เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 68 : การเปลี่ยนแปลงของมู่ซีเหยา

บทที่ 68 : การเปลี่ยนแปลงของมู่ซีเหยา

บทที่ 68 : การเปลี่ยนแปลงของมู่ซีเหยา


บทที่ 68 : การเปลี่ยนแปลงของมู่ซีเหยา



ปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวและเยือกเย็นปกคลุมท้องฟ้า

เนื่องจากการโจมตีของเย่หวู่ชางปะทะกับการโจมตี​ของหวังอู๋ต่าว….เสียงคํารามที่ดังสนั่น​ก็ตามมาอย่างรวดเร็ว​





จากนั้น​

การโจมตี​สบายๆของเย่หวู่ชางก็ปะทุขึ้นด้วยรัศมีที่น่าสะพรึงกลัว….ทําลายการโจมตีเต็มกำลัง​ของหวังอู๋ต่าวในทันที





เเละมันไม่เพียงแค่นั้น….ปราณดาบอันน่า​สะพรึงกลัว​นี้ยังคงเหลือพลังเเละพุ่งเข้าหาหวังอู๋ต่าวอย่างรวดเร็ว​



ตูมมมมม~!





อั่คคคค~!





ด้วยเสียงอันดังสนั่น, หวังอู๋ต่าวกระอัก​เลือด​ออกมาคำใหญ่, เเละร่างกายของเขาก็ถูกส่งออกจากบัลลังก์ทองคําสีม่วงในทันที​





ฉากนี้, ทำให้ทุกคนพูดไม่ออก





ด้วยตาของพวกเขาพวกเขาสามารถมองเห็นได้อย่างรวดเร็วว่า​ถ้าไม่ใช่การปกป้องเชิงพื้นที่ของสนามประลองนี้

การโจมตีของเย่ห​วู่​ชางคง​จะสามารถ​ฆ่าหวังอู๋ต่าวได้ในทันที





หวังอู๋ต่าวคือใคร?

​เขาเป็นถึงหนึ่งในอัจฉริยะระดับวีรบุรุษ​

เขาไม่ค่อยประสบกับความพ่ายแพ้เลยในช่วงสี่สิบปีที่ผ่านมา





ความแข็งแกร่งของเขาได้รับการยอมรับจากทั่วทั้งอาณาจักรชางหลาน, และแม้แต่ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับเจตนา​ดาบก็เหนือกว่าผู้ฝึกดาบคนอื่นๆนับไม่ถ้วน





ก่อนที่เย่หวู่ชางจะปรากฏ​ตัวขึ้นมา….หวังอู๋ต่าวนั้นเป็นผู้ฝึกดาบรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งในอาณาจักรชางหลานอย่างไม่ต้องสงสัย





การต่อสู้ของพวกเขาควรจะเป็นการต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกดาบชั้นยอดทั้งสอง





เเต่โดยไม่คาดคิด, หวังอู๋ต่าวกลับพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว​เเละไม่สามารถต้านทานได้เเม้เเต่กระบวนท่าเดียว​



ต่อหน้าเย่หวู่ชาง เขาดูเหมือนเด็กที่ไม่รู้ว่าการควงดาบนั้นทำอย่างไร





"เขาแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง!"





มือของหวังอู๋ต่าวที่ถือดาบสั่นสะท้าน และดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ





เขาไม่คาดคิดว่าทักษะดาบที่ภาคภูมิใจตลอดชีวิตของเขาจะดูเปราะบางเมื่อมาอยู่ต่อหน้าเย่หวู่ชาง





ท่าสังหารที่อยู่ยงคงกระพันของเขาซึ่งเขาใช้ออกมาอย่างสุดกําลังกลับพ่ายแพ้ให้คู่ต่อสู้ที่ยังไม่ได้ชักดาบ​ด้วยซ้ำ​





หากระดับการฝึกตนมีความเหลื่อมล้ำ​อย่างมาก​เขาก็คงพอจะเข้าใจได้….แต่นี่ระดับการฝึกตนของพวกเขานั้นเท่าเทียมกัน​





"พลังของเขามีมากมาย​ขนาดใหนกันเเน่"

หวังอู๋ต่าวมองไปที่เย่หวู่ชางซึ่งยืนอยู่บนบัลลังก์ทองสีม่วงอย่างองอาจ…..มองลงมาที่เขาถามตัวเองอย่างเฉยเมย​





เเละหลังจากการพ่ายแพ้​นี้, เขาก็ตระหนักรู้ทันทีว่าพวกเขาทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันด้วยซ้ำ



ในขณะนี้, ด้วยการโจมตี​เพียงครั้งเดียว…..เย่หวู่ชางก็ทําให้ทั้งโลกประหลาดใจอีกครั้ง





ผู้ชมทุกคนเเละแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญ อาณาจักรถ้ำสวรรค์หลายคนบนเวทีต่างก็เงียบเสียงลง





พวกเขาต้องยอมรับว่าพวกเขาตัดสินชายคนนี้ผิด



ตอนเเรกพวกเขาไม่เชื่อการจัดอันดับ​ของศาลากลไก​สวรรค์, เพราะชายหนุ่มคนนี้มีภูมิหลังที่ต่ำต้อย

เเต่ตอนนี้ทุกคนล้วนทราบตรงกันเเล้วว่าเย่ห​วู่​ชาง​สมควรเเล้วที่จะเป็นผู้นำของอัจฉริยะ​ระดับ​มังกร​ทั้งสี่



………..

ในขณะนี้เย่หวู่ชางยืนอยู่คนเดียวบนบัลลังก์​

มองลงไปยังอัจฉริยะทั้งหมดที่อยู่ด้านล่างด้วยสีหน้าสงบ





ราวกับว่าเขาเป็นกษัตริย์ที่ปกครองโลกเเละดูถูกวิชาของอัจฉริยะ​ทุกคน



มีใครที่จะสามารถแข่งขันกับเขาได้หรือไม่?





อัจฉริยะ​ทุกคนมีคำถามนี้ในใจ, แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมา





จากนั้นสายตาของพวกเขาทั้งหมดก็หันไปหาอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่อีกสามคนที่เหลือ





พวกเขารู้ว่าหลังจากการปะทะกันเมื่อกี้…..ถ้าพูดถึงคนรุ่นเยาว์​ในอาณาจักรชางหลาน

มันก็มีเพียงสามคนนี้เท่านั้นที่จะสามารถเป็นคู่แข่งกับเย่หวู่ชางได้





เเละการเป็นศูนย์กลางของความสนใจ….ก็ทำให้อัจฉริยะทั้งสามรู้สึกกดดันโดยไม่มีเหตุผล





หวังอู๋ต่าวนั้นแข็งแกร่งมาก, แม้ว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะเขาได้เช่นกัน….แต่มันก็ไม่ได้ง่ายดายเหมือน​อย่างที่เย่หวู่ชางทำ





แต่ถึงอย่างนั้น​ พวกเขาก็ไม่เต็มใจที่จะยอมเเพ้





ก่อนที่จะมาที่นี่พวกเขาทั้งสามได้ตัดสินใจแล้วว่าบัลลังก์ทองคําสีม่วงนี้ต้องเป็นของพวกเขาเท่านั้น​





อย่างไรก็ตาม การปรากฏ​ตัว​ของเย่หวู่ชางได้ทําลายภาพฝันของพวกเขาทั้งหมด





เเละหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง, ในที่สุดคนแรกที่เงยหน้าขึ้นและก้าวเข้าสู่บัลลังก์ทองคําสีม่วงก็คือมู่ซีเหยาโดยไม่คาดคิด





ทันทีที่เธอบินลงบนเวที….พื้นที่รอบๆมันก็ได้กลายเป็นโลกใบเล็กที่ทั้งสองฝ่ายหันมาเผชิญหน้ากัน





ไม่มีการแลกเปลี่ยนการกระบวนท่าในทันที….มีแต่เป็นความเงียบจากทั้งคู่





จากนั้น มู่ซีเหยาก็เป็นคนแรกที่ทําลายความสมดุลของความเงียบสงบนี้





"ข้าไม่ได้คาดหวังให้เจ้าจะพัฒนาเร็วขนาดนี้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี”

“ไม่เพียงแต่การฝึกตนของเจ้าจะตามทันข้าได้เท่านั้น​….แม้แต่พลังการต่อสู้ของเจ้าก็บรรลุ​ถึงขั้นที่น่า​สะพรึงกลัวเช่นนี้​”





เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่เฉียบคมและหล่อเหลาของเย่หวู่ชาง….มู่ซีเหยาก็อดไม่ได้ที่จะนึกช่วงที่เธอเดินทาง​ไปเยือนตระกูลเย่



ในเวลานั้นถ้าไม่ใช่เพราะเย่ว์รู่ชวง…. เธอคงไม่เหลือบมองเขาด้วยซ้ำ​





เย่หวู่ชางก็ดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งนี้เช่นกัน….ในตอนนั้นทั้งสองคนจึงไม่ได้พูดอะไรกันมาก





สําหรับเย่หวู่ชาง, ถ้ามู่ซีเหยาไม่ใช่คู่แต่งงานที่ระบบตรวจพบ….เขาก็คงจะลืมเธอไปนานแล้ว





แม้ว่ามู่ซีเหยาจะสวยเป็นพิเศษและมีเสน่ห์ในระดับสูงมาก





แต่สําหรับเย่หวู่ชาง,​ ความน่าดึงดูดใจไม่เคยเป็นปัจจัยที่สําคัญที่สุด





เย่หวู่ชางนั้นคิดว่าเธอเป็นเพื่อนและพี่สาวที่ดีที่สุด​ของเย่ว์รู่ชวง….เขาจึงยกยิ้มให้เธออย่างใจดี





"คนเราพัฒนา​ไปข้างหน้าเสมอ….เเล้วรู่ชวงได้บอกเจ้าไปก่อนหน้านี้เเล้วนี่,​ ว่าข้านั้นไม่ธรรมดา​อย่างที่เจ้าคิด"





ใน​ขณะที่พูด

เย่ห​วู่​ชาง​ไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มของเขาได้กระตุ้นหัวใจของมู่ซีเหยาอย่างแท้จริง





ดูเหมือนว่าในอดีต เย่หวู่ชางจะเคยยิ้มให้เธอแบบนี้เช่นกัน….แต่ในเวลานั้นเธอไม่ได้สนใจมันมากนัก





เเต่ตอนนี้, ชั่วครู่หนึ่งแก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อยด้วยความเขินอาย





โชคยังดีที่ตอนนี้อยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย….เธอจึงสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว





จากนั้น, ดาบของเธอก็ถูกปลดปลอก….เเละจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเธอก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมมุ่งตรงไปที่เย่หวู่ชาง





"มาเลย, ข้าอยากเห็นว่าเจ้าแข็งแกร่งมากแค่ไหน!"



เมื่อเห็น​สิ่ง​นี้, เย่หวู่ชางก็พยักหน้าเบาๆ

"เอาล่ะ มาเริ่มกันเถอะ!"



ฟุ่บบบบ~!



หลังจาก​เขาพูดจบ,​ การโจมตี​ที่แหลมคม รวดเร็ว และแม่นยําของเจตนาดาบขั้นที่สี่ก็พุ่งมาหาเขาทันที​





เจตนาดาบที่ทรงพลังเช่นนี้….ถ้าเป็นคนธรรมดาคงจะตื่นตระหนกอย่างมาก





อย่างไรก็ตาม, ตอนนี้คนที่​เธอกําลังเผชิญหน้าอยู่คือเย่หวู่ชาง





เเน่นอ​นว่าเย่หวู่ชางสามารถ​หลบการโจมตี​นี้ได้อย่างง่ายดาย





จากนั้นด้วยดาบผ่าจันทราในมือ….เขาก็เริ่มสวนการโจมตี​ของมู่ซีเหยาอย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่บุกทะลวงสู่อาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์มาได้, มู่ซีเหยาก็ไม่เคยมีการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นและสามารถ​ปลดปล่อย​พลัง​สูงสุด​เเบบนี้เลย





ใน​ขณะนี้​เมื่อมีเย่หวู่ชางเป็นคู่ประลอง….เธอจึงสามารถ​ปล่อยวางและปะทุพลัง​ได้อย่างต่อเนื่อง



เย่หวู่ชางนั้นมี, ดวงตาคู่พิเศษ, กระดูกสวรรค์ขั้นสูงสุด และ ดวงตาเเห่งโชคชะตา

ทั้งหมด​นี้มันจึงทําให้เขามองเห็นจุดเเข็ง​เเละ​จุดอ่อนในทักษะการต่อสู้ของเธอได้อย่างชัดเจน​

เเละมู่ซีเหยานั้นก็เป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ด้านดาบในระดับสูง​สุด​ถึงสามอย่าง



ดังนั้นในการประลอง​ที่อยู่​ภายใต้การแนะนําของเย่หวู่ชาง

มู่ซีเหยาก็รู้สึกได้เลยว่าความแข็งแกร่งของเธอเริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง





ความเข้าใจนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับวิชาดาบที่แทรกซึมอยู่ในจิตใจของเธอเริ่มปรากฏ​ออกมา….เเละมันทําให้ออร่าของเธอพัฒนา​ยิ่งขึ้น​เรื่อย​ๆ​





เเละเมื่อเห็นแบบนี้แล้ว, ฝูงชนรอบๆจะไม่เข้าใจความสัมพันธ์​ของ​พวกเขา​ได้อย่างไร?





"เกิดอะไรขึ้น? เย่หวู่ชางเกิดในราชวงศ์ต้าเซี่ยไม่ใช่หรือ….เเล้วเขาไปรู้จักมู่ซีเหยาได้อย่างไร"





"ใครจะรู้ล่ะ,​ ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองจะไม่เลว….มิฉะนั้น เย่หวู่ชางคงไม่สอนเธอผ่านการประลอง​เเบบนี้"





"เหอะๆ….เรื่องราว​ระหว่างเหล่าอัจฉริยะ, มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสามารถ​คาดเดาได้เลย!"



……….

หลัง​จากนั้น​

ภายใต้กระแสของเวลา….การต่อสู้ของพวกเขากินเวลาถึงสองวันเต็ม





แต่สําหรับโลกภายนอก, มันผ่านไปได้ไม่นานนัก​ (ในโลกใบเล็กเวลา​เดินเร็วกว่า)​





เเละในที่สุด

ออร่าสวรรค์ที่น่าตกตะลึงก็พุ่งทะยาน​ออกมา….ทุกคนต่างรู้สึกสั่นสะท้าน​และหันหน้าไปมองในทิศทาง​หนึ่ง​





พวกเขาเห็นว่าภายใต้การโจมตีและคําแนะนําอย่างต่อเนื่องของเย่หวู่ชาง….ในเวลานี้​ร่างกายของมู่ซีเหยา ก็ได้ปะทุขึ้นด้วยออร่าปราณดาบที่น่าสะพรึงกลัว





ออร่าปราณดาบนี้ปกคลุมพื้นที่และทะลุท้องฟ้า





รอบตัวพวกเขา, ผู้ฝึกดาบจำนวนนับไม่ถ้วนต่างมองไปยังดาบของตนที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความสยดสยอง





จากนั้น, พวกเขาทั้งหมดก็เงยหน้าขึ้นมองมู่ซีเหยาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ





"เสียงสะท้อนของดาบหมื่นเล่ม…..พระเจ้า, เจตนาดาบของเธอทะลุไปถึงขั้นที่ห้าแล้ว?"





ทันทีที่คําพูดเหล่านี้หลุดออกมา….ผู้ชมรอบๆทุกคน​ต่างก็ตกตะลึง​ทันที​





ขั้นที่สี่ของเจตนาดาบเป็นสิ่งที่ผู้ฝึก​ดาบจำนวน​นับไม่ถ้วนไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ตลอดชีวิตของพวกเขา





เเต่ตอนนี้มู่​ซี​เหยา​กลับทะลวงไปสู่เจตนาดาบขั้นที่ห้าโดยตรง….ดังนั้น​เธอจึงเหนือกว่าผู้ฝึกดาบคนอื่นๆมาก





ความแตกต่างระหว่างขั้นที่ห้าของ เจตนาดาบกับขั้นที่สี่นั้นเหมือนความเเตกต่างของสวรรค์และโลก



ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็มองไปที่ เย่หวู่ชางด้วยสายตาราวกับว่าพวกเขาค้นพบสมบัติสวรรค์​



ถ้าพวกเขาสามารถได้รับคําแนะนําจากเย่ห​วู่​ชาง…..พวกเขา​จะสามารถฝ่าฟันเจตนา​ดาบไปได้หรือไม่?





อย่างไร​ก็ตาม, พวกเขาก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เย่ห​วู่​ชาง​จะมาสนใจคนธรรมดา​อย่างพวกเขา​





เมื่อนึกถึงสิ่งนี้, การจ้องมองของพวกเขาที่มีต่อมู่ซีเหยาจึงเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและความหึงหวง





เเละในขณะนี้ มู่ซีเหยาก็ได้ฟื้นสติจากการตระหนัก​รู้และสัมผัส​ได้ถึงแนวคิดทางศิลปะของเธอเอง





ปกติ​เเล้ว, ความก้าวหน้าของเธอในครั้งนี้จะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจในวิชาดาบอย่างน้อยอีกห้าปี





แต่ตอนนี้ด้วยความช่วยเหลือของ เย่หวู่ชาง….เธอประหยัดเวลาไปได้ถึงห้าปีเต็ม





ด้วยคําแนะนําเพียงสองวันหนึ่งคืนกลับทำให้เธอสามารถหลีกเลี่ยงทางอ้อมได้มากมาย





เเล้วถ้าเธอสามารถอยู่เคียงข้างเขาได้ทุกวันล่ะ?





เมื่อนึกถึงสิ่งนี้, สีหน้าเขินอายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธออีดครั้ง





แต่ในไม่ช้าเธอก็ยับยั้งการแสดงออกของเธอ….มองไปที่เย่หวู่ชางเเละแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ

"ขอบคุณมาก!"



"เจ้าเป็นพี่สาวที่ดีของรู่ชวง….ดังนั้นเราไม่จําเป็นต้องมีพิธีรีตอง​เช่นนี้"





"พี่สาวที่แสนดี?" มู่ซีเหยาพูดซ้ำคำนั้นในใจอย่างเงียบๆ





เมื่อได้ยินคําพูดที่ดูไม่สนิทสนมเล็กน้อยของเย่หวู่ชาง….ด้วยเหตุผลบางอย่างเธอจึงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย



ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ชอบที่เย่หวู่ชางช่วยเหลือ​เธอเป็นเพราะ​เย่ว์รู่ชวง





แต่เธอก็รู้ด้วยว่าหากไม่มีเย่ว์รู่ชวง….เย่หวู่ชางก็คงไม่ทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยเธอเเบบนี้





"เอาล่ะ….ข้ายอมรับความพ่ายแพ้" มู่ซีเหยาพูดเบาๆ





แม้ว่าเจตนาดาบของเธอจะประสบความสําเร็จ​ในการก้าวหน้า…เเละพลังการต่อสู้ของเธอก็เพิ่มขึ้น​จนถึงขั้นที่เหนือจินตนาการ





แต่เธอรู้ว่าเมื่อเทียบกับเย่หวู่ชาง, ไม่ว่าเธอจะเเข็ง​เเก​ร่​งขึ้นมากเเค่​ใหน​มันก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างใดๆ





……..

หลัง​จากนั้น​

ทันทีที่​เธอก้าวลงจากบัลลังก์, ชูไท่ชางก็ก้าวไปข้างหน้าและมาถึงสนามประลองทองคําสีม่วงทันที​





เมื่อเห็นพัฒนาการอย่างมากของมู่ซีเหยา….เขาก็กระตือรือร้นอย่างมากเช่นกัน





หากเขาได้รับการชี้เนะจากเย่หวู่ชาง….บางทีเขาอาจจะ​ได้รับผลประโยชน์ที่น่าอัศจรรย์ก็ได้





ดังนั้น, เขาจึงเดินตรงขึ้นไปบนเวทีโดยไม่พูดอะไรสักคํา





แต่​อย่างไร​ก็​ตาม, เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าในทันทีที่เขาก้าวขึ้นมา…. ใบหน้าของเย่หวู่ชางก็เปลี่ยนเป็นสีเข้มทันที​





เย่ห​วู่​ชาง​มองไปที่ชูไท่ชางอย่างเฉยเมย

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยคําเตือนที่อันตรายมากในขณะนี้





อีกฝ่ายคิดว่าเขาเป็นใจดีหรือไง?

ถึงได้กล้ามาเปิดศึกเพื่อเเย่งบัลลังก์ทองคําสีม่วงของเขาเเบบนี้?





หลังจาก​นั้น

โดยไม่มีการพูดจาไร้สาระใดๆ

เย่ห​วู่​ชาง​ได้เหวี่ยง​ดาบผ่าจันทราลงมาจากกลางอากาศด้วยพลังสูงสุด





……………………………..

จบบทที่ บทที่ 68 : การเปลี่ยนแปลงของมู่ซีเหยา

คัดลอกลิงก์แล้ว