เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70: พิชิตราชาอสูร, ดินแดนสมบัติสวรรค์

บทที่ 70: พิชิตราชาอสูร, ดินแดนสมบัติสวรรค์

บทที่ 70: พิชิตราชาอสูร, ดินแดนสมบัติสวรรค์


บทที่ 70: พิชิตราชาอสูร, ดินแดนสมบัติสวรรค์



เย่ห​วู่​ชาง​พุ่งขึ้นไปในอากาศ…. หมัดของเขากําแน่นถือออร่าที่น่าสะพรึงกลัว้เละพุ่งเข้าหาราชาอสูรสิงโตคําราม





พลังการต่อสู้ของเขาดุร้ายถึงขีดสุด, ทุกหมัดเทียบได้กับทักษะการต่อสู้ระดับสวรรค์….เเละถ้าเพิ่มแรงเข้าไปอีกเล็กน้อย มันจะเป็นพลังการต่อสู้ของทักษะระดับราชันย์​ได้เลย





และหมัดที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ก็ทําให้ราชาอสูรค้องล่าถอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า





เผ่าอสูรสิงโตคำรามซึ่งเดิมต้องการพุ่งเข้ามาและฉีกเย่หวู่ชางเป็นชิ้นๆ….เเต่ตอนนี้พวกมันกลับต้องถอยกลับด้วยความกลัว







ตูม ตูม ตูม~!





ภายใต้การโจมตีด้วยกําปั้นเหล็กหลายครั้ง​ ราชาอสูรก็ค่อยๆทนไม่ไหวจนต้องคายเลือดออกจากปากของมันอย่างต่อเนื่อง





แต่ถึงอย่างนั้น ราชาอสูรก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมจํานน





เมื่อเห็นสิ่งนี้ เย่หวู่ชางก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะพิชิตราชาอสูร​ตนนี้ด้วยความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว





เขามองไปที่ราชาอสูรที่กําลังจะเผชิญหน้ากับความตายและหยุดมือทันที





จากนั้น​ เขามองลงมาที่อีกฝ่าย….และพูดอย่างใจเย็นว่า

"ยอมจํานนต่อข้า, ข้าสามารถนําพวกเจ้าออกจากอาณาจักรลับนี้และอนุญาตให้เจ้านําเผ่าอสูรสิงโตคำราม ไปสู่การพัฒนาที่มากขึ้นได้”



เมื่อได้ยินคําพูดเหล่านี้, ราชาอสูรก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นเเละมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย​





เห็นได้ชัดว่ามันสงสัยในความจริงจากคําพูดของชายคนนี้





ปกติ​เเล้วเย่หวู่ชางไม่เคยชอบที่จะเสียเวลาปรับคําพูด(ยกเว้นตอนจีบหญิง).....แต่เขาก็รู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่น





เผ่าพันธุ์อสูรและมนุษย์นั้นแตกต่างกัน….แม้ว่าสติปัญญาของพวกมันจะสูงพอๆกับมนุษ​ย์, แต่พวกมันกลับมีความเคารพ​ต่อราชาองค์เดียวเท่านั้​น



ดังนั้น, หากราชาของพวกมันไม่ยอมจํานนต่อเย่หวู่ชาง….แม้ว่าเผ่าอสูรสิงโตคำรามทั้งหมดจะตายในสนามรบ, มันก็จะไม่มีอสูรสิงโตคำรามแม้แต่ตนเดียวที่จะเต็มใจยอมจํานนต่อเขา





ดังนั้น, ณ​ ขณะนี้​สายตาของเขาก็กะพริบเล็กน้อยเมื่อเขามองเข้าไปในดวงตาของราชาอสูร





ทันใดนั้น, ฉากบางอย่างก็แวบเข้ามาในดวงตาของราชาอสูร





ณ​ ขณะนี้, ในโลกจิตวิญญาณของ ราชาอสูร​





มันมองเห็นร่างที่สง่างามลงมาอย่างกะทันหันและต้องรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าร่างนี้เป็นมนุษย์คนนั้น





มนุษย์เหลือบมองมันเล็กน้อย, ทันใดนั้นมนุษย์​คนนี้ก็กวัดแกว่งดาบเเละฟาดฟัน​ในแนวนอน





ตูมมมม~~~~!





ปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวฉีกผ่านท้องฟ้าและมุ่งหน้าไปยังระยะไกล

ทำให้มันได้เห็​นออร่าอันน่าสะพรึงกลัวจนที่ยากจะลืมเลือนไปตลอดชีวิต!





ราชาอสูร​ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าความแข็งแกร่งของเย่หวู่ชางจะน่ากลัวขนาดนี้…และเขาก็เป็นผู้ฝึกดาบไม่ใช่ผู้​ฝึกหมัดอีกด้วย





เเละผู้​ฝึกตนในอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์​สามารถ​บรรลุพลังเช่นนี้ได้อย่างไร?





ตอนนี้, มันสามารถสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของเย่หวู่ชางได้อย่างชัดเจน





หากดาบเล่มนี้พุ่งตรงไปที่ฝูงของมัน….เกรงว่าในทันทีทั้งฝูงคงจะถูกทําลายล้างด้วยดาบเล่มนี้และแม้แต่หุบเขานี้ก็จะหายไป



ด้วยความ​แข็งแกร่ง​เช่นนี้, บางทีการติดตามเขาอาจจะฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ของเผ่าพันธุ์​สิงโตคำราม​ได้อย่างแท้จริง





อย่างไรก็ตามในฐานะราชาของเผ่าพันธุ์….มันต้องรับผิดชอบต่อฝูงของมัน





ในฐานะคนที่มีชีวิตอยู่นานที่สุด….มันรู้ว่าไม่มีอาหารกลางวันฟรีในโลกนี้



มนุษย์คนนี้ต้องการบางสิ่งบางอย่างจากเผ่าพันธุ์ของมันอย่างแน่นอน





ดูเหมือนว่าเย่หวู่ชางจะรู้สึกได้ถึงสิ่งนี้.…เขาจึงพูดเข้าประเด็นทันที





"ตามข้าออกไปและในอนาคตจงปกป้องภูเขาหลังบ้านของตระกูลเย่”

“ที่นั่นมีขนาดใหญ่กว่าที่อยู่​ของเจ้าในตอนนี้อยู่หลายเท่า, เเละสิ่งที่เจ้าต้องทําอีกอย่างคือนำโลหิตของอสูรสิงโตคำรามที่โตเต็ม​วัยเเล้วมาให้ตระกูล​เย่ 100 หยดในทุกๆปี!”





"แน่นอนว่าตระกูลเย่ของข้าจะจัดหายาและทรัพยากรทางจิตวิญญาณที่เท่าเทียมกันเพื่อช่วยให้พวกเจ้าได้ชดเชยความสูญเสีย, นอกจากนี้ตระกูลเย่จะมอบศิลาวิญญาณจํานวนมากให้เจ้าเพื่อเป็นการตอบแทนอีกด้วย​"





"สุดท้าย, ภายในสิบปี….ข้าจะช่วยเจ้าบุกทะลวงไปยังอาณาจักรถ้ำสวรรค์!"





"นี่คือเงื่อนไขที่กําหนดโดยข้าผู้​เป็นผู้นำตระกูล, ถ้าเจ้าไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไข​นี้….ข้าก็จำเป็นจะต้องฆ่าพวกเจ้าและเอาเลือดไปเอง!"





