- หน้าแรก
- มีความรักไปทำไม สู้หนีไปทำฟาร์มดีกว่าเยอะ
- บทที่ 33 – หลังจากแม่มดจากไป
บทที่ 33 – หลังจากแม่มดจากไป
บทที่ 33 – หลังจากแม่มดจากไป
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่อง วันใหม่เริ่มต้นขึ้น
ที่บ้านหลังใหม่ของอลิซและเวท โรลด์ กลิ่นเนื้อย่างยังคงลอยฟุ้งทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น อากาศอุ่นๆ ที่แผ่ออกมาช่วยละลายหิมะรอบบริเวณบ้าน
จากคำเย้ยหยันกลายเป็นความอิจฉา จากความขุ่นเคืองกลายเป็นความริษยา... มันใช้เวลาเพียงไม่นาน
ตอนแรกชาวบ้านยังปลอบใจตัวเองว่า 'การรับของจากแม่มดจะนำพาหายนะมาให้' แต่หลายวันผ่านไป สองพี่น้องกลับมีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่คนอื่นหิวโหย พวกเธอกลับได้กินเนื้อแทบทุกมื้อ
ผลลัพธ์มันชัดเจนจนบางคนคิดจะ 'ขโมย'
แต่หลังจากที่สองพี่น้องโชว์การซ้อมยิงหน้าไม้ที่ทรงพลังให้เห็น ความคิดเหล่านั้นก็ถูกกลืนลงคอไปทันที ผู้อพยพที่เอาตัวรอดมาได้ย่อมดุร้ายกว่าสัตว์ป่าเสียอีก
พวกผู้ใหญ่ยังคงยึดติดกับทิฐิและขนบเดิมๆ บังคับตัวเองให้แสดงท่าทีรังเกียจ แต่ความคิดของเด็กๆ ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น หลังจากลู่หยวนไปได้เพียงวันเดียว เด็กๆ ก็เริ่มป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านโรลด์เพราะดึงดูดด้วยความอบอุ่นและกลิ่นเนื้อ
อลิซไม่เคยไล่พวกเขาไปไหน เธอถึงขั้นเปลี่ยนจากเมนูต้มมาเป็น 'ย่าง' เพื่อให้กลิ่นหอมของเนื้อมันรุนแรงขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ เวทยังคอยเล่นตามบทบาทที่วางไว้ เธอจะบ่นด้วยเสียงเรียบๆ แต่ฟังดูจริงจังว่า
"ย่างอีกแล้วเหรอ? มันเลี่ยนจะตาย"
"แถมฝีมือการย่างของพี่ก็ห่วยแตกที่สุดเลย"
คำพูดที่ดูสมจริงของเวททำให้เด็กบางคนเดินจากไปอย่างเงียบๆ แต่ในวันรุ่งขึ้น พวกเขาก็กลับมาใหม่ทุกคน จนพื้นที่หน้าบ้านโรลด์กลายเป็นทำเลทองที่เด็กๆ ต้องแย่งชิงกัน
'เควิน' เด็กชายตัวโตประจำเมือง เขาสามารถยึดมุมที่อุ่นที่สุดและได้กลิ่นหอมที่สุดข้างกำแพงบ้านโรลด์ได้ วันนี้เขาก็นั่งเล่นหมากเก็บพลางสูดกลิ่นเนื้ออย่างมีความสุขเหมือนเช่นเคย
"เควิน กลับมาแล้วเหรอ?" พ่อถามทันทีที่เขาเดินเข้าบ้าน เด็กชายที่เคยเก่งนอกบ้านกลับทำตัวลีบเล็กลงทันที
"แม่ยังไม่กลับเหรอครับ?"
"คงอีกไม่นานหรอก ข้าวสารเกือบจะหมดแล้ว และขบวนพานิชย์ก็ยังไม่มา วันนี้แกกับแม่กินเถอะ พ่อจะไม่กิน"
พ่อนั่งอยู่บนเตียงไม้ พยายามทอผ้าด้วยมือที่ชำนาญ การทอผ้าเคยเป็นงานของแม่ แต่หลังจากพ่อโดนหมูป่าขวิดจนขาหักระหว่างล่าสัตว์ แม่จึงต้องกลายเป็นพรานแทน
หลายครอบครัวในเมืองมีชะตากรรมไม่ต่างจากเควิน คนที่โชคดีคือคนที่มีแม่คอยรับภาระแทน ส่วนคนที่โชคร้าย... พ่อแม่บางคนอาจเดินเข้าป่าไปเพื่อให้ลูกมีชีวิตรอด ทิ้งให้เด็กตัวน้อยต้องโตมาด้วยรากไม้และการสงเคราะห์จนกว่าจะล่าสัตว์เองได้ นั่นคือวิถีทางอันยาวนานของเมืองนี้
เควินมองไปที่ขาของพ่อแล้วรีบเบือนหน้าหนี เพราะเขารู้ว่าถ้าพ่อเห็นเขาจ้อง พ่อจะระเบิดอารมณ์ใส่ทันที เขาจึงรีบไปกวาดบ้านเงียบๆ
ไม่นานแม่ก็กลับมา ครั้งนี้เธอได้กระต่ายตัวเท่าฝ่ามือกลับมาตัวหนึ่ง ขนสีขาว ตาสีแดง และมีฟันที่แหลมคม เธอวางผักป่าที่เก็บมาได้ลง แล้วส่งกระต่ายตัวนั้นให้พ่อ
ในอดีต เหล่านักล่าจะจัดการชำแหละหนังสัตว์ เลาะกระดูก แยกเนื้อ และเครื่องไม้อย่างคล่องแคล่ว
ฟัน กระดูก และหนังสัตว์ซึ่งมีความทนทานกว่าเนื้อ คือสิ่งที่มีมูลค่าสูงที่สุด เพราะว่ากันว่าพวกมันจะกลายเป็นอาวุธราคาแพงระยับเมื่อตกอยู่ในมือของจอมเวทบางคน
เมื่อขบวนพานิชย์เดินทางมาถึง ครอบครัวนักล่าจะนำของที่สะสมไว้ไปแลกกับธัญพืช ในสมัยก่อนพวกเขามักจะแลกมาได้พอใช้ไปหนึ่งถึงสองเดือน
แต่หลังจากที่ขาของพ่อพิการลง ของที่แลกมาได้กลับประทังชีวิตได้ไม่ถึงครึ่งเดือน และการปล่อยให้ท้องหิวก็กลายเป็นเรื่องปกติสามัญ
ราตรีค่อยๆ คืบคลานเข้ามา แสงจันทร์อาบไล้ไปทั่วผืนดิน
เพราะวันนี้มีเนื้อกิน พ่อและแม่จึงมีอารมณ์ดีกว่าปกติ พวกเขานั่งคุยกันข้างกองไฟที่ลุกโชน
หัวข้อสนทนาหนีไม่พ้นเรื่องราวของสองพี่น้องโรลด์ ครึ่งเอลฟ์ผมเงินตาสีม่วง และชายหนุ่มผมดำที่อยู่เคียงข้างเธอ
เควินที่แอบฟังอยู่ พลันนึกถึงคำพูดที่เขาได้ยินมาที่หน้าบ้านโรลด์เมื่อไม่กี่วันก่อน
'เจ้าคนย่างเนื้อ' ผู้ติดตามแม่มดคนนั้น เดิมทีเขาก็เคยขาพิการเดินกะเผลกเหมือนพ่อเปี๊ยบเลย แต่แล้วครึ่งเอลฟ์คนนั้นก็รักษาเขาจนขากลับมาเดินได้ปกติ
"พ่อครับ... เธอจะรักษาขาของพ่อได้ไหม?"
สิ้นคำถามของเควิน ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
กองไฟริบหรี่ส่งเสียงปะทุ เควินตัวน้อยไม่รู้หรอกว่าทำไมพ่อแม่ถึงเลี่ยงไปใช้คำว่า 'ครึ่งเอลฟ์ผมเงิน' แทนคำว่า 'แม่มด'
ผู้ใหญ่ทั้งสองลังเลที่จะเอ่ยความจริงออกมา จนกระทั่งลูกชายโพล่งมันขึ้นมาเอง
หลังจากเงียบไปนาน พ่อผู้เป็นเจ้าของขาพิการก็ส่ายหัว "ถึงจะรักษาได้ แต่มันก็ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ... เพราะพวกเราไล่เธอไปแล้ว"
ชายผู้เป็นพ่อหยิบไม้เท้าพยุงตัวลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกเพียงลำพัง ทิ้งลูกและเมียไว้เบื้องหลัง ราวกับต้องการออกไปสงบสติอารมณ์
ไม่นานนัก ที่ไหนสักแห่งในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ เสียงทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรงก็ดังขึ้น