เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 สกปรกเหลือเกิน

บทที่ 4 สกปรกเหลือเกิน

บทที่ 4 สกปรกเหลือเกิน


บทที่ 4 สกปรกเหลือเกิน

"ศิษย์พี่รอง ท่านกลับมาแล้วหรือ"

ฉู่จิงจั๋อมองไปทางฉินอีเวยที่มีเหงื่อท่วมกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวด้วยความแปลกใจ

"ท่านไม่ได้ไปตามหาหญ้าเหมันต์เงินหรอกหรือ ทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ"

เมื่อเห็นศิษย์น้องสี่ของตนยังอยู่ดีมีสุข หัวใจที่เคยเย็นเยียบของฉินอีเวยก็เริ่มอบอุ่นขึ้นมาบ้าง

ศิษย์น้องสี่ยังไม่เป็นอะไร! เขายังไม่ได้รับบาดเจ็บ!

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อดูจากสีหน้าของศิษย์น้องสี่แล้ว ท่านอาจารย์ก็น่าจะยังปลอดภัยดีเช่นกัน

เธอกลับมาทันเวลา!

เธอกลับมาก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น!

ใช่แล้ว ฉินอีเวยคือผู้ที่กลับชาติมาเกิดใหม่

ในชาติที่แล้ว เธอคือบุตรสาวที่แท้จริงของตระกูลจ้าว แต่กลับพลัดพรากจากครอบครัวมาตั้งแต่เยาว์วัยและเติบโตขึ้นในชนบท

ต่อมาด้วยพรหมลิขิตชักนำ เธอจึงถูกท่านบรรพบุรุษรับมาเลี้ยงดูและกลายเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์ไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมาย ซ้ำยังเป็นคนเย่อหยิ่งและรักสวยรักงาม

อย่างไรก็ตาม ท่านบรรพบุรุษทั้งสองดีต่อพวกเธอมาก รวมถึงเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องด้วยกันเอง เธอจึงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขไม่น้อย

แต่แล้ว ทุกอย่างกลับหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน!

ในวันนี้ของชาติที่แล้ว ท่านบรรพบุรุษได้สิ้นชีพลง!

สำนักบานเย็นถูกทำลายย่อยยับด้วยน้ำมือของสัตว์อสูร!

ท่านอาจารย์เสียชีวิต!

เมื่อเธอกลับมาถึงในชาติก่อน เธอทำได้เพียงช่วยชีวิตศิษย์น้องสี่ที่ถูกซากปรักหักพังทับจนร่อแร่ใกล้สิ้นใจไว้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

นั่นคือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมสำหรับพวกเขาทั้งหกคน!

เพราะสำนักบานเย็นล่มสลาย พวกเขาทั้งหกคนจึงต้องพากันระหกระเหินไปเข้าสังกัดสำนักอื่น

หลังจากที่เธอเข้าสำนักใหม่ได้ไม่นาน ตระกูลจ้าวก็ตามหาเธอจนพบ

เธอคิดว่าในที่สุดจะได้กลับไปหาพ่อแม่ที่แท้จริงเสียที แต่กลับคาดไม่ถึงเลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของการตกสู่นรกอเวจี!

บุตรสาวตัวปลอมที่สลับตัวกับเธอนั้นมีพรสวรรค์ไม่ด้อยไปกว่าเธอเลย และด้วยการสนับสนุนจากทรัพยากรของตระกูลจ้าว ทำให้ระดับการบำเพ็ญเพียรของนางสูงส่งยิ่งนัก

หลังจากฉินอีเวยกลับเข้าบ้าน เธอถูกบุตรสาวตัวปลอมกลั่นแกล้งและปองร้ายด้วยวิธีการต่างๆ นานา

ในภายหลัง เธอถึงขั้นถูกส่งตัวไปยังดินแดนปีศาจ!

ท้ายที่สุด เธอก็ถูกขุนพลปีศาจผู้โหดเหี้ยมทรมานจนถึงแก่ความตาย!

