เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 : การปฏิเสธข้อเรียกร้องของเซี่ยหวู่เฟิง

บทที่ 28 : การปฏิเสธข้อเรียกร้องของเซี่ยหวู่เฟิง

บทที่ 28 : การปฏิเสธข้อเรียกร้องของเซี่ยหวู่เฟิง


บทที่ 28 : การปฏิเสธข้อเรียกร้องของเซี่ยหวู่เฟิง

“ท่านลุง เป็นเช่นไรบ้าง?”

องค์ชายเซี่ยหวู่เฟิงถามอย่างกระตือรือร้น

เมื่อโดนถามเช่นนี้, เย่ว์ไห่ก็เผลอคิดถึงความรู้สึกหวาดกลัวที่มีต่อเย่หวู่ชางและตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า

"พลังการของเขาน่ากลัวยิ่งกว่าที่กระหม่อมได้จินตนาการไว้, ต่อหน้าเขากระหม่อมไม่อาจต้านทานได้เลย”

“กระหม่อมเกรงว่าภายในราชวงศ์ต้าเซี่ยทั้งหมด…..หากมิใช่ผู้อยู่ในขั้นอาณาจักรพระราชวังสีม่วง คงไม่มีผู้ใดล้มเขาได้”

เมื่อได้ยินดังนั้น เซี่ยหวู่เฟิงก็ฉายแววประหลาดใจ…..เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดว่าท่านลุงของเขาจะประเมินเย่หวู่ชางไว้สูงถึงเพียงนั้น

“เขาแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ?” เขาถามอย่างไม่แน่ใจ

เมื่อได้ยินดังนั้น เย่ว์ไห่ก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น

“กระหม่อมได้ทดสอบความแข็งแกร่งของเขาแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ของข้ากับเย่ว์รู่ชวง กระหม่อมเกรงว่าเขาคงสังหารข้าภายในดาบเดียว”

“อะไรนะ!” ในที่สุดเซี่ยหวู่เฟิงก็ตกตะลึง

เขารู้ดีเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเย่ไห่

เเละเขารู้ด้วยว่า การที่เขาสามารถรักษาสถานการณ์ในการแข่งขันให้อยู่ในระดับสูสีได้ก็เพราะท่านลุงของเขาซึ่งอยู่ในระดับครึ่งก้าวอาณาจักรพระราชวังสีม่วง

และเพราะความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวนี้, จึงส่งผลให้เขายืนหยัดได้อย่างมั่นคง

ไม่เช่นนั้นเขาคงถูกกำจัดโดยพี่น้องคนอื่นๆไปนานแล้ว

แต่ยามนี้ท่านลุงผู้อยู่ในขอบเขต​ครึ่งก้าวอาณาจักรพระราชวังสีม่วง กลับพูดว่าจะถูกคนที่อยู่ต่ำกว่าอาณาจักรพระราชวังสีม่วงสังหารเขาได้ทันที…..สิ่งนี้จะให้เขาจะยอมรับได้อย่างไร?

เเต่ในไม่ช้า เขาก็พูดด้วยความคาดหวัง

"แล้วเงื่อนไขที่ข้าเสนอให้เขาล่ะ?"

เย่ว์ไห่ส่ายหัวแล้วพูดว่า

“เขาปฏิเสธ”

“เขาบอกว่าเขาไม่สนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อตำแหน่งรัชทายาท”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ สีหน้าของเซี่ยหวู่เฟิงก็รู้สึกกระดากน้อยๆ

“ข้าในฐานะเจ้าชาย, ข้าได้มอบเงื่อนไขที่จริงใจมากๆ….แล้วเหตุใดเขาถึงไม่ยอมรับกัน?”

ในยามนี้เขาอดไม่ที่จะรู้สึกเเย่ที่เย่หวู่ชางไม่สนใจความเมตตาที่เขาได้มอบให้

อย่างไรก็ตามเย่ว์ไห่ก็พยายามปลอบใจเขาโดยกล่าวว่า "ใจเย็นก่อนพะย่ะค่ะ อย่าทรงขุ่นเคืองใจในเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้เลย"

สุดท้ายเซี่ยหวู่เฟิงก็อดกลั้นการแสดงออกของเขา…..เพราะในยามนี้มันคงเป็นผลเสียต่อเขามากกว่าหากผลักเย่หวู่ชางไปหาศัตรู

"ท่านลุงโปรดวางใจ ข้าเข้าใจเรื่องนี้ดี……เเละเพื่อขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากของท่าน, ข้าได้เตรียมยาเม็ดเทียนหยวนระดับต่ำไว้หนึ่งขวด ขอท่านลุงโปรดรับไว้ด้วย!"

