เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 : ทะลวงสู่อาณาจักรพระราชวังสีม่วง, เจตนาดาบขั้นห้า

บทที่ 31 : ทะลวงสู่อาณาจักรพระราชวังสีม่วง, เจตนาดาบขั้นห้า

บทที่ 31 : ทะลวงสู่อาณาจักรพระราชวังสีม่วง, เจตนาดาบขั้นห้า


บทที่ 31 : ทะลวงสู่อาณาจักรพระราชวังสีม่วง, เจตนาดาบขั้นห้า

งานเเต่งงานถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีตระกูลเย่เป็นศูนย์กลาง…..และเหล่ากองกำลังจากสิบมณฑลหรือที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต่างก็ส่งตัวแทนมาร่วมงาน

เเม้แต่องค์ชายทั้งหกที่กำลังแย่งชิงบัลลังก์​ของอาณาจักรต้าเซี่ยต่างก็ส่งของขวัญมาแสดงความยินดีทีละคน

เห็นได้ชัดว่าในยามนี้, แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเอาชนะใจของตระกูล​เย่​ได้…..แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมเเพ้​ง่ายๆเช่นเดียวกัน

ยามนี้, เมื่อมองดูโม่รุ่ยกวงผู้นำแห่งตระกูลโม่…..ซึ่งในตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความพึงพอใจ, มันส่งผลให้คนที่รู้จักเขาพลันรู้สึกเกลียดขี้หน้าเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ

เนื่องจากอิทธิพลของตระกูลเย่….. ตระกูลโม่จึงมีการพัฒนาได้รวดเร็วอย่างก้าวกระโดด, พวกเขาได้มาจนถึงจุดที่แม้แต่ตระกูลหลักในเขตของพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะยั่วยุพวกเขา​โดยง่าย

ทุกคนต่างเห็นพ้องตรงกันว่าตราบใดที่เย่หวู่ชางยังคงชีวิตอยู่อยู่ หรือตราบใดที่โม่ซีจุนไม่ได้ถูกเย่หวู่ชางทอดทิ้ง…..การพุ่งทะยาน​ของตระกูลโม่ก็จะเป็นเพียงเรื่องของเวลา

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ พวกเขาต่างก็อิจฉาริษยาโม่รุ่ยกวงที่มีบุตรสาวที่ดีเช่นนี้ได้

เเละในขณะเดียวกัน, พวกเขาต่างก็คิดว่าเย่หวู่ชางเป็นคนหลงใหลในความงาม…..ดังนั้นพวกเขาจึงนำสาวน้อยที่โดดเด่นที่สุดในตระกูล​ของพวกเขามาเข้าร่วมงานเลี้ยง โดยหวังว่าพวกนางจะดึงดูดสายตาของเย่หวู่ชางได้

แต่น่าเสียดายที่พวกเขาประเมินมาตรฐานของเย่หวู่ชางต่ำไป

เย่หวู่ชางนั้นไม่แม้แต่จะมองพวกนางเลยแม้แต่น้อย ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลให้แม่นางน้อยทั้งหลายต่างอกหักกันถ้วนหน้า

เเต่มันก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่เย่หวู่ชางไม่ได้ให้ความสนใจต่อพวกนาง

เพราะแม้ว่า เหล่าแม่นางน้อยเหล่านี้จะสวยงามเป็นพิเศษก็ตาม…..หากแต่เมื่อเทียบกับเย่ว์รู่ชวงและจ้าวชิงเกอ

ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของออร่าหรือรูปลักษณ์ พวกเเม่นางน้อยทั้งหลายไม่อาจเรียกว่าอยู่ในระดับเดียวกันได้

ยิ่งไปกว่านั้นพวกนางทั้งหลายยังไม่กระตุ้นการแจ้งเตือนใดๆจากระบบ……ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พวกนางไม่ได้รับความสนใจโดยสิ้นเชิง

……….

หลังจาก​งานเเต่งงาน​

เมื่อได้เข้าร่วมตระกูลเย่, โม่ซีจุนก็ต้องรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ไม่น้อย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฎิกิริยา​ของภรรยาเอกอย่างเย่ว์รู่ชวง รวมทั้ง​จ้าวชิงเกอภรรยา​รองที่มาด้วยกัน

เดิมทีเธอคิดว่าทั้งสองคนมาพบเพื่อให้เธอเจอเรื่องลำบาก

อย่างไรก็ตามพวกนางกลับเป็นคนที่พูดคุยได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ และพวกนางยังปฏิบัติต่อเธออย่างมีน้ำใจ ซึ่งนั่นยื่งทำให้เธอตกตะลึง

แต่ในไม่ช้า เมื่อเย่หวู่ชางมาถึง

เเละหลังจากได้ใช้เวลายามค่ำคืนร่วมกัน…..เธอก็รู้เหตุผลได้อย่างชัดเจน

…….