ก่อนจะถูกส่งตัวไปให้ขุนพลปีศาจ เธอได้รับรู้ข่าวคราวของศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นๆ

ไม่มีใครมีชีวิตที่ดีไปกว่าเธอเลย แต่ละคนต่างมีโศกนาฏกรรมเป็นของตัวเอง

อาจกล่าวได้ว่าเธอคือคนสุดท้ายที่สิ้นลม

เธอไม่คาดคิดเลยว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอจะย้อนกลับมาในวันนี้ของชาติที่แล้ว!

เธอไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีก รีบบึ่งกลับมาทันทีเพราะกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย!

แม้ฝีมือของท่านอาจารย์จะธรรมดาและไม่ได้สูงส่งไปกว่าพวกเธอเท่าใดนัก แต่ตราบใดที่ท่านอาจารย์ยังอยู่ สำนักก็ยังคงอยู่

ตราบใดที่พวกเขาไม่ทิ้งสำนักและร่วมแรงร่วมใจกัน โศกนาฏกรรมในชาติก่อนย่อมไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอน!

ด้วยความคิดที่ตีกันยุ่งอยู่ในหัว ฉินอีเวยไม่สนสิ่งใดทั้งสิ้น รีบละล่ำละลักถามฉู่จิงจั๋วว่า "ท่านอาจารย์อยู่ที่ไหน"

"ท่านอาจารย์กำลังพักผ่อนอยู่ข้างใน..."

"ไม่ได้การ เราต้องรีบไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!" ฉินอีเวยพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เดี๋ยวนี้ ทันทีเลย!"

ฉู่จิงจั๋วเหวอไปเล็กน้อยพลางกำไม้กวาดในมือแน่น "เอ๋? ทำไมเราต้องไปล่ะครับ"

อีกอย่าง ถ้าพวกเขามีที่อื่นให้ไป ก็คงไม่ทนอยู่ที่นี่กันหรอก

"ฉันไม่มีเวลาอธิบายอะไรตอนนี้ บอกได้แค่ว่าที่นี่อันตรายมาก! เราต้องหนีไปเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่ไปตอนนี้จะสายเกินไป!"

ฉินอีเวยร้อนใจจนแทบบ้า

เธอไม่รู้เวลาที่แน่นอนว่าสัตว์อสูรจะมาถึงเมื่อไหร่ในชาติที่แล้ว แต่ต้องเป็นวันนี้แน่ๆ!

ในขณะที่สัตว์อสูรยังมาไม่ถึง พวกเขาต้องรีบหนีไปให้เร็วที่สุด!

ฉู่จิงจั๋วเริ่มลนลานตามศิษย์พี่รองของตน "ถ้าอย่างนั้นผมจะไปตามท่านอาจารย์..."

แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมถึงอันตราย แต่ในเมื่อศิษย์พี่รองร้อนรนขนาดนี้ หนีไปก่อนก็น่าจะดีกว่า

ฉินอีเวยรีบวิ่งไปยังห้องที่ท่านอาจารย์พักอยู่ หมายจะพามู่สือเย่ว์หนีไปให้ได้

แต่เธอเพิ่งจะก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงบางอย่างแหวกอากาศดังมาจากทางด้านหลัง

เธอหันขวับไปมอง และดวงตาก็หดเกร็งขึ้นทันที ใบหน้าถอดสีขาวซีดในชั่วพริบตา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

"เสือกลืนวิญญาณ!"

หัวใจของฉินอีเวยเต้นผิดจังหวะ เลือดในกายเย็นเฉียบ

นี่มันคือเสือกลืนวิญญาณระดับจุติวิญญาณเชียวนะ!

เสือกลืนวิญญาณตัวนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าท่านบรรพบุรุษเสียอีก!

ดังนั้น ในชาติก่อนสำนักถึงได้ถูกทำลายด้วยน้ำมือของเสือกลืนวิญญาณตัวนี้เองหรือ?!

ในใจของฉินอีเวยร้องตะโกนว่าอันตราย ขณะที่เธอพยายามขยับร่างกายที่แข็งทื่อ "เร็วเข้า ไปหาท่านอาจารย์!"

