เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 : เจ้าเคยเห็นเคยเห็นผู้ที่อยู่ในระดับอาณาจักรปราการสวรรค์ครอบครองเจตนาดาบขั้นที่สามหรือไม่?

บทที่ 27 : เจ้าเคยเห็นเคยเห็นผู้ที่อยู่ในระดับอาณาจักรปราการสวรรค์ครอบครองเจตนาดาบขั้นที่สามหรือไม่?

บทที่ 27 : เจ้าเคยเห็นเคยเห็นผู้ที่อยู่ในระดับอาณาจักรปราการสวรรค์ครอบครองเจตนาดาบขั้นที่สามหรือไม่?


บทที่ 27 : เจ้าเคยเห็นเคยเห็นผู้ที่อยู่ในระดับอาณาจักรปราการสวรรค์ครอบครองเจตนาดาบขั้นที่สามหรือไม่?

“ท่านลุง เกิดอะ​ไร​ขึ้น​?” เย่ว์รู่ชวงยืนขึ้นและพูดเมื่อเธอเห็นเย่ห​วู่​ชางและเย่ว์ไห่เดินมาถึง

เพราะ​เพียงครู่เดียวเธอก็สังเกตเห็นอาการบาดเจ็​บของเย่ว์ไห่

เมื่อได้ยินคำถามของเย่ว์รู่ชวง เย่ว์ไห่ก็พูดอย่างเชื่องช้าว่า

"ไม่มี​อะไร​หรอก, เป็นเพราะข้าฝึกฝนไม่ถูกต้อง จึงส่งผลให้มีอาการบาดเจ็บภายใน…..ต้องขอบคุณสามีของเจ้าที่ช่วยเหลือ, ข้าถึงสามารถฟื้นตัวได้!"

เเน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อคำพูดของเขา ….แต่เย่ว์รู่ชวงก็ไม่ได้ถามต่อ

ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนานจากนั้น​เย่ว์ไห่ก็ขอตัวกลับไป

เขามากับมู่ซีเหยา, แต่ตอนนี้เขากลับจากไปเพียงลำพัง….สถานการณ์​จึงดูขัดเขินเล็กน้อย

เย่ว์รู่ชวงก็มองดูแผ่นหลังของเย่ว์​ไห่​ด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน เเละเงียบงันอยู่ครู่ใหญ่

ทุกคนต่างรู้ดีว่า ก่อนหน้านี้​เป็นช่วงวิกฤติของตระกูลเย่…..หากแต่ไม่มีผู้ใดจากตระกูลเย่ว์ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

ดังนั้น, มันจึงไม่เเปลกที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองตระกูลจึงไม่อาจกลับไปสู่เมื่อวันวานได้

เย่หวู่ชางเข้ามาใกล้และจับมือเนียนราวกับหยกของเธอเบาๆ เมื่อเห็นสิ่งนี้เย่ว์รู่ชวงก็หันกลับมาและยิ้มเบาๆ พร้อมพูดว่า

"ข้าไม่เป็น​ไร!"

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, เย่หวู่ชางก็พยักหน้าด้วยความโล่งใจ

"ถ้าข้าจำไม่ผิด มารดาของน้องหญิงยังคงพักอยู่ตามลำพังที่ตระกูลเย่ว์ใช่หรือไม่?"

เย่ว์รู่ชวงพยักหน้า, ดวงตาของเธอแสดงความเศร้าสร้อยยามเธอคิดถึงมารดาของเธอ

เธอเป็นลูกคนเดียว, บิดาของเธอก็เสียชีวิตหลังจากที่เธอเกิดได้ไม่นาน

มารดาของเธอพยายามเลี้ยงดูเธอมาเพียงลำพัง แม้ว่าจะมีท่านลุงผู้เป็นผู้นำตระกูลก็ตาม…..หากแต่พวกเธอซึ่งไม่มีบุรุษให้พึ่งพา ชีวิตจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

โชคดีที่พรสวรรค์ของเธอได้ระเบิดออกมาในภายหลัง, ตระกูลจึงเริ่มให้ความสำคัญกับพวกเธอ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอเปลี่ยนจากอัจฉริยะ​กลายเป็นขยะ…..มุมมองของทุกคนก็เปลี่ยนไปอีกครั้งในทันที

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะหาทางพามารดาของเจ้ามาอยู่​ที่นี่ให้ได้…..ให้นางใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสบายใจ!”

"ท่านพี่" เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เย่ว์รู่ชวงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจ

“จะว่าไปแล้ว ลูกทั้งสองของเราก็โตขึ้นมาก….เเต่พวกเขายังไม่ได้เจอท่านย่าเลย!” เย่หวู่ชางยิ้มเบาๆ เเละตอนนี้เขามีความคิดอยู่ในใจแล้ว

ด้านข้างพวกเขา, มู่ซีเหยาไม่สามารถทนต่อการแสดงความรักอันหวานชื่นระหว่างคนทั้งสองได้อีกต่อไป​

เธอจึงพูดด้วยความรำคาญว่า

“พวกเจ้าสองคนแสดงความรักกันพอหรือยัง…..ข้าใกล้จะต้องกลับแล้วนะ!”

ยามนี้มู่ซีเหยา, ไม่เหมือนเมื่อกาลก่อน…. เธอได้เปิดเผยนิสัยที่แท้จริงของเธอต่อหน้าเย่ว์รู่ชวง

เมื่อได้ยินดังนั้นเย่ว์รัชวงก็ปล่อยแขนของเย่วู่ชางอย่างเขินอายก่อน จากนั้นก็หันกลับมา

“พี่หญิง ท่านพึ่งมาถึงไม่นาน…..ข้ายังไม่ทันได้รับรองท่านให้ดีเลย, ใยท่านจะรีบจากไปเสียแล้วล่ะ?”

เเต่มู่ซีเหยาก็อธิบายว่า

"การชุมนุม​มังกรเร้นลับที่จัดขึ้นทุกๆ 30 ปีกำลังจะเริ่มต้นขึ้น, การชุมนุม​นี้จะรวบรวมเหล่าผู้มีพรสวรรค์​ที่โดดเด่นที่สุด….และข้ามาเป็นตัวแทนของนิกายที่ต้องเข้าร่วมงานนี้, ดังนั้น​ข้าต้องเก็บตัวฝึกอีกมาก"

“ท่านอาจารย์ได้หล่าวว่าว่ายุคอันยิ่งใหญ่กำลังมาถึง, เหล่าอัจฉริยะในยามนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมาจำนวนมากมายราวกับสายฝน…..การชุมนุม​มังกร​เร้นลับ​ก็เหมือนกับการต่อสู้ของเทพเจ้า แม้จะอยู่ในอาณาจักรพระราชวังสีม่วงก็ไม่ปลอดภัยเเละมีแนวโน้มว่าจะมีที่ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์จะปรากฏขึ้นในช่วงเวลานี้!”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เย่ว์รู่ชวงก็ตกใจอย่างมากเช่นกัน

เมื่อคิดว่าการชุมนุม​มังกรเร้นลับอาจมีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์ปรากฏตัว​ขึ้น…..นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

ยามนี้มู่ซีเหยายังกล่าวต่อ

"คราวนี้ที่ข้ามาพบเจ้าก็เพื่อเชิญชวนเจ้ากลับมาเข้าร่วมนิกายและยังมาเพื่ออำลาเจ้าด้วย……เพราะคราวนี้การเก็บตัวฝึกตนของข้าจะทำให้เราจะไม่เจอกันอีกหลายปี! "

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เย่ว์รู่ชวงก็รู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก

ในท้ายที่สุดภายใต้การจ้องมองอย่างไม่เต็มใจของเย่ว์รู่ชวง มู่ซีเหยาและชายวัยกลางคนก็ลอยขึ้นไปในอากาศพร้อมออกจากตระกูลเย่ไป

หลังจากบินไปได้สักพัก มู่ซีเหยาก็หันกลับมาไปมองที่ตระกูลเย่….เธอบังเอิญเห็นพวกเขาสองคนพิงกันเฝ้าดูเธอกำลังจะจากไป

รอบตัวพวกเขาทั้งสองมีเด็กน้อยสองคนคือเย่จือหลานและเย่จื้อซิน กำลังเล่นกันอย่างไร้กังวล

ฉากนี้ทำให้มู่ซีเหยา ตกตะลึงอย่างมาก….เพราะมันแตกต่างจากที่เธอเคยจินตนาการ​ไว้

เเละเธออดไม่ได้ที่จะถามว่า

"อาจารย์ลุง ท่านคิดว่าคนๆหนึ่งจะสามารถสละอนาคตอันสดใสเพื่อคนอื่นได้จริงๆหรือ?"

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ชายวัยกลางคนอดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า

"ความรักเป็นปริศนาที่ไร้ทางแก้มาโดยตลอด….ยิ่งกว่านั้น ทางเลือกของทุกคนยังแตกต่างกัน, ทางเลือกของรู่ชวงที่จะแต่งงานกับเย่หวู่ชางก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ผิดเสมอไป!"

“เย่ห​วู่​ชาง​งั้นหรือ?”

“เขาอายุน้อยกว่าข้าสองปี แต่การฝึกตนกลับยังอยู่ในระดับอาณาจักรปราการสวรรค์เท่านั้น”

“การติดตามคนเเบบเขาจะมีอนาคตที่ดีได้อย่างไร แม้ว่าเขาจะบรรลุขอบเขตอาณาจักรสำแดงกฎเกณฑ์ในอนาคตนั่นจะยังเป็นขีดจำกัด….ฐานการฝึกตนดังกล่าว เป็นที่น่าพอใจเฉพาะในราชวงศ์เล็กๆอย่างราชวงศ์ต้าเซี่ยเท่านั้น”

“ยิ่งไปกว่านั้น เขามีเย่ว์​รู​่​ชวงเป็นภรรยาแล้ว…..แต่เขาก็ยังรับภรรยา​รองอีก, ท่านว่าข้าควรจะสั่งสอนบทเรียนให้เขา ก่อนที่ข้าจะจากไปดีหรือไม่!”

เมื่อเห็นมู่ซีเหยาพูดถึงเย่หวู่ชาง…..ความเฉยเมยก่อนหน้านี้ของชายวัยกลางคนก็หายไป, จากนั้นเขาก็ปล่อยรอยยิ้มอันขมขื่นออกมา

“สาวน้อย เย่หวู่ชางผู้นี้ไม่ธรรมดา…..เจ้าเคยเห็นใครบางในอาณาจักรปราการสวรรค์ที่มาถึงจุดสูงสุดของเจตนาดาบขั้นที่สามหรือไม่?”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ มู่ซีเหยาก็สั่นไปทั้งตัวและเธอไม่สามารถซ่อนความประหลาดใจในดวงตาของเธอได้

“เจตนาดาบขั้นที่สาม….เรื่องจริงหรือ?” เธอถามด้วยความไม่เชื่อ

ชายวัยกลางคนตอบด้วยรอยยิ้มเบาๆ

“เจ้าคิดว่าข้ามองผิดงั้นเหรอ? ยิ่งไปกว่านั้น เจตนาดาบที่รวบรวมอยู่รอบตัวเขานั้นแม้จะมองเห็นได้จางๆหากแต่ไม่มีข้อบกพร่องเลย….นี่แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จของเขาในเจตนาดาบขั้นสามนั้นไม่ได้ต่ำเลย”

“ภายในสองปีมีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะทะลุทะลวงไปสู่เจตนาดาบขั้นที่สี่!”

เมื่อได้ยินดังนั้น มู่ซีเหยาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ……ดวงตาที่สวยงามของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึง​

เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะตัดสินเขาผิดไปอย่างสิ้นเชิง

เย่หวู่ชางผู้นี้เป็นหนึ่งในมังกร​ซ่อนชัดๆ

เมื่อเห็นสิ่งนี้ ชายวัยกลางคนก็พูดว่า

"นั่นคือเหตุผลที่เจ้าไม่ควรประมาทผู้ฝึกตนในโลก….ในยุคแห่งการแข่งขันนี้ อัจฉริยะมากมายได้ปรากฏตัวขึ้น….เเละตอนนี้ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าอนาคตจะมีตัวแปรใดเกิดขึ้น​มาอีก!"

มู่ซีเหยาพยักหน้ารับ "อาจารย์ลุง ท่านพูดถูก ความคิดของข้ายังตื้นเขินเกินไป!"

เมื่อเห็นสิ่งนี้ ชายวัยกลางคนก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ

จากนั้นเขาก็โบกมือเล็กน้อย

ทันใดนั้น รอยแยกขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของคนทั้งสอง

ทั้งสองได้เดินเข้าไปในนั้นราวกับว่าเป็นเรื่องปกติ…..จากนั้นรอยแยกก็ปิดตัวลงโดยธรรมชาติ

ในขณะนั้นภายในตระกูลเย่ หลังจากยืนยันว่ามู่ซีเหยาจากไปแล้ว ทั้งสองก็ถอนสายตาออกมา

“การจากลาครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไร!” เย่ว์รู่ชวงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

มู่ซีเหยาจะก้าวไปข้างหน้าต่อไป และกลายเป็นบุคคลสำคัญในโลก

ในขณะที่เย่ว์รู่ชวง, บางทีเธออาจเป็นเพียงภรรยาของผู้นำตระกูลและอยู่ในตระกูลเย่เพื่อเลี้ยงดูลูก ๆ

เมื่อสังเกต​เห็นท่าทาง​ของภรรยา​ เย่หวู่ชางที่อยู่ด้านข้างก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้ม

“ไม่ต้องห่วงหรอก อีกไม่นานหรอกพวกเจ้าทั้งสองต้องได้พบกัน….เชื่อข้าสิ!”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ความรู้สึกลึกลับที่อธิบายไม่ได้ก็ทำให้​เธอรู้สึกมีความมั่นใจ

“ข้าจะไปฝึกตนต่อแล้ว…..ก่อนที่เด็กๆจะถือกำหนดคลอด ข้าจะทะลวงไปสู่ขั้นที่เจ็ดของอาณาจักรปราการสวรรค์ให้ได้!”

หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็ไม่สนใจเย่หวู่ชางและจากไปทันที

เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นเย่หวู่ชางก็ทำได้เพียงสัมผัสจมูกของเขาอย่างช่วยไม่ได้

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ยามเมื่อเย่ว์ไห่กลับมาที่เมืองหลวง เขาก็ขอเข้าเฝ้าองค์ชายสิบสี่ในทันที

……………………………….

จบบทที่ บทที่ 27 : เจ้าเคยเห็นเคยเห็นผู้ที่อยู่ในระดับอาณาจักรปราการสวรรค์ครอบครองเจตนาดาบขั้นที่สามหรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว