- หน้าแรก
- จากศัลยแพทย์ธรรมดา สู่พ่อมดที่มีสกิลเทพระดับ SSS
- บทที่ 16 - หอคอยเลือดเนื้อ
บทที่ 16 - หอคอยเลือดเนื้อ
บทที่ 16 - หอคอยเลือดเนื้อ
บทที่ 16 - หอคอยเลือดเนื้อ
"อะไรนะ? น้องสามกำลังจัดการก็อบลิน?"
ณ แคว้นโซโลมอน ภายในปราการโซโลมอน ค่ายทหารแนวป้องกันที่สาม
บุรุษหนุ่มในชุดเกราะเต็มยศสีดำสนิทมองไปยังองครักษ์เงาที่อยู่ข้างกายด้วยความประหลาดใจ ทันใดนั้นคิ้วของเขาก็ขมวดมุ่น
"น้องสามไปจัดการก็อบลินเพื่ออะไร? เขาไปเอาคนมาจากไหน? หรือว่าพี่ใหญ่ยื่นมือเข้ามายุ่ง?" บุรุษหนุ่มถามอย่างไม่เข้าใจ
"มิได้ขอรับ คุณชายเรมิงตัน เป็นคุณชายไอแซคที่นำกองกำลังองครักษ์ของเขาลงมือด้วยตนเอง"
"น้องสามนำทัพเอง?" บุรุษหนุ่ม หรือก็คือเรมิงตัน พี่ชายคนที่สองของไอแซค ชะงักไปเล็กน้อย "ร่างกายของน้องสามอ่อนแอเพียงนั้น สมิธจะยอมให้เขาออกจากบ้านหรือ?"
แม้สมิธจะเป็นเพียงพ่อบ้าน และยังเป็นพ่อบ้านที่ถูกส่งไปประจำตระกูลสาขา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสถานะของเขาจะต่ำต้อย ในฐานะพ่อบ้านที่รับใช้ตระกูลโซโลมอนมาตั้งแต่รุ่นปู่ของพวกเขา สถานะของสมิธนั้นสูงส่งอย่างยิ่ง หลายครั้งที่บิดาของพวกเขา หรือก็คือไวเคานต์โซโลมอนคนปัจจุบัน ยังต้องรับฟังคำพูดของเขา
การที่เขถูกส่งไปอยู่เคียงข้างไอแซค กลับเป็นการแสดงความสำคัญที่ตระกูลมีต่อไอแซค เพราะไอแซคมีร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยมาตั้งแต่เด็ก แม้แต่การฝึกฝนร่างกายในชีวิตประจำวันก็ยังทำไม่ไหว ดังนั้นต่อให้แยกตระกูลสาขาออกไปแล้ว ก็ยังจำเป็นต้องมีคนที่ไว้ใจได้คอยอารักขาเขาอย่างใกล้ชิด
อีกทั้งสมิธเป็นเพียงอัศวินที่เคยได้รับบาดเจ็บในวัยหนุ่ม ทำให้ความแข็งแกร่งไม่อาจก้าวหน้าได้อีก ทั้งยังอายุมากแล้ว ก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องถอยฉากไปใช้ชีวิตวัยชราอย่างสงบสุข
ดังนั้น หากไม่ได้รับอนุญาตจากสมิธ ไอแซคย่อมไม่สามารถออกจากปราสาทได้อย่างแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องอันตรายอย่างการล้อมปราบก็อบลิน...
ยิ่งไปกว่านั้น การปราบก็อบลินหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของดินแดน เป็นเรื่องที่พี่ใหญ่ของพวกเขาต้องกังวล ไม่เกี่ยวข้องกับไอแซค การมีอยู่ของสมิธและกองกำลังองครักษ์ก็เพียงพอที่จะปกป้องไอแซคให้ปลอดภัยแล้ว
ดังนั้น เขายิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีก
"คุณชายไอแซค เขา... กลายเป็นพ่อมดแล้วขอรับ" องครักษ์เงากล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย
เรมิงตันชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "พ่อมดในตำนาน?"
องครักษ์เงาพยักหน้า ก็คงเป็นได้แค่พ่อมดในตำนานเท่านั้น เพราะมีการทดสอบพรสวรรค์มานานแล้ว คุณชายไอแซคไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นจอมเวทอาร์เคนได้
คิ้วของเรมิงตันขมวดเข้าหากันอย่างสมบูรณ์ "หรือว่าจะเป็นฝีมือพี่ใหญ่? ชิ~"
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวันแต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เรมิงตันจึงโบกมือ "ช่างเถอะ แผนการเรื่องก็อบลินยุติไว้เพียงเท่านี้ ส่วนเรื่องของน้องสาม... ให้ความสนใจหน่อย ไปสืบมาให้แน่ชัดว่าใช่พี่ใหญ่ที่ช่วยให้เขากลายเป็นพ่อมดหรือไม่"
"ขอรับ คุณชาย" องครักษ์เงาขานรับเสียงเบา ก่อนจะถอยออกจากห้องไป ทิ้งให้เรมิงตันยืนอยู่ตามลำพังภายในห้อง ใบหน้าของเขาจับจ้องไปยังกระดานทรายเบื้องหน้าด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา
...
"อะไรนะ? ไอแซคกลายเป็นพ่อมดแล้ว?"
ณ ปราการโซโลมอน ชายวัยกลางคนในชุดลำลองมององครักษ์เงาด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สีหน้าจะฉายแววขมขื่นและจนปัญญาเล็กน้อย
"สุดท้ายก็ยังป้องกันไว้ไม่ได้สินะ... ช่างเถอะ ในเมื่อเขากลายเป็นพ่อมดแล้ว ก็ปล่อยเขาไปเถอะ ไปเบิกเงินจากบัญชีของข้าหนึ่งพันเหรียญทองให้เขา ในเมื่อเป็นพ่อมดในตำนาน ก็น่าจะต้องเผยแพร่เรื่องราว ลองไปถามเขาดูว่าเขาเขียนเรื่องอะไรไว้ จากนั้นก็นำไปเผยแพร่ในดินแดนของเราก่อน สุดท้ายก็หาคนคอยติดตามเขาสักคน รวบรวมเรื่องราววีรกรรมของเขาไว้ อนาคตอาจมีประโยชน์"
"รับบัญชา"
"เดี๋ยวก่อน"
องครักษ์เงากำลังจะหันหลังเดินจากไป แต่ก็ถูกชายวัยกลางคนเรียกไว้
"ตำราเวทมนตร์ที่เรายึดมาได้ครั้งก่อน ข้าจำได้ว่ายังไม่ได้ขายออกไปใช่หรือไม่? แจ้งไปทีว่าไม่ต้องขายแล้ว ส่งไปให้เขาโดยตรงเลย"
"รับบัญชา" องครักษ์เงาพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนร่างจะจมหายเข้าไปในเงามืด
ชายวัยกลางคนกลับไปนั่งที่เก้าอี้ มองเอกสารในมือด้วยความสนใจ มุมปากเผยรอยยิ้มพึงพอใจ
...
"หืม? น้องสามกลายเป็นพ่อมดแล้ว? พ่อมดในตำนาน? ช่างกล้าบ้าบิ่นดีจริง~"
ณ ปราการโซโลมอน ยอดหอคอยเวท
สตรีในชุดคลุมสีขาวเงยหน้าขึ้น มองเอกสารในมือด้วยความประหลาดใจ คิ้วเรียวงามขมวดเล็กน้อย สำหรับขุนนางแล้ว พ่อมดในตำนานไม่ใช่หนทางอาชีพที่ดีนัก...
เพราะพ่อมดในตำนานนั้นง่ายที่จะติดต่อกับตัวตนจากต่างมิติ ภายใต้การชักนำของพวกมัน มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นคนบ้า และเมื่อกลายเป็นคนบ้าแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ แม้กระทั่งโจทย์คณิตศาสตร์!
ในประวัติศาสตร์ มีพวกบ้าที่อุทิศดินแดนของตนเองให้เหล่าเทพมารนอกรีตเพื่อแลกกับพลังอยู่ไม่น้อย!
และในปัจจุบันก็ยังมีอยู่!
เธอกังวลว่าไอแซคจะกลายเป็นเช่นนั้น แต่ทว่า...
เธอก็ไม่ใช่ทายาทผู้สืบทอดตระกูลโซโลมอน และไม่เคยคิดจะแย่งชิงกับพี่ใหญ่ ดังนั้น...
"เรื่องนี้ ทางฝั่งพี่ใหญ่ว่าอย่างไรบ้าง?" สตรีผู้นั้นมองไปยังองครักษ์เงา
"คุณชายใหญ่ได้จัดสรรเงินหนึ่งพันเหรียญทองและตำราเวทมนตร์หนึ่งเล่มให้คุณชายสามขอรับ"
"พี่ใหญ่สนับสนุนเขาสินะ? ก็ได้ งั้นเจ้าก็นำสิ่งนี้ไปให้ไอแซค ถือว่าเป็นของขวัญแสดงความยินดีจากข้าแล้วกัน" พลางกล่าว สตรีผู้นั้นก็หยิบหนังสือเวทที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเล่มหนึ่งออกมาจากลิ้นชักวางไว้บนโต๊ะ
พูดจบ เธอก็ก้มหน้าก้มตาศึกษาของในมือต่อไป
องครักษ์เงารับหนังสือเวทเล่มนั้นมา โค้งคำนับเล็กน้อยก่อนจะถอยออกจากห้องไป
...
อีกด้านหนึ่ง ไอแซคที่อยู่ในกระท่อมในป่าไม่รู้เลยว่าเรื่องของตนเองได้ถูกส่งไปถึงตระกูลแล้ว แต่ถึงรู้เขาก็ไม่ใส่ใจ อันที่จริงเขาไม่เคยคิดที่จะปิดบังได้นาน คนเราไม่สามารถเก็บตัวเงียบได้นานเกินไป มิฉะนั้นจะกลายเป็นพวกขี้ขลาดไปจริงๆ
เดิมทีเขาเพียงต้องการซื้อเวลาในการพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้สิ่งที่เขากำลังสับสนคือ ควรจะเข้าร่วมองค์กรพ่อมดแห่งไหนดี
สมาชิกนอกระบบขององค์กรพ่อมดโดยทั่วไปไม่มีข้อจำกัดใดๆ อยากเข้าร่วมอะไรก็เข้าร่วมได้ เพราะโดยพื้นฐานแล้วไม่มีสวัสดิการอะไรให้ ต้องทำงานถึงจะได้ผลประโยชน์ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะอ้าแขนรับทุกคน
แต่ไอแซคกลับไม่สามารถไม่เลือกได้ ข้อแรก ต้องเป็นองค์กรที่ตัวเขาในปัจจุบันสามารถหาเงินได้ อย่างองค์กรที่ต้องการให้สร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ก็ไม่จำเป็นต้องไป เขาต้องการเงิน ความรู้ และทรัพยากร!
ไม่ใช่ประสบการณ์การฝึกฝีมือ
ดังนั้นหลังจากคัดกรองอย่างถี่ถ้วน ไอแซคจึงมีเป้าหมายสำรองอยู่สามแห่ง แห่งแรกคือ กาสปักษาอัสดง องค์กรพ่อมดแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านการปรุงยาและเพาะเลี้ยงอสูรรับใช้ ภารกิจสำหรับสมาชิกนอกระบบก็เน้นไปที่การปรุงยาเวทระดับต่ำและปลูกสมุนไพรเวทมนตร์เป็นหลัก แห่งที่สองคือ เคหาสน์ป่าทมิฬ เชี่ยวชาญศาสตร์มืดหลากหลายแขนง พลังต่อสู้แข็งแกร่งมาก แต่ภารกิจสำหรับสมาชิกนอกระบบกลับเป็นการปลูกสมุนไพรเวทมนตร์ โดยจะจัดหาพิธีกรรมเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมให้ฟรี รับประกันผลผลิตไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นเช่นไร
และแห่งสุดท้ายคือ หอคอยเลือดเนื้อ ซึ่งค่อนข้างคล้ายคลึงกับเวทมนตร์คาถาที่ไอแซคเชี่ยวชาญในปัจจุบัน สมาชิกส่วนใหญ่เชี่ยวชาญเวทมนตร์คาถาประเภทการดัดแปรชีวภาพ ภารกิจสำหรับสมาชิกนอกระบบคือการเพาะเลี้ยงอสูรเวทหลากหลายชนิด และเช่นเดียวกัน พวกเขาจะจัดหาพิธีกรรมเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมให้
แต่ที่นี่ไม่เหมือนกับการปลูกสมุนไพรเวทมนตร์ที่รับประกันผลผลิต การเพาะเลี้ยงอสูรเวทต้องใช้ทักษะค่อนข้างสูง
แน่นอนว่า ผลตอบแทนที่ได้ก็สูงมากเช่นกัน
ทั้งสามองค์กรพ่อมดนี้ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเศรษฐกิจหรือการพัฒนา ต่างก็เหมาะสมกับไอแซคอย่างยิ่ง เพราะแม้ว่าตอนนี้เขาจะพูดได้ว่าเชี่ยวชาญเวทมนตร์คาถาดัดแปรชีวภาพ แต่นั่นก็เพราะเขามีเพียงเวทมนตร์คาถาประเภทนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่น
ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สนใจเวทมนตร์คาถาประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นเวทมนตร์คาถาเพาะเลี้ยงอสูรรับใช้ หรือศาสตร์มืดที่เน้นการต่อสู้ เขาก็อยากเรียนรู้ทั้งนั้น
สุดท้าย หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไอแซคก็ตัดสินใจเลือก หอคอยเลือดเนื้อ!
ในยามที่ความแข็งแกร่งยังไม่เพียงพอ ก็อย่าเพิ่งคิดที่จะเชี่ยวชาญไปเสียทุกอย่าง มุ่งเน้นไปที่เส้นทางเดียวก่อน พัฒนาสายทักษะให้แข็งแกร่งขึ้นแล้วค่อยว่ากัน
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ไอแซคก็รับใบสั่ง เตรียมตัวไปยังเมืองเล็กกลางทะเลสาบเพื่อสมัครเข้าร่วม พร้อมทั้งจัดซื้อข้าวของตามรายการที่หอคอยเลือดเนื้อให้มา
[จบแล้ว]