- หน้าแรก
- ระบบฝึกวินัยสู๋เส้นทางราชันย์สิงโต
- บทที่ 20 - แมงมุมน้ำแข็งเสียดฟ้า ตัวตนที่เหนือกว่าจินตนาการ
บทที่ 20 - แมงมุมน้ำแข็งเสียดฟ้า ตัวตนที่เหนือกว่าจินตนาการ
บทที่ 20 - แมงมุมน้ำแข็งเสียดฟ้า ตัวตนที่เหนือกว่าจินตนาการ
บทที่ 20 - แมงมุมน้ำแข็งเสียดฟ้า ตัวตนที่เหนือกว่าจินตนาการ
แม่สิงโตทั้งสองตัวที่เพิ่งตื่นรู้ ได้รับความสามารถ [กรงเล็บเหมันต์] มาครอง
ไม่ได้ถือว่าเป็นความสามารถที่โดดเด่นอะไรนัก เพราะโดยปกติการอัดพลังปราณธาตุน้ำแข็งไปที่กรงเล็บก็ให้ผลลัพธ์คล้ายๆ กันอยู่แล้ว
ส่วนเจ้าเสือดำน้อยลูน่า ความสามารถที่ได้มาคือ [ปีกเหมันต์]
สามารถสร้างปีกจากพลังน้ำแข็งขึ้นมากลางหลังเพื่อใช้บินได้
น่าเสียดายที่เจ้าตัวเล็กยังมีพลังปราณน้อยนิด ปีกน้ำแข็งที่สร้างขึ้นมาเลยคงสภาพอยู่ได้ไม่ถึง 5 วินาที
บินไปได้ไกลสุดก็แค่... ประมาณ 20 เมตร
แถมเป็นการบินแบบเรี่ยดินซะด้วย
เพราะขืนบินสูงกว่านั้น ถ้าพลังหมดกลางอากาศตกลงมาคงได้คอหักตาย...
ถึงอย่างนั้น เฉินโม่ก็อดอิจฉาไม่ได้
การบินได้หมายถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่า ซึ่งมีประโยชน์มหาศาลทั้งในการลาดตระเวน การต่อสู้ หรือแม้แต่การหนีเอาตัวรอด
ส่วนเรื่องบินได้ไม่นาน เดี๋ยวพอพลังปราณธาตุน้ำแข็งเพิ่มขึ้น ปัญหานี้ก็จะหมดไปเอง
"ถ้ามีภารกิจ [สิงโตเหินเวหา] โผล่มาให้ทำบ้างก็คงดี"
เฉินโม่ได้แต่เพ้อเจ้ออยู่ในใจ
ในขณะที่เขากำลังมองลูน่าแล้วคิดอะไรเพลินๆ เจ้าลูน่าเองก็แอบมอง "พ่อบุญธรรม" ของมันอยู่เหมือนกัน
หลังจากตื่นรู้ สติปัญญาของเจ้าตัวเล็กก็เปิดกว้างขึ้น
ความรู้สึกซาบซึ้งใจที่มีต่อราชสีห์หนุ่มยิ่งทวีคูณ มันรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่วันนั้นได้เจอเขา
ถ้าวันนั้นไม่ได้เฉินโม่ช่วยไว้ ป่านนี้มันคงกลายเป็นโครงกระดูกแห้งๆ กลางทุ่งหิมะไปนานแล้ว
การช่วยเหลือและการ "รับเลี้ยง" ของเฉินโม่ ทำให้ลูน่ายกให้เขาเป็นพ่อบังเกิดเกล้าในใจไปโดยปริยาย
มันหวังว่าสักวันจะตอบแทนบุญคุณเขาได้
เสียดายที่ตอนนี้มันยังอ่อนแอเหลือเกิน
สู้เขานะเจ้าเสือน้อย!
ลูน่ามองดูดาวเต็มฟ้าแล้วตั้งปณิธานกับตัวเองเงียบๆ
วันที่เจ็ดของภารกิจ [สิงโตคำราม]
เช้าตรู่
ณ อาณาเขตสิงโตเหมันต์
"โฮก!"
เฉินโม่แหกปากคำรามตั้งแต่ไก่โห่ เริ่มต้นภารกิจวันสุดท้ายอย่างขยันขันแข็ง
เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
สำหรับพฤติกรรม "เพี้ยนๆ" ของจ่าฝูงตัวใหม่ พวกสิงโตเหมันต์เจ้าถิ่นเริ่มจะชินชาเสียแล้ว แถมยังมีบางตัวเริ่มเลียนแบบพฤติกรรมนี้ตามอย่างพวกแม่สิงโตกลุ่มเดิมด้วย
ในขณะเดียวกัน
บนทุ่งหญ้าห่างจากฝูงสิงโตไปประมาณ 40 กิโลเมตร มีรถจี๊ปทหารสี่คันและรถบรรทุกทหารอีกหนึ่งคันกำลังแล่นตะบึงฝ่าหิมะมาด้วยความเร็วสูง
บนรถจี๊ปแต่ละคันอัดแน่นไปด้วยทหารผิวเข้มในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มพร้อมอาวุธครบมือ
นี่คือกองกำลังทหารจากประเทศทรานซาเนีย
ในกระบะรถบรรทุก นอกจากทหารแล้ว ยังมีกรงเหล็กขนาดใหญ่สองกรง กรงหนึ่งมีหนูขาวขนาดเท่าแมวบ้านนอนขดตัวอยู่
ดูทรงแล้วมันก็น่าจะเป็นสัตว์เหนือสามัญเหมือนกัน แต่ตอนนี้โดนยาสลบเข้าไปเต็มสูบจนหลับไม่รู้เรื่อง
บนรถคันนำขบวน
"ผู้พันครับ เรากำลังจะเข้าสู่เขตชั้นในของเทือกเขาหิมะแล้วครับ"
ทหารหนุ่มผิวเข้มร่างผอมเกร็งที่นั่งเบาะข้างคนขับรายงานพลางบังคับโดรนในมือ
"พายุหิมะข้างหน้าแรงมาก ระยะสัญญาณโดรนถูกรบกวนหนัก ตอนนี้ส่องได้ไกลสุดแค่ 250 เมตร ขับเร็วมากไม่ได้นะครับ"
"เหล่าหวัง ขับช้าลงหน่อย"
ได้ยินดังนั้น นายทหารพุงพลุ้ยหัวล้านที่นั่งอยู่เบาะหลังก็สั่งคนขับรถทันที
เขาคือหัวหน้าชุดปฏิบัติการในครั้งนี้
สิ่งที่น่าสนใจคือ พวกเขาใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร
เพราะครูฝึกทหารของพวกเขาเป็นคนจากประเทศตงเซี่ย ทำให้ทหารหน่วยนี้ไม่เพียงแต่พูดภาษาตงเซี่ยได้ แต่ยังมีชื่อเรียกขานกันเป็นภาษาตงเซี่ยอีกด้วย
ไม่นาน ขบวนรถก็พุ่งเข้าชนแนวเทือกเขา แต่กลับทะลุผ่านเข้าไปในภูเขาหิมะราวกับไม่มีอะไรกั้น
ภูเขาหิมะพวกนี้เป็นเพียงภาพลวงตาขนาดมหึมาจริงๆ
"ผู้พันครับ ภูเขาหิมะบนหัวเราคงไม่ถล่มลงมาทับใช่มั้ยครับ?"
ทหารหนุ่มคนบังคับโดรนถามอย่างกังวล
"ไม่ต้องห่วง จากข้อมูลของประเทศอื่น เทือกเขาหิมะของจริงกว่าจะลงมาประทับโลกต้องใช้เวลาอีกนาน อย่าไปคิดมาก ภารกิจของเราคือจับพวกสัตว์กลายพันธุ์กลับไปให้ได้มากที่สุด"
ผู้พันอ้วนปลอบลูกน้อง ก่อนจะหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา "ขายฝัน" ปลุกขวัญกำลังใจอย่างชำนาญ
"ทหารทุกนาย! ตื่นตัวกันหน่อย! ผู้พันคารัมสั่งมาว่า แค่จับสัตว์กลายพันธุ์ได้หนึ่งตัว รับรางวัลไปเลยคนละ 5 ล้านชิลลิง (ประมาณ 13,540 หยวน)! แถมใครผลงานเข้าตา ผมจะชงเรื่องเลื่อนยศให้ด้วย!"
พอกระตุ้นด้วยเงินและยศ แววตาของพวกทหารก็ลุกวาวขึ้นมาทันที
"โฮก..."
ทันใดนั้น หูของผู้พันอ้วนก็ได้ยินเสียงคำรามแว่วมาตามลม
เพราะระยะทางที่ไกลมาก บวกกับเสียงเครื่องยนต์รถ ทำให้เสียงนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"เหล่าหวัง ซานฉี พวกแกได้ยินมั้ย?"
ผู้พันอ้วนรีบถามคนขับและทหารหนุ่ม
"ได้ยินครับผู้พัน!"
"เหมือนเสียงสิงโตคำรามเลยครับ!"
"เร็ว! ขับไปทางนั้น!"
ใบหน้าเรียบเฉยของผู้พันอ้วนเปลี่ยนเป็นยิ้มร่า
ตอนนี้พวกเขาเข้ามาในเขตเทือกเขาหิมะแล้ว สัตว์ที่โผล่มาแถวนี้ ร้อยทั้งร้อยต้องเป็นสัตว์เหนือสามัญ!
ขณะที่หน่วยล่าสังหารกำลังมุ่งหน้ามาทางเฉินโม่ด้วยความเร็วสูง ด้วยสายตาที่มองเห็นได้ไกลโพ้น เฉินโม่เองก็มองเห็นกองกำลังมนุษย์กลุ่มนี้แล้วเช่นกัน
"พี่มืด!? แสดงว่าฉันน่าจะยังอยู่บนโลกมนุษย์สินะ?"
นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดใหม่ที่เขาได้เห็นมนุษย์เป็นๆ
เห็นอาวุธสงครามเต็มอัตราศึกแล้ว เฉินโม่ก็คิดจะชิ่งก่อนเป็นอันดับแรก
ร่างกายเขาตอนนี้ยังไม่แกร่งพอจะกันกระสุนได้ ถึงความเร็วจะหลบวิถีกระสุนได้ยากก็เถอะ
แต่ถ้าโดนรุมยิงถล่มใส่ ไม่ตายก็คงพิการ!
แต่ถ้าเขาหนีไปตอนนี้ ฝูงสิงโตอาจจะซวยไปเจอกับทหารพวกนี้เข้า
ถึงจะมั่นใจว่าถ้าปะทะกันจริงๆ ฝั่งเขาชนะได้แน่ แต่เฉินโม่ไม่อยากเอาลูกฝูงที่เพิ่งเริ่มตั้งตัวไปเสี่ยงตายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
คิดไปคิดมา เฉินโม่ตัดสินใจว่าจะออกไปล่อพวกมนุษย์ไปทางอื่นคนเดียว
เขามั่นใจในสปีดฝีเท้าตัวเอง ที่วิ่งด้วยความเร็ว 150 กม./ชม. ได้ต่อเนื่อง รถจี๊ปพวกนั้นไม่มีทางตามทันแน่
ถือซะว่าวิ่งออกกำลังกายยามเช้า แถมได้ทำภารกิจ [สิงโตคำราม] ต่อไปด้วยในตัว!
"โฮก!"
เฉินโม่สั่งให้ฝูงสิงโตเก็บตัวเงียบๆ ในอาณาเขต ส่วนตัวเองก็กระโจนออกไป
"โฮก!"
เขาวิ่งไปคำรามไป มุ่งหน้าลึกเข้าไปในเทือกเขาหิมะ
กะว่าจะลากพวกนี้เข้าไปในดงสัตว์เหนือสามัญ เผื่อฟลุ๊คเจอตัวโหดๆ จะได้ยืมมือฆ่าคนซะเลย
30 นาทีผ่านไป
ขบวนรถที่ไล่ตามเสียงคำรามมาติดๆ ยังคงได้ยินเสียงสิงโตอยู่ข้างหน้า
แต่แปลกตรงที่เหยียบคันเร่งเท่าไหร่ก็ตามไม่ทันสักที!
ถ้าไม่เห็นรอยเท้าสิงโตบนพื้นหิมะ พวกเขาคงนึกว่าโดนผีหลอก
"บ้าชิบ สิงโตบ้าอะไรวิ่งทนชะมัด!"
ผู้พันอ้วนบ่นอุบ แต่ในใจกลับยิ่งตื่นเต้น
ความอึดระดับนี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่ามันไม่ใช่สิงโตธรรมดาแน่
หลังจากวิ่งล่อซื้อพวกมนุษย์เข้ามาลึกเรื่อยๆ ครึ่งชั่วโมง จู่ๆ เฉินโม่ก็เบรกตัวโก่ง
เพราะที่ระยะ 10 กิโลเมตรข้างหน้า เขาเห็นอสูรกายยักษ์ตัวหนึ่ง
มันคือแมงมุมขนาดยักษ์ ตัวใสแจ๋วเหมือนแก้วเจียระไน สะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับ
ความสูงของมันปาเข้าไปตั้งตึก 4 ชั้น ต่อให้เป็นเฉินโม่ตอนนี้ไปยืนเทียบ ก็ดูเป็นลูกแมวไปเลย
[แมงมุมน้ำแข็งเวหา]
[ระดับ: ???]
[พลังการต่อสู้โดยรวม: ???]
[จบตอน]