- หน้าแรก
- ระบบฝึกวินัยสู๋เส้นทางราชันย์สิงโต
- บทที่ 10 - สิงโตจอมตด
บทที่ 10 - สิงโตจอมตด
บทที่ 10 - สิงโตจอมตด
บทที่ 10 - สิงโตจอมตด
เมื่อเห็นพวกแม่สิงโตที่ทำท่าทาง "แดนซ์กระจาย" ตามเขา เฉินโม่ก็รู้สึกขบขันอย่างบอกไม่ถูก
น่าเสียดายที่พวกมันไม่มีหน้าต่างภารกิจเหมือนเขา ท่าทางพวกนี้เลยไม่ได้ช่วยให้พวกมันเก่งขึ้นแต่อย่างใด
แต่เฉินโม่ก็จนปัญญาที่จะสื่อสารเรื่องซับซ้อนแบบนี้กับพวกแม่สิงโต เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ให้พวกมันรักษาวินัยไปพร้อมๆ กับเขาก็แล้วกัน
"ถ้าพาสิงโตตัวอื่นทำภารกิจสร้างวินัยด้วยกันได้ก็คงดีสินะ แบบนั้นพวกมันคงช่วยผ่อนแรงฉันได้เยอะเลย"
เฉินโม่คิดในใจเงียบๆ
————————————
หลังจากทำภารกิจประจำวันเสร็จสิ้น เฉินโม่ก็เริ่มออกเดินตรวจตราขอบเขตอาณาเขตของตัวเอง
ตอนนี้อาณาเขตของเขากินพื้นที่รัศมีราวๆ 20 กิโลเมตร เขาต้องคอยตะกุยดินและใช้วิธีพิเศษอื่นๆ เพื่อทิ้งกลิ่นอายของตัวเองไว้ตามแนวชายแดน
กลิ่นอายพวกนี้จะช่วยข่มขวัญไม่ให้สิงโตตัวผู้หรือนักล่าอื่นกล้ารุกล้ำเข้ามา และยังช่วยคุ้มครองความปลอดภัยให้พวกแม่สิงโตกับลูกสิงโตในฝูงด้วย
งานนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยทีเดียว
โชคดีที่เขาเป็นสิงโตสายกินจุ ปริมาณ "ของเสีย" เลยเยอะพอที่จะใช้ทำเครื่องหมายได้ทั่วถึง
ด้วยความแข็งแกร่งระดับเฉินโม่ในตอนนี้ จริงๆ แล้วเขาสามารถขยายอาณาเขตออกไปได้อีก แต่เฉินโม่เลือกที่จะรักษาอาณาเขตเดิมของฝูงเอาไว้เท่านี้
ถ้าพื้นที่กว้างเกินไปเขาจะดูแลไม่ทั่วถึง สำหรับเขาแล้วขอแค่มีอาหารการกินเพียงพอและไม่มีใครมารบกวนก็พอใจแล้ว
การรักษาวินัยเพื่อพัฒนาตัวเองต่างหากคือหัวใจสำคัญ
——————————
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก
หลังจากขึ้นเป็นราชาองค์ใหม่ของฝูง เฉินโม่ยังคงรักษาวินัยและออกล่าเหยื่อด้วยตัวเองทุกวัน
ลำพังอาหารที่พวกแม่สิงโตหามาได้ มันไม่พอยาไส้เขาหรอก
ด้วยการกินอย่างอุดมสมบูรณ์ แม้ขนาดตัวของเฉินโม่จะไม่ได้ขยายใหญ่ขึ้นไปกว่านี้ แต่พละกำลังของเขาก็เพิ่มขึ้นอีก 1 แต้ม แถมพลังงานลึกลับที่เคยใช้ไปก็ฟื้นฟูกลับมาได้สองส่วนแล้ว
ฟ้ายังไม่ทันสาง เฉินโม่ก็ตื่นมาทำภารกิจของวันนี้แล้ว
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของภารกิจ [สิงโตนักกระโดด] เขาเลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ
1 ชั่วโมงผ่านไป
แถบความคืบหน้าของ [สิงโตนักกระโดด] บนหน้าต่างระบบก็แตะ 100% ในที่สุด
ภารกิจแดนซ์... เอ้ย ภารกิจกระโดดสร้างวินัยวันนี้เสร็จสมบูรณ์
เฉินโม่กดเลือกติดตั้งฉายา [สิงโตนักกระโดด] ทันใดนั้นความรู้สึกเหมือนไฟช็อตที่คุ้นเคยก็แล่นพล่านจากแขนขาไปทั่วร่าง
จากนั้นเขาก็เปิดดูสถานะของตัวเอง
[สิงโตแอฟริกา (เพศผู้)]
[ระดับ: เหนือสามัญขั้นต่ำ]
[ร่างกาย: 10 → 12]
[ความเร็ว: 14 → 16]
[พละกำลัง: 11]
[จิตวิญญาณ: 8]
[ค่าพลังการต่อสู้โดยรวม: 50~92]
ฉายา [สิงโตนักกระโดด] เพิ่มความเร็วกับร่างกายให้อย่างละ 2 แต้ม ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
จริงๆ แค่ดูจากค่าสถานะและพลังต่อสู้ เฉินโม่ในตอนนี้ก็แทบจะเดินกร่างได้ทั่วทุ่งหญ้าแล้ว
แต่แค่นี้มันยังไม่พอ
ถ้ามีมนุษย์โผล่มา ความแข็งแกร่งแค่นี้ยังไม่พอให้รอดชีวิตแน่
เฉินโม่เหลือบตามองภารกิจสร้างวินัยอันใหม่ที่เพิ่งรีเฟรชขึ้นมา
แล้วเขาก็ต้องยืนอึ้งกิมกี่ไปพักใหญ่
[สิงโตจอมตด] (ระดับขาว)
ผายลมให้ได้วันละ 30 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
"เชี่ย"
เฉินโม่แทบจะสบถออกมา
ตดเนี่ยนะเรียกว่าสร้างวินัย
การรักษานิสัยเสียๆ แบบนี้มันเรียกว่าวินัยตรงไหนฟะ
ก่อนหน้านี้ไอ้ภารกิจ [สิงโตติดน้ำซ่า] ที่ให้กินโคล่าทุกวันก็ว่าหลุดโลกแล้ว เจอภารกิจตดทุกวันนี้เข้าไป เรียกได้ว่าหลุดโลกจนกู่ไม่กลับ
"ถ้าไม่กินของที่ทำให้ตดเหม็นเป็นพิเศษ ภารกิจบ้านี่ไม่มีทางทำสำเร็จหรอก"
เฉินโม่จนปัญญา สุดท้ายเลยจำใจเลือกภารกิจพื้นฐานที่วนกลับมาใหม่อย่าง [สิงโตอนามัย] แทน
อาบน้ำวันละ 3 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 สัปดาห์
————————————
วันที่ 2 ของภารกิจ [สิงโตอนามัย]
ยามพลบค่ำ
แม่สิงโตสามตัวเดินคอตกกลับมาที่รังท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง
แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความผิดหวัง
นี่เป็นวันที่สองติดต่อกันแล้วที่พวกมันคว้าน้ำเหลว
เหยื่อในอาณาเขตเริ่มบางตาลงทุกที นานๆ ทีจะเจอละมั่งสักฝูง แต่ยังไม่ทันจะเข้าใกล้ก็โดนจับได้เสียก่อน
แล้วเจ้าละมั่งพวกนั้นก็สปีดหนีหายไปในพริบตา
ไม่รู้ทำไมช่วงนี้พวกละมั่งในย่านนี้ถึงได้ระแวดระวังตัวแจขนาดนี้
แค่เห็นเงาสิงโตแวบเดียวก็ใส่เกียร์หมาวิ่งไม่คิดชีวิต
"โฮก"
ทันใดนั้น เอลซ่าก็ส่งเสียงคำรามต่ำด้วยความตื่นเต้น
เมื่อพวกแม่สิงโตมองตามสายตาของเอลซ่าไป ก็เห็นร่างอันกำยำของใครบางคนปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้าไกลลิบ
แววตาของพวกมันเปล่งประกายด้วยความยินดีทันที
ราชาของพวกมันกลับมาแล้ว
จากนั้นพวกมันก็เห็นว่าราชสีห์หนุ่มกำลังลากซากวิลเดอบีสต์ขนาดมหึมาครึ่งตัวกลับมา ท่ามกลางแสงสีทองของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา ดูสง่างามราวกับเทพเจ้า
"โฮก"
เฉินโม่ทิ้งซากวิลเดอบีสต์ลง แล้วเดินไปนอนหลับตาพริ้มใต้ร่มไม้
วันนี้เขาจัดการวิลเดอบีสต์ไปสองตัวกับกระต่ายป่าอีกหนึ่งตัว
เขากินวิลเดอบีสต์ไปหนึ่งตัวกับกระต่ายป่า ส่วนอีกครึ่งตัวที่เหลือก็ลากกลับมาเผื่อแผ่ลูกน้อง
ด้วยฝีมือระดับเฉินโม่ตอนนี้ จริงๆ แล้วเขาสามารถทิ้งฝูงไปใช้ชีวิตเดี่ยวๆ ได้สบาย
ฝูงต่างหากที่ต้องพึ่งพาเขา ไม่ใช่เขาพึ่งพาฝูง
แต่เฉินโม่ไม่คิดจะทิ้งฝูงไปไหน
นอกจากความช่วยเหลือที่แม่จ๋ากับพี่สาวเคยให้ตอนที่เขาเพิ่งมาเกิดใหม่แล้ว สิ่งสำคัญคือในฐานะที่เคยเป็นมนุษย์ เขาไม่ชอบความโดดเดี่ยว
การได้ใช้ชีวิตแบบมีเพื่อนแก้เหงา ว่างๆ ก็จับสิงโตมาฟัดเล่นแบบนี้มันก็ดีออก ชาติที่แล้วเขาไม่มีโอกาสทำแบบนี้เสียหน่อย
เห็นอาหารสดใหม่ตรงหน้า แววตาของพวกแม่สิงโตก็ฉายแววปิติและตื่นเต้น
ส่วนเฉินโม่กำลังนอนครุ่นคิดเรื่องย้ายถิ่นฐาน
เหยื่อในอาณาเขตเหลือน้อยลงทุกที วิลเดอบีสต์สองตัวนี้เขาก็ต้องข้ามเขตไปล่ามาจากถิ่นอื่น
ฝนทิ้งช่วงมาสัปดาห์กว่าแล้ว
ฤดูฝนที่อุดมสมบูรณ์กำลังจะผ่านพ้นไป ฤดูแล้งอันโหดร้ายกำลังจะมาเยือน
ทุ่งหญ้าแอฟริกามีแค่สองฤดู
แล้งกับฝน
ความแห้งแล้งและการขาดแคลนน้ำทำให้พืชพรรณล้มตาย บีบให้สัตว์กินพืชต้องอพยพโยกย้ายครั้งใหญ่
และเพื่อความอยู่รอด สัตว์นักล่าก็จำต้องอพยพตามแหล่งอาหารไปเช่นกัน
"ถึงเวลาต้องหาบ้านใหม่แล้วสินะ"
เฉินโม่มองดูพวกแม่สิงโตที่กำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แล้วคิดในใจ
"โฮก"
หลังจากพวกแม่สิงโตอิ่มหนำ เฉินโม่ก็คำรามต่ำ แจ้งการตัดสินใจเรื่องอพยพให้พวกมันรู้
เมื่อเข้าใจความต้องการของเฉินโม่ สมาชิกในฝูงก็ไม่มีใครคัดค้าน
——
วันที่ 3 ของภารกิจ [สิงโตอนามัย]
เฉินโม่ตื่นแต่เช้ามืด
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขารู้สึกว่าอุณหภูมิในทุ่งหญ้าลดฮวบลงไปหลายองศา
เฉินโม่ไม่รู้ทิศทางในการอพยพของพวกสัตว์กินพืช เลยต้องสื่อสารกับฝูงอยู่นานกว่าจะเข้าใจตรงกัน
แม่จ๋าเลยอาสาเดินนำทางให้
เมื่อกำหนดทิศทางได้แล้ว ขบวนอพยพของฝูงสิงโตก็เริ่มออกเดินทาง
หลังจากเดินทางมาค่อนวัน พอเห็นว่าพวกแม่สิงโตเริ่มล้า เฉินโม่ก็หาต้นไม้ใหญ่ให้พวกมันพักหลบแดด
ส่วนตัวเขาก็ปลีกตัวออกไปหาเหยื่อแถวนั้น
10 นาทีต่อมา เฉินโม่ก็หยุดฝีเท้า
[สิงโตนักสังเกต] มอบสายตาอันเฉียบคมให้เขา ทำให้เขามองเห็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ไกลออกไปได้
เวลานี้ เขาเห็นคู่แม่ลูกเสือดาวอยู่บนทุ่งหญ้าห่างออกไป 5 กิโลเมตร
แม่เสือดาวมีลายจุดดอกเหมยสีดำแต้มอยู่ทั่วตัว ดูสวยงามและปราดเปรียว ส่วนลูกเสือดาวข้างกายกลับมีขนสีดำสนิททั้งตัว
มันคือลูกเสือดำ
เสือดำไม่ใช่สายพันธุ์แยก แต่เป็นเสือดาวที่เกิดความผิดปกติทางยีนจนสีขนเปลี่ยนไป
ตอนนี้ทั้งแม่และลูกต่างผอมโซจนเห็นซี่โครง ชัดเจนว่าอดอยากมานาน
และไม่ไกลจากพวกมัน มีละมั่งรูปร่างประหลาดตัวหนึ่งยืนอยู่
ละมั่งทั่วไปจะมีขนสีน้ำตาลแดงหรือเหลืองทอง แต่เจ้าตัวนี้กลับมีขนสีขาวโพลนเหมือนเป็นโรคผิวเผือก
นอกจากนี้ ขนาดตัวของมันยังใหญ่กว่าละมั่งทั่วไปเล็กน้อย แถมเขาแหลมบนหัวทั้งสองข้างยังขาวใสราวกับหยก
ดูเหมือนว่า... นี่จะเป็นละมั่งกลายพันธุ์
[จบตอน]