- หน้าแรก
- ระบบฝึกวินัยสู๋เส้นทางราชันย์สิงโต
- บทที่ 23 - ผู้พิทักษ์ประตูมิติ
บทที่ 23 - ผู้พิทักษ์ประตูมิติ
บทที่ 23 - ผู้พิทักษ์ประตูมิติ
บทที่ 23 - ผู้พิทักษ์ประตูมิติ
1 ชั่วโมงต่อมา เฉินโม่ก็นำขบวนมนุษย์สามคนกับหนูเกล็ดน้ำแข็งหนึ่งตัวกลับมาถึงอาณาเขตสิงโต
"โฮก!" (ราชาผู้ยิ่งใหญ่ ท่านถึงกับจับมนุษย์มาได้ตั้งสามคน!)
เจ้าขุนศึก รีบเข้ามาประจบสอพลออย่างคล่องแคล่ว พลางเดินตรงเข้าไปหาทั้งสามคน
"โฮก!"
เจ้าขุนศึกคำรามใส่เชลยศึกเสียงดังสนั่น
มันไม่ชอบมนุษย์ เรียกว่าเกลียดเข้าไส้เลยก็ว่าได้
ครั้งหนึ่งเมียรักของมันเคยถูกมนุษย์ใช้ปืนยิงตาย
จังหวะนั้นเอง ผู้พันอ้วนที่เพิ่งโดนเฉินโม่ทำให้สลบเหมือดไป เพิ่งจะฟื้นคืนสติขึ้นมาบนรถ
พอลืมตาขึ้นมาก็เจอหน้าสิงโตที่ดูดุร้ายน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมยื่นเข้ามาประชิดหน้า
"ว้ายย!!!"
ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ผู้พันอ้วนกรีดร้องเสียงหลงแล้วชิงสลบไปอีกรอบ
พอเห็นหน้าตาถมึงทึงของเจ้าขุนศึก ทหารอีกสองคนก็พลอยรู้สึกว่าเฉินโม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูเป็นมิตรและน่ารักขึ้นมาทันตาเห็น
ความจริงไม่ว่าจะมองด้วยมาตรฐานความงามของคนหรือสิงโต หน้าตาของเฉินโม่ก็เอาไปเลย 10 คะแนนเต็ม
ไม่ว่าจะเป็นขนสีขาวสะอาดสะอ้าน ผลึกน้ำแข็งสีฟ้าใสราวกับอัญมณีที่ประดับอยู่ตามหน้าอกและกรงเล็บ หรือจะเป็นสรีระร่างกายที่สมส่วนและกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยพลัง
"โฮก!" (เจ้าถอยไปก่อน! ข้าจะสอบสวนพวกมัน)
เฉินโม่คำรามสั่งเจ้าขุนศึก
เขาเกรงว่าหน้าตาโหดเถื่อนของเจ้าขุนศึกจะพาลทำเอาพี่มืดอีกสองคนหัวใจวายตายไปซะก่อน
เจ้าขุนศึกแม้จะไม่เข้าใจคำว่า "สอบสวน" อย่างถ่องแท้ แต่ก็พยักหน้ารับแล้วถอยฉากกลับไปเฝ้าระวังอยู่ห่างๆ อย่างรู้หน้าที่
[พวกแกเป็นใคร?]
เฉินโม่เขียนข้อความลงบนพื้นหิมะเพื่อสื่อสารกับทหารที่เหลืออีกสองคน
จุดประสงค์หลักที่เขาเสี่ยงโจมตีและจับกุมมนุษย์มาในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการรู้ข้อมูลเกี่ยวกับโลกภายนอกให้มากขึ้น!
"พวกเรามาจากกองทัพบกทรานซาเนียครับ หลังจากภูเขาหิมะปรากฏขึ้น เบื้องบนก็ส่งพวกเรามาล่าสัตว์เหนือสามัญเพื่อเอากลับไปวิจัย"
ซานฉีทหารหนุ่มตอบเสียงตะกุกตะกัก
[มีทีมแบบพวกแกกี่ทีม?]
"ถ้าเป็นหน่วยล่าสังหาร น่าจะมีมากกว่า 20 ทีมครับ"
ซานฉีตอบ
ตอนนี้เขาเริ่มจะหายตกใจและตั้งสติได้บ้างแล้ว
[ขอยืมมือหน่อย]
เฉินโม่เขียนบอก แล้วหยิบมือถือยี่ห้อฮัวเว่ยออกมา ใช้อุ้งเท้าจับมือขวาของพี่มืด บังคับให้นิ้วของเขาจิ้มพิมพ์ข้อความบนหน้าจอ
อุ้งเท้าของเฉินโม่ใหญ่เกินไป พิมพ์เองไม่ถนัด
ซานฉีนั่งตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้สิงโตเจ้าป่าจับนิ้วตัวเองถูไถไปบนหน้าจอ เหงื่อกาฬไหลพราก
โลกนี้มันบ้าบอคอแตกไปแล้ว!
สิ่งที่เฉินโม่ต้องการค้นหาคือข้อมูลพื้นหลังและสถานการณ์โลกปัจจุบัน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับยุคฟื้นฟูพลังวิญญาณและสัตว์เหนือสามัญ
ด้วยความที่ต้อง "จับมือทำ" พิมพ์ 10 ตัวถูกสักครึ่งนึงก็หรูแล้ว เลยเสียเวลาไปพอสมควร
ช่วยไม่ได้ มือถือธรรมดามันเล็กเกินไปสำหรับราชาสิงโตอย่างเขา
"ถ้ามีโอกาสต้องหาแท็บเล็ตมาใช้สักเครื่อง เอาแบบจอใหญ่เบิ้มเลยนะ!"
เฉินโม่หมายมั่นปั้นมือ
หลังจากปล้ำกับมือถืออยู่นาน ในที่สุดเขาก็ได้ข้อมูลที่ต้องการ
ข่าวดี: เขายังอยู่บนโลกมนุษย์
สถานที่คืออุทยานแห่งชาติเซเรนเกตี ประเทศทรานซาเนีย ทวีปแอฟริกา เวลาคือปี ค.ศ. 2035 แม้เขาจะรู้สึกว่าเพิ่งเกิดใหม่เป็นสิงโตได้ไม่นาน แต่ในความเป็นจริงเวลาผ่านไปแล้วถึง 10 ปี
ข่าวร้าย: เมื่อหนึ่งปีก่อน ทั่วโลกได้เข้าสู่แพตช์ 2.0 ยุคแห่งการฟื้นฟูพลังวิญญาณ!
ปรากฏการณ์ประหลาดอย่างภูเขาหิมะลอยฟ้านี้ เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก!
หนึ่งปีก่อน ที่มณฑลยูนนานของประเทศตงเซี่ย จู่ๆ ก็มีป่าดงดิบกินพื้นที่หลายแสนตารางกิโลเมตรโผล่ขึ้นมา ปกคลุมเมืองหลายเมืองจนมิด!
ครึ่งเดือนก่อน ทะเลสาบยักษ์ปรากฏขึ้นกลางทะเลทรายอียิปต์ สามเดือนก่อน เมืองสามแห่งในอเมริกาเหนือถูกพายุทรายกลืนหายไป...
มนุษย์เรียกปรากฏการณ์เหล่านี้ว่า "แดนลึกลับบรรพกาล"
ส่วน "เทือกเขาหิมะ" ที่ลอยอยู่เหนือทุ่งหญ้าแอฟริกานี้ เป็นแดนลึกลับบรรพกาลแห่งที่ 12 ที่ปรากฏขึ้น
"แดนลึกลับบรรพกาล" เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรอบอย่างมหาศาล
อย่างเทือกเขาหิมะนี่ก็ทำให้อุณหภูมิของทุ่งหญ้าแอฟริการ่วงกราวรูดจนติดลบ หิมะตกหนักไม่หยุด!
และนี่เป็นเพียงสัญญาณเตือนก่อนที่มันจะจุติลงมาจริงๆ เท่านั้น!
หลังจาก "แดนลึกลับบรรพกาล" ปรากฏขึ้นประมาณ 2 เดือน มันจะทับซ้อนลงมาบนโลกอย่างสมบูรณ์ เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศเดิมไปโดยสิ้นเชิง!
นอกจากนี้ สิ่งที่มาพร้อมกับแดนลึกลับก็คือพลังงานพิเศษที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าและตรวจจับด้วยเครื่องมือไม่ได้
พลังงานเหนือสามัญ!
หรือที่เรียกกันว่า "พลังปราณ"!
สัตว์เหนือสามัญ คือสิ่งมีชีวิตที่ครอบครองพลังนี้
สัตว์เหนือสามัญแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ประเภทแรกคือสัตว์ท้องถิ่นบนโลกที่กินของวิเศษอย่างผลึกพลังงานเข้าไป หรือไม่ก็ตื่นรู้ขึ้นเองตามธรรมชาติ
ในเขตเทือกเขาหิมะตอนนี้ ก็มีสัตว์เหนือสามัญเกิดขึ้นมาไม่น้อยแล้ว
อีกประเภทคือ "ชนพื้นเมือง" ที่มาจากแดนลึกลับบรรพกาล พวกมันหลับใหลอยู่ในมิติลี้ลับนั้น
ต้องรอให้แดนลึกลับจุติลงมาบนโลกอย่างสมบูรณ์ พวกมันถึงจะตื่นขึ้น
ตอนนี้เทือกเขาหิมะยังลงมาไม่เต็มใบ สัตว์เหนือสามัญที่เฉินโม่เจอก็เลยเป็นพวกสัตว์ท้องถิ่นซะส่วนใหญ่
"แล้วไอ้เจ้าแมงมุมน้ำแข็งเวหานั่นมันตัวอะไร!? ดูยังไงก็ไม่ใช่สัตว์ตื่นรู้ธรรมดาแน่ๆ!"
เฉินโม่ครุ่นคิด ก่อนจะค่อยๆ เขียนภาษาจีนลงบนหิมะ แล้วหันไปมองพี่มืด
[เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับแมงมุมยักษ์นั่นบ้าง?]
"เอ่อ... เรื่องนี้ผมก็ไม่ค่อยรู้ครับ"
ซานฉีตอบอย่างลนลาน กลัวว่าสิงโตเจ้าป่าจะไม่เชื่อ เขาเลยรีบเสริม
"แต่ผู้พันน่าจะรู้นะครับ!"
เฉินโม่พยักหน้า ไม่ได้คาดคั้นอะไรต่อ เขาถามคำถามทั่วไปอีกเล็กน้อยเพื่อทำความเข้าใจโลกใบนี้ให้มากขึ้น
10 นาทีผ่านไป ผู้พันอ้วนก็ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่น
เขาภาวนาขอให้เรื่องเมื่อกี้เป็นแค่ฝันร้าย แต่พอลืมตามาเจอหน้าสิงโตเจ้าเก่า เขาก็อยากจะแกล้งสลบไปอีกรอบ
[ข้าถาม เจ้าตอบ ไม่งั้น ตาย]
เฉินโม่เขียนอักษรจีนขู่
เห็นสิงโตน้ำแข็งเขียนภาษาจีนได้ ผู้พันอ้วนตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ นึกว่าหลอนยา
"ผู้พันครับ รีบบอกไปเถอะ! ขอแค่เราให้ความร่วมมือ ท่านราชาสิงโตจะไว้ชีวิตเราแน่ครับ!"
เห็นเจ้านายทำหน้าเอ๋อ ซานฉีรีบเตือนสติ
เฉินโม่เหลือบมองซานฉีแวบหนึ่ง
ไอ้หนุ่มนี่มันหน่วยก้านดี ใช้ได้!
พอผู้พันอ้วนตั้งสติได้ว่าสิงโตตัวนี้มีปัญญาความคิด สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ทำงานทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นประจบประแจง ตอบอย่างรวดเร็ว
"ท่านราชาสิงโต ผม... ผมรู้ไม่เยอะหรอกครับ รู้แค่ว่าเจ้าแมงมุมยักษ์นั่นไม่ใช่สัตว์เหนือสามัญของโลกเรา แต่มาจากแดนลึกลับบรรพกาล"
พูดจบเขาก็ชะงักไป ไม่กล้าพูดต่อ
เห็นผู้พันอ้วนหยุดพูด เฉินโม่ก็ค่อยๆ ย่างสามขุมเข้าไปหา
"ทะ... ท่านราชาสิงโต ถ้าผมบอกหมด ท่านจะไว้ชีวิตผมใช่ไหมครับ!"
เฉินโม่ไม่ตอบ เพียงแค่จ้องมองผู้พันอ้วนด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก
"บอกแล้วครับ บอกแล้ว!"
เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นเต็มหน้าผากผู้พันอ้วน เขารู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง จึงรีบคายความลับออกมา
"พวกมันถูกเรียกว่า 'ผู้พิทักษ์ประตูมิติ' ครับ ก่อนที่แดนลึกลับบรรพกาลแต่ละแห่งจะจุติลงมา จะมีผู้พิทักษ์ปรากฏตัวขึ้นอย่างน้อย 2 ตัว"
"พวกมันทำหน้าที่เฝ้าทางเข้าสู่ 'โลกภายใน' ของแดนลึกลับ สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่คิดจะบุกรุกเข้าไปในโลกภายใน จะถูกพวกมันฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม"
ภายใต้เงามรณะ ผู้พันอ้วนคายทุกอย่างที่รู้ออกมาจนหมดเปลือก
พร้อมกันนั้น เขาก็รู้สึกเสียใจแทบกระอักเลือด
ถ้ารู้แต่แรกว่าไอ้แมงมุมนั่นคือผู้พิทักษ์ประตูมิติ ให้ตายเขาก็ไม่กล้าไปยุ่งกับมันหรอก!
[จบตอน]