- หน้าแรก
- ระบบฝึกวินัยสู๋เส้นทางราชันย์สิงโต
- บทที่ 17 - ถิ่นสิงโตเหมันต์ ศึกชิงบัลลังก์ราชสีห์
บทที่ 17 - ถิ่นสิงโตเหมันต์ ศึกชิงบัลลังก์ราชสีห์
บทที่ 17 - ถิ่นสิงโตเหมันต์ ศึกชิงบัลลังก์ราชสีห์
บทที่ 17 - ถิ่นสิงโตเหมันต์ ศึกชิงบัลลังก์ราชสีห์
อาจจะเป็นเพราะโดนลูบหัวจนเคลิ้ม เอลซ่าจึงหลับตาพริ้ม เผยสีหน้าเปี่ยมสุขออกมาอย่างปิดไม่มิด
"ขนนุ่มลื่นขึ้นเยอะเลยแฮะ สัมผัสดีขึ้นเป็นกอง"
เฉินโม่คิดในใจ
ตอนนี้รูปลักษณ์ภายนอกของเอลซ่าเปลี่ยนไปมากโข
ไม่เพียงแต่ขนที่เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนเหมือนเฉินโม่ แต่ดวงตายังเปลี่ยนเป็นสีฟ้าใสราวกับน้ำแข็ง เหมือนอัญมณีสีน้ำเงินที่บริสุทธิ์ที่สุด เพียงแต่บนตัวนางยังไม่มีเกล็ดน้ำแข็งปรากฏขึ้นมาเหมือนเขา
แม่สิงโตที่นั่งมองลูกตัวเองทั้งสองตัวกลายร่างเป็นสิงโตขาวอยู่ข้างๆ ถึงกับทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
ห๊ะ? หรือว่าฉันจะมียีนสิงโตขาวแฝงอยู่ในตัวกันนะ!?
หลังจากลูบไล้ "แมวยักษ์" จนหนำใจ เฉินโม่ก็โยนซากวิลเดอบีสต์ที่กินเหลือจากเมื่อวานไปตรงหน้าเอลซ่า
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของภารกิจ [สิงโตจอมตะกละ] ของเอลซ่าแล้ว
การที่เอลซ่าหมดสติไปกะทันหันก่อนหน้านี้ทำเอาเฉินโม่ใจหายวาบ นึกว่าภารกิจจะล่มเสียแล้ว โชคดีที่นางฟื้นขึ้นมาได้
ตอนนี้เอลซ่าตื่นรู้เป็นสัตว์เหนือสามัญแล้ว บวกกับผลของ [สิงโตจอมตะกละ] ที่ช่วยยกระดับร่างกายทุกสัดส่วน เชื่อว่าอีกไม่นานนางต้องเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งแน่นอน!
"โฮก!"
สัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย เอลซ่าตื่นเต้นดีใจสุดขีด
น้องชายจ่าฝูงไม่ได้หลอกนางจริงๆ ด้วย แค่กินเนื้อก็เก่งขึ้นได้!
ความพยายามที่ผ่านมา ในที่สุดก็สัมฤทธิ์ผล!
"โฮก~" (นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง~)
เฉินโม่ส่ายหัวเบาๆ
การตื่นรู้เองตามธรรมชาติของเอลซ่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย เดิมทีเขากะจะรอให้เอลซ่าทำภารกิจ [สิงโตจอมตะกละ] สำเร็จก่อนแล้วค่อยลองหาวิธีกระตุ้นให้ตื่นรู้
ไม่นึกเลยว่าพี่สาวจะเก่งขนาดนี้ ตื่นรู้ได้ด้วยตัวเองเฉยเลย
เอลซ่าที่กำลังจะลงมือจัดการมื้ออาหารชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงคำรามต่ำๆ ของน้องชาย แววตาฉายแววฉงน
น้องชายเหมือนจะบอกว่า... นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น?
เอลซ่าไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเข้าใจความหมายในเสียงคำรามของน้องชายได้ชัดเจนขนาดนี้มาก่อน
ปกติเสียงคำรามของสิงโตจะสื่อสารได้แค่อารมณ์คร่าวๆ หรือภาษาง่ายๆ แต่ตอนนี้เหมือนนางจะเข้าใจความหมายลึกซึ้งที่น้องชายต้องการสื่อได้ทะลุปรุโปร่ง!
พอตื่นขึ้นมา เหมือนสมองจะแล่นขึ้นเยอะเลยแฮะ!
"โฮก?" (ฉันยังจะเก่งขึ้นได้อีกเหรอ?)
เอลซ่าคำรามถามกลับไปเบาๆ
ได้ยินเสียงตอบรับจากเอลซ่า เฉินโม่ก็ชะงักไปเหมือนกัน
เขาเองก็เข้าใจความหมายที่เอลซ่าสื่อออกมาได้ทันที ราวกับกำลังสนทนากับมนุษย์อยู่
พอตื่นรู้เป็นสัตว์เหนือสามัญแล้ว สติปัญญาและทักษะการใช้ภาษาสิงโตก็พัฒนาขึ้นด้วยงั้นหรือ?
เรื่องนี้ทำเอาเขาตื่นเต้นไม่น้อย
สองเดือนมานี้ เฉินโม่ใช้ชีวิตแบบไร้ผู้คนพูดคุยด้วยมาตลอด
ถึงจะอยู่ท่ามกลางฝูงสิงโต แต่มันก็ยังอ้างว้าง
โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกนึกคิดแบบมนุษย์ในจิตวิญญาณของเขาค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย
การที่เอลซ่ามีสติปัญญาเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จึงเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่น่ายินดีสำหรับเฉินโม่มาก
"โฮก!" (ได้สิ รีบกินเนื้อเข้าเถอะ!)
เฉินโม่พยักหน้า ส่งเสียงตอบรับ ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางซากวิลเดอบีสต์ที่เหลืออยู่
"งู้ว~"
การวิวัฒนาการผลาญสารอาหารในร่างกายเอลซ่าไปมหาศาล ตอนนี้นางหิวจนไส้กิ่ว จึงไม่ห่วงสวยอีกต่อไป ก้มหน้าก้มตาฉีกทึ้งเนื้อวิลเดอบีสต์อันโอชะเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม
พอเอลซ่าเริ่มรู้สึกว่าหนังท้องตึง นางก็พบความผิดปกติว่าอาหารที่กลืนลงไปกำลังถูกย่อยสลายด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ!
ในขณะเดียวกัน นางสัมผัสได้ชัดเจนว่ายิ่งย่อยเนื้อไปมากเท่าไหร่ พละกำลัง แรงระเบิด และความสามารถด้านต่างๆ ของนางก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น!
เอลซ่าอดไม่ได้ที่จะคำรามออกมาด้วยความสะใจ
"โฮก!" (ดูเหมือนเจ้าจะทำสำเร็จแล้ว ต่อไปขอแค่กินให้เยอะเข้าไว้ ก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ เอง!)
เฉินโม่ชำเลืองมองหน้าต่างสถานะ พบว่าเอลซ่าทำภารกิจ [สิงโตจอมตะกละ] สำเร็จแล้วจริงๆ ส่วนผลลัพธ์ของฉายา [สิงโตจอมตะกละ] ที่เขาใส่อยู่ก็เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นอีก 10%
เอลซ่าเอาตัวมาถูไถเฉินโม่ด้วยความรักใคร่
นางรู้ดีว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ต้องเป็นฝีมือของน้องชายตัวดีแน่ๆ!
"โฮก?"
รอจนเอลซ่ากินอิ่ม เฉินโม่ก็เอ่ยถามถึงความสามารถพิเศษที่นางได้รับมา
สิ่งมีชีวิตที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเป็นสัตว์เหนือสามัญ ดูเหมือนจะได้รับความสามารถพิเศษเฉพาะตัวกันทุกราย
อย่างพายุหิมะของเขา หรือหนามน้ำแข็งของราชินีไฮยีน่า แล้วเอลซ่าล่ะ ได้อะไรมา?
"โฮก!" (เดี๋ยวจะลองดูนะ!)
เอลซ่ารับคำ
นางเริ่มโคจรพลังปราณธาตุน้ำแข็งในร่างกาย
ความสามารถนี้เหมือนเป็นสัญชาตญาณที่ฝังลึก แค่นึกจะใช้ก็แสดงผลออกมาได้ดั่งใจ
วินาทีถัดมา นัยน์ตาสีฟ้าใสของเอลซ่าก็เปล่งประกายแสงสีฟ้าสว่างวาบ นางพบว่าวิสัยทัศน์การมองเห็นขยายกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็มองเห็นต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่ากิโลเมตรได้ชัดแจ๋ว
เอลซ่าอยากจะลองทดสอบขีดจำกัดดูว่าจะมองได้ไกลแค่ไหน
แต่ยังไม่ทันได้ลอง แสงสีฟ้าในดวงตาก็เริ่มติดๆ ดับๆ เหมือนหลอดไฟเสีย
และดับวูบลงในที่สุด
เอลซ่าเพิ่งจะตื่นรู้ พลังปราณในร่างกายยังเบาบางเกินไป ใช้แป๊บเดียวก็หมดถัง
"งู้ว~" (มองได้ไกลขึ้น... แล้วก็มองทะลุของบางๆ ได้นิดหน่อย...)
เอลซ่าพยายามอธิบายสรรพคุณของ "เนตรเหมันต์" ให้เฉินโม่ฟังด้วยภาษาสิงโตแบบกระท่อนกระแท่น
สำหรับเอลซ่าที่เพิ่ง "เข้าวงการ" การใช้ภาษาสิงโตซับซ้อนแบบนี้ยังถือว่าเป็นโจทย์ยาก
"โฮก!" (เยี่ยมมาก!)
เฉินโม่กล่าวชม
มองไกลแถมมองทะลุได้
ถ้าฝึกจนชำนาญ นี่จะเป็นสกิลที่มีประโยชน์มหาศาลเลยทีเดียว
จากนั้นเขาก็เริ่มครุ่นคิดถึงสาเหตุที่เอลซ่าตื่นรู้ได้เอง เผื่อว่าจะเอาไปใช้กับแม่สิงโตตัวอื่นๆ ได้บ้าง
"เป็นพรสวรรค์ของเอลซ่าเอง? หรือเพราะอยู่ในที่ที่มีพลังธาตุน้ำแข็งเข้มข้นนานๆ? หรือว่าเป็นเพราะกินเนื้อสัตว์เหนือสามัญเข้าไป?"
เอาไว้ลองให้พวกแม่สิงโตตัวอื่นกินเนื้อสัตว์เหนือสามัญดูบ้างดีกว่า เผื่อจะช่วยกระตุ้นให้ตื่นรู้ได้?
วันที่สี่ของภารกิจ [สิงโตคำราม]
ในที่สุดฝูงสิงโตก็เดินทางมาถึงหน้าเทือกเขาหิมะ
แต่เฉินโม่กลับพบว่า เทือกเขาหิมะอันกว้างใหญ่ไพศาลที่เสียดฟ้าทะลุเมฆนั้น กลับลอยตระหง่านอยู่กลางอากาศเหนือทุ่งหญ้า!
แถมภูเขาหิมะที่ดูยิ่งใหญ่อลังการเหล่านี้ยังดูเลือนรางเหมือนภาพลวงตา ดูจับต้องไม่ได้!
เขามองทะลุผ่านภูเขาหิมะเห็นทุ่งหญ้าที่ปกคลุมด้วยหิมะเบื้องล่างได้ด้วยซ้ำ
"เป็นแค่ภาพมายาเหรอ? แต่พลังธาตุน้ำแข็งแถวนี้เข้มข้นกว่าปกติจริงๆ นะ"
เฉินโม่ลองสัมผัสดูคร่าวๆ
ถ้าบอกว่าที่ที่พวกเขาอยู่มาก่อนหน้านี้มีความเข้มข้นของพลังวิญญาณเท่ากับ 1 ที่ตีนเขาหิมะนี่ก็น่าจะระดับ 5 หรืออาจจะมากกว่านั้น!
"โฮก!"
ทันใดนั้น เอลซ่าก็คำรามต่ำๆ ออกมา ดวงตาสีฟ้าเปล่งแสงเรืองรอง นางเปิดใช้งาน [เนตรเหมันต์] ทันที
เอลซ่าได้กลิ่นสาบของสิงโตตัวผู้ตัวอื่นจากพื้นดิน จึงรีบใช้เนตรทิพย์ส่องดูสถานการณ์
และก็เป็นไปตามคาด บนทุ่งหญ้าห่างออกไปราวสิบกิโลเมตร เอลซ่าเห็นสิงโตตัวผู้ตัวหนึ่งกำลังวิ่งตรงดิ่งมาทางพวกมัน!
"โฮก~"
เอลซ่ารีบรายงานสถานการณ์ให้เฉินโม่ทราบ
"โฮก!" (ไม่ต้องตื่นเต้น รอให้มันมาเอง)
ความจริงเฉินโม่ได้กลิ่นสิงโตตัวอื่นในละแวกนี้มาสักพักแล้ว
พวกมันล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของฝูงอื่นเข้าแล้ว
แต่เฉินโม่หาได้แคร์ไม่
ด้วยสายตาและความเร็วระดับปีศาจ เขาสามารถตรวจจับและรู้ข้อมูลของสิ่งมีชีวิตอื่นได้ตั้งแต่ระยะ 10 กิโลเมตร
ไม่นาน ร่างสีขาวร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของเฉินโม่
มันคือสิงโตตัวผู้แผงคอสีขาวโพลน ด้านหลังมีฝูงตัวเมียติดตามมาอีกนับสิบตัว
ชัดเจนเลยว่า หมอนี่คือจ่าฝูงเจ้าถิ่นของที่นี่!
[จบตอน]