- หน้าแรก
- ข้าแค่อยากทำฟาร์มสงบๆ ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงกลายเป็นเทพไปได้
- บทที่ 3 - พลังวิเศษ
บทที่ 3 - พลังวิเศษ
บทที่ 3 - พลังวิเศษ
บทที่ 3 - พลังวิเศษ
หลังจากส่งสวีเทียนกลับไปแล้ว เฉินจิ่วเกอก็รีบหยิบถุงมิติที่บรรจุไข่เต่าพฤกษาออกมาทันที
เขาเหาะเหินเดินอากาศมายังฐานที่เพาะเลี้ยงเต่าพฤกษาที่สร้างเตรียมไว้ล่วงหน้า กวาดตามองอย่างละเอียดแล้วก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
มันเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ไม่ไกลจากนั้นมีทะเลสาบน้ำพุวิญญาณเพียงแห่งเดียวในหุบเขา บริเวณโดยรอบก็เต็มไปด้วยหญ้าวิญญาณระดับสองที่เยอะที่สุดในหุบเขาแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ที่สุดแล้ว
เขานำไข่เต่าพฤกษาในถุงมิติออกมาวางเรียงกันทีละใบจนครบ
จากนั้นก็ใช้พลังวิเศษตรวจสอบสายเลือดของไข่แต่ละใบอย่างละเอียด ก่อนจะทำหน้ารุ่นคิด "สายเลือดที่เข้มข้นที่สุดก็หนีไม่พ้นสายเลือดเต่าพฤกษาตามคาด ส่วนระดับสายเลือดที่สูงสุดตอนแรกข้าคิดว่าน่าจะเป็นสายเลือดเสวียนอู่ซะอีก นึกไม่ถึงว่าจะเป็นแค่สายเลือดมังกรจระเข้ระดับหก ยังเทียบไม่ได้กับสายเลือดมังกรเพลิงของพวกแกะเพลิงชาดเลย"
"ช่างเถอะ ยังไงซะเป้าหมายก็แค่รอให้มันโตเต็มวัย แล้วเอาผลพฤกษาวิญญาณที่จะควบแน่นอยู่บนกระดองของพวกมันแค่นั้น คงไม่มีผลกระทบอะไรมากหรอก"
ความสามารถของพลังวิเศษนี้เรียบง่ายและตรงไปตรงมามาก นั่นก็คือการสกัดเอาสายเลือดออกมา เนื่องจากตอนนี้เฉินจิ่วเกอเป็นผู้ฝึกตนระดับจินตัน เขาจึงสามารถสกัดสายเลือดจากสัตว์อาคมตัวเดียวกันได้เพียงสามครั้งเท่านั้น
เขาคัดเลือกไข่ที่มีสายเลือดเข้มข้นที่สุดสองสายเลือดซึ่งไม่ใช่สายเลือดเต่าพฤกษา และสายเลือดมังกรจระเข้ที่อยู่ในระดับสูงสุดออกมา ทำการสกัดพวกมัน จากนั้นก็เลือกไข่เต่าพฤกษาสามใบที่มีพลังสายเลือดทั้งสามสายนี้เข้มข้นที่สุด เพื่อฉีดสายเลือดเหล่านั้นกลับเข้าไปทีละใบ
สายเลือดมังกรจระเข้ สายเลือดเต่าร้อยวิญญาณ สายเลือดเต่าแสงกระจ่าง
เพียงชั่วพริบตา ไข่ทั้งสามใบก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
อย่างแรกคือไข่เต่าพฤกษาที่มีสายเลือดมังกรจระเข้ ตอนนี้มันมีขนาดใหญ่ขึ้นเกือบสามเท่า เปลือกไข่ที่เคยเป็นสีฟ้าอมเขียวก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม แค่สัมผัสจากกลิ่นอายก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้านี่ไม่ใช่สัตว์สายพันธุ์เดียวกับเต่าพฤกษาอีกต่อไปแล้ว
ส่วนไข่อีกสองใบก็มีสภาพคล้ายๆ กัน เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เห็นชัดเจนเท่ากับไข่ที่มีสายเลือดมังกรจระเข้ใบนี้
หลังจากนำสายเลือดเต่าพฤกษาที่อยู่ในไข่ทั้งสามใบซึ่งถูกฉีดสายเลือดชนิดอื่นเข้าไป สกัดออกมาแล้วฉีดเข้าไปในไข่อีกใบแทน ด้วยวิธีนี้ ราชาแห่งเต่าพฤกษากลุ่มนี้ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เฉินจิ่วเกอก็เก็บไข่ทั้งสามใบนั้นขึ้นมา แล้วเหาะเหินเดินอากาศไปยังมุมลับตาคนแห่งหนึ่งในหุบเขา
ที่นี่คือดินแดนลับขนาดเล็กที่เฉินจิ่วเกอสร้างขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อใช้เก็บสัตว์อาคมที่มีสายเลือดพิเศษเหล่านั้นโดยเฉพาะ
ไม่อย่างนั้นเจ้าของฟาร์มที่ครอบครองหุบเขาขนาดใหญ่แห่งนี้จะยากจนขนาดนี้ได้อย่างไร หินวิญญาณจำนวนมหาศาลล้วนถูกใช้ไปกับการซื้อดินแดนลับขนาดเล็กแห่งนี้เพื่อเป็นที่อยู่ของเหล่าสัตว์อาคมพิเศษนั่นเอง
สัตว์กลายพันธุ์ของแกะเพลิงชาดทั้งสามตัว ได้แก่ อสูรมังกรเพลิงที่มีสายเลือดมังกรเพลิง อสูรเพลิงที่มีสายเลือดอสูรเพลิง และอสูรมายาที่มีสายเลือดมายา
(เรื่องชื่อขอให้ทุกคนทำใจกันสักนิด)
นอกจากอสูรมายาที่มีสายเลือดมายาซึ่งยังพอดูเป็นแกะอยู่บ้าง อีกสองตัวที่เหลือก็ไม่เหลือเค้าโครงของความเป็นแกะอีกเลย
อสูรมังกรเพลิงมีเกล็ดขึ้นเต็มตัว กีบเท้าทั้งสี่กลายเป็นกรงเล็บสี่แฉก บนหัวมีตุ่มเล็กๆ ปูดขึ้นมา มันสามารถยืนสองขาได้ราวกับมนุษย์ ส่วนอสูรเพลิงก็มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับปีศาจจากชาติที่แล้วไม่มีผิด หากไปบอกใครว่าพวกมันคือแกะเพลิงชาด คงไม่มีใครเชื่ออย่างแน่นอน
นอกจากสัตว์กลายพันธุ์ทั้งสามตัวนี้แล้ว ในหุบเขายังมีสัตว์กลายพันธุ์ของกระต่ายหิมะอีกสองตัว สัตว์กลายพันธุ์ของสุนัขขนทองอีกสองตัว และยังมีสัตว์กลายพันธุ์ของไก่วิญญาณที่เขาเลี้ยงไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ระดับจู้จีอีกด้วย
เพียงแต่ไก่วิญญาณกลายพันธุ์ตอนนี้เหลือเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น อีกสองตัวถูกขายไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยเงินทุนที่ได้จากการขายไก่วิญญาณกลายพันธุ์สองตัวนี้ ผนวกกับความช่วยเหลือจากพ่อแม่และคนในตระกูล เขาจึงสามารถกว้านซื้อหุบเขาอันกว้างใหญ่แห่งนี้มาเป็นของตัวเองได้ตั้งแต่ยังอยู่แค่ระดับจินตัน
ไก่วิญญาณตัวนี้มีสายเลือดมังกรเพลิงอยู่ในตัวอย่างเข้มข้นมาก เมื่อสิบปีก่อนมันได้ผ่านทัณฑ์อัสนีระดับจินตัน และกลายร่างจากไก่วิญญาณไปเป็นพญางูมังกรเพลิง เพียงแต่พญางูมังกรเพลิงตัวนี้ดูจะโตไม่เต็มที่ นอกจากขนาดตัวจะเล็กไปสักหน่อยแล้ว บางครั้งมันก็ยังแสดงท่าทางเหมือนไก่ไม่มีผิด ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เฉินจิ่วเกอที่ตั้งใจจะทำสัญญากับมันให้เป็นสัตว์อาคมคู่กายรู้สึกรังเกียจเป็นอย่างมาก
ด้วยพลังวิเศษที่แข็งแกร่งขนาดนี้ สัตว์อาคมคู่กายที่มีสายเลือดแข็งแกร่งย่อมหาได้ไม่ยาก การไปทำสัญญากับตัวน่าอายแบบนี้ มันออกจะรับไม่ได้อยู่สักหน่อย
หลังจากลูบๆ คลำๆ พญางูมังกรเพลิงที่มีกลิ่นอายความเป็นไก่อย่างเต็มเปี่ยมตัวนี้อยู่ครู่หนึ่ง เฉินจิ่วเกอก็พบว่า การฉีดสายเลือดมังกรเพลิงที่สกัดมาจากไก่วิญญาณนับร้อยตัวเมื่อคราวก่อนเข้าไป ไม่ได้ช่วยยกระดับอะไรขึ้นมาเลย ดูเหมือนว่ามันจะมาถึงขีดจำกัดแล้ว
พลังวิเศษนั้นทรงพลังมากก็จริง แต่มันก็มีข้อจำกัดเช่นกัน อย่างเช่นการจำกัดจำนวนครั้งในการสกัดสายเลือด นอกเหนือจากนั้น การฉีดสายเลือดที่สกัดมาจากสัตว์อาคมชนิดเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็จะไปถึงจุดสิ้นสุดในสักวัน เพราะสายเลือดก็เปรียบเสมือนกับยีน ไม่ใช่ว่าฉีดเข้าไปเท่าไหร่ก็จะพัฒนาขึ้นเท่านั้น มันจะดูดซับเฉพาะส่วนที่ขาดหายไปเพื่อเติมเต็มสายเลือดให้สมบูรณ์เท่านั้นเอง
ใช้สัตว์อาคมสายพันธุ์อื่นที่มีสายเลือดมังกรเพลิง สกัดสายเลือดที่ต้องการออกมา แล้วค่อยฉีดเข้าไปใหม่ก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ
คำตอบคือทำไม่ได้ ถ้าทำได้จริงๆ ป่านนี้เฉินจิ่วเกอก็บินพุ่งทะยานไปไกลแล้ว
ต้องเข้าใจก่อนว่า หัวใจสำคัญของสำนักหมื่นอสูรก็คือการพึ่งพาสัตว์อาคมคู่กายเพื่อเพิ่มความเร็วในการฝึกฝน สัตว์อาคมคู่กายที่มีสายเลือดแข็งแกร่งมากๆ หนึ่งตัว สามารถช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้หลายเท่าตัวเลยทีเดียว
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเฉินจิ่วเกอในวัยเพียงร้อยปีเศษถึงสามารถไปถึงระดับจินตันขั้นสมบูรณ์ได้
เมื่อมองดูพญางูมังกรเพลิงตรงหน้าด้วยสายตารังเกียจ ในหัวของเฉินจิ่วเกอก็ผุดวิธีจัดการกับมันขึ้นมาสองวิธี วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือยกมันให้กับน้องสาวที่กำลังจะเดินทางมา อย่างน้อยมันก็กลายร่างเป็นพญางูมังกรแล้ว ถึงโอกาสที่จะกลายเป็นมังกรที่แท้จริงจะริบหรี่ แต่ระดับพญางูมังกรก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
แต่ถ้าเอาของพรรค์นี้ไปให้น้องสาว มันจะดูเป็นการดูถูกกันเกินไปหน่อยหรือเปล่า เพราะถึงยังไงมันก็วิวัฒนาการมาจากไก่วิญญาณ สติปัญญาจึงค่อนข้างต่ำ สัตว์อาคมระดับจินตันตัวนี้อย่าว่าแต่พูดเลย แค่ทำความเข้าใจภาษาคนก็ยังยาก
"ช่างเถอะ ลองดูว่าน้องสาวจะเอาไหม ถ้าไม่เอาก็ค่อยว่ากันอีกที อย่างน้อยมันก็เป็นถึงพญางูมังกรเพลิง น่าจะมีค่าหินวิญญาณอยู่ไม่น้อย เก็บไว้เป็นเงินทุนสำรองก็แล้วกัน" เฉินจิ่วเกอส่ายหัวกับตัวเองเงียบๆ
"พวกเจ้าก็เป็นสมาชิกเก่าแก่กันหมดแล้ว ดูแลไข่สามใบนี้ให้ดีๆ ล่ะ อย่าไปรังแกพวกมันเชียว โดยเฉพาะเจ้าพญางูมังกรเพลิงโง่ๆ ตัวนี้ เฝ้ามันไว้ให้ดีๆ อย่าปล่อยให้มันกินไข่ของข้าเข้าไป เข้าใจไหม" เฉินจิ่วเกอตะโกนสั่งเหล่าสัตว์อาคมรูปร่างประหลาดตรงหน้า
แม้พวกมันจะยังพูดไม่ได้ แต่พวกมันก็สามารถเข้าใจคำพูดของเฉินจิ่วเกอได้ และรู้ดีว่าใครคือเจ้านาย พวกมันจึงพยักหน้าพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง
หลังจากสั่งการและจัดแจงวางไข่ทั้งสามใบเรียบร้อยแล้ว เฉินจิ่วเกอก็ไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่นานนัก เพราะเขายังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ แถมตอนกลางคืนยังต้องกลับไปฝึกฝนอีก
การที่สำนักหมื่นอสูรสามารถครอบครองดินแดนในสวรรค์เพื่อตั้งเป็นสำนักได้แต่เพียงผู้เดียว แถมยังมีโลกใบเล็กๆ อยู่ในอาณัติอีกมากมาย เคล็ดวิชาที่ใช้ย่อมต้องมีความพิเศษเฉพาะตัว
เคล็ดวิชาพื้นฐานที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ เคล็ดวิชาลับหมื่นอสูร ก็คือหนึ่งในนั้น ผู้ฝึกตนจะสามารถทำสัญญากับสัตว์อาคมคู่กายได้หนึ่งตัวในทุกๆ ระดับพลังการฝึกฝนขั้นใหญ่ ยิ่งระดับสายเลือดและพลังการฝึกฝนของสัตว์อาคมแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ความเร็วในการฝึกฝนของผู้ฝึกตนก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
นอกเหนือจากนั้น ผู้ฝึกตนของสำนักหมื่นอสูรยังสามารถเลือกที่จะเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ ผู้ฝึกฝนกายา หรือนักดาบได้อย่างอิสระ เคล็ดวิชาพื้นฐานจะไม่เข้าไปแทรกแซง แถมยังช่วยเร่งความเร็วในการฝึกฝนให้เร็วขึ้นอีกต่างหาก นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สำนักหมื่นอสูรกลายเป็นมหาอำนาจในดินแดนสวรรค์
ในฐานะชายหนุ่มยุคใหม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทางไหนเดินสะดวกก็ต้องเลือกเดินทางนั้นอยู่แล้ว การเดินอ้อมโลกให้น้อยที่สุดต่างหากคือเส้นทางที่ถูกต้อง
[จบแล้ว]