เมื่อได้ยินดังนั้นเย่ว์ไห่ก็แสดงท่าทียินดีเช่นกัน “ขอบคุณองค์ชาย!”

เซี่ยหวู่เฟิงยิ้มขณะที่เขามองตามร่างของเย่ว์ไห่จนอีกฝ่ายหายไปลับตา..…ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังตีน

เขากระแทกหมัดลงบนโต๊ะและสถบออกมทันที​

"ไร้ประโยชน์สิ้นดี, เรื่องแค่นี้ก็มิอาจจัดการได้!"

ยามนี้ใบหน้าของเซี่ยหวู่เฟิงมืดมนทั้งยังบิดเบี้ยวเล็กน้อย….ต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว

“เป็นเพียงผู้นำตระกูลเล็กๆในสถานที่กระจ๊อยร่อย…..แต่บังอาจปฎิเสธความหวังดีของเปิ่นหวางงั้นรึ….ช่างหยิ่งผยองนัก!”

“ฮึ่ม​ หากเปิ่นหวางได้ขึ้นครองราชเมื่อไหร่…..ยามนั้นข้าจะชำระบัญชีแค้นกับพวกเจ้าทีละคน!”

เสียงของเซี่ยหวู่เฟิงเย็นชาเป็นพิเศษ….มันแตกต่างจากน้ำเสียงอันอ่อนโยนก่อนที่ท่านลุงจะจากไป

เห็นได้ชัดว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงของเขา

สำหรับเขา, ตราบใดที่เขาได้ขึ้นครองบัลลังก์ การจัดการกับเย่หวู่ชางก็จะง่ายเหมือนกับการพลิกฝ่ามือ

ไม่ต้องพูดถึงว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงผู้ฝึกดาบในอาณาจักรปราการสวรรค์ เท่านั้น, เพราะแม้เเต่ผู้ฝึก​ตน​ในอาณาจักรพระราชวังสีม่วง…..พวกเขาก็ยังไม่รอดหากต้องเผชิญหน้า​กับราชวงศ์

…………….

อีกด้าน​หนึ่ง​

เย่หวู่ชางที่ควรจะกังวล​กับท่าทีของเซี่ยหวู่เฟิง…..แต่ในความจริงแล้วเขาไม่ได้ใส่ใจเลย

พูดให้ถูกคือในใจของเขาไม่มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย

สำหรับ​เขา, หากเขามีเวลาที่จะไปช่วยใครซักคนขึ้นครองบัลลังก์…..มันคงจะดีกว่าใหมถ้าเขาเอาเวลา​มามีลูกให้มากกว่านี้เพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเขาเอง!

เเละหลังจากนั้นไม่นาน ผู้อาวุโสลำดับที่สองของตระกูลเย่ก็มาขอเข้าพบเขา…..ซึ่งนั่นทำให้เย่หวู่ชางประหลาดใจเล็กน้อย​

ผู้อาวุโสเหล่านี้ต่างรู้ถึงพฤติกรรม​สันโดษ​ของเขาเป็นอย่างดี…..เพราะงั้นพวกเขาจะไม่มารบกวนโดยไร้เหตุผล

หากพวกเขามาที่นี่ในยามนี้….มันก็แสดงว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

“คาระวะ ท่านผู้นำตระกูล!”

“ผู้อาวุโสลำดับที่สองเกรงใจเกินไปแล้ว…..ท่านต้องการสิ่งใดหรือถึงมาหาข้าที่นี่?” เย่หวู่ชางโบกมือและถามโดยตรง

เขาคุ้นเคยกับท่าทีความตรงไปตรงมาของเย่หวู่ชาง ผู้อาวุโสลำดับที่สอง จึงพูดเข้าวัตถุประสงค์ของเขาโดยตรง

ปรากฎว่าในมณฑลกวนเทียนที่อยู่ทางตะวันตกของมณฆลเมฆาอัศนี มีตระกูลขนาดกลางที่เรียกว่าตระกูลโม่

ตระกูลโม่นั้นโชคดี….ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขา​ได้ค้นพบเหมืองหินมิติ

หินมิตินั้นเป็นวัสดุล้ำค่าสำหรับทำที่เก็บของ….และแต่ละชิ้นก็ล้วนแต่มีมูลค่ามหาศาล​

เแต่ด้วยสถานะและความแข็งแกร่งของตระกูลลโม่….พวกเขาไม่สามารถปกป้องเหมืองนี้ไว้ได้อย่างเเน่นอน

ดังนั้นพวกเขาจึงคิดที่จะผูกสัมพันธ์กับกองกำลัง​อื่น

แต่หินมิตินั้นมีค่ามากเกินไป, กองกำลังธรรมดาๆนั้นไม่สามารถปกป้องมันได้

ดังนั้น, พวกเขาจึงนึกถึงตระกูลเย่

ด้วยสถานะปัจจุบันของตระกูลเย่ในราชวงศ์ต้าเซี่ย, ตระกูล​เย่เกือบจะเป็นการดำรงอยู่ของผู้ที่ไม่อาจล่วงเกินได้ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของราชวงศ์ต้าเซี่ย

ดังนั้น, ตราบใดที่ตระกูลเย่เต็มใจที่จะดำเนินการ….มันก็จะไม่มีใครกล้าแย่งชิงธุรกิจของตระกูลโม่

แต่หากจะบอกว่าร่วมมือกัน, พวกเขาก็ยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ

ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะร่วมมือกันจริงๆ แต่ตระกูลเย่ก็คงจะสามารถกลืนตระกูลโม่ได้ตลอดเวลา….โดยไม่จำเป็นต้องให้ผลประโยชน์ใดๆแก่ตระกูล​โม่เลย

เพราะอย่างนั้น, พวกเขาจึงคิดถึงเรื่องการแต่งงาน

เดิมทีเย่หวู่ชางคิดว่าอีกฝ่ายต้องการแต่งงานกับสมาชิกรุ่นเยาว์ของตระกูลเย่เท่านั้น….แต่จู่ๆพวกเขากลับตั้งเป้ามาที่เขาแทน

คู่สมรสที่อีกฝ่ายหมายตากลับเป็นตัวเขาเอง

เมื่อได้ยินดังนั้นเย่หวู่ชางก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มอย่างเฉยชา

"ไปบอกพวกเขา หากต้องการสร้างพันธมิตรด้วยการแต่งงาน พวกเขาควรหาลูกหลานของตระกูลเย่”

“หากเป็นไปไม่ได้ พวกเขาสามารถเลือกใครสักคนจากเหล่าผู้อาวุโส​….แต่หากจะดองกับผู้นำตระกูลอย่างข้า, นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้!”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ผู้อาวุโสลำดับที่สองก็ไม่ได้​จากไปในทันที แต่พูดต่อว่า

"ข้าได้บอกพวกเขา​ไปแล้ว แต่อีกฝ่ายให้แผ่นหยกมาให้ข้าและขอให้ข้ามอบให้ท่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า…..โดยบอกว่าให้ท่านโปรดอ่านก่อนตัดสินใจ"

เมื่อได้ยินสิ่งนี้, เย่หวู่ชางก็เริ่มรู้สึก​อยากรู้อยากเห็นมากขึ้น

เขาอดไม่ได้ที่จะหยิบแผ่นหยกออกมาแล้วเปิดใช้งานมัน

ในไม่ช้า ข้อมูลข้างในก็ถูกส่งมายังเขา…..เเละมันก็ทำให้เขาประหลาดใจทันที​

“สตรีนางนั้นอยู่ที่ใด?” หลังจาก​เห็นข้อมูล​เขาก็ถามโดยตรง

“นางอยู่ที่ห้องโถงต้อนรับ, เเละนางมากับตระกูลโม่”

“ข้าเห็นแล้ว สตรีผู้นี้ก็ไม่เลวเลย….แม้ว่าออร่าของนางจะด้อยกว่าฮูหยินทั้งสองเเต่ก็เพียงเเค่เล็กน้อย อีกอย่าง รูปลักษณ์ของนางก็ถือว่ามิได้ด้อย!”

“ไปพบนางกัน!”

หลังจากที่เย่หวู่ชางพูดจบ เขาก็ก้าวก้าวออกไปด้านนอกโดยตรง

ไม่นานเขาก็มาถึงห้องโถงต้อนรับ

เมื่อมาถึง, สิ่งที่เข้ามาในสายตาของเขาคือคนกลุ่มหนึ่ง

เเละในหมู่พวกเขามีเด็กสาวในวัยยี่สิบที่ดึงดูดสายตาของเย่หวู่ชางทันที

[ติ๊ง!ตรวจพบคู่ครองที่เข้ากันได้ โฮสต์ต้องการเริ่มต้นการตรวจสอบหรือไม่?]

โดยไม่ต้องคิดมาก เย่หวู่ชางเปิดใช้งานดวงตาแห่งโชคชะตาของเขาและมุ่งความสนใจไปที่หญิงสาวคนนั้นโดยทันที

[โม่ซีจุน...]

……………………………….

จบบทที่ บทที่ 28 : การปฏิเสธข้อเรียกร้องของเซี่ยหวู่เฟิง

คัดลอกลิงก์แล้ว