เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 : เเรงกดดันอันน่าสยดสยอง

บทที่ 32 : เเรงกดดันอันน่าสยดสยอง

บทที่ 32 : เเรงกดดันอันน่าสยดสยอง


บทที่ 32 : เเรงกดดันอันน่าสยดสยอง

องค์หญิงเซี่ยจือซวน บุตรสาวคนโตของฮ่องเต้คนปัจจุบัน

ตั้งแต่เธอยังวัยเยาว์ องค์หญิงองค์นี้ไม่ได้มีความสนใจในเรื่องวรรณกรรม ใดๆ…..แต่กลับมีความสนใจอย่างมากในเรื่องกลยุทธ์ทางการทหาร

ถึงขนาดที่เธอมักจะไปยังเขตชายแดนเพื่อลาดตระเวน​เเละยังได้ก่อตั้งกองทัพสตรี​ที่แข็งแกร่งกว่า 100,000 คนด้วยตัวเองอีกด้วย

ว่ากันว่ากองทัพสตรีนี้ มีรูปแบบการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์และมีความสามารถในการต่อสู้ที่เหนือกว่ากองทัพระดับสูงทั่วๆไปมาก

เเละยังมีข่าวลือว่าเธอปกครองด้วยหมัดเหล็ก ดังนั้น​ระเบียบทหารในกองทัพของเธอถือว่าสมบูรณ์แบบที่สุดในประวัติศาสตร์ของต้าเซี่ย

เป็นผลให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ราชวงศ์หลายแห่งได้มาพยายามสอดแนมเเละระมัดระวังเธอเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม, ใน​ขณะที่เหล่าองค์ชายแห่งต้าเซี่ยเริ่มเปิดศึก​เพื่อชิงบัลลังก์……องค์หญิงองค์นี้กลับไปที่บริเวณชายแดน ซึ่งมันดูเหมือนเธอไม่มีความตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงบัลลังก์​

แต่ในยามนี้, อีกฝ่ายกลับมาปรากฏตัวที่นี่โดยไม่คาดฝัน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เย่หวู่ชางไม่ทันได้ตั้งตัว

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เย่หวู่ชางก็เดินมาถึงห้องโถงในที่สุด​

ตรงหน้าเขามีสตรีสองนางและบุรุษหนึ่งคนนั่งอยู่, ด้านบุรุษ​ดูเหมือนจะมีอายุสามสิบหรือสี่สิบ…..แต่ลักษณะท่าทางของเขาบ่งบอกว่าเขามีอายุอย่างน้อยหนึ่งร้อยปี

ในทางกลับกัน แม้ว่าหญิงสาวทั้งสองจะแต่งกายด้วยชุดทหาร หากแต่ความงามของพวกนางก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยสักนิด​

แต่ละคนมีความงาม​อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง, หญิงสาวนางหนึ่งมีความเป็นผู้นำ ครอบครองรูปร่างสูง แสดงความรู้สึกถึงอำนาจ…..ส่งผลให้เกิดรัศมีที่โดดเด่นอย่างไม่ต้องสงสัย

การแสดงออกทางสีหน้าของเธอค่อนข้างเข้มงวดมากและสีผิวของเธอไม่ขาวเท่ากับเย่ว์รู่ชวง หากแต่เป็นสีของข้าวสาลี

หญิงสาวอีกนางเตี้ยกว่าอีกคนเล็กน้อย นางเป็นเจ้าของใบหน้ากลมและน่ารัก

ในมือของเธอ ถือหอกยาวที่แสดงถึงจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญ

หญิงสาวทั้งสองยืนเคียงคู่กัน เเละนั่นทำให้ดวงตาของเย่หวู่ชางเปล่งประกายอย่างแท้จริง

[ติ๊ง! ตรวจพบคู่ครองที่เข้ากันได้ โฮสต์ต้องการเริ่มต้นการตรวจสอบหรือไม่?]

[ติ๊ง! ตรวจพบคู่ครองที่เข้ากันได้ โฮสต์ต้องการเริ่มต้นการตรวจสอบหรือไม่?]

การแจ้งเตือนสองครั้งติดต่อกันนั่นทำให้เย่หวู่ชางตกตะลึง

แต่ไม่นานเขาก็มีปฏิกิริยาตอบโต้ทั้งยังรู้สึกประหลาดใจอย่างเงียบๆ

เขาไม่ได้คาดหวังว่าหญิงสาวทั้งสองนางนี้……จะสามารถเป็นคู่ครองของเขาได้ทั้งคู่​เลย

ชั่วขณะหนึ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยและตัดสินใจดูข้อมูลของพวกนาง

[เซี่ยจือซวน การประเมินโชค: สีทองอ่อน, คุณสมบัติ: ขั้นสูงสุด, การประเมินพรสวรรค์: หัวใจของจักรพรรดินี, ขอบเขต: อาณาจักรปราการสวรรค์ในขั้นที่หก!]

[หัวใจของจักรพรรดินี: เกิดมาเป็นผู้ปกครองโดยธรรมชาติ ผู้ที่มีพรสวรรค์นี้จะสามารถตื่นขึ้นมาได้อย่างเต็มที่โดยการขึ้นครองบัลลังก์……เมื่อนั้นเธอจะทะยานสู่ท้องฟ้า และกลายเป็นจักรพรรดินีแห่งรัชสมัยของตนเอง!]

[สีคงหมิงเยว่: การประเมินโชค: สีแดง, คุณสมบัติ: ขั้นสูงสุด, การประเมินพรสวรรค์: การกลับชาติมาเกิดของเทพเจ้า​แห่งหอก, ขอบเขต​: อาณาจักรปราการสวรรค์ขั้นแรก!]

[การกลับชาติมาเกิดของเทพเจ้า​แห่งหอก: รวมเข้ากันของเศษวิญญาณดึกดำบรรพ์ของเทพเจ้าแห่งหอกโบราณ, ในแต่ละความก้าวหน้าในอาณาจักร จะสามารถรับส่วนหนึ่งในความทรงจำของหอกเทพเจ้า​ได้!]

เย่หวู่ชางอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ เขาไม่ได้คาดหวังว่าผู้หญิงสองคนนี้จะมีภูมิหลังที่น่าประทับใจเช่นนี้ได้

หลังจากนั้น เขาไม่รีรอและก้าวออกมาทันที

“ข้าน้อยไม่ทราบว่าองค์หญิงจะเสด็จมา…..ข้าน้อยจึงขออภัยหากไม่ได้มาต้อนรับท่านอย่างเหมาะสม!”

เมื่อได้ยินเสียงนี้ พวกเขาทั้งสามก็หันศีรษะและมองไปที่เย่หวู่ชาง

ยามเมื่อพวกเขาเห็นเย่หวู่ชาง พวกเขาต่างก็แสดงความประหลาดใจในดวงตา

ในความทรงจำ​ของพวกเขา ผู้ฝึกดาบมักจะขึ้น​ชื่อ​ในเรื่องความเยือกเย็น เฉยชา และทรงอำนาจ

เเต่เย่หวู่ชางคนนี้กลับมีรอยยิ้มเหมือนนายน้อยผู้สูงศักดิ์, ให้ความรู้สึกสดชื่นแก่ผู้คน…..เเละไม่เหมือนกับผู้ฝึกดาบแต่อย่างใด

โชคดีที่พวกเขาสามารถตระหนักตัวได้อย่างรวดเร็ว

เซี่ยจือซวน เป็นคนเเรกที่ฉีกยิ้มอย่างใจกว้างและพูดว่า

"ไม่ต้องกังวล พวกข้าต่างหากที่มารบกวน!"

“ผู้นำตระกูลเย่ช่างไม่ธรรมดา ข้าขอชื่นชมท่านจากใจจริง ข้าจือซวนและคนอื่นๆเพียงแค่ผ่านมาเท่านั้นหาได้มีประสงค์ที่จำพำนักแต่อย่างใด”

“อย่างไรก็ตาม, ที่พวกข้ามาที่นี่เพราะพวกข้าสัมผัส​ได้ถึงพลังลมปราณอันแข็งแกร่งที่ปะทุขึ้นมา…..ดังนั้นพวกข้าจึงมาตรวจสอบเท่านั้น!”

เมื่อมาถึงจุดนี้ เธอยิ้มให้เย่หวู่ชาง และกล่าวว่า

"ขอแสดงความยินดีกับผู้นำตระกูลเย่…..ในอดีตผู้คนคิดว่าการบ่มเพาะของท่านคงจะไม่เกินขั้นที่หกของอาณาจักรปราการสวรรค์”

“แต่ใครเล่าจะล่วงรู้ว่าในยามนี้ท่านได้ทะลวงไปสู่อาณาจักรพระราชวังสีม่วงได้เเล้ว!”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้, คิ้วของเย่หวู่ชางก็กระตุกเบาๆ

แม้ว่าการพัฒนาของเขาจะค่อนข้างส่งผลกระทบ​ค่อนข้าง​ใหญ่, แต่เขาก็สามารถผนึกออร่าของเขาได้ทันโดยการใช้ค่ายกลรวบรวม​วิญญาณ…..ดังนั้น​มันจึงไม่ควรมีใครสังเกตเห็น

ไม่คาดว่า เซี่ยจือซวนกลับสวามารถตรวจพบมันได้…..เเละนั่นก็เพียงพอเเล้วที่จะแสดงให้เห็นว่าองค์หญิงผู้นี้ไม่ธรรมดา

เขายกยิ้มเบาๆและกล่าวว่า

"ข้าก็ไม่คาดคิด​เช่นกันว่าองค์หญิงผู้ถูกกล่าวขานกันว่าไร้พรสวรรค์ในการฝึกตน, แท้จริงแล้วเป็นปรมาจารย์ในขั้นที่หกของอาณาจักรปราการสวรรค์!"

เมื่อได้ยินสิ่งนี้เซี่ยจือซวนและอีกสองคนก็ตกตะลึง​ทันที​

ชายผู้เงียบมาตลอดจ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง…..เเถมยังเผลอปล่อยเจตนาฆ่าอันน่าสะพรึงกลัวตรงไปยังเย่หวู่ชาง

ทันใดนั้น ออร่าที่น่าสะพรึงกลัวของผู้ฝึก​ตน​ขอบเขต​พระราชวังสีม่วงก็กดลงบนร่างกาย​ของเย่หวู่ชางโดยตรง

ออร่านี้น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง, เห็นได้ชัดว่าอยู่เขาที่ขั้นที่หกของอาณาจักรพระราชวังสีม่วง

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวนี้เข้ามาใกล้ในระยะสามเมตร…..มันก็สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่อาจทำร้ายเย่หวู่ชางได้แต่อย่างใด

ฉากนี้ทำให้ทั้งสามตกตะลึง​เป็นอย่างมาก

เพราะพวกเขาล้วรตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของชายคนนี้

แม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขต​พระราชวังสีม่วงธรรมดาๆ…..ก็มิอาจเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้

ยามนี้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้จะต่อสู้กัน

แต่ออร่าของเขากลับไม่อาจสร้างความเสียหายใดๆต่อผู้ฝึก​ตน​ซึ่งเพิ่งบุกทะลวงเข้าสู่อาณาจักรพระราชวังสีม่วงได้

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจเลย

ในคนทั้งสาม เซี่ยจือซวนสงบลงก่อนคนอื่นและพูดว่า

“ท่านผู้นำ​ตระกูล​เย่มีพรสวรรค์​อันยอดเยี่ยม ข้าขอชื่นชมด้วยใจจริง”

“เเละข้าขอบอกอย่างไม่ปิดบัง……เหตุผลที่ที่ข้ามาในวันนี้คือขอเชิญท่านให้มาร่วมมือในเรื่องสำคัญ”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ เย่หวู่ชางก็หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบแล้วพูดช้าๆว่า

“องค์หญิงน้อย, ท่านคิดว่ามีเหตุผลอันใดที่ข้าต้องให้ความร่วมมือกับท่าน”

ก่อนที่เซี่ยจือซวนจะได้ตอบ ชายที่อยู่ข้างๆเธอก็พูดขึ้น​ว่า

"คำพูดขององค์หญิง เจ้าคิดว่าเจ้ามีสิทธิ์ที่จะปฎิเสธงั้นรึ"

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เย่หวู่ชางก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มและมองไปที่ชายคนนั้น

“นี่เจ้ากำลังขู่ข้างั้นหรือ?”

ชายคนนั้นยิ้มอย่างเย่อหยิ่ง….เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยและพูดกับเย่หวู่ชางด้วยความเฉยเมย

"ใช่ ข้าข่มขู่​…..แล้วเจ้าจะทำไม"

แม้ว่าเย่หวู่ชางจะสามารถ​สกัดกั้นออร่าของเขาได้, แต่เขาไม่คิดว่าคนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่อาณาจักรพระราชวังสีม่วงจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้แต่อย่างใด!

ในขณะนี้ เย่หวู่ชางเข้าใจทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่ชายตรงหน้าพร่าม…..ทั้งยังสังเกตเห็นความเฉยเมยของเซี่ยจือซวน

เวลาต่อมา, เขาจึงค่อยๆวางถ้วยชาลงและเงยหน้าขึ้นมองทันที

บูม!

ทันใดนั้น ออร่าที่น่าสะพรึงกลัวก็ปะทุขึ้นถึงขีดสุด

ห้องโถงต้อนรับทั้งหมดถูกครอบคลุม​โดยเจตนาดาบอันน่าสะพรึงกลัว

พวกเขาทั้งสามต่างรู้สึกชาวาบที่หนังศีรษะ…..ราวกับว่าพวกเขาทั้งหมดกำลังถูกคมดาบจำนวนนับไม่ถ้วนจ่ออยู่ที่คอ

…………………….

จบบทที่ บทที่ 32 : เเรงกดดันอันน่าสยดสยอง

คัดลอกลิงก์แล้ว