เมื่อได้ยินเช่นนี้ดวงตาของราชาอสูร​ก็หดหายไปทันที





มนุษย์คนนี้ไม่ให้ทางเลือกแก่พวกเขาเลยสักนิด





อย่างไรก็ตาม, สิ่งล่อใจที่จะได้ออกจากอาณาจักรลับและบุกทะลวงไปยังอาณาจักรถ้ำสวรรค์นั้นน่าดึงดูด​เกินไปสําหรับเขา





อาณาจักรลับมังกร​ทยานนี้มีข้อจํากัดอย่างมาก….นั่นก็คือสิ่งมีชีวิต​ในอาณาจักร​ลับนี้ไม่สามารถทะลวงไปยังอาณาจักรถ้ำสวรรค์ได้





ยิ่งไปกว่านั้น, ยิ่งเข้าใกล้ระดับนั้นมากเท่าไหร่….ความต้านทานและการปราบปรามก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น





ดังนั้น, ถ้ามันสามารถออกไปจากที่นี่ได้….บางทีมันอาจนําเผ่าอสูรสิงโตคำรามไปสู่ความรุ่งโรจน์ได้

เเละในกรณีนั้น, การยอมจํานนต่อชายผู้น่าสะพรึงกลัวคนนี้ก็ดูเหมือนจะสามารถ​ยอมรับได้





"กรรร~!"





ทันใดนั้นราชาอสูรก็คําราม….จากนั้นมันก็เข้าไปใกล้เย่หวู่ชาง, คุกเข่าลงและฝังหัวไว้ที่เท้าของเขา





นี่คือพิธีพิเศษของการยอมจํานนสําหรับเผ่าพันธุ์​อสูร



"ปลดปล่อยจิตวิญญาณ​ของเจ้า!" เย่หวู่ชางพูดอย่างใจเย็น





สำหรับ​การควบคุมราชาอสูรนั้น, นี่เป็นวิธีการดีที่สุดในการควบคุมเผ่าพันธุ์​อสูร





เขาจะไม่โง่พอที่จะคิดว่าเขามีสิ่งที่เรียกว่า "ออร่าราชา" และเสน่ห์เฉพาะตัวที่จะทําให้คนอื่นยอมจํานนตลอดไป





หลังจาก​นั้น, เมื่อเห็นว่าแม้แต่ราชาอสูรก็ยอมจํานน….สิงโตคํารามตัวอื่นๆก็ยอมจำนน​ตามไปด้วย





จากนั้นเป็นต้นมา, เย่หวู่ชางก็สาุเชื่อมจิตวิญญาณ​กับเผ่าอสูรสิงโตคำรามได้สําเร็จ





………

เเต่ทันใดนั้นเอง

ออร่าอันทรงพลังสามจุดก็โผล่มาจากระยะไกล





เย่หวู่ชางมองไปทางด้านนั้นและเห็นชายสามคนที่มีออร่าอันทรงพลังลอยมาในอากาศ





ออร่าของพวกเขาน่ากลัวเป็นพิเศษ และฐานการฝึกตนของพวกเขา​ก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน





ผู้​นำคนกลุ่มได้ไปถึงขั้น​ที่สี่ของอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์​ในขณะที่อีกสองคนอยู่ในขั้นที่สาม





เเละเห็นได้ชัดว่าสามคนนี้ไม่ใช่อัจฉริยะ​ของอาณาจักร​ชางหลาน….แต่มาจากอาณาจักร​หลักอื่น ๆ





มีอาณาจักร​หลักหลายสิบแห่งใน ทวีปเทียนหลัว

อาณาจักร​ชางหลานไม่ใช่จุดอ่อนที่สุด….แต่ก็ไม่แข็งแกร่งมากเช่นกัน

พวกเขา​อยู่ในระดับกลางๆเท่านั้น​





ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่อัจฉริยะชั้นนําของพวกเขาจะตามหลังอัจฉริยะจากที่อื่นเล็กน้อย





"มันคือเผ่าอสูรสิงโตคำราม….ยอดเยี่ยมมาก"



"เราเจอโชคลาภเเล้ว, เผ่าอสูรสิงโตคำรามมีสายเลือดของสายพันธุ์โบราณ….ร่างกายทั้งหมดของพวกมันล้วนเป็นสมบัติ​, แก่นแท้ เลือด กระดูกสันหลัง, กะโหลกศีรษะ, และอวัยวะภายในล้วนเป็นสมบัติชั้นยอด ไม่ว่าจะเป็นการเล่นแร่แปรธาตุหรือการปรุง​ยา….พวกมันมีค่ามากและหาได้ยากในตลาด!"





"ฝูงนี้มีเป็นร้อยตัว, ถ้าบวกกับลูกอสูร​ก็เกือบสองร้อย…..ถ้าเราเอาไปได้ทั้งหมด, พวกเราก็จะร่ำรวย​อย่างมาก!"



ตู้หยุนเฟิงผู้นําของกลุ่มนี้เผยรอยยิ้มจางๆและพูดต่อ

"ด้วยอสูรสิงโตคํารามกลุ่มนี้, ข้าตู้หยุนเฟิงมีความมั่นใจอย่างมากที่จะเอาชนะอัจฉริยะ​ชั้นนำอีกสองคนและกลายเป็นความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งของอาณาจักร​เหิงหลินของเรา!"





ในขณะนี้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น, ​ มันราวกับว่าเขากำลังเห็นฉากที่ตัวเองกลายเป็นความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งของอาณาจักร​





ส่วนราชาอสูรและเย่ห​วู่​ชาง​ที่ยืนอยู่นั้น….เเน่นอนว่าเขาเห็น,​ แต่กลับเลือกที่จะเพิกเฉยต่ออีกฝ่าย





แค่อาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์ขั้นเเรก….มันไม่มีอะไรมากไปกว่ามดตัวหนึ่ง





ส่วนราชาอสูรในอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์ขั้นที่แปดนั้น, เขาก็ไม่ได้​สนใจเช่นกัน

สําหรับพวกเขาการต่อสู้กับคู่ต่อสู้ในขั้นที่สูงกว่าก็เป็นเรื่องที่ทำเป็นประจำ​อยู่แล้ว​





ความแข็งแกร่งของอาณาจักร​เหิงหลินในทวีปเทียนหลัวนั้นเพียงพอที่จะติดอันดับหนึ่งในห้าอันดับแรก

ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ให้ความสนใจกับอาณาจักร​อื่นๆมากนัก…ยกเว้นอาณาจักร​หลักอีกสี่แห่งที่อยู่​ในระดับเดียวกัน





"เจ้าโชคดี​ยที่สามารถ​ปราบราชาอสูรแห่งเผ่าสิงโตคํารามได้….เเต่น่าเสียดายที่เจ้าโชคร้ายมาพบพวกเรา"



ตู้หยุนเฟิงไม่สนใจที่จะเสียคําพูดและพูดตรงๆว่า

"ปลดปล่อยการควบคุมจิตใจของพวกมันเเละออกไปเดี๋ยวนี้….แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!"





ในความเห็นของเขา….การที่เขาไม่ฆ่าเย่หวู่ชางก็เป็นความเมตตา​ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่แล้ว

เเละเมื่อรับรู้ถึงออร่าความเป็นศัตรูของตู้หยุนเฟิง… ราชาอสูรก็ลุกขึ้นยืนทันทีเเละพร้อมที่จะเคลื่อนไหว





อย่างไร​ก็ตาม, ในขณะนี้เย่หวู่ชางก็วางมือบนศีรษะของมันเพื่อส่งสัญญาณให้นั่งลง





จากนั้น, เย่ห​วู่​ชาง​ก็​มองไปที่ทั้งสามคนอย่างเฉยเมย

เขาไม่สนใจแม้แต่จะพูดจากับอีกฝ่าย, ก้าวไปข้างหน้าพร้อมดวงตาเยือกเย็นเเละความตั้งใจของเขาชัดเจนเป็นพิเศษ





เมื่อเห็นว่าเย่หวู่ชางดูเหมือน​ว่ากําลังจะเคลื่อนไหว….ทั้งสามคนก็เยาะเย้ยด้วยสายตาดูถูก



"เหอะๆ….โลกใบนี้มักมีคนที่ไม่รู้จักขีดจํากัดของตัวเองเสมอเลย!"



"อาศัยพรสวรรค์เล็กน้อย, เจ้าถึงได้กลายเป็นคนหยิ่งยโสในหมู่คนรุ่นเยาว์ในอาณาจักร​ของเจ้า”

“เเต่เจ้าเชื่ออย่างแท้จริงหรือว่าเจ้าอยู่ยงคงกระพัน, เอาล่ะ….จงจ่ายราคาสําหรับความเย่อหยิ่งของเจ้า”





เมื่อเผชิญกับการเยาะเย้ยของพวกเขา….เย่หวู่ชางก็ไม่เสียคําพูดใดๆอีกต่อไป​





เขาใช้มือเเทนดาบเเละฟาดฟัน​ออกไปทันที​



บูม บูม บูม~!!!!





ปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งออกมาอย่างน่าเกรงขาม, และพุ่งเข้าหาบุคคลทั้งสามทันที​



ในฐานะผู้ฝึกดาบ….เขากลับไม่ได้ชักดาบแต่กลับใช้มือแทน

เมื่อเห็นว่าเย่หวู่ชางดูถูกพวกเขาเช่นนี้…..สีหน้าของทั้งสามคนก็เย็นชาและเจตนาฆ่าก็ปะทุขึ้นในดวงตาของพวกเขาทันที​





อัจฉริยะสามคนในอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์ได้เคลื่อนไหวโดยใช้แส้ยาวในมือของพวกเขาซึ่งคล้ายกับมังกรเเหวกว่ายเเละพุ่งเข้าหาดาบของเย่หวู่ชาง





"เจ้าขยะที่ไม่มีนัยสําคัญ, เจ้ากล้าที่จะประมาทพวกเรา….วันนี้ข้าจะให้เจ้าจ่ายราคาที่เจ้าไม่มี​วันลืม!"





เเต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ….เขาก็เริ่มสัมผัส​ได้ถึงพลังมหาศาลที่กำลังพุรงเข้ามาหาเขา





ทันใดนั้น, การโจมตี​ด้วยแส้ที่มั่นใจของพวกเขาต่างก็ถูกดาบของเย่หวู่ชางตัดทิ้งเหมือนเต้าหู้





เเละในขณะเดียวกันปราณดาบนี้ยังคงปะทุขึ้นด้วยความบ้าคลั่ง….กลั่นเจตนาฆ่าที่น่าสะพรึงกลัวและโจมตีไปที่พวกเขา​อย่างรุนแรง





ในขณะนี้, ชายทั้งสามคนเปลี่ยนสีหน้าไปอย่างมาก



ความรู้สึกอันตรายที่พุ่งพล่านขึ้นในใจทําให้พวกเขารู้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการ​



ตูมมมม~~~!





เกิดเสียงระเบิด​ที่เขย่าสวรรค์และโลก

ทันใดนั้น, เทือกเขาด้านหลังก็ถูกตัดออกด้วยปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวทันที​





ควันและฝุ่นกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง





"เเค่ก​ เเค่ก เเค่ก..."





เสียงไอจางๆดังมาจากฝุ่นควันและเสียงนี้อ่อนเเรงเป็นพิเศษ





ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจนทําให้พวกเขาไม่สามารถไอเสียงดังได้





เมื่อควันและฝุ่นกระจายตัวออกไป….ฉากหนึ่งก็ปรากฏออกมาต่อหน้าเย่ห​วู่​ชาง​





ผู้​ฝึกตนอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์ทั้งสองถูกแบ่งครึ่งไปแล้ว….ตอนนี้มีเพียงตู้หยุนเฟิงที่อาศัยพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งและการฝึกตนที่สูงกว่า, เขาจึงสามารถรอดจากการโจมตี​นี้ไปได้





อย่างไร​ก็ตาม, ตอนนี้หน้าอกของเขาก็เต็มไปด้วยเลือดและออร่าของเขาก็ลดลงจนถึงจุดต่ำสุด​





ในขณะนี้ตู้หยุนเฟิงมองไปที่เย่หวู่ชางด้วยสีหน้าตกตะลึง​





เขานึกไม่ถึงเลย….ว่าจะมีใครสักคนในโลกที่มีพลังการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้





ความแข็งแกร่งของเย่หวู่ชางนั้นเกินความเข้าใจของเขา,​ เขารู้สึกเหมือนว่าคนที่เขากําลังเผชิญหน้าในตอนนี้ไม่ใช่ผู้​ฝึกตนอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์ขั้นแรก….แต่เป็นผู้ฝึก​ตน​ในอาณาจักรถ้ำสวรรค์





"เจ้าเป็นใครกัน?....เจ้าจะมีพลังขนาดนี้ได้ยังไง!"





เสียงอ่อนของตู้หยุนเฟิงออกมาจากปากของเขา

ดวงตาของเขาเบิกกว้างราวกับรอคําตอบ



เเต่น่าเสียดายที่คำตอบของเย่หวู่ชางคือเจตนาฆ่า​ที่พร้อมจะ​ทำลายทุกอย่าง





เเละเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของเย่หวู่ชาง….ตู้หยุนเฟิงก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการฆ่าเขา





ในขณะนี้เขาต้องยอมรับว่าเขากลัวมาก





"เจ้าต้องการ​ฆ่าข้างั้นเหรอ? ข้าเป็นอัจฉริยะ​ของตระกูลตู้โบราณ ถ้าเจ้ากล้าฆ่าข้า…..ตระกูลตู้ของข้าจะต้องไปตามล่าเจ้าอย่างแน่นอน”

“เเละเมื่อถึงตอนนั้น, เจ้าเเละกองกําลังที่อยู่เบื้องหลังเจ้าจะไม่มีจุดจบที่ดีเเน่ๆ”





เเต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ, เขาก็เห็นปราณดาบอันเยือกเย็นที่พุ่งเข้ามาหาเขา





ในที่สุด, ศีรษะของเขาก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและตกลงบนพื้นด้วยดวงตาที่ยังคงเปิดกว้างราวกับว่าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะมาตายแบบนี้





ราชาอสูรที่อยู่ข้างๆเขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเช่นกัน​





อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามคนที่พึ่งมาทำให้มันรู้สึกถึงความอันตราย​เป็นพิเศษ

มันรู้….แม้ว่ามันจะสามารถ​บังคับให้อีกฝ่ายกลับ, แต่ฝูงของมันก็คงต้องประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในท้ายที่สุด





อย่างไรก็ตาม​ การดํารงอยู่ที่ทรงพลังเช่นนี้กลับพ่ายแพ้ต่อเจ้านายคนใหม่ของมันอย่างง่ายดาย​





ดังนั้น, ในขณะนี้ความเคารพ​ของมันที่มีต่อเย่หวู่ชางจึงพุ่งถึงจุดสูงสุด





ในขณะนี้ดูเหมือนว่าราขาอสูรจะนึกถึง​อะไรบางอย่างได้….และทันใดนั้นมันก็ตะโกนบอกเย่หวู่ชางทันที





"ว่าไงนะ​ เจ้ารู้จักดินแดนที่มีสมบัติสวรรค์…..แต่มันถูกครอบครองโดยอสูรร้ายตัวอื่นและเจ้าไม่กล้าไปแย่งชิงจากอสูรตนนั้น?"





เมื่อได้ยิน​เช่นนี้, ดวงตาของเย่หวู่ชาง ก็สว่างขึ้นทันที

เขารู้ดีว่าสมบัติ​สวรรค์​ที่สามารถ​ดึงความสนใจของราชาอสูรได้จะไม่มีทางไม่ทรงพลังอย่างแน่นอน





ดังนั้น, เขาจึงส่งสัญญาณให้ราชาอสูร​นําทางเขาไปยังที่นั่นโดยไม่ลังเล

………………………………

จบบทที่ บทที่ 70: พิชิตราชาอสูร, ดินแดนสมบัติสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว