เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - ถิ่นสิงโตเหมันต์ ศึกชิงบัลลังก์ราชสีห์

บทที่ 17 - ถิ่นสิงโตเหมันต์ ศึกชิงบัลลังก์ราชสีห์

บทที่ 17 - ถิ่นสิงโตเหมันต์ ศึกชิงบัลลังก์ราชสีห์


บทที่ 17 - ถิ่นสิงโตเหมันต์ ศึกชิงบัลลังก์ราชสีห์

อาจจะเป็นเพราะโดนลูบหัวจนเคลิ้ม เอลซ่าจึงหลับตาพริ้ม เผยสีหน้าเปี่ยมสุขออกมาอย่างปิดไม่มิด

"ขนนุ่มลื่นขึ้นเยอะเลยแฮะ สัมผัสดีขึ้นเป็นกอง"

เฉินโม่คิดในใจ

ตอนนี้รูปลักษณ์ภายนอกของเอลซ่าเปลี่ยนไปมากโข

ไม่เพียงแต่ขนที่เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนเหมือนเฉินโม่ แต่ดวงตายังเปลี่ยนเป็นสีฟ้าใสราวกับน้ำแข็ง เหมือนอัญมณีสีน้ำเงินที่บริสุทธิ์ที่สุด เพียงแต่บนตัวนางยังไม่มีเกล็ดน้ำแข็งปรากฏขึ้นมาเหมือนเขา

แม่สิงโตที่นั่งมองลูกตัวเองทั้งสองตัวกลายร่างเป็นสิงโตขาวอยู่ข้างๆ ถึงกับทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

ห๊ะ? หรือว่าฉันจะมียีนสิงโตขาวแฝงอยู่ในตัวกันนะ!?

หลังจากลูบไล้ "แมวยักษ์" จนหนำใจ เฉินโม่ก็โยนซากวิลเดอบีสต์ที่กินเหลือจากเมื่อวานไปตรงหน้าเอลซ่า

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของภารกิจ [สิงโตจอมตะกละ] ของเอลซ่าแล้ว

การที่เอลซ่าหมดสติไปกะทันหันก่อนหน้านี้ทำเอาเฉินโม่ใจหายวาบ นึกว่าภารกิจจะล่มเสียแล้ว โชคดีที่นางฟื้นขึ้นมาได้

ตอนนี้เอลซ่าตื่นรู้เป็นสัตว์เหนือสามัญแล้ว บวกกับผลของ [สิงโตจอมตะกละ] ที่ช่วยยกระดับร่างกายทุกสัดส่วน เชื่อว่าอีกไม่นานนางต้องเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งแน่นอน!

"โฮก!"

สัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย เอลซ่าตื่นเต้นดีใจสุดขีด

น้องชายจ่าฝูงไม่ได้หลอกนางจริงๆ ด้วย แค่กินเนื้อก็เก่งขึ้นได้!

ความพยายามที่ผ่านมา ในที่สุดก็สัมฤทธิ์ผล!

"โฮก~" (นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง~)

เฉินโม่ส่ายหัวเบาๆ

การตื่นรู้เองตามธรรมชาติของเอลซ่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย เดิมทีเขากะจะรอให้เอลซ่าทำภารกิจ [สิงโตจอมตะกละ] สำเร็จก่อนแล้วค่อยลองหาวิธีกระตุ้นให้ตื่นรู้

ไม่นึกเลยว่าพี่สาวจะเก่งขนาดนี้ ตื่นรู้ได้ด้วยตัวเองเฉยเลย

เอลซ่าที่กำลังจะลงมือจัดการมื้ออาหารชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงคำรามต่ำๆ ของน้องชาย แววตาฉายแววฉงน

น้องชายเหมือนจะบอกว่า... นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น?

เอลซ่าไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเข้าใจความหมายในเสียงคำรามของน้องชายได้ชัดเจนขนาดนี้มาก่อน

ปกติเสียงคำรามของสิงโตจะสื่อสารได้แค่อารมณ์คร่าวๆ หรือภาษาง่ายๆ แต่ตอนนี้เหมือนนางจะเข้าใจความหมายลึกซึ้งที่น้องชายต้องการสื่อได้ทะลุปรุโปร่ง!

พอตื่นขึ้นมา เหมือนสมองจะแล่นขึ้นเยอะเลยแฮะ!

"โฮก?" (ฉันยังจะเก่งขึ้นได้อีกเหรอ?)

เอลซ่าคำรามถามกลับไปเบาๆ

ได้ยินเสียงตอบรับจากเอลซ่า เฉินโม่ก็ชะงักไปเหมือนกัน

เขาเองก็เข้าใจความหมายที่เอลซ่าสื่อออกมาได้ทันที ราวกับกำลังสนทนากับมนุษย์อยู่

พอตื่นรู้เป็นสัตว์เหนือสามัญแล้ว สติปัญญาและทักษะการใช้ภาษาสิงโตก็พัฒนาขึ้นด้วยงั้นหรือ?

เรื่องนี้ทำเอาเขาตื่นเต้นไม่น้อย

สองเดือนมานี้ เฉินโม่ใช้ชีวิตแบบไร้ผู้คนพูดคุยด้วยมาตลอด

ถึงจะอยู่ท่ามกลางฝูงสิงโต แต่มันก็ยังอ้างว้าง

โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกนึกคิดแบบมนุษย์ในจิตวิญญาณของเขาค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย

การที่เอลซ่ามีสติปัญญาเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จึงเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่น่ายินดีสำหรับเฉินโม่มาก

"โฮก!" (ได้สิ รีบกินเนื้อเข้าเถอะ!)

เฉินโม่พยักหน้า ส่งเสียงตอบรับ ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางซากวิลเดอบีสต์ที่เหลืออยู่

"งู้ว~"

การวิวัฒนาการผลาญสารอาหารในร่างกายเอลซ่าไปมหาศาล ตอนนี้นางหิวจนไส้กิ่ว จึงไม่ห่วงสวยอีกต่อไป ก้มหน้าก้มตาฉีกทึ้งเนื้อวิลเดอบีสต์อันโอชะเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม

พอเอลซ่าเริ่มรู้สึกว่าหนังท้องตึง นางก็พบความผิดปกติว่าอาหารที่กลืนลงไปกำลังถูกย่อยสลายด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ!

ในขณะเดียวกัน นางสัมผัสได้ชัดเจนว่ายิ่งย่อยเนื้อไปมากเท่าไหร่ พละกำลัง แรงระเบิด และความสามารถด้านต่างๆ ของนางก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น!

เอลซ่าอดไม่ได้ที่จะคำรามออกมาด้วยความสะใจ

"โฮก!" (ดูเหมือนเจ้าจะทำสำเร็จแล้ว ต่อไปขอแค่กินให้เยอะเข้าไว้ ก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ เอง!)

เฉินโม่ชำเลืองมองหน้าต่างสถานะ พบว่าเอลซ่าทำภารกิจ [สิงโตจอมตะกละ] สำเร็จแล้วจริงๆ ส่วนผลลัพธ์ของฉายา [สิงโตจอมตะกละ] ที่เขาใส่อยู่ก็เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นอีก 10%

เอลซ่าเอาตัวมาถูไถเฉินโม่ด้วยความรักใคร่

นางรู้ดีว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ต้องเป็นฝีมือของน้องชายตัวดีแน่ๆ!

"โฮก?"

รอจนเอลซ่ากินอิ่ม เฉินโม่ก็เอ่ยถามถึงความสามารถพิเศษที่นางได้รับมา

สิ่งมีชีวิตที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเป็นสัตว์เหนือสามัญ ดูเหมือนจะได้รับความสามารถพิเศษเฉพาะตัวกันทุกราย

อย่างพายุหิมะของเขา หรือหนามน้ำแข็งของราชินีไฮยีน่า แล้วเอลซ่าล่ะ ได้อะไรมา?

"โฮก!" (เดี๋ยวจะลองดูนะ!)

เอลซ่ารับคำ

นางเริ่มโคจรพลังปราณธาตุน้ำแข็งในร่างกาย

ความสามารถนี้เหมือนเป็นสัญชาตญาณที่ฝังลึก แค่นึกจะใช้ก็แสดงผลออกมาได้ดั่งใจ

วินาทีถัดมา นัยน์ตาสีฟ้าใสของเอลซ่าก็เปล่งประกายแสงสีฟ้าสว่างวาบ นางพบว่าวิสัยทัศน์การมองเห็นขยายกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มองเห็นต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่ากิโลเมตรได้ชัดแจ๋ว

เอลซ่าอยากจะลองทดสอบขีดจำกัดดูว่าจะมองได้ไกลแค่ไหน

แต่ยังไม่ทันได้ลอง แสงสีฟ้าในดวงตาก็เริ่มติดๆ ดับๆ เหมือนหลอดไฟเสีย

และดับวูบลงในที่สุด

เอลซ่าเพิ่งจะตื่นรู้ พลังปราณในร่างกายยังเบาบางเกินไป ใช้แป๊บเดียวก็หมดถัง

"งู้ว~" (มองได้ไกลขึ้น... แล้วก็มองทะลุของบางๆ ได้นิดหน่อย...)

เอลซ่าพยายามอธิบายสรรพคุณของ "เนตรเหมันต์" ให้เฉินโม่ฟังด้วยภาษาสิงโตแบบกระท่อนกระแท่น

สำหรับเอลซ่าที่เพิ่ง "เข้าวงการ" การใช้ภาษาสิงโตซับซ้อนแบบนี้ยังถือว่าเป็นโจทย์ยาก

"โฮก!" (เยี่ยมมาก!)

เฉินโม่กล่าวชม

มองไกลแถมมองทะลุได้

ถ้าฝึกจนชำนาญ นี่จะเป็นสกิลที่มีประโยชน์มหาศาลเลยทีเดียว

จากนั้นเขาก็เริ่มครุ่นคิดถึงสาเหตุที่เอลซ่าตื่นรู้ได้เอง เผื่อว่าจะเอาไปใช้กับแม่สิงโตตัวอื่นๆ ได้บ้าง

"เป็นพรสวรรค์ของเอลซ่าเอง? หรือเพราะอยู่ในที่ที่มีพลังธาตุน้ำแข็งเข้มข้นนานๆ? หรือว่าเป็นเพราะกินเนื้อสัตว์เหนือสามัญเข้าไป?"

เอาไว้ลองให้พวกแม่สิงโตตัวอื่นกินเนื้อสัตว์เหนือสามัญดูบ้างดีกว่า เผื่อจะช่วยกระตุ้นให้ตื่นรู้ได้?

วันที่สี่ของภารกิจ [สิงโตคำราม]

ในที่สุดฝูงสิงโตก็เดินทางมาถึงหน้าเทือกเขาหิมะ

แต่เฉินโม่กลับพบว่า เทือกเขาหิมะอันกว้างใหญ่ไพศาลที่เสียดฟ้าทะลุเมฆนั้น กลับลอยตระหง่านอยู่กลางอากาศเหนือทุ่งหญ้า!

แถมภูเขาหิมะที่ดูยิ่งใหญ่อลังการเหล่านี้ยังดูเลือนรางเหมือนภาพลวงตา ดูจับต้องไม่ได้!

เขามองทะลุผ่านภูเขาหิมะเห็นทุ่งหญ้าที่ปกคลุมด้วยหิมะเบื้องล่างได้ด้วยซ้ำ

"เป็นแค่ภาพมายาเหรอ? แต่พลังธาตุน้ำแข็งแถวนี้เข้มข้นกว่าปกติจริงๆ นะ"

เฉินโม่ลองสัมผัสดูคร่าวๆ

ถ้าบอกว่าที่ที่พวกเขาอยู่มาก่อนหน้านี้มีความเข้มข้นของพลังวิญญาณเท่ากับ 1 ที่ตีนเขาหิมะนี่ก็น่าจะระดับ 5 หรืออาจจะมากกว่านั้น!

"โฮก!"

ทันใดนั้น เอลซ่าก็คำรามต่ำๆ ออกมา ดวงตาสีฟ้าเปล่งแสงเรืองรอง นางเปิดใช้งาน [เนตรเหมันต์] ทันที

เอลซ่าได้กลิ่นสาบของสิงโตตัวผู้ตัวอื่นจากพื้นดิน จึงรีบใช้เนตรทิพย์ส่องดูสถานการณ์

และก็เป็นไปตามคาด บนทุ่งหญ้าห่างออกไปราวสิบกิโลเมตร เอลซ่าเห็นสิงโตตัวผู้ตัวหนึ่งกำลังวิ่งตรงดิ่งมาทางพวกมัน!

"โฮก~"

เอลซ่ารีบรายงานสถานการณ์ให้เฉินโม่ทราบ

"โฮก!" (ไม่ต้องตื่นเต้น รอให้มันมาเอง)

ความจริงเฉินโม่ได้กลิ่นสิงโตตัวอื่นในละแวกนี้มาสักพักแล้ว

พวกมันล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของฝูงอื่นเข้าแล้ว

แต่เฉินโม่หาได้แคร์ไม่

ด้วยสายตาและความเร็วระดับปีศาจ เขาสามารถตรวจจับและรู้ข้อมูลของสิ่งมีชีวิตอื่นได้ตั้งแต่ระยะ 10 กิโลเมตร

ไม่นาน ร่างสีขาวร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของเฉินโม่

มันคือสิงโตตัวผู้แผงคอสีขาวโพลน ด้านหลังมีฝูงตัวเมียติดตามมาอีกนับสิบตัว

ชัดเจนเลยว่า หมอนี่คือจ่าฝูงเจ้าถิ่นของที่นี่!

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 17 - ถิ่นสิงโตเหมันต์ ศึกชิงบัลลังก์ราชสีห์

คัดลอกลิงก์แล้ว