- หน้าแรก
- ระบบฝึกวินัยสู๋เส้นทางราชันย์สิงโต
- บทที่ 22 - เชลยศึกผู้โชคร้าย
บทที่ 22 - เชลยศึกผู้โชคร้าย
บทที่ 22 - เชลยศึกผู้โชคร้าย
บทที่ 22 - เชลยศึกผู้โชคร้าย
หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ
ผู้พันอ้วนอดนึกถึงสำนวนจีนคำนี้ขึ้นมาไม่ได้ น้ำตาแทบจะไหลพรากออกมาเป็นสายเลือด
ไอ้สถานที่บ้าบอนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว! ทำไมถึงมีแต่สัตว์เหนือสามัญระดับเทพเดินกันให้ว่อนแบบนี้
สิงโตยักษ์ตรงหน้านี้มีความสูงกว่า 2 เมตร ขนาดตัวใหญ่กว่าสิงโตทั่วไปถึงสองเท่า!
ที่น่าสยองยิ่งกว่าคือ เจ้านี่ยังดูเหมือนเป็นแค่ "ลูกสิงโต" เท่านั้น ขนสีขาวราวหิมะ ตามอุ้งเท้าและหน้าอกมีเกล็ดผลึกสีฟ้าใสดุจอัญมณีแซมอยู่ ดูองอาจและน่าเกรงขามสุดๆ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอสูรกายยักษ์อีกตัว ซานฉีทหารหนุ่มถึงกับช็อกตาค้างไปแล้ว
หรือว่าสัตว์ยักษ์พวกนี้คือเป้าหมายที่พวกเขาต้องมาจับกลับไป?
"ยิง... ยิงมัน..."
ผู้พันอ้วนออกคำสั่งเสียงสั่นงันงก
วินาทีนี้หนีไม่ทันแล้ว!
ภายใต้ความตายที่คืบคลานเข้ามา ซานฉีรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้ายควักปืนพกออกมา
แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้เหนี่ยวไก สิงโตขาวร่างยักษ์ในครรลองสายตาก็หายวับไปดื้อๆ!
พริบตาต่อมา ซานฉีก็สัมผัสได้ถึงลมหนาวที่พัดวูบเข้าใส่หน้า
เจ้าสิงโตขาวมายืนประชิดรถจี๊ปแล้ว!
เร็วจนมองตามไม่ทัน!
ปัง!
แรงกระแทกมหาศาลซัดเข้าที่ด้านข้างรถจี๊ป ส่งผลให้รถที่กำลังแล่นอยู่ปลิวถลาออกไปด้านข้างไกลหลายเมตร
เหล่าหวังคนขับรีบกระทืบเบรกจนตัวโก่ง
รถจี๊ปที่เสียการควบคุมหมุนติ้วอยู่บนพื้นหิมะหลายตลบกว่าจะหยุดนิ่ง
ผู้พันอ้วนที่หัวแตกเลือดอาบพยายามตะเกียกตะกายหนีออกจากซากรถ
แต่เพิ่งก้าวขาไม่ออกไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ต้องเงยหน้าขึ้นไปเจอกับหัวสิงโตขนาดมหึมาและปากที่อ้ากว้างโชว์เขี้ยวขาววับ
ผลก็คือ ผู้พันอ้วนตัดสินใจสลบเหมือดไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
"หือ? แค่นี้ก็ร่วงแล้วเหรอ? ฉันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไง"
เห็นพี่มืดตัวอ้วนชิงสลบหนีความจริง เฉินโม่ถึงกับพูดไม่ออก
จิตใจเปราะบางขนาดนี้ ยังกล้าสะเออะมาล่าสัตว์เหนือสามัญบนทุ่งหิมะอีกเรอะ?
เมื่อเห็นสิงโตขาวร่างยักษ์เดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ เหล่าหวังคนขับที่ยังไม่ทันลงจากรถกับซานฉีทหารหนุ่มต่างก็ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว!
ซานฉีพยายามยื่นมือสั่นๆ ไปหยิบปืนที่ตกอยู่บนพื้น แต่เจ้าสิงโตยักษ์กลับใช้กรงเล็บเกี่ยวประตูรถเหวี่ยงกระเด็นหายไปในพริบตา จากนั้นก็ลากคอเสื้อทั้งสองคนเหวี่ยงลงไปกองบนพื้นหิมะราวกับจับลูกเจี๊ยบ
"โฮก!"
เสียงคำรามกึกก้องดังสนั่นหวั่นไหว ทำเอาขวัญหนีดีฝ่อจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
เห็นมัจจุราชสีขาวเดินเข้ามาใกล้ ทั้งสองคนทำได้เพียงหลับตาปี๋รอความตายด้วยความสิ้นหวัง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พวกเขารู้สึกเหมือนมีอุ้งเท้าสิงโตมาคลำๆ ตบๆ ตามตัว
ไม่นาน เฉินโม่ก็ค้นตัวพี่มืดทั้งสองคนจนเสร็จ
เขาไม่เจออาวุธอื่นเพิ่มเติม เจอแค่โทรศัพท์มือถือสองเครื่องในกระเป๋ากางเกง
"โฮก?" (ยี่ห้อฮัวเว่ยเหรอ?)
เฉินโม่เห็นโลโก้คุ้นตาบนมือถือสีดำสองเครื่องนั้นแล้วก็ชะงักไป
"หือ?"
เห็นสิงโตขาวแสดงสีหน้าท่าทางเหมือนมนุษย์ ทั้งสองคนก็ตระหนักได้ทันทีว่าอสูรกายตรงหน้ามีสติปัญญา
วินาทีถัดมา ทั้งคู่ก็ทรุดตัวลงกราบกรานขอชีวิต
"ท่านเทพสิงโตไว้ชีวิตด้วย!"
"ท่านสิงโตน้ำแข็ง ได้โปรดปล่อยพวกเราไปเถอะ!"
ถึงจะไม่แน่ใจว่าสิงโตยักษ์ตัวนี้จะฟังภาษามนุษย์รู้เรื่องไหม แต่มันน่าจะรับรู้ถึงแรงปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดอันแรงกล้าของพวกเขาได้!
พวกเขา... ไม่อยากตาย!
ได้ยินเสียงร้องขอชีวิตเป็นภาษาที่คุ้นเคย เฉินโม่ทำหน้าประหลาด
ให้ตายสิ! พวกนายไปเรียนมาจากไหนเนี่ย
พี่มืดสองคนนี้มันยังไงกัน นอกจากจะพูดภาษาตงเซี่ยได้ ใช้มือถือแบรนด์ตงเซี่ย แล้วยังรู้วิธีขอชีวิตแบบหนังจีนกำลังภายในอีก!
คิดแล้วเฉินโม่ก็ใช้กรงเล็บขีดเขียนอักษรภาษาจีนลงบนพื้นหิมะ
"เชื่อฟัง รอด"
เห็นสิงโตขาวเขียนหนังสือได้ ทั้งสองคนสมองตายไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกโพลงจนแทบถลน จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงสุดขีด โลกทัศน์พังทลายไม่มีชิ้นดี
โลกใบนี้มันแฟนตาซีหลุดโลกไปถึงขั้นไหนแล้วเนี่ย!?
สิงโตป่าตื่นรู้พลังพิเศษ แล้วยังเรียนภาษาจีนได้ด้วยตัวเองเหรอ!
แต่นั่นก็เปรียบเสมือนแสงสว่างแห่งความหวังที่จุดประกายขึ้นในใจ
"ท่านราชาสิงโตอย่าฆ่าผมเลย ผมเชื่อฟังมากครับ! ท่านชี้ไปทางตะวันออก ผมจะไม่กล้าเดินไปทางตะวันตกเด็ดขาด!"
"ขับรถ ตามมา"
เฉินโม่เขียนเพิ่มอีก 5 ตัวอักษร ตรงนี้ไม่ปลอดภัย เขาต้องพาพวกนี้กลับไปที่ฝูงก่อน
"จี๊ด~"
ทันใดนั้น ก็มีเสียงร้องเล็กแหลมดังขึ้นไม่ไกล
เฉินโม่หันขวับไปมอง ก็เจอกับหนูขาวตัวหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายตัวเฟอเร็ต
[หนูเกล็ดน้ำแข็ง]
[ระดับ: เหนือสามัญขั้นต่ำ]
[ความอึด: 2]
[ความเร็ว: 11]
[พละกำลัง: 1]
[จิตวิญญาณ: 14]
[พลังการต่อสู้โดยรวม: 12]
แค่คิด ข้อมูลของเจ้าหนูขาวก็ปรากฏขึ้น
นี่น่าจะเป็นสัตว์เหนือสามัญที่มีพลังต่อสู้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุดเท่าที่เฉินโม่เคยเจอมาเลย
แถมค่าสถานะของเจ้าหนูเกล็ดน้ำแข็งนี่ยังหนักไปทางใดทางหนึ่งสุดโต่ง ความเร็วกับจิตวิญญาณถือว่าใช้ได้ แต่ความอึดกับพละกำลังนี่น้อยจนน่าสงสาร
"จี๊ดๆๆ!"
เจ้าหนูเกล็ดน้ำแข็งร้องเจี๊ยกจ๊ากไม่หยุด แววตาดูหวาดหวั่น อุ้งเท้าเล็กๆ โบกไม้โบกมือไปมา
ชัดเจนว่าเจ้านี่คือหนูตัวเดียวกับที่โดนหน่วยล่าสังหารจับได้ก่อนหน้านี้
มันถูกขังอยู่ในกรงท้ายรถบรรทุก ความจริงมันฟื้นนานแล้วแต่แกล้งสลบ
พอกรงขังโดนแมงมุมน้ำแข็งเวหาผ่าครึ่งพร้อมรถ มันเลยสบโอกาสหนีออกมาได้
มันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมาจนทันเห็นฉากที่เฉินโม่ตบรถจี๊ปคว่ำพอดี
วินาทีที่เห็นสิงโตน้ำแข็งตัวนี้ ความคิดที่จะฝากเนื้อฝากตัวก็ผุดขึ้นมาในหัว
หลังจากมีสติปัญญา มันได้เห็นการฆ่าฟันกันเองของสัตว์เหนือสามัญมานับไม่ถ้วน
เพื่อความแข็งแกร่ง สัตว์เหนือสามัญต่างมองกันเป็นศัตรู เจอกันทีไรต้องซัดกันให้ตายไปข้าง
แม้แต่สัตว์กินพืชที่เคยเชื่องๆ ก็กลายเป็นพวกดุร้ายป่าเถื่อน
หนูขาวผู้น่าสงสารที่เกิดมาพร้อมสเตตัสสุดกาก ทำให้มันเป็นห่วงโซ่อาหารชั้นล่างสุดในหมู่สัตว์เหนือสามัญ
โดนไล่ฆ่าตลอด ถึงจะอาศัยความเร็วหนีรอดมาได้ทุกครั้ง
แต่มันรู้ดีว่า... มันต้องหาลูกพี่คุ้มกะลาหัว!
ความสามารถที่เจ้าหนูเกล็ดน้ำแข็งตื่นรู้มาคือ "สัมผัสเหนือสามัญ" ทำให้มันรับรู้ความแข็งแกร่งและปริมาณพลังปราณในตัวสัตว์อื่นได้คร่าวๆ
และเจ้าสิงโตน้ำแข็งตัวนี้ คือสัตว์เทพที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มันเคยเจอมา
แน่นอนว่าต้องยกเว้นเจ้าแมงมุมยักษ์นั่นไว้ตัวนึง มันไม่กล้าแม้แต่จะส่งกระแสจิตไปสัมผัสพลังของเจ้านั่นด้วยซ้ำ
แข็งแกร่ง หล่อเท่ น่าเกรงขาม พึ่งพาได้!
ส่วนจะโดนจับกินไหม... สิงโตหล่อขนาดนี้คงไม่ใจร้ายทำเรื่องแบบนั้นหรอกมั้ง?
อีกอย่างมันมั่นใจในฝีเท้าตัวเอง ถ้าพี่สิงโตจะกระโจนใส่ มันก็พร้อมโกยแน่บ!
เฉินโม่ฟังภาษาหนูไม่ออก แต่ก็พอจะเดาเจตนาของเจ้าตัวเล็กออก
เจ้านี่เหมือนจะมาขอสมัครเป็นลูกน้อง?
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีสัตว์เหนือสามัญมาขอสวามิภักดิ์เองถึงที่
ต้องบอกเลยว่า...
เจ้าหนูเกล็ดน้ำแข็งตัวนี้... ตาถึงจริงๆ~
แถมความสามารถ "สัมผัสเหนือสามัญ" ของมันก็ดูจะมีประโยชน์ไม่น้อย
"โฮก!" (ยินดีต้อนรับ! ต่อไปนี้แกชื่อ "เจ้าขาว" ก็แล้วกัน)
เฉินโม่ยื่นอุ้งเท้าหน้าไปหา
"จี๊ด!"
เจ้าหนูเกล็ดน้ำแข็งฟังภาษาสิงโตไม่ออก แต่สัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรที่แผ่ออกมา มันตาเป็นประกายด้วยความดีใจ วิ่งจู๊ดเข้ามาหา แล้วทำท่ากราบไหว้บูชาสิงโตเจ้าป่าอย่างนอบน้อม
"จี๊ด!" (สรรเสริญท่าน! ราชาสิงโตผู้เกรียงไกร!)
[จบตอน]