เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ลิง

บทที่ 3 ลิง

บทที่ 3 ลิง


บทที่ 3 ลิง

เจี๊ยก เจี๊ยก เจี๊ยก

หลี่หยวนที่กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ภายในเต็นท์ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงอึกทึก

เขาเปิดซิปประตูเต็นท์ออกและพบว่ามีฝูงลิงกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้าตรงมาหาจากทางด้านนอก

ฝูงลิงเหล่านี้บุกรุกเข้ามาในเมือง พวกมันเคลื่อนที่ไปตามอาคารที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์ บางครั้งก็เด็ดผลไม้ที่ขึ้นตามผนังมาแทะกินเพียงไม่กี่คำแล้วขว้างทิ้งลงพื้น

เมื่อพวกมันเห็นหลี่หยวน มนุษย์ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ต่างก็พากันจ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลิงหลายตัวในฝูงเพิ่งจะเคยเห็นมนุษย์เป็นครั้งแรกในชีวิต

สำหรับพวกมันแล้ว เขาคือสัตว์ประหลาดชนิดใหม่ที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับพวกมันเอง

ลิงตัวน้อยสองสามตัวเดินเข้ามาใกล้ด้วยความใจกล้าและลองสัมผัสเครื่องมือที่วางระจัดกระจายของหลี่หยวน แต่พอเห็นสายตาของเขาจับจ้องมา พวกมันก็พากันวิ่งป่าราบกลับไปซบในอ้อมกอดของแม่ด้วยความหวาดกลัว

ส่วนลิงที่แข็งแรงกว่ากลับก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อยืนคุมเชิง ดูเหมือนพวกมันจะปฏิบัติกับเขาในฐานะภัยคุกคามที่ไม่รู้จัก

ไม่นานนัก ฝูงลิงก็แยกออกเป็นสองทาง และมีลิงชราตัวหนึ่งที่มีท่าทางอ่อนแรงตามวัยเดินออกมาจากกึ่งกลาง

ใบหน้าของลิงชราดูเศร้าหมองและหดหู่ถึงขีดสุด ขนของมันแห้งกรังไร้ซึ่งความเงางาม

สิ่งที่ทำให้หลี่หยวนต้องประหลาดใจก็คือ ลิงชราตัวนี้กำลังค้ำไม้เท้าเดิน และมีกล้องส่องทางไกลที่ผลิตจากโรงงานแขวนอยู่ที่เอว นอกจากนี้มันยังสวมกระโปรงรุ่มร่ามที่ทำจากหนังสัตว์เพื่อปกปิดร่างกายส่วนล่างเอาไว้ด้วย

หลี่หยวนรู้ดีว่าสิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร

ฝูงลิงกลุ่มนี้เรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือแล้ว และเริ่มมีแนวคิดเรื่องความอับอายเกิดขึ้นในหมู่พวกมัน

นี่คือเมล็ดพันธุ์แห่งวิทยาศาสตร์และวรรณกรรม ฝูงลิงเหล่านี้กำลังก้าวเดินอยู่บนเส้นทางแห่งวิวัฒนาการ

บางทีในเวลาไม่ถึงล้านปี ฝูงลิงกลุ่มนี้อาจวิวัฒนาการไปเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอารยธรรมเหมือนมนุษย์ และด้วยมรดกจากอารยธรรมมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ ระยะเวลานี้อาจจะสั้นลงยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ!

เมื่อลิงชราเดินออกมา ฝูงลิงรอบข้างเริ่มเกิดอาการกระวนกระวาย แต่พอลิงชราเคาะไม้เท้าลงกับพื้น ฝูงลิงก็สงบลงอีกครั้ง มันเดินมาหยุดตรงหน้าหลี่หยวนพร้อมกับแววตาที่แสดงความประหลาดใจ

มันเองก็คงไม่คาดคิดว่าอดีตเจ้าแห่งดวงดาวดวงนี้จะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

นานแค่ไหนแล้วที่มันไม่ได้เห็นมนุษย์

ลิงชราเองก็จำไม่ได้แล้วเช่นกัน

หลี่หยวนพยายามจะสื่อสาร ลิงตัวอื่นๆ ในฝูงอาจจะไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่ลิงชราตัวนี้กลับสามารถทำความเข้าใจท่าทางง่ายๆ บางอย่างของหลี่หยวนได้

เดิมทีหลี่หยวนต้องการถามลิงชราว่ารู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์คนอื่นๆ แต่ลิงชราได้แต่ส่ายหัว มันเองก็ไม่รู้อะไรเลยเช่นกัน

เมื่อวันนั้นมาถึง มันยังเป็นเพียงลูกลิงตัวเล็กๆ ความทรงจำเกี่ยวกับอดีตจึงแทบไม่หลงเหลืออยู่เลย

เมื่อไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม หลี่หยวนจึงตั้งใจจะจากไป

แต่ลิงชราขอให้หลี่หยวนรอก่อน ไม่นานนักก็มีลิงนับสิบตัวช่วยกันเข็นรถลากคันเล็กตรงมาที่นี่อย่างสนุกสนาน

บนรถลากคันนั้นมีรถมอเตอร์ไซค์วิบากวางอยู่หนึ่งคัน หากพิจารณาจากร่องรอยแล้ว ดูเหมือนความเสียหายจะไม่รุนแรงนัก และน่าจะยังใช้งานได้หลังจากซ่อมแซม

หลี่หยวนขึ้นไปคร่อมและพยายามจะสตาร์ทเครื่อง แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด เขาจึงพบว่าน้ำมันหมด

"ลิงพวกนี้คิดจะทำอะไรกันแน่ จะยกเจ้ารถคันนี้ให้ฉันงั้นเหรอ"

หลี่หยวนสงสัย "แต่รถคันนี้มันก็พังเหมือนกันนะ"

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลี่หยวนไม่มีเพื่อนร่วมทางเลยแม้แต่คนเดียว และเพื่อต่อสู้กับความเหงา เขาจึงเรียนรู้ที่จะพูดคุยกับตัวเอง

หลี่หยวนส่ายหัวตั้งใจจะเดินจากไป แต่ลิงชรากลับคว้าเขาไว้ด้วยมือที่สั่นเทา

"ยังมีอะไรอีกงั้นเหรอ"

เมื่อมองตามทิศทางที่ลิงชราชี้ไป หลี่หยวนก็เข้าใจบางอย่างขึ้นมาทันที

"ไปกันเถอะ"

ภายใต้การนำทางของฝูงลิง หลี่หยวนเดินทางข้ามเมืองไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน ในที่สุดพวกเขาก็ถึงจุดหมาย

มันคือบ้านพักตากอากาศในชนบทที่ถูกรุกรานโดยพืชพรรณต่างๆ จนเหลือเพียงโครงสร้างที่พอจะทรงตัวอยู่ได้ ภายใต้โครงสร้างนั้นมีอุโมงค์เหล็กขนาดมหึมาทอดตัวลึกลงไปยังหลุมหลบภัยใต้ดิน

หากไม่มีฝูงลิงนำทางมา เขาไม่มีทางหาที่แห่งนี้พบอย่างแน่นอน

ความมืดเข้าปกคลุม ลิงสองสามตัวจุดตะเกียงน้ำมันที่ทำจากไขสัตว์เพื่อส่องแสงสว่าง ฝูงลิงทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่ ทุกตัวจ้องมองมาที่หลี่หยวนและลิงชราซึ่งอยู่ตรงกลางด้วยสีหน้าที่หลากหลาย บ้างก็สงสัย บ้างก็มึนงง

หลุมหลบภัยแห่งนี้สร้างขึ้นตามมาตรฐานป้องกันภัยพิบัตินิวเคลียร์ ปิดผนึกอย่างแน่นหนา ตามทฤษฎีแล้วพวกลิงไม่น่าจะเข้าไปข้างในได้

ทว่าดูเหมือนจะเคยเกิดแผ่นดินไหวขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้เกิดรอยแยกในหลุมหลบภัยซึ่งเชื่อมต่อไปยังห้องเก็บเสบียง

ฝูงลิงกลุ่มนี้ค้นพบสถานที่แห่งนี้เข้าพอดี จึงใช้มันเป็นรังและเติบโตขึ้นด้วยอาหารจำนวนมหาศาลที่เก็บไว้ในห้องเสบียง รอมอเตอร์ไซค์วิบากคันก่อนหน้านี้ก็นำออกมาจากห้องเก็บของนี้เอง

ลิงชราชี้ไปยังประตูโลหะด้านข้างที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนมากมาย หลี่หยวนเข้าใจความหมายของมันได้ในทันที

ปรากฏว่าแม้จะมีรอยแยกในห้องเสบียงของหลุมหลบภัย แต่ส่วนอื่นๆ ยังคงถูกปิดตายด้วยประตูโลหะและไม่สามารถเข้าไปได้ ทำให้ฝูงลิงต้องติดอยู่แค่ภายในห้องเสบียงนี้เท่านั้น

ลิงชราพยายามมาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถเปิดประตูโลหะระบบไฮดรอลิกยุคอุตสาหกรรมนี้ได้

หลี่หยวนสัมผัสประตูโลหะที่ปิดสนิททว่าไม่พบวิธีที่จะเปิดมันออก

ชิปภายในล็อคอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความเสียหาย ทำให้มันถูกล็อคไว้อย่างถาวร และประตูโลหะนี้มีความหนาถึงครึ่งนิ้ว ซึ่งไม่มีทางที่จะเปิดออกได้ด้วยพละกำลังของมนุษย์

ลิงชราชี้ไปที่ประตู และหลี่หยวนก็ยักไหล่เพื่อสื่อว่าตอนนี้เขาก็ไร้ปัญญาเช่นกัน

แต่เมื่อเห็นเครื่องมือจำนวนมากที่กองอยู่ที่มุมห้องเสบียง หลี่หยวนก็นึกถึงวิธีแก้ออก

ตลอดหนึ่งเดือนต่อมา หลี่หยวนใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ร่วมกับฝูงลิง พวกลิงจะคอยนำผลไม้ป่าที่เก็บมาได้ในแต่ละวันและเนื้อสัตว์บางชนิดมาให้เขา ในขณะที่เขาก็ซ่อมแซมเครื่องมือทุกวัน ลิงชรายังส่งลิงที่ฉลาดตัวหนึ่งมาเป็นผู้ช่วยให้เขาด้วย

"อย่าขยับ ถือนิ่งๆ ไว้ รักษาความร้อนเอาไว้ อย่าให้มันกระจายตัว"

"น้ำมันในเครื่องพ่นไฟเหลือไม่มากแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะพลาดไม่ได้"

"ลิงตัวอื่นๆ ถอยไปห่างๆ ระวังจะโดนสะเก็ดไฟลวกเอา"

หลี่หยวนและลิงผู้ช่วยที่สวมหน้ากากเชื่อม กำลังใช้เครื่องพ่นไฟละลายและตัดตามส่วนที่เปราะบางของประตูโลหะ

แม้ว่าเขาจะออกคำสั่งออกไป แต่มีเพียงลิงชราเท่านั้นที่พอจะเข้าใจความหมายคร่าวๆ ของเขา

โชคดีที่ในฐานะจ่าฝูง ลิงชรามีบารมีสูงส่ง ลิงตัวอื่นๆ จึงยอมปฏิบัติตามคำสั่งของมันอย่างเคร่งครัด

เมื่อการตัดเริ่มต้นขึ้น สะเก็ดไฟจากเครื่องพ่นไฟกระเด็นวูบวาบ ตามมาด้วยเสียงหวีดหวิวของเลื่อยตัดเหล็ก ประกายไฟโลหะปลิวว่อนไปทั่ว ฝูงลิงจำนวนมากต่างพากันไปแอบอยู่ไกลๆ ลิงตัวเล็กบางตัวถึงกับปิดตาด้วยความหวาดกลัว

ลิงผู้ช่วยเองก็กลัวมากเช่นกัน แต่มันยังคงอดทนต่อไปแม้ว่าขนจะสั่นเทิ้มไปทั้งตัวก็ตาม

เคร้ง!

ประตูโลหะร่วงหล่นลงพื้น หลี่หยวนถอดหน้ากากออกและก้าวเข้าสู่ภายในหลุมหลบภัยใต้ดินแห่งนี้เป็นครั้งแรกอย่างแท้จริง

ลิงชราสั่งให้ลิงตัวอื่นๆ ห้ามเข้าไปข้างในเด็ดขาด โดยตัวมันเองยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู เพื่อรอให้หลี่หยวนเข้าไปสำรวจ

สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นร่องรอยสุดท้ายของมนุษยชาติ และมันเป็นการสมควรมากกว่าที่หลี่หยวนจะเข้าไปเพียงลำพัง

ภายในกว้างขวางมาก มีอุปกรณ์สารพัดชนิดจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบและดูเหมือนจะไม่ได้รับความเสียหาย ที่นี่ยังมีเครื่องปั่นไฟด้วย ดังนั้นในอนาคตเขาก็จะสามารถใช้ไฟฟ้าจากยุคอุตสาหกรรมได้เสียที เมื่อนึกถึงเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความร้อน และตู้เย็นที่เขาเคยใช้ได้อย่างอิสระแต่ต้องห่างเหินไปนาน หลี่หยวนก็แทบจะหลั่งน้ำตาออกมา

นอกจากนี้ยังมีแล็ปท็อปวางอยู่เครื่องหนึ่ง แล็ปท็อปที่อยู่ในหลุมหลบภัยย่อมต้องมีคุณภาพดีเยี่ยม และมันได้จัดเก็บข้อมูลจากสาขาวิชาการต่างๆ เอาไว้มากมาย ด้วยอานุภาพของการจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ แล็ปท็อปเครื่องเล็กๆ นี้อาจมีข้อมูลมากกว่าห้องสมุดทั้งแห่งเสียอีก!

และแน่นอนว่ามันยังบรรจุความบันเทิงรูปแบบต่างๆ จากยุคอารยธรรมไว้อีกด้วย ในที่สุดหลี่หยวนก็จะได้สัมผัสกลิ่นอายของอารยธรรมอย่างแท้จริงเสียที!

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลี่หยวนให้ความสนใจมากที่สุดคือโครงกระดูกมนุษย์ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กอยู่ตรงกึ่งกลาง

ข้างๆ โครงกระดูกนั้นมีปืนพกหนึ่งกระบอกและไดอารี่หนึ่งเล่มวางทิ้งไว้

จบบทที่ บทที่ 3 ลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว