- หน้าแรก
- แสวงบุญหลบภัยในยุทธภพเซียน
- บทที่ 2 วาสนาสีม่วงชั้นแปด
บทที่ 2 วาสนาสีม่วงชั้นแปด
บทที่ 2 วาสนาสีม่วงชั้นแปด
บทที่ 2 วาสนาสีม่วงชั้นแปด
"พวกพรรคมังกรเจ้าสมุทรมาแล้ว"
เมื่อได้ยินเสียงนี้ สีหน้าของซูเวยเวยก็เปลี่ยนไปทันที เธอรู้ดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น
เพราะพรรคมังกรเจ้าสมุทรจะมาที่นี่แทบทุกเดือน
ไม่มีทางที่เธอจะไม่คุ้นเคยกับพวกเขา
"เจ้าเข้าไปข้างในก่อนเถอะ"
เจียงฟานบอกกับซูเวยเวย เขารู้ดีว่าคนของพรรคมังกรเจ้าสมุทรล้วนแต่เป็นพวกดุร้ายและชั่วช้า หากพวกมันเห็นซูเวยเวยเข้า ไม่รู้ว่าเรื่องราวจะบานปลายไปถึงไหน
คำกล่าวที่ว่า "หญิงงามนำมาซึ่งภัยพิบัติ" คือความจริงที่พิสูจน์แล้วทุกยุคสมัย
"อืม"
ซูเวยเวยพยักหน้า เธอไม่ลังเลและหลบเข้าไปในห้องอย่างว่าง่าย
แต่เดิมการจ่ายค่าธรรมเนียมปกติเป็นหน้าที่ของพ่อและแม่ของเจียงฟาน แต่ในเมื่อท่านทั้งสองจากไปแล้ว หน้าที่นี้จึงตกมาเป็นของเจียงฟานโดยปริยาย
ปัง!
ประตูไม้ของบ้านอิฐที่ปิดแง้มไว้ถูกถีบเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ด้วยท่าทางที่หยาบคายและอวดดีเป็นที่สุด
จากนั้น ชายวัยกลางคนอายุประมาณสามสิบปี รูปร่างกำยำล่ำสัน สูงใหญ่ ไว้เคราเต็มคาง ก็เดินเข้ามา พร้อมกับลูกน้องที่สูงใหญ่ไม่แพ้กันอีกสามคน
ดวงตาของพวกมันแฝงไปด้วยรังสีอำมหิต เห็นชัดว่าเคยผ่านการฆ่าคนมาแล้ว
นอกจากนี้ แต่ละคนยังดูแข็งแกร่งเกินกว่าที่ชาวประมงธรรมดาจะเปรียบติด
"ไอ้หนู เจ้าช่างใจกล้านัก"
"รู้ว่าข้าจะมา ยังกล้าปิดประตูใส่อีก"
"หรือว่าเจ้าไม่อยากจะจ่ายค่าธรรมเนียมแล้ว?"
ชายวัยกลางคนจ้องเขม็งไปที่เจียงฟานด้วยสายตาดุร้าย แฝงไปด้วยเจตนาร้ายที่สัมผัสได้เลือนลาง
ราวกับว่าหากเจียงฟานกล้าเถียงแม้เพียงคำเดียว เขาจะต้องถูกทุบตีอย่างหนักแน่นอน
ชายผู้นี้คือหัวหน้าหน่วยของพรรคมังกรเจ้าสมุทร นามว่าเจิ้งเหวินปิง หรือที่ใครๆ ต่างเรียกกันว่า "นายท่านปิง"
เขามีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บค่าธรรมเนียมจากชาวบ้านในหมู่บ้านกุ้ยฮวาโดยเฉพาะ และชื่อเสียงด้านความโหดเหี้ยมของเขาก็เป็นที่เลื่องลือ
ชาวประมงนับไม่ถ้วนเคยถูกเขาทำร้ายจนปางตายมาแล้ว
"นายท่านปิง ผู้น้อยจะกล้าขัดขืนไม่จ่ายค่าธรรมเนียมได้อย่างไรกันครับ?"
"เพียงแต่ผู้น้อยเพิ่งหายจากอาการป่วยหนัก เลยยังไม่มีเวลาออกไปต้อนรับท่าน"
"ค่าธรรมเนียมได้เตรียมไว้พร้อมแล้ว ขอท่านโปรดรับไว้ด้วยครับ นายท่านปิง"
เจียงฟานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหยิบถุงผ้าที่บรรจุเหรียญทองแดงออกมาจากตัว
นี่คือค่าธรรมเนียมปกติที่ต้องจ่ายในเดือนนี้
และมันก็คือเงินแทบทั้งหมดที่เหลืออยู่ในครอบครัว
แม้จะไม่เต็มใจ แต่เขาก็ทำได้เพียงส่งมันให้เพื่อผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปก่อน
"โอ้ ช่างรู้ความนักนะ"
"ข้าได้ยินมาว่าพ่อแม่เจ้าเพิ่งเสียไปไม่กี่เดือนก่อน แถมยังเสียเงินทำศพไปไม่น้อย"
"ตอนนี้เจ้ายังหาเงินมาจ่ายค่าธรรมเนียมได้อีก หรือว่าเจ้าบังเอิญจับปลาล้ำค่าได้จนรวยขึ้นมาล่ะ?"
เจิ้งเหวินปิงหรี่ตาลง มองเจียงฟานด้วยความสงสัย
สิ่งที่เรียกว่าปลาล้ำค่านั้น คือปลาพิเศษที่เพาะพันธุ์ในทะเลสาบอวิ๋นเมิ่งอันกว้างขวางแปดร้อยหลี่ มันเป็นของล้ำค่าตั้งแต่หัวจรดหาง
ปลาล้ำค่าเพียงตัวเดียวสามารถขายได้ในราคาไม่ต่ำกว่าสิบตำลึงเงิน
หากชาวประมงคนไหนจับปลาล้ำค่าได้สักตัว เขาก็ไม่จำเป็นต้องทำงานไปตลอดทั้งปีเลยทีเดียว
แต่น่าเสียดายที่ปลาล้ำค่านั้นหายากยิ่งนัก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของโชคชะตาที่ยากจะไขว่คว้า
"จะเป็นไปได้อย่างไรกันครับ?"
"ด้วยความสามารถของผู้น้อย ต่อให้เจอเข้าจริงๆ ก็คงไม่มีปัญญาจับมันได้หรอก"
"ที่ข้ายังพอมีเงินเหลืออยู่บ้าง ก็เพราะการประหยัดอดออมมาหลายปีเท่านั้นเอง"
"หากข้าจับปลาล้ำค่าได้จริงๆ ข้าต้องรีบเอาไปขายให้พรรคมังกรเจ้าสมุทรทันทีแน่นอน ไม่มีทางเก็บไว้เองหรอกครับ"
เจียงฟานแสร้งทำท่าทางนอบน้อมถ่อมตนอย่างถึงที่สุด
เขารู้ดีว่าโลกใบนี้ไม่ธรรมดา มันไม่ใช่เพียงราชวงศ์ศักดินาทั่วไป
ในโลกนี้มี "นักยุทธ์" ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ
กล่าวกันว่านักยุทธ์เหล่านี้สามารถปีนป่ายกำแพง กระโดดขึ้นหลังคา มีพละกำลังมหาศาล ผิวหนังคงกระพันต่อศาสตราวุธ
นักยุทธ์ระดับแนวหน้าถึงขั้นสามารถต่อสู้กับศัตรูนับหมื่น ฝ่ากองทัพไปกลับได้เจ็ดรอบโดยไร้รอยขีดข่วน
ไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่อยู่ไกลตัว แค่คนตรงหน้าอย่างเจิ้งเหวินปิงก็คือนักยุทธ์ กล่าวกันว่าคนธรรมดานับสิบก็ไม่อาจสู้เขาได้ในการต่อสู้ระยะประชิด
แม้แต่ลูกน้องสามคนของเขาก็สามารถรับมือคนธรรมดาได้คนละสิบคน
เดิมทีเขาก็อยากจะฝึกวุธเช่นกัน
แต่น่าเสียดายที่ค่าเล่าเรียนขั้นพื้นฐานเพื่อเข้าสำนักยุทธ์ต้องใช้เงินอย่างน้อยสิบตำลึงเงิน ซึ่งครอบครัวชาวประมงที่ยากจนไม่มีทางจ่ายไหว
"ดีมาก เจ้ารู้จักที่ต่ำที่สูง"
"ทะเลสาบอวิ๋นเมิ่งแปดร้อยหลี่นี้เป็นของพรรคมังกรเจ้าสมุทรของเรา"
"ปลาธรรมดาและปลาล้ำค่าที่เกิดในนี้ ขายให้พรรคมังกรเจ้าสมุทรได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น"
"หากใครบังอาจแอบเก็บปลาล้ำค่าไว้เอง นั่นถือเป็นโทษประหาร"
"ข้าดูแล้ว เจ้าคงไม่มีความกล้าพอจะทำเรื่องแบบนั้นหรอก"
เจิ้งเหวินปิงมองสำรวจเจียงฟานอย่างละเอียด แล้วมองไปยังกำแพงบ้านที่ว่างเปล่า ความสงสัยในใจจึงเริ่มจางหายไป
หากปลาล้ำค่าหาได้ง่ายขนาดนั้น ราคาก็คงไม่สูงลิบลิ่วเช่นนี้
อีกอย่าง อีกฝ่ายก็เป็นเพียงชายหนุ่ม ฝีมือการหาปลาย่อมสู้พวกชาวประมงเก่าแก่ไม่ได้
โอกาสที่เขาจะได้ปลาล้ำค่านั้นต่ำเกินไป
ความสงสัยของเขานั้นอาจจะมากเกินไปจริงๆ
"แน่นอนครับ ปลาที่พวกเราจับได้ ย่อมต้องขายให้พรรคมังกรเจ้าสมุทรเท่านั้น"
เจียงฟานพยักหน้า
นี่คือความบ้าอำนาจของพรรคมังกรเจ้าสมุทรอย่างไร้ข้อกังขา พวกมันคือเจ้าถิ่นตัวจริงแห่งทะเลสาบอวิ๋นเมิ่ง
ชาวประมงทุกคนที่หากินในทะเลสาบนี้ต้องจ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมให้พวกมัน
มิหนำซ้ำ ราคาปลาก็จะถูกพวกมันกดราคาจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
พวกมันจะขูดรีดเอาผลประโยชน์ไปถึงเจ็ดแปดส่วน
สิ่งที่ตกถึงมือชาวประมงจริงๆ นั้นเหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น
"อืม"
"ถ้าทุกคนรู้จักกฎเกณฑ์เหมือนเจ้า งานของพวกข้าคงง่ายขึ้นเยอะ"
"ถ้าในทะเลสาบอวิ๋นเมิ่งมีใครกล้ารังแกเจ้า ก็บอกชื่อข้าไปได้เลย"
เจิ้งเหวินปิงตบบ่าเจียงฟานด้วยความพึงพอใจ พร้อมกับให้คำสัญญาลมๆ แล้งๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงฟานก็ได้แต่หัวเราะเยาะในใจ พวกพรรคมังกรเจ้าสมุทรกลุ่มนี้ขยันเก็บเงินอย่างยิ่ง แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ พวกมันคงวิ่งหนีก่อนใครเพื่อน
หากเขาต้องหวังพึ่งพรรคมังกรเจ้าสมุทรให้มาช่วย สู้หวังให้ปลาโดดขึ้นเรือเองยังจะมีโอกาสมากกว่า
แน่นอนว่าเขาไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา
กับคนระดับล่างเช่นนี้ หากเขากล้าแสดงความไม่พอใจแม้เพียงนิดเดียว เขาคงถูกรุมซ้อมจนน่วม
ที่ทะเลสาบอวิ๋นเมิ่งแห่งนี้ พรรคมังกรเจ้าสมุทรคือกฎหมาย ไม่มีใครช่วยเขาได้
หลังจากกล่าวจบ เจิ้งเหวินปิงก็โบกมือแล้วเดินจากไปพร้อมลูกน้องสามคน เพราะเขายังมีงานล้นมือที่ต้องไปเก็บค่าธรรมเนียมจากบ้านชาวประมงหลังอื่นๆ
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเจิ้งเหวินปิงและพวกค่อยๆ หายลับไป ซูเวยเวยที่ซ่อนตัวอยู่อีกห้องก็ค่อยๆ ออกมาแล้วถามอย่างระมัดระวังว่า "พี่เจียง พวกคนเลวไปกันหมดหรือยังคะ?"
"ไปกันหมดแล้วล่ะ"
เจียงฟานพยักหน้า
พูดตามตรง การถูกข่มเหงเช่นนี้ทำให้เขาโกรธมาก ไฟแห่งความแค้นสุมแน่นอยู่ในอก
แม้แต่ในชาติที่แล้ว เขาก็ไม่เคยถูกรังแกขนาดนี้ มันช่างอัปยศอดสูเหลือเกิน
แม้ตอนนี้เขาต้องอดทนเพื่อเอาชีวิตรอด แต่เขาจะจดจำหนี้แค้นนี้ไว้ในใจไม่มีวันลืม
เขาจะหาทางเอาคืนให้จงได้ ไม่ช้าก็เร็ว
"แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีคะ? จ่ายค่าธรรมเนียมไปแล้ว ที่บ้านเราก็ไม่เหลือเงินเลยแม้แต่แดงเดียว"
ซูเวยเวยกล่าวด้วยความโศกเศร้า ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป
ตอนนี้ข้าวสารที่บ้านเหลือพอให้ประทังชีวิตได้เพียงสามวันเท่านั้น
หากไม่มีรายได้เข้ามาเพิ่ม พวกเขาคงต้องอดตายเป็นแน่
ตึก!
เจียงฟานกำลังจะเอ่ยปากพูด ทันใดนั้น ข้อมูลบางอย่างก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกของทะเลสติ: "ท่านได้สมัครใจจ่ายค่าธรรมเนียมปกติ ทำให้หัวหน้าหน่วยย่อยของพรรคมังกรเจ้าสมุทร เจิ้งเหวินปิง เกิดความพึงพอใจอย่างมาก เขามองว่าท่านไร้พิษสงและเป็นพลเมืองดี ท่านจึงรอดพ้นจากมหาเคราะห์ถึงแก่ชีวิต ท่านได้รับวาสนาชั้นแปด และแต้มโชคลาภหนึ่งร้อยแต้ม"
อะไรนะ?!
เมื่อได้รับข้อมูลนี้ หัวใจของเจียงฟานก็สั่นไหวอย่างรุนแรง เขานึกถึงชะตาลิขิตสวรรค์ขึ้นมาทันที คำว่า "มหาเคราะห์ไม่ตาย ภายหลังจักมีลาภผล" หมายถึงสิ่งนี้เองหรือ?
ตราบใดที่เขาก้าวข้ามภัยพิบัติมาได้ เขาจะได้รับวาสนาเป็นการตอบแทนอย่างแน่นอน
แต่วาสนาชั้นแปดนี้คืออะไรกันแน่ และแต้มโชคลาภนั้นมีไว้ทำอะไร?