เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 : ความอยากรู้อยากเห็นของมู่ซีเหยา

บทที่ 25 : ความอยากรู้อยากเห็นของมู่ซีเหยา

บทที่ 25 : ความอยากรู้อยากเห็นของมู่ซีเหยา


บทที่ 25 : ความอยากรู้อยากเห็นของมู่ซีเหยา

อย่างไรก็ตามก่อนที่เธอจะทันได้ตอบสนอง, เย่จื้อซินและเย่จือหลานซึ่งเดินตามหลังเย่ว์รู่ฉวง….จู่ๆก็โผล่หัวเล็กๆ ของพวกเขาออกมามองดูเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ฉากนี้เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงสำหรับเธอมากยิ่งขึ้น

“รู่ชวง….นี่เจ้า!” มู่ซีเหยาอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา

เมื่อเห็นอีกฝ่ายตกตะลึง, เย่ว์รู่ชวงก็อธิบาย​อย่างใจเย็นและพูดอย่างสง่างาม

"อย่างที่ท่านเห็น ข้าเป็นแม่ของลูกสามแล้ว และยิ่งไปกว่านั้น…..ลูกคนที่สี่ก็กำลังจะเกิดด้วย!"

หลังจากพูดจบ เธอก็ดึงเด็กน้อยทั้งสองคนแล้วพูดว่า

"เร็วเข้า รีบทักทายท่านป้าเร็ว!"

เมื่อได้ยินคำพูดของมารดา เด็กทั้งสองก็ยืดหลังตรงในทันที ก่อนทักทายอย่างเคร่งขรึม

"สวัสดีเจ้าค่ะ/ขอรับ ท่านป้า!"

"อา…..อา!"

ณ ขณะนี้​

แม้แต่มู่ซีเหยาผู้รอบรู้ก็ยังไม่สามารถโต้ตอบได้ชั่วขณะ

เธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงครั้งแรกที่เธอพบกับเย่ว์รู่ชวง

ทั้งสองได้พบและเป็นเพื่อนสนิทที่สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องในเวลาอันรวดเร็ว

ครั้งหนึ่ง พวกเธอเคยทำข้อตกลงที่จะเดินทางไปด้วยกัน กลายเป็นอัจฉริยะที่เลื่องชื่อ มุ่งมั่นที่จะไปถึงอาณาจักรที่ไม่มีใครเทียบได้ในอนาคต

ในเวลานั้นพวกเธอทั้งสองเต็มไปด้วยจิตวิญญาณและความมีชีวิตชีวา

หากแต่เมื่อเวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน

วันหนึ่ง, เย่ว์รู่ชวงได้เปลี่ยนจากการเป็นอัจฉริยะไปสู่ขยะที่ไร้ประโยชน์

ในตอนนั้น, มู่ซีเหยาเต็มไปด้วยความกังวลอย่างมาก…..เธอทำถึงขนาดรบกวนให้อาจารย์ของเธอมาตรวจสอบเป็นการส่ว​นตัว

อย่างไรก็ตาม, กลับไม่มีใครสามารถหาเหตุผลที่แท้จริงของเรื่องนี้ได้

เเละเพื่อให้เย่ว์รู่ชวงพัฒนาต่อไป

….มู่ซีเหยาได้มอบทรัพยากรจำนวนมากให้กับเธอ, แม้กระทั่งสิ่งนั้นจะทำให้การฝึกฝนของมู่ซีเหยาช้าลงก็ตาม

เเต่ในที่สุด…..เมื่อทรัพยากรมากมายเท่าไหร่​ก็ไม่สามารถ​เเก้ปัญ​หาได้, เย่ว์รู่ชวงจึงไม่ยอมรับทรัพยากรที่เธอนำไปให้อีกต่อไป

กาลเวลา​ผ่าน​ไป, มู่ซีเหยาเริ่มมีความก้าวหน้ามากขึ้น​เรื่อย​ๆ​เเละระยะเวลาของการเก็บตัวฝึกตนของเธอก็นานขึ้นเป็นเงาตามตัว​

การติดต่อระหว่าง​พวกเธอจึงน้อยลงไปเรื่อยๆเช่นเดียวกัน

เเต่เมื่อเร็วๆนี้ เมื่อเธอได้รู้ว่าเย่ว์​รู​่​ชวงไม่เพียงแต่บุกทะลวงไปสู่อาณาจักรทะเลศักดิ์สิทธิ์ได้เท่านั้น….แต่ยังทะลวง​ไปถึงระดับผู้​ฝึกตนอาณาจักรปราการสวรรค์ในคราวเดียว

ในเวลานั้น, ไม่มีใครมีความสุขมากไปกว่ามู่ซีเหยา

ดังนั้น, เธอจึงขออนุญาตโดยตรงจากอาจารย์ให้เธอออกมาพบกับเย่ว์รู่ชวงและปฏิบัติตามข้อตกลงก่อนหน้า

……..

ยามเมื่อเห็นสิ่งนี้ เย่หวู่ชางก็รู้ว่าทั้งสองมีอะไรจะพูดกันมากมาย

ดังนั้นเขาจึงไม่อยากรบกวนพวกเธอทั้งสองคนอีกต่อไป

จากนั้น, การจ้องมองของเขาก็เปลี่ยนไปที่เย่ว์ไห่ที่อยู่ข้างๆ

"หัวหน้าตระกูลเย่ว์, ข้ามีเรื่องที่ต้องการปรึกษาหารือกับท่าน..…พวกเราไปที่อื่นกันดีกว่า"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่ว์ไห่ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นอาของเย่ว์รู่ชวง….ในตอนที่พวกเขากลายกลายเป็นญาติกันในคราแรก,เย่หวู่ชางเรียกเขาว่าท่านลุง

ยามนี้เขาได้เปลี่ยนคำถูกเรียกเป็นหัวหน้าตระกูลเย่ว์แล้ว มันหมายความว่าความห่างเหินระหว่างสองตระกูลเริ่มกว้างมากขึ้น​เรื่อย​ๆ​

เเต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย ยามเมื่อพวกเขาได้รับข่าวเกี่ยวเกี่ยวกับอันตรายที่ตระกูลเย่กำลังเผชิญอยู่…..พวกเขามัวแต่ระวังนิกายดาบสังหารวารีและเลือกที่จะยืนอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรเลย

เรียกได้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้, ล้วนเป็นความผิดของพวกเขาเองทั้งสิ้น

พวกเขาเพียงคิดว่าตระกูลเย่จะต้องพินาศ….เเละไม่ได้คาดหวังว่าเย่หวู่ชางจะผงาดขึ้น​มา

เขาไม่เพียงแต่ช่วยให้ตระกูลเย่รักษาสถานการณ์ไว้ได้เท่านั้น…..แต่ยังกวาดล้าง​นิกายดาบสังหารวารีไปจนสิ้นอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความจริงที่ว่าเขาได้สังหารผู้ฝึกตนครึ่งเก้าอาณาจักรพระราชวังสีม่วงนั้น…..ได้ถูกแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง และแม้แต่ราชวงศ์ต้าเซี่ยเองก็ยังตกตะลึง​

เเละเมื่อคิดถึงภารกิจ​ที่เขาต้องมาที่นี่ในวันนี้….หัวใจของเขาก็อดไม่ได้ที่จะจมดิ่งลง

แต่เขาก็ยังคงฝืนยิ้มออกมาเเละพูดว่า “ไปคุยกันเถอะ!”

ยามนี้ทั้งสองจึงเดินออกไปจากที่นี่และไปยังห้องโถงที่อยู่ด้านข้าง

……..

เมื่อเห็นสิ่งนั้นผู้พิทักษ์​วัยกลางคนก็ยืนขึ้นและพูดว่า "ข้าจะออกไปเดินเล่น!"

ไม่นานก็เหลือเพียงสองคนอยู่ในห้อง

มู่ซีเหยาขมวดคิ้วน้อยๆเเละเอ่ยขึ้น​มา

"รู่ชวง เจ้าเพิ่งแต่งงานเข้าตระกูลเย่มาเพียงสองสามปี เเต่ยามนี้เจ้าตั้งครรภ์มาสี่ครั้งแล้ว….ตระกูลเย่ปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนเครื่องจักรผลิตทายาทใช่หรือไม่"

เย่ว์รู่ชวงได้ยินจึงยิ้มเเล้วตอบกลับ​เบาๆ "พี่หญิง ท่านคิดหรือว่าบนโลกนี้จะมีใครบังคับข้าได้หรือ…..หากข้าไม่ต้องการ"

ด้วยคำพูดเหล่านี้มู่ซีเหยาถึงกับเงียบ​ทันที

เพราะเธอเองก็รู้จักเย่ว์หรู่ชวงเป็นอย่างดี …..เเละรู้​ว่าไม่มีผู้ใดสามารถบังคับเย่ว์หรู่ชวงได้

เเถมที่เธอแต่งงานกับเย่หวู่ชาง มันเป็นเพียงเพราะเธอไม่ต้องการที่จะอยู่ในตระกูลเย่ว์และทนต่อสภาพอัปยศเช่นนั้น

ยามเห็นท่าทางที่อ่อนโยนและเงียบสงบของเย่ว์รู่ชวง ควบคู่ไปกับความเปล่งประกายยามเป็นมารดาที่กำลังแตะท้องของตนเองเบาๆ…..มู่ซีเหยาก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นเข้าไปอีก

“แล้วเย่หวู่ชางดีถึงเพียงนั้นเลยหรือ …..เจ้าถึงยอมสละทุกสิ่งและทุ่มเททั้งหมดให้เขาถึงเพียงนั้น?”

“พี่หญิง, เรื่องนี้หากท่านมีโอกาสในอนาคตท่านจะเข้าใจข้าเอง!”

ทันใดนั้น, จู่ๆเย่ว์รู่ชวงก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่างได้ พลางมองมู่ซีเหยาขึ้นๆลงๆ และพยักหน้าน้อยๆอย่างไม่ตั้งใจ

“พี่หญิง เหตุใดถึงไม่มาอยู่ด้วยกันล่ะ…..สามีของข้าเป็นคนดีจริงๆนะ หากไม่มีเขาข้าคงไม่มาถึงจุด​นี้​ได้”

“เเละมันคงจะดีมากเลยหากพี่หญิงมาช่วยดูแลเขาด้วยกันกับข้า!”

เมื่อคำพูดเหล่านี้หลุดออกมา, มู่ซีเหยาก็เบิกตากว้างก่อนจะตีเย่ว์รู่ชวงด้วยความโกรธ

“เจ้าเด็กเหลือขอ, เจ้าพูดอะไรออกมา…..กล้าดียังไงมาหยอกล้อข้าเเบบนี้!”

เมื่อเห็นสิ่งนี้เย่ว์รู่ชวงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ

“ฮิฮิ พี่หญิง สามีของข้าร้อนแรงมากจริงๆนะ…..หากท่านได้ใช้เวลากับเขา ท่านจะรู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน!”

“เจ้าเด็กนี่!”

มู่ซีเหยามองเย่ว์รู่ชวงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ จนทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าพูดอะไรให้มากความอีก

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง, ในใจของเธอจู่ๆก็นึกถึงฉากที่เย่หวู่ชางก้าวเท้าเข้ามา

พวกเธอทั้งสองพูดคุยกันอีกเป็นเวลานาน…..ก่อนที่มู่ซีเหยาจะเปิดเผยจุดประสงค์ของเธอในที่สุด

“รู่ชวง เจ้าไม่คิดที่จะกลับไปจริง ๆ หรือ?”

“อาจารย์บอกว่า ตราบใดที่เจ้ากลับไป นางจะช่วยให้เจ้าฟื้นคืนสู่ตำแหน่งนักบุญแห่งเมืองโบราณชางหยวน……เเละหากยามนั้นมาถึงทรัพยากรที่เจ้าจะได้รับก็จะเป็นสิ่งที่ตระกูลเย่ไม่สามารถเทียบเคียง​ได้!”

เมื่อเย่ว์รู่ชวงรู้ว่าอีกฝ่ายมาเพื่อพาเธอกลับไป…..เธอก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว

“พี่หญิง ข้าสบายดี สามีข้าอยู่​ที่ไหนข้าก็จะอยู่ที่นั่นด้วย!”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเย่หวู่ชางผู้ลึกลับ

"ยิ่งกว่านั้น ข้าไม่คิดว่าการติดตามสามีของข้าจะแย่ไปกว่าการอยู่ในเมืองโบราณชางหยวน!"

เมื่อเห็นการแสดงออกถึงความรักของเย่ว์รู่ชวง…..มู่ซีเหยาก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาเบาๆ

เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เชื่อคำพูดของเย่ว์รู่ชวง

ตระกูล​เล็กๆอย่างตระกูล​เย่จะเทียบกับเมืองโบราณชางหยวนได้อย่าง​ไร

เเต่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของเย่ว์รู่ชวง…..มู่ซีเหยาก็ไม่มีความตั้งใจที่จะโน้มน้าวเธออีกต่อไป

…….

อีกด้านหนึ่ง

หลังจากที่เย่ว์ไห่ได้มาถึงห้องด้านข้างเเละนั่งลงแล้ว…เย่หวู่ชางก็นั่งลงตามเขา

“ท่านผู้นำตระกูลเย่ว์, เชิญ​ท่านเข้าเรื่องเลยดีกว่า!”

เมื่อเห็นว่าเย่หวู่ชางไม่มีความตั้งใจที่จะแลกเปลี่ยนอย่างรื่นรมย์ เย่ว์ไห่ก็ไม่สามารถทำอะไร​ได้

ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผยจุดประสงค์ที่แท้จริงในการมาครั้งนี้

…………………

จบบทที่ บทที่ 25 : ความอยากรู้อยากเห็นของมู่ซีเหยา

คัดลอกลิงก์แล้ว