ทว่าเธอมีระดับเพียงขั้นสร้างฐานเท่านั้น จะไปเทียบความเร็วกับเสือกลืนวิญญาณที่ระดับสูงกว่าเธอหลายขั้นได้อย่างไร

เพียงไม่กี่อึดใจ เสือกลืนวิญญาณก็ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม

ใบหน้าของฉินอีเวยมืดมนไร้สีเลือด

จบสิ้นแล้ว!

สายเกินไปเสียแล้ว!

หรือว่าการกลับชาติมาเกิดครั้งนี้ นอกจากเธอจะช่วยท่านอาจารย์และศิษย์น้องไม่ได้แล้ว เธอยังต้องมาตายไปพร้อมกับพวกเขาด้วยอย่างนั้นหรือ?!

ไม่!

เธอไม่ได้เกิดใหม่เพื่อมาดูโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นซ้ำซากหรอกนะ!

พรสวรรค์ที่แฝงอยู่ของฉินอีเวยระเบิดออกมา เธอพุ่งตัวไปยังห้องของท่านอาจารย์ด้วยความเร็วที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

"ศิษย์น้อง เจ้าหนีไปก่อน!" เธอตะโกนก้อง

ปัง!

เธอพังประตูเข้าไปในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง พลางกรีดร้องสุดเสียง "ท่านอาจารย์ หนีเร็วเข้า!"

มู่สือเย่ว์ที่นอนอยู่ข้างในสะดุ้งตกใจ "เกิดอะไรขึ้น"

"เสือกลืนวิญญาณมาแล้ว! หนีเร็ว!" ฉินอีเวยพุ่งไปประชิดตัวมู่สือเย่ว์ราวกับสายลม คว้าแขนเธอไว้เตรียมจะเผ่นหนี

แต่มู่สือเย่ว์กลับจับแขนเธอไว้และไม่ขยับเขยื้อน "เสือกลืนวิญญาณเหรอ"

ฉินอีเวยแทบจะเสียสติ "หนีสิ! ไม่อย่างนั้นเราจะตายกันหมด!"

เธอร้อนใจจนอกจะแตกอยู่แล้ว

เวลาเจออันตราย สิ่งแรกที่ต้องทำคือหนีไม่ใช่หรือไงกัน?!

ฉินอีเวยรู้อยู่แล้วว่าท่านอาจารย์ไม่ใช่คนฉลาดหลักแหลมนัก แต่เสือกลืนวิญญาณมันมาจ่ออยู่หน้าประตูแล้ว เธอยังจะมาโอ้เอ้อยู่อีก นี่กะจะรอความตายหรืออย่างไรกัน?!

เธอร่ำร้องอยู่ในใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความหวาดกลัวที่เกาะกินหัวใจ

"โฮก"

เสียงคำรามที่ดังขึ้นในระยะประชิดทำให้ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับคนตาย ฟันของเธออดไม่ได้ที่จะกระทบกันดังกรอดๆ

จบสิ้นแล้ว!

คราวนี้จบเห่จริงๆ แล้ว!

เมื่อเห็นเสือกลืนวิญญาณที่หน้าประตูกำลังก้าวเท้าเข้ามาข้างใน เธอรู้สึกสิ้นหวังจนสูญเสียแม้กระทั่งความกล้าที่จะขัดขืน

"หยุดนะ ห้ามเข้ามาข้างใน"

สุ้มเสียงใสแจ๋วดังขึ้นจากข้างกายเธอ

เสือกลืนวิญญาณที่ตั้งท่าจะก้าวเข้ามาหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที

ดวงตาของฉินอีเวยเบิกกว้างราวกับระฆังทองเหลือง!

"โฮก"

"ทำไมแกถึงมาที่นี่อีกแล้วล่ะ" มู่สือเย่ว์บ่นพึมพำพลางขมวดคิ้ว

"โฮก"

เสือกลืนวิญญาณอ้าปากแล้วพ่นหินสีแดงสวยงามก้อนหนึ่งออกมา

จากนั้น มันก็ใช้อุ้งเท้าเขี่ยหินก้อนนั้นมาให้ แล้วส่งเสียงร้องอย่างประจบเอาใจ "หงิง"

แม้แต่เสียงของมันก็ยังเปลี่ยนไป!

