- หน้าแรก
- อาจารย์ขี้เกียจ แต่ศิษย์โคตรเทพ
- บทที่ 9 ท่านอาจารย์สะเทือนใจยิ่งนัก
บทที่ 9 ท่านอาจารย์สะเทือนใจยิ่งนัก
บทที่ 9 ท่านอาจารย์สะเทือนใจยิ่งนัก
บทที่ 9 ท่านอาจารย์สะเทือนใจยิ่งนัก
ท่านบรรพบุรุษและท่านย่าบรรพบุรุษล้วนเป็นคนดีและเมตตาต่อพวกเขาอย่างยิ่ง
แม้ว่าท่านอาจารย์จะมีนิสัยเอาแต่ใจและค่อนข้างรักสวยรักงามไปบ้าง ทว่าเธอก็เป็นคนที่ปลอบโยนได้ง่าย
—หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เธอหลอกล่อได้ง่ายนั่นเอง
มิเช่นนั้น พวกเขาทั้งห้าหกคนคงไม่ปักหลักอยู่ที่สำนักบานเย็นแห่งนี้หรอก
สำนักบานเย็น ฟังดูแล้วเหมือนจะมีบารมียิ่งใหญ่ ทว่าด้วยจำนวนคนที่มีไม่ถึงสิบคน ย่อมไม่อาจก้าวขึ้นไปเป็นแม้แต่สำนักขนาดเล็กได้เลยด้วยซ้ำ
ทว่าพวกเขาทั้งหกต่างก็มีอดีตเป็นของตนเอง และสำนักบานเย็นก็คือสถานที่ที่เหมาะสมกับพวกเขาที่สุด
แม้ว่าทรัพยากรกว่าร้อยละเก้าสิบจะถูกทุ่มเทไปให้แก่มู่สือเย่ว์ แต่ก็ไม่มีใครปริปากบ่น
ถึงแม้จะลำเอียงไปบ้าง ทว่าท่านบรรพบุรุษทั้งสองก็น่ารักและมีเมตตามาก
ใครจะไปคาดคิดว่าพวกท่านจะมาด่วนจากไปกะทันหันเช่นนี้!
ซินจินรุ่ยเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง "ท่านบรรพบุรุษทั้งสองสิ้นชีพลงอย่างกะทันหันเช่นนี้ได้อย่างไร"
"มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก" ฉินอีเว่ยสูดน้ำมูกแล้วเอ่ยด้วยเสียงสะอื้น "ท่านบรรพบุรุษเดินทางไปยังแดนเร้นลับอัคคีโลกันตร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่อันตรายอย่างยิ่ง"
แดนเร้นลับอัคคีโลกันตร์ มีดัชนีความอันตรายถึงสามดาว
อย่าได้ดูแคลนสามดาวนั้นเชียว เพราะหากมิใช่ยอดฝีมือระดับก่อเกิดวิญญาณขึ้นไป ย่อมไม่มีใครกล้าเหยียบย่างเข้าไปแม้แต่น้อย
แม้ว่าเหนือระดับก่อเกิดวิญญาณจะยังมีระดับถอดกายทิพย์ ระดับแปรวิญญาณ ระดับรวมร่าง ระดับผ่านทัณฑ์ และระดับมหายาน ทว่าระดับก่อเกิดวิญญาณก็ยังถือว่าเป็นยอดฝีมือในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้แล้ว
ยอดฝีมือที่อยู่เหนือระดับถอดกายทิพย์ขึ้นไปนั้นมีจำนวนเพียงหยิบมือเดียว
นับตั้งแต่เทพธิดาตุลาการล้มเหลวในการจุติเป็นเซียนเมื่อหนึ่งพันปีก่อน ตำแหน่งยอดฝีมือในโลกแห่งการฝึกตนก็เกิดช่องว่างขนานใหญ่
ยอดฝีมือในระดับผ่านทัณฑ์และระดับมหายานนั้นสามารถนับนิ้วได้เลยทีเดียว
ในช่วงหนึ่งพันปีที่ผ่านมานี้ ไม่มีผู้ใดสามารถบรรลุเซียนได้สำเร็จแม้แต่คนเดียว
แม้ว่าแดนเร้นลับอัคคีโลกันตร์จะไม่อาจเทียบชั้นกับแดนเร้นลับที่เทพธิดาตุลาการทิ้งไว้ได้ ทว่าสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปแล้ว มันก็คือสถานที่ที่อันตรายถึงชีวิต
ดังนั้น การที่ท่านบรรพบุรุษทั้งสองจะสิ้นชีพลงที่นั่นจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก
ถึงจะเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ยังคงโศกเศร้าอย่างยิ่งเมื่อคนใกล้ชิดต้องด่วนจากไป
ซินจินรุ่ยเอ่ยถามขึ้นทันควัน "ท่านอาจารย์ทราบเรื่องนี้หรือยัง"
"ทราบแล้ว" ฉู่จิงจั๋วพยักหน้า
"ท่านอาจารย์ทราบแล้วงั้นรึ?!" ซินจินรุ่ยเบิกตากว้าง "แต่ท่านอาจารย์..." ดูไม่เหมือนคนกำลังโศกเศร้าเลยสักนิด!
ฉินอีเว่ยเองก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย
ท่านอาจารย์ดูสงบนิ่งเกินไป ราวกับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ฉู่จิงจั๋อมองทั้งสองด้วยสายตาลึกซึ้ง แววตาของเขาเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง
"ท่านอาจารย์น่ะ เสียใจจนเกินขีดจำกัดไปแล้วต่างหาก!"
"หา?"
ทั้งสองหันมามองหน้ากันด้วยความฉงน
ท่านอาจารย์เสียใจจนเกินขีดจำกัดงั้นรึ?
พวกเรามองไม่ออกเลยสักนิด!
ฉู่จิงจั๋วถอนหายใจด้วยความสลดใจอย่างลึกซึ้ง "หากท่านอาจารย์ไม่เศร้าโศกเสียใจถึงเพียงนั้น เธอคงไม่มีทางสยบเสือกลืนวิญญาณตัวนั้นลงได้อย่างแน่นอน!"
"อะไรนะ?!" ซินจินรุ่ยอุทาน "นั่นน่ะรึ—เสือกลืนวิญญาณตัวนั้นน่ะรึ?!"
"ใช่แล้ว" ฉู่จิงจั๋วพยักหน้ายืนยัน "ตัวนั้นแหละ"
เขายิ้มขื่น "มิเช่นนั้น เจ้าคิดว่าเหตุใดเสือกลืนวิญญาณถึงได้ว่าง่ายนักเล่า ก็เพราะถูกท่านอาจารย์ซ้อมจนยอมสยบอย่างไรเล่า"
นอกเหนือจากเรื่องนั้นแล้ว ก็เป็นเพราะฝีมือของท่านอาจารย์นั้น... ยอดเยี่ยมมาก เสือกลืนวิญญาณจึงได้เชื่องถึงเพียงนี้
แม้จะเคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าฉินอีเว่ยก็ยังคงรู้สึกประหลาดใจและสับสนทุกครั้งที่ได้ยินซ้ำอีก
"ท่านอาจารย์มิได้อยู่ในระดับสร้างแกนลมปราณหรอกหรือ"
"ใช่" ฉู่จิงจั๋วพยักหน้า "ในยามที่โศกเศร้าถึงขีดสุด ท่านอาจารย์จึงระเบิดพลังที่เหนือกว่าระดับขั้นของตนเองออกมาโดยตรง!"
ซินจินรุ่ยพยักหน้าเห็นคล้อย "เรื่องนั้นย่อมเป็นไปได้"
ศักยภาพของมนุษย์นั้นไร้ขีดจำกัด!
ดังนั้น คำกล่าวที่ว่า "ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน" จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด!
ฉู่จิงจั๋วถอนหายใจยาว "ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครู่นี้ท่านอาจารย์ถึงกับเอ่ยปากให้ข้าออกจากสำนักด้วย!"
"อะไรนะ?!"
ทั้งซินจินรุ่ยและฉินอีเว่ยต่างตกตะลึง "ท่านอาจารย์ต้องการขับไล่เจ้าออกจากสำนักงั้นรึ?!"
"ไม่ใช่การขับไล่ข้าออกจากสำนักหรอก" ฉู่จิงจั๋อส่ายหน้า "เธอน่าจะต้องการยุบสำนักทิ้งมากกว่า"
"หา?!"
"ยุบสำนักงั้นรึ?!"
ฉินอีเว่ยร้อนรนขึ้นมาทันที "จะยุบสำนักไม่ได้เด็ดขาด! ไม่มีทาง!"
หากสำนักถูกยุบไป พวกเขาไมต้องกลับไปเผชิญกับความทุกข์ระทมเหมือนในชาติก่อนหรอกหรือ?!
ไม่มีทางเด็ดขาด!
เธอไม่มีวันยอมตกลงด้วยแน่!
"อย่าเพิ่งกังวลไป พอท่านอาจารย์เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ข้าก็รีบปล่อยโฮทันที ข้าร้องไห้อย่างหนักเลยล่ะ" ฉู่จิงจั๋วเอ่ยปลอบ "พอเห็นข้าร้องไห้ ท่านอาจารย์ก็เปลี่ยนใจและบอกว่าแค่ล้อเล่นเท่านั้น"
ฉินอีเว่ยรีบมองศิษย์น้องสี่ด้วยความชื่นชมทันที
แม้ฉู่จิงจั๋วจะเป็นคนขี้ขลาดและเก็บตัว มีอารมณ์ที่เปราะบางและอ่อนไหวง่าย ทั้งยังไม่ชอบเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้า ทว่าเขาก็ไม่ใช่คนขี้แย
เพื่อให้ท่านอาจารย์เปลี่ยนใจ เขาถึงกับยอมสลัดภาพลักษณ์ของตนเองทิ้งไปจนสิ้น!
ซินจินรุ่ยตบบ่าฉู่จิงจั๋วเบาๆ "แม้ท่านบรรพบุรุษจะจากไปแล้ว แต่พวกเรายังอยู่ที่นี่!"
ฉินอีเว่ยพยักหน้า "ใช่แล้ว ตราบใดที่ท่านอาจารย์ยังอยู่ สำนักก็จะยังคงอยู่ และพวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป!"
ขอเพียงท่านอาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ นั่นหมายความว่าสิ่งต่างๆ ได้เปลี่ยนไปจากชาติก่อนแล้ว
พวกเขาจะต้องเปลี่ยนเส้นทางชีวิตในอดีตให้ได้!
ฉินอีเว่ยสาบานในใจว่าเธอจะปกป้องท่านอาจารย์และเหล่าศิษย์น้องให้ได้ และจะไม่มีวันยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด!
ฉู่จิงจั๋วพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ ข้าก็คิดเช่นนั้น"
ดวงตาของเขาแดงก่ำเล็กน้อย "ดังนั้น อย่าไปมองว่าท่านอาจารย์ดูสงบนิ่งเพียงใด ความจริงแล้วในใจของเธอนั้นเศร้าโศกยิ่งนัก"
ฉินอีเว่ยและซินจินรุ่ยต่างพยักหน้าเห็นพ้อง
ใช่แล้ว หากมิใช่เพราะความโศกเศร้าอย่างที่สุด เธอจะมีความคิดที่จะยุบสำนักทิ้งได้อย่างไร
ความเจ็บปวดของบางคนไม่ได้แสดงออกมาทางคำพูดหรือสีหน้า
พวกเขาอาจจะดูเป็นปกติเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น ทว่าเมื่ออยู่เพียงลำพัง อารมณ์ที่เก็บกดไว้จะพรั่งพรูออกมา
ฉินอีเว่ยรู้สึกละอายใจที่แอบสงสัยในตัวท่านอาจารย์เมื่อครู่นี้
เธอสงสัยในความรู้สึกที่ท่านอาจารย์มีต่อท่านบรรพบุรุษได้อย่างไรกัน?
"ใช่แล้ว ท่านอาจารย์ต้องเสียใจมากแน่ๆ มิเช่นนั้นเธอคงไม่มอบหินวิญญาณทั้งหมดให้พวกเราหรอก!" ซินจินรุ่ยกล่าวพลางก้มมองหินวิญญาณระดับกลางในมือ
ฉินอีเว่ยเองก็เม้มปากแล้วเอ่ยว่า "เมื่อครู่นี้ท่านอาจารย์ก็มอบผลึกอัคคีแดงทั้งหมดให้พวกเรา เธอบอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องใช้มันแล้ว!"
ซินจินรุ่ยขมวดคิ้วมุ่น
เมื่อก่อน ของดีร้อยละเก้าสิบมักจะตกอยู่ในมือของท่านอาจารย์เสมอ
ทว่าวันนี้ ท่านอาจารย์กลับมอบสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ให้แก่พวกเขาทั้งหมด!
ต้องรู้ก่อนว่า เมื่อก่อนท่านอาจารย์มีความทะเยอทะยานในการเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างบ้าคลั่ง
แต่ตอนนี้ แม้แต่ผลึกอัคคีแดงที่สามารถช่วยเพิ่มพลังฝีมือได้ เธอก็ยังไม่ต้องการ นั่นยังไม่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์อีกหรือ?
"ท่านอาจารย์ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจนั้นคงแหลกสลายจนเป็นรูพรุนไปหมดแล้ว!" ฉู่จิงจั๋วเหลียวมองกลับเข้าไปด้านใน "สิ่งที่พวกเราทำได้คือการนิ่งเงียบไว้ และทำราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น"
ฉินอีเว่ยพยักหน้า "ท่านอาจารย์อาจจะไม่อยากบำเพ็ญเพียรไปสักพัก แต่พวกเราจะละเลยไม่ได้เด็ดขาด!"
ไม่ว่าจะอย่างไร พละกำลังคือรากฐานที่สำคัญที่สุด!
เพื่อจะเปลี่ยนโชคชะตาจากชาติก่อน พวกเขาต้องขยันฝึกซ้อมให้หนักกว่าเดิม!
"ใช่ ในเมื่อท่านบรรพบุรุษทั้งสองจากไปแล้ว พวกเราต้องช่วยกันประคับประคองสำนักบานเย็น! พวกเราต้องปกป้องท่านอาจารย์ให้ได้!" ฉู่จิงจั๋วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เมื่ออาเจ๋อและคนอื่นๆ กลับมา พวกเราต้องเตือนพวกเขาด้วย"
"ตกลง!"
ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็สรุปความเห็นตรงกัน
—ทุกคนจะต้องตามใจมู่สือเย่ว์ ไม่เอ่ยถึงเรื่องที่ทำให้เธอต้องเศร้าใจ และจะต้องตั้งใจบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก!
มู่สือเย่ว์ซึ่งกำลังเพลิดเพลินกับมื้ออาหารอย่างมีความสุข ไม่รู้เลยว่าเธอไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากสิ่งใด ลูกศิษย์ของเธอก็ช่วยเติมเต็มช่องว่างที่ไร้เหตุผลเหล่านั้นให้จนครบถ้วนแล้ว!
นี่ก็ถือเป็นเรื่องดี อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องแสร้งทำเป็นโศกเศร้า
เธอร้องไห้ออกมาไม่ได้จริงๆ
ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนใจจืดใจดำ ทว่าเธอผ่านโลกมามากจนเห็นเรื่องพรรค์นี้เป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว
เส้นทางสู่ความเป็นอมตะย่อมมีคลื่นลมรุนแรงเป็นธรรมดา
อีกอย่าง ในเมื่อเธอมาเกิดใหม่ที่นี่ บางทีครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกของเจ้าของร่างเดิมอาจจะกำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้?
มู่สือเย่ว์ไม่รู้สิ่งใดเลย เธอรู้เพียงว่าหลังจากลูกศิษย์ทั้งสามออกไปและกลับเข้ามา สีหน้าของแต่ละคนดูประหลาดไปเล็กน้อย
แต่เธอไม่ใส่ใจ
หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว เธอก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เธอลูบท้องเบาๆ แล้วเดินกลับไป—นอน!
เธอไม่รู้เลยว่าเมื่อทราบว่าเธอจะไปนอน สีหน้าของเหล่าลูกศิษย์ก็กลับมายากจะบรรยายอีกครั้ง
—เมื่อก่อนท่านอาจารย์ไม่เคยนอนเลยสักครั้ง!
เธอเคยมุมานะบำเพ็ญเพียรอย่างเอาเป็นเอาตาย
เธอมักจะกล่าวเสมอว่า ขอเพียงยังมีลมหายใจ ก็ต้องหมั่นเพียรฝึกฝนเข้าไว้!
แม้ว่ารากปราณห้าธาตุของท่านอาจารย์จะไร้ประโยชน์ยิ่งนัก ทว่าเธอและท่านบรรพบุรุษกลับเชื่อมั่นเสมอว่าความพยายามจะสามารถชดเชยพรสวรรค์ที่ขาดหายไปได้!
ทว่าตอนนี้ เธอถึงกับไปนอนงั้นรึ?!
ทั้งสามสบตากัน แววตาเต็มไปด้วยความสลดใจยิ่งกว่าเดิม
ท่านอาจารย์สะเทือนใจหนักหนาเกินไปแล้วจริงๆ!