ในยามเช้าของวันถัดมา

เย่หวู่ชางออกจากห้องด้วยท่าทางที่สดชื่นและภาคภูมิใจ ปล่อยให้โม่ซีจุนนอนอยู่บนเตียงอย่างหมดเเรง

เธอไม่เคยคิดเลยว่าบุรุษผู้เย็นชา​คนนี้…..ยามอยูบนเตียงจะมีความสามารถที่น่ากลัวเช่นนี้ได้

นางไม่อาจลุกจากเตียงได้เป็นเวลาสามวันสามคืน

จนเมื่อเย่หวู่ชางมาเยือนอีกครั้ง เธอถึงกับตัวสั่นด้วยความกลัว กลัวว่าเขาจะตรากตรำอีกครา

หากแต่หลังจากที่เย่ว์รู่ชวงได้ทราบข่าว นางก็เข้ามาปลอบโยนเธอ แล้วดุเย่หวู่ชางอีกที

เมื่อโดนดุเช่นนี้, เย่หวู่ชางก็ได้เเต่จำใจ​กลับมาเก็บตัวฝึกตนอีกครั้ง

เเละหลังจากการฝึกตนแบบคู่เพียงคืนเดียวกับโม่ซี​จุน, เขาก็รู้สึกถึงคอขวดที่ค่อยๆคลายตัวลง

แรงผลักดันที่น่าสะพรึงกลัวได้พุ่งผ่านร่างกายของเขา

ในจุดตันเถียนและทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา, พลังงานวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง​

ออร่าแผ่ขยายขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า…..จนมันปรากฎรัศมีอันเปล่งประกายหลายขั้น เเละเคลื่อนที่ไปรอบๆทิศทาง

สุดท้าย, ด้วยการนำพลังงานวิญญาณเหล่านี้มาหลอมรวมผสานเข้าด้วยกัน เย่หวู่ชางค่อยๆมองเห็นรัศมีสีม่วงที่ถือกำเนิดขึ้นมา

จากนั้น พลังงานวิญญาณจำนวนมากก็เริ่มเปลี่ยนเป็นเป็นลมปราณสีม่วง และควบแน่นอย่างต่อเนื่องในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา

ในที่สุดเมื่อพระราชวังสีม่วงอันงดงามปรากฏขึ้นในตันเถียน แรงผลักดันอันน่าสะพรึงกลัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุดก็ระเบิดออกมาจากร่างของเย่หวู่ชาง

ในยามนี้ มันก็หมายความว่าฐานการฝึกตนของเย่หวู่ชางได้ก้าวจากอาณาจักรปราการสวรรค์ทะลวงไปสู่อาณาจักรพระราชวังสีม่วงได้เรียบร้อย​แล้ว​

เเละถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงขั้นแรกของอาณาจักรพระราชวังสีม่วง, แต่พลังการต่อสู้ของเย่ห​วู่​ชาง​ก็เพิ่มขึ้นมาหลายสิบเท่า

เมื่อรู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของตนเองเย่หวู่ชางก็รู้สึกถึงอิ่มเอมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ในยามนี้

ไม่เพียงแต่เขาได้ทะลวง​ไปถึงอาณาจักรพระราชวังสีม่วงได้เท่านั้น, เเม้แต่เจตนาดาบขั้นสามก็ทะลวงไปสู่เจตนา​ดาบขั้นที่สี่ ซึ่งมันทำให้พลังการต่อสู้ของเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

“ไม่……มันยังไม่เพียงพอ ข้ายังสามารถแข็งแร่งขึ้นได้อีก”

“ระบบ, เพิ่มระดับความเชี่ยวชาญเจตนาดาบของข้า!”

เย่หวู่ชางไม่ลังเลและเลือกที่จะปรับปรุงอีกครั้ง

[ใช้คะแนนโชคลาภ 500,000 คะแนน เจตนาดาบเลื่อนเป็นขั้นที่ห้า!]

บูม~!

ออร่าที่ท่วมท้นของปรมาจารย์ดาบปะทุออกมาจากร่างกายของเขาโดยตรง

ทุกสิ่งรอบตัวเขาได้ถูกตัดเป็นผงด้วยรัศมีดาบของเขา

เจตนาดาบอันไร้ที่สิ้นสุดได้ปรากฏ​ขึ้น​เเละไหลวนอย่างต่อเนื่องรอบๆร่างกาย​ของ​เขา

เจตนาดาบขั้นที่ห้า, ช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างเเท้จริ​ง

บางทีแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญที่หลายคนในจุดสูงสุด​ของอาณาจักรพระราชวังสีม่วงก็ยังไม่เคยมาถึงระดับนี้

…….

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เย่หวู่ชางก็ตกตะลึงกับพลังอันมหาศาลของตนเอง

ยามนี้เขารู้สึกว่าแม้จะเป็นอัจฉริยะระดับสูงของอาณาจักรพระราชวังสีม่วงขั้นที่ห้าหรือหกปรากฏขึ้นมา…..เขาก็มีความมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะพวกเขาได้

เเละหลังจากออกจากการเก็บตัวฝึกตนในครั้งนี้, เย่หวู่ชางก็ไม่ได้ประกาศถึงความก้าวหน้าของเขาในการเข้าสู่อาณาจักรพระราชวังสีม่วง

สำหรับตระกูลเย่ในปัจจุบัน การฝึกฝนของเขาในระดับอาณาจักรปราการสวรรค์นั้นก็เพียงพอแล้ว

ส่วนผู้อาวุโสในตระกูล​ตอนนี้, มีผู้อาวุโส​สูงสุด​ที่ประสบความสำเร็จในการก้าวเข้าสู่อาณาจักรปราการสวรรค์ด้วยความช่วยเหลือของผลต้นสมบัติใต้พิภพ

เเละอีกไม่นาน, ผู้อาวุโสอีกสองคนที่เพิ่งทะลุผ่านอาณาจักรทะเลศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด​ก็จะได้รับผลของต้นสมบัติใต้พิภพเช่นกัน​

ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็ได้มาถึงขั้นปลายของอาณาจักรทะเลศักดิ์สิทธิ์แล้ว….และพวกเขา​คงจะใช้เวลาเพียงหนึ่งหรือสองปีเท่านั้นที่จะถึงขั้นสูงสุด​

ในขณะนี้ต้าเซี่ยอยู่ในช่วงสภาวะปั่นป่วน….ดังนั้น, เขาจึงไม่ต้องการโดดเด่นมากนัก​ในช่วงเวลานี้

เท่าที่เขารู้, ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันของต้าเซี่ยได้มาถึงจุดที่เขาไม่สามารถเข้าร่วมว่าราชการในช่วงเช้าได้เเล้ว

เเถมเขายังจำต้องพึ่งยาอายุวัฒนะชนิดสุดท้ายในทุกๆวันและสามารถตายได้ทุกเมื่อ….ซึ่งนั่นส่งผลให้การต่อสู้ระหว่างเหล่าองค์ชายได้มาถึงช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย

ดังนั้น, ตระกูล​เย่เเละตัวเขาจำเป็นต้อง​เก็บตัวเล็ก​น้อยในช่วงเว​ลา​เเบบนี้

…….

ในช่วงเวลาต่อมา

เย่หวู่ชางจึงเลือกเก็บตัว​อยู่บ้านเเละใช้เวลาร่วมกับเหล่าภรรยาและลูกๆ

ทั้งยังมีการฝึกตนร่วมกันเป็นครั้งคราวกับเหล่าภรรยา​หลังจากที่ลูกๆหลับไปในตอนกลางคืน

และทุกครั้งหญิงสาวทั้งสามคนต่างก็เหนื่อยล้าและหมดเเรง

แม้ว่าพวกเธอจะพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช แต่เย่หวู่ชางก็ยังคงไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและยืนกรานที่จะฝึกตนร่วมกับพวกเธอทุกวัน

กิจกรรมเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งหญิงสาวทั้งสามคนตั้งท้องทีละคน

อย่างไรก็ตาม, ในวันนี้มีสมาชิกกลุ่มหนึ่งมาแจ้งให้ทราบถึงเรื่องที่เขาไม่คาดถึงมาก่อน

“ท่านผู้นำตระกูล, องค์หญิงเซี่ยจือซวนมาขอเข้าพบขอรับ!”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เย่หวู่ชางก็อดไม่ได้ที่จะตะลึงจนไม่อาจโต้ตอบได้ไปชั่วขณะหนึ่ง

………………………

จบบทที่ บทที่ 31 : ทะลวงสู่อาณาจักรพระราชวังสีม่วง, เจตนาดาบขั้นห้า

คัดลอกลิงก์แล้ว