ฉินอีเวยจ้องเขม็งจนตาพร่า ลูกตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า

เธอค่อยๆ หันศีรษะที่แข็งทื่อกลับมา ลำคอส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด

แล้วเธอก็เห็นว่า ท่านอาจารย์ที่เธอกำลังตำหนิอยู่ในใจว่ารนหาที่ตาย กลับมีสีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์

"สกปรกเหลือเกิน"

สกปรกงั้นเหรอ?!

ฉินอีเวยสะบัดหน้ากลับไปมองจนเห็นลักษณะของหินก้อนนั้นชัดเจน แล้วเธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างแรง

หินอะไรกัน!

นี่มันคือหินผลึกโลหิต!

หินผลึกโลหิตสามารถนำไปใช้หลอมอาวุธวิเศษได้ หากช่างหลอมอาวุธมีฝีมือเก่งกาจพอ พวกเขาสามารถหลอมมันให้กลายเป็นเครื่องรางของขลังระดับยอดเยี่ยมได้เลย

หากมีฝีมือสูงส่งยิ่งกว่านั้น อาจจะหลอมเป็นศาสตราจิตวิญญาณได้ด้วยซ้ำ!

หินผลึกโลหิตขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารกที่มีคุณภาพดีเยี่ยมเช่นนี้ อย่างน้อยก็แลกหินวิญญาณระดับกลางได้หลายร้อยก้อน

หินวิญญาณระดับกลางของทั้งสำนักรวมกันยังไม่มากเท่านี้เลย!

อย่าว่าแต่หินผลึกโลหิตก้อนนี้ถูกพ่นออกมาจากปากของเสือกลืนวิญญาณเลย ต่อให้มันถูกขับถ่ายออกมา ผู้คนก็นับไม่ถ้วนต่างพากันแย่งชิงมันอยู่ดี!

แต่น่าเสียดายที่มู่สือเย่ว์ไม่ได้มองว่าหินผลึกโลหิตนี้มีค่าอะไรเลย

เธอยังคงแสดงท่าทีรังเกียจ "แกจะเอาเงินมาฟาดหัวฉันงั้นเหรอ"

"หงิง"

เสือกลืนวิญญาณส่งเสียงร้องอีกครั้ง แล้วพ่นหินผลึกโลหิตขนาดใกล้เคียงกันออกมาอีกก้อน ใบหน้าเสือของมันดูประจบสอพลออย่างเห็นได้ชัด

ฉินอีเวย: "..."

ฉินอีเวยกลายเป็นหินไปแล้ว!

"ไม่เอา ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเหนื่อยมาก" มู่สือเย่ว์ยังคงนิ่งเฉย "รอให้ฉันพักผ่อนให้พอก่อนเถอะ"

"ออกไปได้แล้ว!"

มู่สือเย่ว์จัดการเตะทั้งคนทั้งเสือออกไปทันที แม้แต่หินผลึกโลหิตก็ยังถูกเตะกระเด็นออกไปด้วย ก่อนจะปิดประตูดังปัง

เมื่อยืนอยู่ข้างเสือกลืนวิญญาณ ขนทั่วร่างของฉินอีเวยก็ลุกซู่ด้วยความสยดสยอง

จากนั้น เธอเห็นเสือกลืนวิญญาณยกอุ้งเท้าขึ้น

อันตราย!

จิตใต้สำนึกของเธอร่ำร้องอย่างบ้าคลั่ง แต่เธอกลับขยับตัวไม่ได้

วินาทีต่อมา เธอเห็นเสือกลืนวิญญาณเขี่ยหินผลึกโลหิตมาวางไว้ตรงหน้าเธอ จนเธออ้าปากค้างจนกรามแทบจะตกลงไปบนพื้น

จบบทที่ บทที่ 4 สกปรกเหลือเกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว