- หน้าแรก
- ระบบฝึกวินัยสู๋เส้นทางราชันย์สิงโต
- บทที่ 4 - การล่าครั้งแรก
บทที่ 4 - การล่าครั้งแรก
บทที่ 4 - การล่าครั้งแรก
บทที่ 4 - การล่าครั้งแรก
แม่จ๋าเองก็เห็นลูกทั้งสองตัวแล้ว แววตาที่เคยเศร้าหมองพลันสว่างไสวขึ้นมาทันที
มันรีบฉีกเนื้อก้อนใหญ่จากซากหมูป่าที่เพิ่งล่ามาได้ หวังจะให้ลูกน้อยทั้งสองได้กินอิ่มหนำ
แต่พอหันกลับไป กลับพบว่าเจ้าลูกชายขาเป๋วิ่งหายลับไปแล้ว เหลือแต่ลูกสาวที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาอย่างตื่นเต้น
เอลซ่าที่หิวโซมาค่อนวันรีบสวาปามเนื้อหมูป่าคำโตอย่างมูมมาม
ทว่ายังกินไปได้ไม่ถึงสองคำ แม่สิงโตก็มองไปทางที่ไกลออกไป ท่าทางเริ่มกระวนกระวายขึ้นมา
"โฮก"
มันคำรามต่ำใส่เอลซ่า เหมือนจะเร่งให้รีบหนีไปซะ
"งื้ด"
เอลซ่าเงยหน้ามองแม่ตาละห้อย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือเสียงคำรามเกรี้ยวกราดของแม่
ดูเหมือนมันจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เอลซ่ามองแม่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันไปมองแผ่นหลังของน้องชายขาเป๋ที่วิ่งลิ่วจากไป แล้วคาบก้อนเนื้อวิ่งตามไปทันที
เมื่อกลับมาถึงชายขอบอาณาเขตของฝูง เฉินโม่ก็พบว่าภารกิจ [สิงโตนักซิ่ง] ของวันนี้ใกล้จะสำเร็จแล้ว
ขอแค่วิ่งต่ออีก 10 นาทีก็เรียบร้อย
พละกำลังยังเหลือเฟือ เฉินโม่จึงไม่หยุดฝีเท้า
สร้างวินัยกันต่อไป
ไม่นานนัก เอลซ่าก็วิ่งตามมาทัน มันเบิกตากว้างมองดูน้องชายขาเป๋ที่กำลังวิ่งอย่างบ้าคลั่งอยู่ไม่ไกล
มันไม่เข้าใจว่าทำไมน้องชายถึงได้ดูร่าเริงขนาดนี้ แต่ความสดใสของน้องก็ช่วยปัดเป่าความสับสนและความหวาดกลัวในใจมันไปได้โข
เอลซ่าจัดการกินเนื้อหมูป่าไปครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งมันตั้งใจจะเก็บไว้ให้น้องชาย
เมื่อแถบความคืบหน้าของ [สิงโตนักซิ่ง] แตะ 100% เฉินโม่ก็กดเลือกติดตั้งฉายาด้วยความตื่นเต้น
เช่นเดียวกับครั้งก่อน พลังงานเหมือนกระแสไฟฟ้าไหลพล่านไปทั่วร่าง ราวกับพันธนาการทางพันธุกรรมถูกปลดล็อก ร่างกายและแขนขาของเขาได้รับการเสริมแกร่งในพริบตา
ขาหลังที่เคยพิการ บัดนี้หายเป็นปลิดทิ้ง
เฉินโม่ยังไม่สนใจภารกิจใหม่ที่เด้งขึ้นมา แต่รีบสำรวจความเปลี่ยนแปลงของร่างกายก่อนเป็นอันดับแรก
ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอีกระดับแล้ว
เทียบกับเมื่อก่อน เร็วขึ้นอีก 50% ได้
ตอนนี้ต่อให้เป็นสิงโตตัวผู้ตัวเต็มวัย ก็คงวิ่งตามเขาไม่ทันแน่
แถมเฉินโม่ยังค้นพบว่าเวลาที่วิ่ง เขาจะเข้าสู่สภาวะพิเศษบางอย่าง
เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน เหมือนฉีดอะดรีนาลีนเข้าเส้น ทั้งพละกำลัง ความเร็ว และแรงระเบิด ทุกอย่างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
คิดไปคิดมา เฉินโม่เลยตั้งชื่อสภาวะนี้ว่า [โหมดขาซิ่ง]
น่าเสียดายที่โหมดนี้อยู่ได้ไม่นาน เต็มที่ก็ไม่เกิน 1 นาที
แต่ถ้าเอาไว้ใช้ล่าเหยื่อ แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว
หลังจากทดลองพลังใหม่จาก [สิงโตนักซิ่ง] จนหนำใจ เฉินโม่ถึงหันกลับมาดูหน้าต่างภารกิจ
เหมือนเดิมเป๊ะ ภารกิจ [สิงโตอนามัย] กับ [สิงโตจอมตะกละ] ถูกปลดล็อกแล้ว แต่ที่มาแทน [สิงโตนักซิ่ง] คือภารกิจใหม่ชื่อ [สิงโตนักสังเกต]
[สิงโตนักสังเกต] (ระดับเขียว)
สังเกตสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันวันละ 10 ชนิด โดยต้องสังเกตแต่ละชนิดไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ทำต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน
"สิงโตนักสังเกตจะช่วยให้ตาไวขึ้นงั้นเหรอ"
เฉินโม่เดาผลลัพธ์ของฉายานี้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นภารกิจระดับสีเขียว
แต่หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว เฉินโม่ก็ตัดสินใจเลือก [สิงโตจอมตะกละ] อยู่ดี
[สิงโตนักสังเกต] ต้องใช้เวลาตั้งหนึ่งเดือน นานเกินไป
แถมดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ผลของ [สิงโตจอมตะกละ] น่าจะดีกว่า [สิงโตนักสังเกต] แน่ ๆ
ติดอยู่อย่างเดียวคือมันยากชะมัด
ต้องกินเนื้อวันละ 10 กิโล น้ำหนักพอกับตัวเขาตอนนี้เลยนะนั่น
ที่สำคัญคือ พอออกจากฝูงแล้ว อาหารทุกมื้อต้องหาเองนี่สิ
เอาเถอะ ถึงไม่รับภารกิจนี้ ยังไงเขาก็ต้องเริ่มออกล่าเองอยู่ดี
"ลองดูสักตั้ง"
พอกินเนื้อที่พี่สาวคาบมาให้จนหมดและพักผ่อนจนหายเหนื่อย เฉินโม่ก็เดินกลับมาที่ต้นไม้ใหญ่ ใช้เท้าหน้าเขี่ย ๆ บอกใบ้ให้เอลซ่า
ความหมายคือให้เอลซ่ารออยู่ที่นี่ เขาจะออกไปทำธุระเดี๋ยวเดียว
ไม่สนใจว่าพี่สาวจะเข้าใจไหม เฉินโม่วิ่งเหยาะ ๆ ออกมา มุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้าเขียวขจีผืนเดิม
ที่นี่คือแหล่งหากินประจำของพวกแม่สิงโต
หญ้าอุดมสมบูรณ์ แถมอยู่ใกล้แหล่งน้ำ สัตว์กินพืชเลยชุมมาก
เฉินโม่ตั้งใจจะเริ่มการล่าครั้งแรกที่นี่แหละ
ถึงตรงนี้จะเป็นอาณาเขตของสองพี่น้องสิงโตตัวผู้ก็เถอะ
แต่ตอนนี้เขาทั้งเร็วทั้งอึดกว่าเจ้าพวกนั้นเยอะ
ต่อให้โดนเจอตัวแล้วจะทำไม
สู้ไม่ได้ก็วิ่งหนีสิครับ รออะไร
เฉินโม่ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้ารกทึบ สำหรับการล่าครั้งแรก เขาขอเล่นบท "นักตุ๋ยหลัง" ผู้ซุ่มเงียบดีกว่า
ไม่ไกลออกไป ฝูงละมั่งอิมพาลากำลังเล็มหญ้ากันอย่างสบายใจ
พวกมันกระโดดได้สูงและวิ่งเร็วมาก แถมยังหูตาไวสุด ๆ ปกติแม่สิงโตจะไม่เลือกพวกมันเป็นเป้าหมายแรก ๆ
เฉินโม่นอนนิ่งอดทนรอจังหวะ
ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ละมั่งตัวเมียตัวหนึ่งที่มัวแต่ห่วงกินหญ้าอ่อน ก็ค่อย ๆ เผลอเดินแยกออกจากฝูง ขยับเข้ามาใกล้จุดที่เฉินโม่ซุ่มอยู่เรื่อย ๆ
เฉินโม่กลั้นหายใจ รอให้มันเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วค่อยลงมือ
"แบ๊ะ"
เจ้าละมั่งตัวเมียชำเลืองมองมาทางที่เฉินโม่ซ่อนอยู่
จริง ๆ มันเห็นลูกสิงโตนานแล้ว แต่ไม่ได้อยู่ในสายตา พอเช็กแล้วว่าไม่มีแม่สิงโตอยู่แถวนั้น มันก็ก้มหน้าเล็มหญ้าต่ออย่างสบายใจ
ลูกสิงโตวัยสองเดือน ฟันน้ำนมเพิ่งขึ้นแบบนี้ มันแค่วิ่งเหยาะ ๆ ก็สลัดหลุดได้สบาย
อย่าว่าแต่ลูกสิงโตเลย ต่อให้แม่สิงโตมาเองก็ยังไม่แน่ว่าจะไล่มันทัน
ฟุ่บ
จังหวะที่ละมั่งอยู่ห่างไปไม่ถึง 5 เมตร เฉินโม่กระโจนออกไปทันที
ด้วยพลังของ [สิงโตจอมเดิน] ผสานกับ [สิงโตนักซิ่ง] ความเร็วของเขาน่าเหลือเชื่อมาก
ละมั่งตัวเมียเพิ่งจะได้ยินเสียง พอจะขยับขาวิ่งหนีตามสัญชาตญาณ ก็โดนลูกสิงโตตะปบจนล้มกลิ้งไปแล้ว
พอกดเหยื่อลงกับพื้นได้ เฉินโม่ก็อ้าปากกว้าง งับเข้าที่ลำคอหวังจะปลิดชีพในครั้งเดียว
แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด
ฟันของเขายังไม่แข็งแรงพอ เลยเจาะคอหอยละมั่งไม่เข้า ทำได้แค่ฝากรอยเลือดตื้น ๆ ไว้เท่านั้น
แถมแรงก็ยังน้อย พอละมั่งดิ้นสุดชีวิต มันก็หลุดจาก "อ้อมกอด" ของเขา กระโดดผึงหนีไปอย่างรวดเร็ว
"ห้ะ"
เฉินโม่สตั๊นไปครึ่งวินาที ก่อนจะตั้งสติแล้วออกวิ่งไล่กวดทันที
หลังจากดิ้นหลุดมาได้ ละมั่งก็ใส่เกียร์หมาวิ่งสุดชีวิต ในใจโล่งอกไปเปราะหนึ่ง
เมื่อกี้ประมาทไปหน่อยที่ไม่ได้หลบ
คราวนี้รอดแล้ว
แต่คิดผิดถนัด
พอรู้สึกถึงลมวูบใหญ่ที่ไล่หลังมา ละมั่งหันกลับไปมองแล้วแทบช็อกตาตั้ง
ลูกสิงโตตัวนั้นไปกินยาบ้ามาหรือไง ระยะห่าง 30 เมตรที่มันอุตส่าห์ทิ้งห่างมาเมื่อกี้ หดเหลือไม่ถึง 10 เมตรในพริบตา
แถมยังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ด้วย
ระหว่างวิ่งไล่ เฉินโม่เปิดใช้งาน [โหมดขาซิ่ง]
หัวใจเต้นรัวแรง สี่ขาเปี่ยมไปด้วยพลัง ความเร็วพุ่งทะยานขึ้นไปอีกระดับ
ตอนนี้เขาเหมือนรถสปอร์ตที่เหยียบคันเร่งจมมิด
เลือดสิงโตเดือดพล่าน แววตาของลูกสิงโตเปล่งประกายอำมหิตจนน่าขนลุก
ละมั่งตัวเมียยังไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำว่าทำไมลูกสิงโตถึงน่ากลัวขนาดนี้ ทำไมมันถึงวิ่งเร็วได้ขนาดนี้
ก็โดนตะปบคว่ำเป็นรอบที่สอง
คราวนี้เฉินโม่ไม่กัดแล้ว แต่ใช้กรงเล็บตะปบเข้าเต็มแรง
หน้าท้องของละมั่งถูกฉีกกระชากจนเป็นแผลเหวอะ
ภายใต้โหมดขาซิ่ง พละกำลังของเฉินโม่เพิ่มขึ้นมหาศาล จนพอจะเทียบเคียงกับสิงโตตัวเมียทั่วไปได้แล้ว
"แบ๊ะ"
ละมั่งส่งเสียงร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสิ้นใจตายคาที่ด้วยกรงเล็บมรณะของเฉินโม่
[จบตอน]