทักษะ​การต่อสู้​กับมู่ซีเหยาอย่างมาก

เมื่อพูดถึงชูไท่ชาง การเคลื่อนไหวของเย่หวู่ชางเป็นท่าสังหาร​ที่น่า​สะพรึงกลัว​





การโจมตีครั้งนี้เต็มไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ที่ปกคลุมท้องฟ้าเเละตรงไปยังชูไท่ชางอย่างรวดเร็ว​





เขาอาจไม่เคยมีปัญหา​กับชูไท่ชาง….แต่ขอโทษที่เขาไม่ใช่นักบุญผู้มีใ​จเมตตา​





สําหรับมู่ซีเหยา, อัจฉริยะหญิงระดับแนวหน้าที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น….เขาจึงสามารถอดทนกับเธอเพื่อตรวจสอบและแนะนําเธอได้





เเต่ถ้าเป็นผู้ชาย…..ขออภัย, โปรดย้อนกลับไปไม่ว่าเจ้ามาจากทางไหนก็ตาม





เขาไม่มีความอดทนพอที่จะต่อสู้กับพวกผู้ชาย​นานๆ



……..

ทางด้านชูไท่ชาง



ในขณะที่เขาปรากฏตัวและกําลังจะแนะนําตัวเองกับเย่หวู่ชาง

ทันใดนั้น​เขาก็ต้องตกตะลึงทันที​





เขาไม่คาดคิดว่าเย่หวู่ชางจะไม่ให้เกียรติ​เขาสักนิด​และโจมตีด้วยท่าสังหาร​ทันที​





เมื่อเห็นสิ่งนี้อารมณ์ของเขาก็พุ่งพล่าน​ขึ้น​ทัน​ที





"นี่เจ้าคิดว่าข้าสามารถ​กลั่นแกล้งง่ายมากใช่ไหม?”

“มาเจอหมัดของข้าหน่อย, หมัดทลายดวงดาว​!”





การชกครั้งนี้ของชูไท่ชางเเฝงไปด้วยเจตนาหมัดขั้นที่สี่….เเละมันไม่ได้​อ่อนแอเลย



หมัดนี้ทําให้ผู้ชมนับไม่ถ้วนต่างตกตะลึง​อย่าง​มาก





น่าเสียดายที่เมื่ออยู่ต่อหน้าเย่หวู่ชาง….หมัดนี้ยังอ่อนแอมากเกินไป





ตูม~!



ทันทีที่​การโจมตีทั้งสองปะทะกัน

ปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวของเย่หวู่ชางก็ฟันทะลุหมัดของชูไท่ชางโดยตรง





ตูม~~!





โดยไม่ต้องแปลกใจ….ดาบเล่มนี้ส่งชูไท่ชางออกจากโลกใบเล็กเเละลงจอดบนเวทีโดยตรง





หลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นโดยมี ชูไท่ชางอยู่ตรงกลาง….เเละล้อมรอบด้วยลวดลายคล้ายใยแมงมุมหนาแน่น



เมื่อเห็นฉากนี้ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็รู้สึกชาที่หนังศีรษะ

ก่อนหน้านี้พวกเขาล้วนเพ้อฝัน….โดยคิดว่าตนจะสามารถได้รับคำเเนะนำจากเย่หวู่ชางได้





แต่ตอนนี้, ด้วยการลงมือเต็มกำลังของเย่หวู่ชาง….มันก็ได้ทําลายจินตนาการของพวกเขาโดยตรง





ปรากฎว่าความอ่อนโยนของเขาไม่ใช่สําหรับทุกคน





และมู่ซีเหยาที่เห็นฉากนี้กฌรู้สึกถึงความหวานในใจ…อย่างอธิบายไม่ถูก





นี่คือสิ่งที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ

เเละเมื่อมองไปที่ร่างสูงและสง่างาม​ของเย่หวู่ชาง….ครู่หนึ่งเธอก็รู้สึ​กมึนงงไปชั่วขณะ





