- หน้าแรก
- ระบบฝึกวินัยสู๋เส้นทางราชันย์สิงโต
- บทที่ 9 - ราชันองค์ใหม่
บทที่ 9 - ราชันองค์ใหม่
บทที่ 9 - ราชันองค์ใหม่
บทที่ 9 - ราชันองค์ใหม่
สิงโตตัวผู้ที่มาใหม่มีแผลเป็นยาวสองรอยบนหน้า ดูเหมือนรอยมีดบาด ทำให้หน้าตามันดูเหี้ยมเกรียมขึ้นไปอีก
"โฮก"
เจ้าหน้าบากคำรามลั่น แล้วกระโจนเข้าใส่ทันทีโดยไม่รีรอ
เฉินโม่แถมกรงเล็บให้เจ้าขนแดงที่อยู่ใต้ร่างอีกที จนหน้าตาเละเทะเลือดท่วม ก่อนจะดีดตัวผละออกมา วิ่งหนีไปอีกทาง
เจ้าขนแดงหมดสภาพต่อสู้ไปแล้ว เหลือแค่เจ้าหน้าบากตัวเดียว เฉินโม่มั่นใจว่าเอาอยู่
แต่เพื่อความชัวร์ เขาจะใช้วิธีเดิม ตัดกำลังเจ้าหน้าบากก่อน
แต่ยังไม่ทันวิ่งไปได้กี่ก้าว ฉากที่เฉินโม่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น
พี่สาวเอลซ่าวิ่งพุ่งเข้าใส่เจ้าหน้าบาก
มันจะช่วยเฉินโม่สู้กับสิงโตตัวผู้
ทั้งที่แรงและขนาดตัวต่างกันราวฟ้ากับเหว
เห็นแบบนั้น เฉินโม่ทั้งซึ้งใจทั้งโมโห
พี่สาวนี่หาเรื่องเจ็บตัวชัด ๆ มาช่วยหรือมาถ่วงกันแน่เนี่ย
ไม่ลังเลเลย เฉินโม่หันหลังกลับ วิ่งสวนไปหาเจ้าหน้าบากทันที
เจ้าหน้าบากเห็นเอลซ่าพุ่งเข้ามา ก็ตะปบกดลงพื้นอย่างง่ายดาย
แรงคนละชั้นกันเลย
แต่ขณะที่มันกำลังจะฝังเขี้ยวปลิดชีพลูกสิงโตไม่เจียมตัว แรงกระแทกมหาศาลก็พุ่งเข้าชนข้างลำตัว จนมันกระเด็นกลิ้งไปไกล
"ไปตายซะ"
ความโกรธของเฉินโม่ลุกโชน เขาใส่แรงทั้งหมดที่มีฟาดกรงเล็บเข้าใส่เจ้าหน้าบาก
วินาทีนั้น พลังงานสองสายที่ซ่อนอยู่ในท้องน้อยก็เกิดปฏิกิริยา
มันเดือดพล่านเหมือนน้ำร้อน แล้วพุ่งปราดไปรวมกันที่กรงเล็บของเฉินโม่
พริบตาเดียว เฉินโม่รู้สึกว่าขาหน้าเปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาล และตาฝาดเห็นแสงสีขาววาบผ่านกรงเล็บไปแวบหนึ่ง
เร็ว
เร็วเกินไปแล้ว
ด้วยการเสริมพลังลึกลับ กรงเล็บตวัดลงด้วยความเร็วสูงจนเจ้าหน้าบากตอบสนองไม่ทัน หลบไม่พ้น
วินาทีถัดมา กรงเล็บคมกริบก็กรีดผ่านหน้าท้องของเจ้าหน้าบากราวกับมีดกรีดกระดาษบาง ๆ
ไส้ไหลของจริง
"เมื่อกี้มัน..."
อานุภาพของการโจมตีเมื่อกี้เกินคาดไปมาก พลังงานในร่างกายทำให้เขาระเบิดพลังรุนแรงขนาดนี้ได้เชียวเหรอ
เฉินโม่หลับตาสำรวจ พบว่าพลังงานสองสายนั้นหายวับไปหมดเกลี้ยงหลังจากการระเบิดพลังเมื่อครู่
เจ้าขนแดงที่เห็นเหตุการณ์สยองขวัญถึงกับขวัญผวา ลุกวิ่งหนีสุดชีวิต
ต่อให้ต้องเร่ร่อนในทุ่งหญ้า ก็ยังดีกว่าต้องเผชิญหน้ากับเด็กปีศาจตัวนี้
ลูกสิงโตตัวนี้มันสัตว์ประหลาดชัด ๆ โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว
เห็นเจ้าขนแดงวิ่งหนีหางจุกตูด เฉินโม่ก็ไล่กวดตามไป ตะปบล้มแล้วกัดคอหอยจนขาดใจตาย
เมตตาต่อศัตรู คือทารุณต่อตัวเอง
ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอด นี่คือกฎของทุ่งหญ้า
โฮก
เสียงคำรามที่ยังติดเสียงเล็กแหลมแต่เปี่ยมอำนาจดังกึกก้อง ประกาศการผลัดเปลี่ยนบัลลังก์ราชัน
แผ่นดินนี้มีเจ้าของใหม่แล้ว
แม้แผงคอจะยังไม่ขึ้น แต่เขี้ยวเล็บนั้นคมกริบเกินใคร
——————————————
"งื้ด"
เอลซ่าเดินเข้ามาหาเฉินโม่ ส่งเสียงร้องอ้อน ๆ ปนสำนึกผิด
เมื่อกี้มันนอกจากจะช่วยไม่ได้แล้ว ยังเกือบเป็นตัวถ่วงอีก
แต่พอเห็นน้องชายโดนรุม มันก็อดไม่ได้ที่อยากจะเข้าไปช่วยสู้
และตอนนี้ มันตระหนักได้แล้วว่าน้องชายของมันแข็งแกร่งแค่ไหน
ลุยเดี่ยวกับสิงโตตัวผู้สองตัว แล้วฆ่าเรียบ นี่แหละราชันตัวจริง
"งื้ด"
เฉินโม่ใช้ขาหน้าลูบหัวพี่สาวเหมือนลูบหัวแมว เป็นการปลอบใจ
ขนของเอลซ่านุ่มนิ่ม ลูบเพลินดีชะมัด
ตอนนี้เฉินโม่หายโกรธแล้ว เหลือแต่ความซาบซึ้งใจ
ความกล้าหาญของพี่สาวน่านับถือจริง ๆ
"งื้ด"
เอลซ่ามองดูแผลบนหลังของเฉินโม่ แล้วเข้าไปเลียเบา ๆ
น้ำลายคือยาฆ่าเชื้อชั้นดีตามธรรมชาติ
"โฮก"
ไม่นาน แม่จ๋ากับน้าสิงโตอีก 3 ตัวก็เดินเข้ามาล้อมวง
แม่จ๋าจำเอลซ่าได้ แล้วก็ตระหนักได้ทันทีว่าลูกสิงโตที่ฆ่าจ่าฝูงตัวผู้สองตัวได้ด้วยตัวคนเดียว คือลูกอีกตัวของมัน "เจ้าเป๋" นั่นเอง
แต่มันคิดไม่ออกเลยว่าเดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับ "เจ้าเป๋" ทำไมถึงได้แกร่งขึ้นผิดหูผิดตาขนาดนี้
สุดท้าย แม่จ๋าก็เลิกหาเหตุผล แล้วก้มหัวหมอบราบกับพื้นต่อหน้าเฉินโม่
ในฝูงสิงโต ใครแกร่งคนนั้นคุม
เจ้าเป๋ล้มสิงโตตัวผู้ได้ มันก็คือจ่าฝูงตัวใหม่ที่ชอบธรรม
สิงโตตัวเมียอีกสามตัวก็หมอบกราบตาม ๆ กัน
มองดูแม่สิงโตทั้งสี่ที่ "ศิโรราบ" ต่อหน้า เฉินโม่รู้สึกกระอักกระอ่วนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
ตามธรรมเนียม พอสิงโตหนุ่มชนะจ่าฝูงเก่า ตัวเมียในฝูงก็จะยอมรับจ่าฝูงใหม่
แต่ปัญหาคือ
ในบรรดาตัวเมียสี่ตัวที่มาสวามิภักดิ์เนี่ย ตัวหนึ่งคือ "แม่แท้ ๆ" อีกสามตัวคือ "แม่บุญธรรม" ของเขานะเว้ย
แต่เฉินโม่ก็ปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้นอีก
ด้วยฉายาจากภารกิจสร้างวินัย เขาจะทะลุขีดจำกัดไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเหนือธรรมชาติของจริง
แค่ฉายาระดับขาวกับเขียวยังเทพขนาดนี้ ระดับสูงกว่านี้จะขนาดไหน จินตนาการไม่ออกเลย
บางทีสักวันหนึ่ง เขาอาจจะวิวัฒนาการจนถึงขั้นเอาตัวรับระเบิดนิวเคลียร์ได้ก็ได้
ส่วนพลังงานลึกลับสองสายที่ระเบิดออกไปเมื่อกี้ เฉินโม่คิดว่าต้องรีบกินเนื้อเติมกลับมาด่วน ๆ นี่คือไพ่ตายใบสำคัญที่สุดของเขาในตอนนี้เลย
พอกลับมาถึงอาณาเขต เฉินโม่ก็เริ่มกระโดด
หลังจากจบภารกิจ [สิงโตนักสังเกต] ภารกิจใหม่ที่โผล่มาคือ [สิงโตติดน้ำซ่า]
[สิงโตติดน้ำซ่า] (ระดับเขียว)
ดื่มโคล่าขวดละ 300 มล. ขึ้นไป วันละ 20 ขวด ต่อเนื่องหนึ่งเดือน
ตอนเห็นภารกิจนี้ เฉินโม่ถึงกับเหวอ
ดื่มโคล่าทุกวันเนี่ยนะเรียกว่าวินัย
แถมยังเป็นภารกิจระดับสีเขียวซะด้วย ผลลัพธ์น่าจะไม่ธรรมดา
น่าเสียดายที่เขาทำไม่ได้
เกิดใหม่มาตั้งนาน ยังไม่เจอคนสักคน
แล้วต่อให้เจอ เฉินโม่ก็ไม่อยากไปยุ่งด้วยตอนนี้
ในฐานะอดีตมนุษย์ เขารู้ดีว่ามนุษย์นี่แหละน่ากลัวกว่าสัตว์ป่าร้อยเท่าพันเท่า
ตอนนี้เฉินโม่รู้สึกว่าตัวเองเก่ง แต่คงยังไม่เก่งพอจะรับมือกระสุนปืนหรอกมั้ง
ขืนมนุษย์รู้ความผิดปกติของเขา ถ้าไม่โดนจับตาย ก็คงโดนจับไปทดลอง ไม่มีความสงบสุขแน่นอน
เฉินโม่เลยลังเลระหว่างสิงโตอนามัยกับสิงโตนักกระโดด สุดท้ายก็เลือก [สิงโตนักกระโดด]
เช่นเดียวกับตอนซอยเท้าเดิน เฉินโม่ใช้วิธีลักไก่ในการกระโดด
เขากระโดดเตี้ย ๆ ส่ายหัวดุ๊กดิ๊กไปมา ดูเหมือนกำลังเต้นอยู่ในผับ
เอลซ่ากับพวกแม่สิงโตมองดูเฉินโม่ที่โดดเหยง ๆ คิดไปคิดมา ก็เอามั่ง
พวกแม่สิงโตเริ่มรู้แล้วว่าจ่าฝูงตัวใหม่ของพวกมันไม่เหมือนใคร
ไม่ใช่แค่อายุกับขนาดตัว แต่รวมถึงพฤติกรรมแปลก ๆ ด้วย
ก่อนหน้านี้ก็เดินซอยเท้า ตอนนี้มากระโดดหยองแหยง
หรือว่า นี่จะเป็นเคล็ดวิชาลับในการฝึกตน
บางที นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาโตเร็วและเก่งขึ้นในเวลาสั้น ๆ ก็ได้
พวกแม่สิงโตต่างมีความคิดแบบเดียวกัน เลยพากันกระโดดตาม
ถ้ามีมนุษย์มาเห็นฉากนี้คงอ้าปากค้าง
อะไรวะเนี่ย
ฝูงสิงโตเปิดฟลอร์เต้นดิสโก้กลางทุ่งหญ้า
[จบตอน]