- หน้าแรก
- ระบบฝึกวินัยสู๋เส้นทางราชันย์สิงโต
- บทที่ 12 - รับเลี้ยงเจ้าเสือดำตัวน้อย
บทที่ 12 - รับเลี้ยงเจ้าเสือดำตัวน้อย
บทที่ 12 - รับเลี้ยงเจ้าเสือดำตัวน้อย
บทที่ 12 - รับเลี้ยงเจ้าเสือดำตัวน้อย
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ลูกเสือดาวกินเนื้อละมั่งเขาน้ำแข็งไปได้ไม่ถึง 1 กิโลกรัม จู่ๆ มันก็หลับตาลงแล้วผล็อยหลับไปดื้อๆ
เฉินโม่รอสังเกตอาการต่ออีกพักหนึ่ง
ไม่นาน พวกแม่สิงโตกับเอลซ่าก็ตามมาสมทบ พอเห็นศพละมั่งกับเสือดาวนอนอยู่ข้างๆ เฉินโม่ พวกมันก็นึกว่านี่คือผลงานการล่าของราชา
เห็นราชายังไม่เริ่มกิน พวกมันเลยยืนล้อมวงสงบนิ่งทำหน้าที่เป็นองครักษ์พิทักษ์ราชา
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง
เฉินโม่เดินเข้าไปดูเจ้าเสือดำ พอเช็กดูว่าลมหายใจยังปกติ แค่หลับไปเฉยๆ เขาถึงเริ่มลงมือจัดการมื้อใหญ่
เนื้อละมั่งเขาน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบชื่นใจ รสสัมผัสนุ่มเด้งสู้ฟัน ถือเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดตั้งแต่เฉินโม่เกิดใหม่มาเลยทีเดียว
และยิ่งกินเข้าไป เฉินโม่ก็รู้สึกว่าเลือดในกายกำลังโห่ร้องด้วยความยินดี
ความรู้สึกของการเติบโตอย่างรวดเร็วกลับมาอีกครั้ง
ผลลัพธ์ของเนื้อละมั่งเขาน้ำแข็งดีกว่าที่เขาคาดไว้มาก
ที่แท้ฉายา [สิงโตจอมตะกละ] ไม่ได้ถึงทางตัน แต่เป็นเพราะเนื้อสัตว์ธรรมดาไม่สามารถช่วยให้เขาเก่งขึ้นได้อีกแล้วต่างหาก
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้เฉินโม่เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าคือ เมื่อย่อยเนื้อละมั่งเข้าไป ในร่างกายเขาก็ก่อกำเนิดพลังงานเหนือสามัญขึ้นมาอีกขุมหนึ่ง
แต่ต่างจากพลังงานอุ่นๆ ก่อนหน้านี้ พลังงานขุมนี้มีความเย็นยะเยือกแฝงอยู่
เฉินโม่รู้สึกได้ชัดเจนว่าพลังงานความเย็นนี้ขดตัวอยู่ในท้องน้อย ทำให้ท้องของเขาเย็นวาบไปหมด
กิน กิน กิน
[สิงโตจอมตะกละ] ทำให้เขามีกระเพาะหลุมดำ ตอนนี้เฉินโม่สามารถกินวิลเดอบีสต์ได้ทีละ 5 ตัว กินได้เท่ากับน้ำหนักตัวของตัวเองเลยทีเดียว
แต่กับเจ้าละมั่งเขาน้ำแข็งตัวนี้ กินไปได้แค่ครึ่งตัวเขาก็อิ่มตื้อแล้ว
จากนั้นเฉินโม่ก็เปิดดูความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง
[สิงโตแอฟริกา (เพศผู้)]
[ระดับ: เหนือสามัญขั้นต่ำ]
[ร่างกาย: 12]
[ความเร็ว: 16]
[พละกำลัง: 11 → 12]
[จิตวิญญาณ: 8]
[ค่าพลังการต่อสู้โดยรวม: 52~94]
เยี่ยมมาก พละกำลังเพิ่มขึ้นอีก 1 แต้ม
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตอนนี้เขามีพลังงานน้ำแข็งเหนือสามัญสะสมเพิ่มมาอีกสองสาย
ในยามคับขัน พลังงานพวกนี้อาจเป็นตัวพลิกเกมได้เลย
คิดได้ดังนั้น เฉินโม่ก็ฉีกเนื้อละมั่งเขาน้ำแข็งส่วนหนึ่ง ประมาณ 1 ใน 10 โยนไปให้พวกแม่สิงโตกับเอลซ่า
ไม่ได้งกนะ แต่เพื่อความอยู่รอดของทั้งฝูง การที่เขาเก็บเนื้อพวกนี้ไว้กินเองย่อมเกิดประโยชน์สูงสุด
ส่วนเนื้อที่เหลือ เขาตั้งใจจะเก็บไว้กินมื้อต่อๆ ไป
ยังไงเนื้อละมั่งเขาน้ำแข็งก็เหมือนแช่เย็นในตัวอยู่แล้ว ทิ้งไว้หลายวันคงไม่เน่าเสียง่ายๆ
พวกแม่สิงโตไม่ได้ติดใจเรื่องการแบ่งปันอาหาร ในความคิดของพวกมัน การที่ราชาได้กินทั้งหมดถือเป็นเรื่องถูกต้องที่สุดแล้ว
ไม่นาน เจ้าเสือดำตัวน้อยก็ตื่นขึ้น
มันเอาตัวเข้าไปถูไถร่างที่แข็งทื่อและเย็นเฉียบของแม่ มันรู้ดีว่าแม่ของมันไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกแล้ว
เมื่อเห็นแววตาหวาดกลัวของเจ้าตัวเล็ก เฉินโม่ก็เดินเข้าไปหา
อาจจะเป็นเพราะได้กินเนื้อจากเขา เจ้าเสือดำเลยไม่ถอยหนีเหมือนคราวแรก ได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนน่าสงสารมาให้
เฉินโม่คาบเจ้าเสือดำขึ้นมา แล้วเอาไปวางไว้ข้างๆ แม่สิงโตตัวที่นิสัยเรียบร้อยที่สุด
เขาตั้งใจจะให้แม่สิงโตตัวนี้รับเลี้ยงมัน
เฉินโม่ยืนดูอยู่ห่างๆ ถ้าแม่สิงโตคิดจะทำร้ายเจ้าตัวเล็ก เขาจะเข้าไปห้ามทันที
"แง๊ว"
เจ้าเสือดำร้องเรียกแม่สิงโตเบาๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ สายตาเหลียวมองกลับมาหาเฉินโม่
มันเริ่มไว้ใจและยึดเหนี่ยวเฉินโม่เป็นที่พึ่ง
ราชาสิงโตตรงหน้าไม่เพียงช่วยล้างแค้นให้แม่ แต่ยังมอบอาหารอันล้ำค่าให้มันด้วย
"โฮก"
โชคดีที่แม่สิงโตตัวนั้นไม่ได้รังเกียจเจ้าสมาชิกใหม่ต่างสายพันธุ์
ตรงกันข้าม มันกลับแสดงสีหน้าอ่อนโยน ก้มตัวลงต่ำ เหมือนจะชวนให้เจ้าตัวเล็กเข้ามาดื่มนม
มันเพิ่งเสียลูกไปไม่นาน สัญชาตญาณความเป็นแม่กำลังเปี่ยมล้นอยู่พอดี
————————————
ท้องฟ้ายามค่ำคืนของทุ่งหญ้านั้นโปร่งใสไร้เมฆหมอก หมู่ดาวนับล้านทอประกายราวกับสายน้ำ ทางช้างเผือกดูใกล้จนเหมือนเอื้อมมือคว้าได้
เฉินโม่แหงนหน้ามองดาว
ความเหงาจับใจแล่นพล่านเข้ามาในอก
ตอนนี้ เขาไม่ใช่สิงโตเต็มร้อย แต่ก็ไม่ใช่มนุษย์เต็มตัว
มีร่างกายเป็นสิงโต แต่จิตใจยังเป็นคน
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าถ้าใช้ระบบสร้างวินัยฝึกตัวเองจนเก่งขึ้นเรื่อยๆ สักวันอาจหาทางกลับบ้านได้
แต่การได้เจอกับละมั่งเขาน้ำแข็งในวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าที่นี่อาจไม่ใช่โลกมนุษย์ที่เขารู้จัก
บ้านเกิดที่จากมา เขาอาจไม่มีวันได้กลับไปอีกแล้ว
ทันใดนั้น เฉินโม่ก็รู้สึกจั๊กจี้ที่หลัง เหมือนมีขนปุยๆ มาถูไถ
เอลซ่านั่นเอง
ดูเหมือนสิงโตสาวน้อยจะดูออกว่าเขากำลังกลุ้มใจ เลยเข้ามาคลอเคลียเอาหัวถูไถขนของเขาเพื่อปลอบโยน
มองดู "พี่สาว" ที่พยายามให้กำลังใจ เฉินโม่ก็ยิ้มออกมา เลิกคิดฟุ้งซ่าน แล้วหมอบลงกับพื้นหญ้า หลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทรา
เที่ยงวันถัดมา
เนื้อละมั่งเขาน้ำแข็งถูกเฉินโม่จัดการจนเกลี้ยง เนื้อเหนือสามัญพวกนี้ช่วยเพิ่มร่างกาย 1 แต้ม พละกำลัง 1 แต้ม และพลังงานน้ำแข็งอีก 3 สาย
และตอนที่กินไปได้ครึ่งทาง เฉินโม่ก็เจอผลึกสีฟ้าใสในท้องของละมั่ง
ผลึกก้อนนั้นมีขนาดเท่าไข่ไก่ ใสแจ๋วเหมือนคริสตัล ภายในมีพลังงานสีฟ้าไหลเวียนอยู่และเปล่งแสงจางๆ
วินาทีที่เห็นผลึกก้อนนี้ จิตใจของเฉินโม่ก็เกิดความกระหายอยากจะกินมันเข้าไปอย่างรุนแรง ร่างกายเรียกร้องต้องการมันจนแทบคลั่ง
เฉินโม่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการข่มความอยากนั้นไว้
ใครจะไปรู้ว่ากินเข้าไปแล้วจะเป็นตายร้ายดียังไง
เขาเพ่งมองผลึกสีฟ้า ทันใดนั้นตัวอักษรสีฟ้าจางๆ สองบรรทัดก็ลอยขึ้นมาข้างๆ
[ผลึกเหนือสามัญธาตุน้ำแข็ง (ขนาดจิ๋ว)]
[ภายในบรรจุพลังปราณน้ำแข็งเล็กน้อย เมื่อกินหรือดูดซับ มีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตระดับสามัญวิวัฒนาการได้]
เฉินโม่แปลกใจเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ [สิงโตนักสังเกต] ใช้ได้กับสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ส่องต้นไม้ใบหญ้าไม่เคยขึ้นข้อมูล แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ส่องของไม่มีชีวิตแล้วขึ้นข้อมูล
สงสัยเพราะเจ้านี่เป็นวัตถุเหนือสามัญล่ะมั้ง
ยิ่งจ้องนาน ข้อมูลก็ยิ่งไหลมาเทมา
[น้ำหนัก 4.2 กรัม]
[ทรัพยากรระดับหนึ่ง]
[บรรจุพลังปราณน้ำแข็ง 9 สาย]
[สามารถดูดซับไอเย็นในรัศมี 5 เมตรเพื่อฟื้นฟูตัวเองได้อย่างช้าๆ]
……
[เมื่อกินเข้าไป มีโอกาส 60% ที่จะวิวัฒนาการสู่ระดับเหนือสามัญ ปลอดภัยต่อร่างกาย 100%]
"ของดีนี่หว่า"
พอรู้ว่ากินแล้วไม่ตาย เฉินโม่ก็จับยัดใส่ปากกลืนลงคอทันที
ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากปากไปทั่วร่างในพริบตา
บอกได้คำเดียวว่า
เย็นขั้วหัวใจ สะใจสุดๆ
กระเพาะเทพเจ้าจาก [สิงโตจอมตะกละ] เริ่มทำงาน ผลึกน้ำแข็งละลายกลายเป็นของเหลว แล้วเปลี่ยนสภาพเป็นพลังงานเหนือสามัญธาตุน้ำแข็งที่คุ้นเคย
หรือจะเรียกว่า ปราณน้ำแข็ง ก็ได้
เหมือนกับตอนกินเนื้อละมั่งเปี๊ยบ
ผลึกก้อนนี้มีปราณน้ำแข็งอยู่ 9 สาย เมื่อรวมกับ 3 สายที่ได้จากเนื้อละมั่งก่อนหน้านี้ พวกมันก็รวมตัวกันกลายเป็นลูกแก้วสีฟ้าขนาดเท่าพุทราจีน ลอยนิ่งสงบอยู่ในท้องน้อยของเฉินโม่
ตำแหน่งที่คล้ายกับจุดตันเถียน
"นี่ฉันฝึกจนมี 'แก่นปีศาจ' แล้วเหรอเนี่ย"
เฉินโม่นึกถึงนิยายกำลังภายในที่เคยอ่านเมื่อชาติที่แล้วขึ้นมาทันที
[จบตอน]