เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 : ผู้นำตระกูลเย่ว์​ตกตะลึง​

บทที่ 26 : ผู้นำตระกูลเย่ว์​ตกตะลึง​

บทที่ 26 : ผู้นำตระกูลเย่ว์​ตกตะลึง​


บทที่ 26 : ผู้นำตระกูลเย่ว์​ตกตะลึง​

ตามปกติ​แล้ว​, การที่ข่าวคราวของเย่หวู่ชางได้เเพร่กระจาย​ไปถึงเมืองหลวงของราชวงศ์ต้าเซี่ย มันก็ไม่ควรจะส่งผลอะไรมากนัก

เเต่ในยามนี้, การต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งรัชทยาทได้มาถึงช่วงเวลาขัดแย้งถึงขีดสุด….ทุกสิ่งทุกอย่าง​จะเเตกต่างออกไปอย่างมาก

เเละตามแนวทางปกติในศึกสืบทอดบัลลังก์, ผู้ฝึกตนที่อยู่ในอาณาจักรพระราชวังสีม่วงจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปแทรกแซงจนกว่าจะถึงช่วงเวลาสำคัญ

ท้ายที่สุดแล้วผู้ฝึกตนในอาณาจักรพระราชวังสีม่วงแต่ละคนนั้นหายากมาก…..เเถมแต่ละคนยังทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ

หากพวกเขาได้รับอนุญาตให้สามารถทำอะไรก็ได้อย่างอิสระ ความแข็งแกร่งของราชวงศ์ต้าเซี่ยอาจจะลดลงหลายขั้น (ตีกันตายหมด)​

เมื่อไม่มีการแทรกแซงจากผู้ฝึกตนอาณาจักรพระราชวังสีม่วง…..ผู้ฝึกตนอาณาจักรปราการสวรรค์จึงกลายเป็นที่โปรดปรานสำหรับเหล่ารัชทายาทโดยธรรม​ชาติ​

ไม่ต้องพูดถึงคนอย่างเย่หวู่ชางที่สามารถสังหารผู้ฝึกตนครึ่งก้าวอาณาจักรพระราชวังสีม่วงได้ด้วยทักษะดาบอันน่าสะพรึงกลัวของเขา

แม้ว่าผู้อาวุโสสูงสุด​ของนิกายดาบสังหารวารีจะสูญเสียพลังในการต่อสู้ไปบ้างเนื่องจากอายุขัยของเขากำลังจะหมดลง…..หากแต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังมิควรถูกมองข้าม

ดังนั้น, ความจริงที่ว่าเย่หวู่ชางสามารถจัดการอีกฝ่ายได้….นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่าเขาเเข็ง​เเก​ร่​งมากเพียงใด

ด้วยเหตุนี้, เหล่าองค์ชายทั้งหลายจึงได้เริ่มจัดเตรียมคนมาเจรจา​ต่อรองกับตระกูลเย่

อย่างไรก็ตาม, ทุกวัน​นี้ตระกูลเย่ยังคงวางเป็นกลาง…..ซึ่งนี่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่เต็มใจที่จะมีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งรัชทายาทแต่อย่างใด

แต่น่าเสียดาย, ถึงอย่างนั้นเหล่าองค์ชายทั้งหลายก็ยังคงพยายามเอาชนะใจตระกูลเย่

และนั่นก็มากพอให้เย่หวู่ชางเกือบจะเดาสาเหตุของการมาถึงของผู้นำตระกูลเย่ว์ได้แล้ว

มันคงไม่มีอะไรมากไปกว่าการขอให้ช่วยเหลือ​องค์ชายสิบสี่ซึ่งเป็นผู้ที่ตระกูลเย่ว์ให้การสนับสนุน…..เพื่อให้ได้บัลลังก์

ยามเขาฟังข้อเรียกร้องของเย่ว์ไห่ ….เย่หวู่ชางก็ยิ้มน้อยๆอยู่ในใจ เเละไม่ได้สนใจ​คำพูด​ของอีกฝ่ายเท่าไหร่​

แม้ว่าเขาจะมีความสามารถมากกว่าองค์ชายคนอื่นๆเพียงเล็กน้อย….แต่น่าเสียดายที่เย่หวู่ชางไม่สนใจในสิ่งเหล่านั้น

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขาไม่สนใจสิ่งที่เรียกว่าการต่อสู้เพื่อชิงบัลลังก์

ยามนี้เขาสนุกกับการเล่นโปกเกอร์กับเย่หวู่ชางและจ้าวชิงเกอมากกว่า

แม้ว่าฮ่องเต้องค์ใหม่ในภายภาคหน้าอาจจะต้องการชำระบัญชีกับตระกูล​เย่…..แต่ถ้าถึงตอนนั้น, เย่หวู่ชางก็ไม่รังเกียจที่จะเปลี่ยนฮ่องเต้องค์ใหม่ให้เหล่าราชวงศ์​

“ข้าขอบคุณสำหรับ​ความปรารถนาดีของตระกูลเย่ว์….หากแต่ยามนี้ตระกูลเย่ของข้ายังอ่อนแอยิ่งนัก”

“เราจึงไม่ต้องการไปข้องเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อชิงตำบัลลังก์…..ความตั้งใจขององค์ชายสิบสี่ ข้าซึ่งเป็นผู้นำตระกูลเย่ย่อมเก็บไว้ในใจ, หากไม่มีเรื่องอื่นแล้วท่านผู้นำตระกูลเย่ว์โปรดกลับไปเถิด!”

เมื่อได้ยินเสียงตอบรับอัน​เฉยเมยของเย่หวู่ชาง….แม้แต่เย่ว์ไห่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกรำคาญเล็กน้อย

“ผู้นำตระกูลเย่ ขออภัยที่ข้าต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา…..แต่ตระกูล​ในต้าเซี่ยไม่อาจหลุดพ้นจากราชวงศ์, มันคงจะเป็นการดีกว่าที่เจ้าจะไม่ขัดพระบัญชา!”

“แม้ว่ายามนี้ท่านจะวางตัวเป็นกลาง ……เเต่ท่านไม่กลัวรึหากฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังค์​เเล้วเขาจะไม่หันคมดาบมาใส่ตระกูลท่าน?”

“ในราชวงศ์ต้าเซี่ย คนของราชวงศ์ไม่อาจถูกล่วงเกินได้!”

เมื่อได้ยินคำพูดที่ดูเหมือนเป็นการข่มขู่

ดวงตาของเย่หวู่ชางก็หรี่ลงอย่างไม่ใคร่พอใจนัก

“ท่านผู้นำตระกูลเย่ว์ ท่านกำลังพูดในนามหรือองค์ชายสิบสี่….หรือท่านกำลังจะสอนข้าผู้เป็นผู้นำตระกูลเย่กันแน่”

ด้วยคำพูดเหล่านี้ บรรยากาศรอบนอกถึงกับเย็นลงในชั่วพริบตา

เเต่ยามนี้เย่ว์ไห่ไม่คิดจะถอยกลับอีกแล้ว​, เขาจ้องมองตรงไปที่เย่หวู่ชางด้วยสีหน้าเย็นชา…..ไร้ซึ่งความเคารพแต่อย่างใด

เย่หวู่ชางนั้นแข็งแกร่งมากก็จริง แต่ตระกูลเย่ว์ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะแตะต้องได้

เเละในแง่ของความแข็งแกร่งโดยรวม…..ตระกูลเย่ว์นั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่านิกายดาบสังหารวารีเสียอีก

ยิ่งไปกว่านั้น เขาเองก็เป็นอัจฉริยะ ……เเละในยามนี้เขาอยู่ในระดับอาณาจักรพระราชวังสีม่วง

ในช่วงรุ่งโรจน์ ความแข็งแกร่งของเขาเทียบได้กับผู้อาวุโสของนิกายดาบสังหารวารี

แม้แต่ในยามเข้าสู่เมืองหลวง, ก้าวเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจในราชวงศ์ต้าเซี่ย…..เขาก็ยังมีอำนาจบางอย่างอยู่ในมือ

ดังนั้น, ภายใต้ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ …..เขาย่อมโกรธเคืองกับท่าทีหยิ่งผยองของเย่หวู่ชาง เเละไม่คิดสำรวมกิริยาอีกต่อไป

เมื่อเห็นว่าเย่ว์ไห่กล้าท้าทายเขา, ร่องรอยของการเยาะเย้ย​ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเย่หวู่ชาง

โดยไม่มีการลังเลอีกตค, เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเย่ว์ไห่

บูมมมมมม!

ทันใดนั้น, เย่ว์ไห่ก็รู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังระเบิด เเละหนังศีรษะของเขาก็รู้สึกด้านชาทันที​

ดวงตาของเย่หวู่ชางทำให้เขารู้สึกถึงสัตว์ร้ายที่ดุร้ายในสมัยโบราณ

ดูเหมือนว่าด้วยการเคลื่อนไหวเล็กน้อยเพียงเท่านี้ มันก็ทำให้เขารู้สึก​เหมือนได้เผชิญหน้า​กับกลิ่นอายเเห่งความ​ตาย

เเต่เขายังไม่เชื่อและต้องการพยายามขัดขืน​

อย่างไรก็ตาม, ในยามนี้เจตนาดาบอันน่า​สะพรึงกลัว​ก็ลอยวูบวาบผ่านดวงตาของเย่หวู่ชาง

อึก!

โดยไม่มีเวลาตอบสนอง เย่ว์ไห่สั่นสะท้าน​ไปทั้งตัว

ครู่ต่อมา, ดวงตาของเขาก็เลื่อนลอย ใบหน้าของเขาซีดเผือด, เเละมีเลือดสดไหลออกมาจากมุมปาก

หากแต่เขาเพิกเฉยต่ออาการบาดเจ็บของตนเองอย่างสิ้นเชิง และจ้องมองไปที่เย่หวู่ชางอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง

เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าความแข็งแกร่งของเย่หวู่ชางจะน่ากลัวถึงเพียงนี้

ในช่วงเวลาที่เจตนาดาบของเย่หวู่ชางปรากฏขึ้น…..เขารู้สึกว่าความตายอยู่ใกล้เขาแค่เอื้อม

เเละเมื่อมองดูดวงตาอันเย็นชาของเย่หวู่ชาง เย่ว์ไห่ก็รู้สึกว่าลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด

เขาไม่สงสัยเลยว่าหากเขาไม่ใช่ลุงของเย่ว์รู่ชวง….ป่านนี้เขาคงได้ตายไปแล้ว

ยามนี้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึก​เสียใจอย่างสุดซึ้ง

นี่เขาทำอะไรลงไป?.....เขากล้าที่จะกระตุกหนวดอัจฉริยะที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้อย่าง​ไร!

ในเวลาเดียวกัน, ทันทีที่เย่หวู่ชางเปิดเผย​เจตนา​ดาบของตน….ชายวัยกลางคนที่เดินออกมาข้างนอกก็หยุดกะทันหันและมองไปยังทิศทางของเย่หวู่ชาง พร้อมพึมพำออกมา

“น่าสนใจ, สถานที่ห่างไกล​เช่นนี้กลับซ่อนพญามังกรเอาไว้…..เจตนาดาบขั้นที่สามระดับสูง​สุด, ไม่ธรรมดา​เลยจริงๆ!”

เจตนาขอดาบขั้นที่สามนั้นหายากมาก แม้แต่ในสถานที่อย่างเมืองโบราณชางหยวนเองก็เช่นกัน

สังเกต​ได้จากการฝึกฝนของมู่ซีเหยา…..เเม้เเต่อัจฉริยะชั้นยอด​อย่างนางก็บรรลุได้เพียงเจตนาดาบขั้นที่สองเท่านั้น

……..

ในห้องโถงด้านใน

หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความเงียบ ไปสักพัก….ในที่สุด​เย่ว์ไห่ก็เป็นคนแรกที่ทำลายบรรยากาศนี้

เขาเปลี่ยนทัศนคติก่อนหน้าพลางพูดว่า

"เรื่องวันนี้เป็นการตัดสินใจของข้าเเต่เพียงผู้เดียว…..ข้าหวังว่าผู้นำตระกูลเย่จะยังคงไว้ไมตรีต่อตระกูล​เย่ว์​!"

เมื่อได้ยินสิ่งนี้, ความตึงเครียดของเย่หวู่ชางก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

ท้ายที่สุดแล้ว คนผู้นี้ก็เป็นลุงของเย่ว์รู่ชวง…..เว้นเสียงแต่เย่ว์รู่ชวงและตระกูลเย่แตกหักกัน, ไม่งั้นก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่เขาจะหักสัมพันธ์กับตระกูล​เย่ว์​

ยิ่งไปกว่านั้น, มารดาของเย่ว์รู่ชวงยังคงอยู่กับตระกูลเย่ว์

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ เขาพยักหน้าและพูดว่า "ไม่เป็นไร, ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ผู้นำตระกูลเย่ว์สติไม่สมบูรณ์พร้อมนัก เราจะหารือเรื่องนี้กันอีกทีภายหลังดีหรือไม่?"

นี่เป็นการปฏิเสธเย่ว์อย่างไม่สุภาพ……แต่ ณ จุดนี้ เย่ว์ไห่ไม่กล้าโกรธเคืองอีกต่อไป

เขาพยักหน้าอย่างรวดเร็ว และทั้งสองฝ่ายก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง

ไม่นานหลังจากนั้น เย่ว์รู่ชวงก็ส่งคนมาเชิญพวกเขา

เมื่อเห็นดังนั้น, พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังห้องโถงหลักโดยทันที

……………………….

จบบทที่ บทที่ 26 : ผู้นำตระกูลเย่ว์​ตกตะลึง​

คัดลอกลิงก์แล้ว