อีกด้าน

ตอนนี้ชูไท่ชางได้ออกมาจากหลุมเเละทะยานขึ้นไปในอากาศ

ณ​ ขณะนี้​แม้ว่าเขาจะไม่มีความสุข….แต่เขาก็ต้องทนกับมัน

พลังระหว่าง​เขากับเย่ห​วู่​ชาง​นั้นห่างกันราวฟ้ากับ​เหว….ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถ​ทำอะไรได้อีกเเล้ว

………

ในขณะนี้

อัจฉริยะระดับมังกร​สองในสามคนได้พ่ายแพ้ไปเเล้ว….ดังนั้นอัจฉริยะ​ระดับมังกร​ที่ยังไม่ได้สู้กับเย่ห​วู่​ชาง​จึงเหลือเพียงคนเดียว





ณ​ ตอนนี้….ทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่เจียงลั่วเฉิน





เเละเมื่อเห็นสิ่งนี้ เจียงลั่วเฉินก็อดไม่ได้ที่จะแตะจมูกของเขาอย่างเชื่องช้า





หลังจากโดยไม่ลังเลใดๆ….เขาก็พุ่งไปยังบัลลังก์​ทองคำ​ที่หนึ่งโดยตรง





เเละสิ่งนี้ก็เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีความตั้งใจที่จะต่อสู้กับเย่หวู่ชางอีกต่อไป





เเละนั่นเป็นเพราะเขาชัดเจนมากเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของตัวเอง

เขานั้นเคยต่อสู้กับชูไท่ชางมาหลายต่อหลายครั้งและพลังของพวกเขาล้วนเท่าเทียมกัน





ดังนั้น, เขาจึงไม่จำเป็น​ต้องต่อสู้​กับเย่ห​วู่​ชาง​ให้เสียเวลาอีก





ส่วนอันดับสอง, ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาอาจจะเปิดฉาก​การต่อสู้เพื่อมัน





แต่หลังจากได้เห็นเจตนาดาบขั้นที่ห้าของมู่ซีเหยา….เขาก็รู้ว่าเขาไม่สามารถ​เอาชนะ​เธอได้





แน่นอนว่าเมื่อเห็นสิ่งนี้, มู่ซีเหยาก็คว้าอันดับสองโดยไม่ลังเล





สุดท้าย, ในขณะนี้ดวงตาของชูไท่ชางก็เปลี่ยนไปและสีหน้าของเขาก็มืดครึ้ม​ลงเรื่อยๆ





เขาไม่ได้คาดหวังเลยว่า….ในหมู่อัจฉริยะระดับมังกร​ทั้งสี่คนเขาจะเป็นคนที่ได้ที่สี่





เเน่นอนว่าเขาไม่กล้าท้าทายเย่หวู่ชางอีกและมู่ซีเหยาที่มีเจตนา​ดาบขั้นที่​ห้าก็ไม่ได้เช่นกัน​





สําหรับเจียงลั่วเฉิน พวกเขาเคยต่อสู้กันมาหลายครั้งเเล้ว, ดังนั้นพวกเขาจึงรู้จักความแข็งแกร่งของกันและกันเป็นอย่างดี



ตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บ, เขาจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายอีกต่อไป





ในท้ายที่สุดแม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจ….เขาก็ทำได้เเค่นั่งในตําแหน่งที่สี่ได้อย่างช่วยไม่ได้





เเละเมื่อเห็นสิ่งนี้ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ





โดยไม่คาดคิดการประลองในครั้งนี้กลายเป็นการจัดอันดับของ "สี่อัจฉริยะ​ระดับมังกร" ที่ตัดสินกันได้ก่อน





แถมคนอื่นๆก็ไม่มีความปรารถนาที่จะท้าทายพวกเขาอีกต่อไป​





เเละในตอนนี้, คนที่อยู่ใน 36 อันดับแรกล้วนมีการแบ่งความแข็งแกร่งระหว่างทุกคนอย่างชัดเจน





มีเพียงเย่หวู่ชางเท่านั้นที่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถ​บังคับให้เขาเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาได้





เพราะแม้แต่ชูไท่ชางผู้ทรงพลังก็ยังถูกทําลายด้วยหมัดเดียว….นอกจาก​นี้ยังไม่สามารถแม้แต่จะ​สัมผัส​เสื้อผ้า​ของเย่ห​วู่​ชาง​ได้ด้วยซ้ำ​





ส่วนถัดมาคืออัจฉริยะ​ระดับมังกร​อีกสามคน





ในหมู่พวกเขา, มู่ซีเหยาที่มีเจตนาดาบขั้นที่ห้าก็ได้แซงหน้าอีกสองคนไปอีกขั้น





ส่วนที่เหลือนอกจากสี่คนนี้….พวกเขาต่างก็เป็นคนที่รู้จักกันในนามอัจฉริยะ​ระดับวีรบุรุษ, เเละอัจฉริยะ​ระดับพรสวรรค์





ดังนั้น, ในอัจฉริยะ​ 108 ของผู้ที่มีสิทธิ์​เข้าสู่อาณาจักร​ลับมังกร​ทยาน

36 อันดับแรกกลับเป็นอัจฉริยะ​ที่ถูกจัดอันดับพรสวรรค์​จากศาลากลสวรรค์​โดยไม่คาดคิด





ส่วนที่เหลืออีก 72 คนยังคงต่อสู้กันอย่างต่อเนื่อง





เเละกระบวนการ​นี้มันกินเวลาเกือบสามวัน และผู้ท้าชิงนับไม่ถ้วนต่างถอนตัวด้วยตัวเองหรือล้มเหลวสามครั้งจนต้องถอนตัวอย่างช่วยไม่ได้



ในที่สุด 108 อันดับแรกของการประลอง​มังกร​เล้นลับ​ก็ถูกตัดสินได้สําเร็จ



เมื่อมองไปที่บัลลังก์นับร้อยที่ตอนนี้มีเจ้าของเฝ้าอยู่….การประลองมังกรเร้นลับนี้จึงได้ข้อสรุปที่ประสบความสําเร็จ





และบนบัลลังก์สีม่วงทองนั้น….ตําแหน่งของเย่หวู่ชางย่อมโดดเด่นเป็นพิเศษโดยธรรมชาติ​





อย่างไร​ก็ตาม, เย่หวู่ชางยังคงเฉยเมยต่อสายตาของผู้อื่น





สิ่งที่เขาใส่ใจอย่างแท้จริงคืออัจฉริยะระดับสูง​เพียงไม่กี่คนที่ได้รับแจ้งจากระบบว่ามีศักยภาพในการภรรยา​ของเขา​





เเละเขาตระหนักดีว่า​ ถ้าเขาเสนอให้พวกเธอมาเป็นภรรยา​เขาในตอนนี้….พวกเธอจะต้องเต็มใจอย่างเเน่นอ​น​ (.......มั่นหน้าดีเเท้)





อย่างไร​ก็ตาม….ในขณะนี้มีผู้​ฝึกตน อาณาจักรถ้ำสวรรค์จํานวนมากเเละพวกเขาทั้งหมดมีผู้อาวุโสหรือญาติซุ่งอยู่เบื้องหลังพวกเธอ





หากเขาจะขอให้พวกเธอมาเป็นนางสนมของเขา….ผู้​ฝึกตนอาณาจักรถ้ำสวรรค์เหล่านี้ก็คงจะมาฉีกอกเขาอย่างเเน่นอน





ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะรอจนกว่า อาณาจักรลับมังกรทยานจะสิ้นสุดลง….เขาถึงค่อยเริ่มดำเนิน​เเผนการ​ (ขอย้ำว่าไอ้นี่คือพระเอก)​

………

เเละก่อนที่ใครจะทําการเคลื่อนไหวใดๆต่อ​ ร่างของโม่กังเฟิงก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เเละเมื่อได้เห็นเหล่าอัจฉริยะ​ในครั้งนี้….เขาก็รู้สึกสะเทือนใจเช่นกัน

การประลองนี้….มีอัจฉริยะ​ที่มีคุณภาพสูงสุดเท่าที่เคยมีมา





"ณ​ บัดนี้​การประลองได้จบลงแล้ว….เเละคราวนี้พวกเจ้าจะเป็นตัวแทนของอาณาจักรชางหลานของเราเพื่อเข้าสำรวจ​อาณาจักรลับมังกรทยาน!"





"ในอาณาจักรลับมังกรทยาน, การปรากฏตัวของพวกเจ้าจะแสดงถึงความภาคภูมิ​ของอาณาจักรชางหลานของเรา….ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่ทําให้อาณาจักรชางหลานของเราอับอาย!"





นี่คืออีกหนึ่งความน่าประหลาด​ใจ

อาณาจักรลับมังกรทยานนั้นไม่ได้เชื่อมต่อกับอาณาจักรชางหลานเเค่เพียงเเห่งเดียวเท่านั้น

เเต่อาจกล่าวได้ว่า, มันเป็นศูนย์กลางของทวีปเทียนหลัว

ดังนั้น, มันจึงเชื่อมต่ออาณาจักรหลักหลายสิบแห่งในทวีปเทียนหลัวทั้งหมด





เเละในอาณาจักรอื่นๆก็มีการจัดอันดับที่หลากหลายไม่มากก็น้อยตามขนาดของอาณาจักร





ข้อจํากัดเพียงอย่างเดียวคือมีเพียงผู้​ฝึกตนในอาณาจักร​หลักเท่านั้นที่สามารถเป็นตัวแทนของอาณาจักรหลักเเละจะเข้ามาในอาณาจักร​ลับได้



ด้วยเหตุนี้, การชนะการประลองมังกรเร้นลับก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอันตรายใดๆในการเข้าสู่อาณาจักร​ลับมังกร​ทยาน





ข้างในนั้น….ทุกคนยังคงต้องต่อสู้กับบุคคลที่แข็งแกร่งจากอาณาจักรอื่น,​ แข่งขันกันเพื่อสมบัติและเผชิญกับสถานการณ์ที่คุกคามถึงชีวิตตลอดเวลา​





………

ทันใดนั้น​เอง

จู่ๆเย่หวู่ชางและคนอื่นๆรู้สึกถึงพลังบางอย่างและร่างกายของพวกเขาถูกดึงเข้าไปในอาณาจักร​ลับอย่างรวดเร็ว​





เเละเมื่อพวกเขาฟื้นคืนสติ, พลังวิญญาณอันอุดมสมบูรณ์ก็ลอยอยู่รอบๆพวกเขาทันที​ (ตกไปคนละที่นะครับ)​





แม้แต่ เย่หวู่ชางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ…..ออร่าพลังวิญญาณ​ที่นี่หนาแน่นกว่าพื้นที่แกนกลางของตระกูลเย่ถึงสามเท่า





เห็นได้ชัดว่าอาณาจักรลับมังกรทยานนั้นไม่ธรรมดาเลยสักนิด





เเละในขณะนี้….แม้ว่ามันจะเรียกว่าอาณาจักรลับแต่จริงๆแล้วมันเป็นโลกถ้ำสวรรค์ขนาดใหญ่





ดังนั้น, แม้ว่าจะเป็นเย่หวู่ชาง….การสํารวจสถานที่แห่งนี้ในช่วงเวลาสั้น ๆมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้​





ดังนั้นทรัพยากรหรือสมบัติใดที่จะได้รับจากที่นี่นั้น.​…มันล้วนขึ้นอยู่กับโชควาสนา​ทั้งหมด





และไม่นานหลังจากนั้น, เขาก็ได้พบสมุนไพรจิตวิญญาณระดับสวรรค์





ข้างๆสมุนไพร​จิตวิญญาณ​ต้นนั้น….มีสิงโตสามหัวคอยเฝ้ามันอยู่

สิงโตตัวนี้ฉายความดุร้ายและมองมาที่เย่หวู่ชางด้วยเจตนาฆ่าไม่รู้จบ





อย่างไร​ก็ตาม, เมื่อต้องเผชิญกับเสียงคํารามและความกระหายเลือดของสิงโตสามหัว….เย่หวู่ชางยังคงไม่มีความสะทกสะท้านใดๆ



เเละทันใดนั้น, เจต​นาดาบของเจาก็กระพริบและปราณดาบอันเเหลมคมก็ปรากฏขึ้น



ฉับ~~~!!!



หัวทั้งสามของสิงโตสามหัวถูกตัดขาดอย่างสมบู​รณ์และรวดเร็ว​





แม้แต่ในช่วงเวลาที่มันกําลังจะตาย, มันก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่ามนุษย์คนนี้จะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์คน​ก่อนๆมาก





เเละหลังจาก​เก็บเกี่ยว​สมุนไพรจิตวิญญาณระดับสวรรค์นี้เเล้ว…..เย่หวู่ชางก็ทะยานขึ้นไปในอากาศต่อไป



……..

หลังจาก​นั้น​ไม่นาน

ในฐานะบิดาผู้ให้กําเนิดเย่ซินชิงบุตรแห่งโชคชะตา…. เเน่นอนว่าโชคลาภของเย่หวู่ชางเองก็ไม่ขาดโดยธรรมชาติ





ระหว่างทางเขาไม่รู้ว่าเขาสะสมสมบัติทางจิตวิญญาณมาเเล้วกี่ชิ้น





เขาสามารถ​จินตนาการ​ได้เลยว่า​ หลังจากเขาปรับแต่งสมบัติเหล่านี้เป็นยาเม็ด….ความแข็งแกร่งของตระกูลเย่จะต้องเพิ่มขึ้นหลายเท่าอย่างเเน่นอน





เย่ห​วู่​ชาง​เดินทางต่อไปตามเส้นทางแห่งหัวใจ….เเละในที่สุดเขาก็มาถึงหุบเขาลึกเเห่งหนึ่ง





เเละเมื่อมองลงไป, เย่หวู่ชางก็เห็นสิ่งหนึ่งที่เป็นเป้าหมาย​ที่​เขาต้องการ





อสูร​สิงโตคําราม!





นี่คือที่อยู่อาศัยของอสูรสิงโตคําราม เเละมันมีอสูรสิงโตคํารามขนาดใหญ่เกือบร้อยตัวนอนอยู่ที่นี่





อสูรสิงโตคํารามที่โตเต็มวัยทั้งหมดจะได้รับพลังการฝึกตนในอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์





นอกจากนี้เขายังเห็นราชาอสูรในหมู่พวกเขา….เเละราชาอสูรนี้มีฐานการฝึกตนอยู่ที่ขั้นที่แปดของอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์





อย่างไร​ก็ตาม, เพราะมันมีสายเลือดของเผ่าพันธุ์โบราณ….พลังการต่อสู้ของมันจึงน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก





ประกอบกับร่างกายที่แข็งเเกร่งประจำเผ่าพันธุ์…..อาจกล่าวได้ว่าผู้​ฝึกตนอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์ ขั้นสูงสุดก็ไม่สามารถ​เผชิญหน้า​กับมันได้





นี่เป็นเหตุผลว่าทําไมมันถึงสามารถนําเผ่าอสูรสิงโตคำรามให้อยู่รอดได้ในอาณาจักร​ลับเเห่งนี้



เเละเมื่อรู้สึกถึงการมาถึงของเย่หวู่ชาง….ราชาอสูรก็ส่งเสียงคํารามทันที

ดวงตาที่ดุร้ายของมันจ้องมองไปที่ เย่หวู่ชางด้วยความอาฆาต​ถึงขีดสุด​





เเละเมื่อได้ยินเสียงของราชาอสูร….อสูรคล้ายสิงโตตัวอื่นๆก็รีบลุกขึ้นและปกป้องเหล่าลูกอสูร​ที่อยู่ข้างหลังพวกเขาทันที​





เมื่อเห็นสิ่งนี้ เย่หวู่ชางก็ไม่ลังเลอีกต่อไป

เขาก้าวไปข้างหน้าและยืนอย่างภาคภูมิต่อหน้าอสูรร้ายที่เหมือนสิงโตในหุบเขา





เเละเมื่อเห็นการมาถึงของเย่หวู่ชาง ราชาอสูรก็คํารามขึ้นไปบนท้องฟ้า​ ปลดปล่อยเจตนาฆ่าอันไร้ขอบเขตทันที​





ในฐานะราชาอสูร, มันตระหนักดีว่ามนุษย์เหล่านี้ไร้ยางอายมากเพียงใด





ทุกครั้งที่อาณาจักรลับเปิดออก….ลูกของพวกมันหลายตัวจะถูกขโมยหรือถูกสังหาร​





มันจึงมีความปรารถนาที่จะฆ่ามนุษย์เหล่านี้​โดยธรรมชาติ​





ทางด้านเย่หวู่ชางเองก็รู้ว่าการที่เขาจะสามารถ​ปราบอสูรสิงโตเหล่านี้ได้….เขาจำเป็นต้องพิชิตราชาอสูรตนนี้





ทันใดนั้น​

เขาเก็บดาบเเละพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้พร้อมกำหมัดเเน่น





หลังจากปลูกฝังทักษะร่างทองคำเก้าเปลี่ยนแปลง….จนถึงการแปลงร่างครั้งที่ห้า

เย่ห​วู่​ชาง​กระตือรือร้นอย่างยิ่งที่จะรู้ขอบเขตของร่างกายของเขา





นอกจากนี้, ด้วยการเพิ่มพรสวรรค์​ระดับบนสุดอย่างดวงตาคู่พิเศษและ กระดูกสวรรค์ขั้นสูงสุด

ในแง่ของความแข็งแกร่งทางกายภาพเพียงอย่างเดียว….เขาก็มีพลังเพียงพอ​ที่จะบดขยี้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันเเล้ว





ตูม~~~~!





การปะทะของทั้งสองทำให้เกิดคลื่นกระแทกดังสนั่น

อย่างไร​ก็ตาม, เย่หวู่ชางกลับสามารถ​ยืนหยัดอยู่​ได้อย่างมั่นคงโดยไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว





เเต่ในทางกลับกัน….ราชาอสูรสิงโตคำราม​กลับถูกผลักออกไปอย่างต่อเนื่องโดยพลังอันเเข็ง​เเก​ร่​ง





ณ​ ขณะนี้…..ดวงตาของราชาอสูรเต็มไปด้วยความตกตะลึง​

นอกจากนี้, มันยังเข้าใจอย่างชัดเจนว่าว่ามนุษย์คนนี้จะมีพลังมากมากขนาดให​น





อย่างไร​ก็ตาม, เย่หวู่ชางไม่ได้สนใจความตกตะลึง​ของอีกฝ่าย

เขารู้ดีว่าในการจะพิชิตราชาอสูรเหล่านี้….เขาต้องเอาชนะพวกมันในสิ่งที่พวกมันภูมิ​ใจมากที่สุด​





………………………

จบบทที่ บทที่​ 69​ : อสูร​สิงโต​คำราม​

คัดลอกลิงก์แล้ว