- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 505 ต่อต้านความตาย
บทที่ 505 ต่อต้านความตาย
บทที่ 505 ต่อต้านความตาย
บทที่ 505 ต่อต้านความตาย
ทันใดนั้นเอง พลังที่กดทับลงมายังคนทั้งสองก็หายไป แต่เจิ่นเซียงเยว่และฟูฉิงก็ไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหว พวกเธอคิดถึงชาวเมืองและคนใกล้ชิด
เมื่อรู้สึกถึงจิตสังหารของจ้าวฝูและสถานะของเขา เขาย่อมต้องทำตามที่พูดอย่างแน่นอน ดังนั้น ถ้าพวกเธอฆ่าตัวตายจริงๆ ชาวนครจันทร์หอมก็จะต้องตายไปกับพวกเธอด้วย และเหล่าคนที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกเธอก็ย่อมต้องมีโชคชะตาที่เลวร้ายยิ่งกว่า
พวกเธอกล้าตาย แต่เพราะพวกเธอต้องคิดถึงชาวนครจันทร์หอม พวกเธอทั้งคู่จึงต้องหยุดมือไว้
ดวงตาสีแดงโลหิตของจ้าวฝูมองไปยังพวกเธอด้วยความเยือกเย็น ไม่มีใครในต้าฉินเคยกล้าต่อต้านเขาเช่นนี้มาก่อน
เขาต้องการที่จะปฏิบัติต่อพวกเธอด้วยดี แต่เนื่องจากพวกเธอทำแบบนี้ เขาจึงติดสินใจแบบอื่น ในทันใดนั้นเอง จ้าวฝูก็รู้สึกโมโหมากและตัดสินใจที่จะระบายความโกรธของเขาเข้าใส่พวกเธอ
"อะไร? เจ้าไม่ทำต่อแล้วเหรอ?" เสียงอันเย็นชาของจ้าวฝูดังออกมาอีกครั้ง
เจิ่นเซียงเยว่ตะโกนออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด "เจ้ามันไร้ยางอายเกินไป เจ้าใช้ชาวนครจันทร์หอมเพื่อข่มขู่พวกเรา!"
จ้าวฝูแค่นเสียงอย่างเย็นชาและไม่สนใจคำพูดของเธอ ในขณะที่เขาพูดออกมาอย่างเยือกเย็น "ถอดเสื้อผ้าของพวกเจ้าออกซะ!"
คนที่อยู่ในห้องโถงนี้มีเพียงแค่จ้าวฝู หญิงสาวทั้งห้า เซียนหลู และคนรับใช้ที่เป็นผู้หญิงอีกบางส่วน เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ พวกเธอทุกคนต่างก็ประหลาดใจมาก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจิ่นเซียงเยว่และฟูฉิงก็รู้สึกโกรธมากและแทบจะเฉือนคอของตัวเอง
"ข้าบอกให้ถอดเสื้อผ้าของพวกเจ้าออก!" จ้าวฝูพูดด้วยน้ำเสียงที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น และเสียงของเขาก็เย็นชามากยิ่งขึ้น เขาเต็มไปด้วยจิตสังหารในขณะที่เขามองไปยังหญิงสาวทั้งสองคน
ภายใต้แรงกดดันของจ้าวฝู เจิ่นเซียงเยว่และฟูฉิงก็ต้องยอมแพ้ต่อการตาย แต่พวกเธอจะทำอะไรที่น่าขายหน้าแบบนี้ได้อย่างไร?
“ยาม!” จ้าวฝูตะโกนออกมา
สีหน้าของเจิ่นเซียงเยว่และฟูฉิงซีดลงเมื่อรู้ว่าจ้าวฝูจะทำอะไร ดังนั้นพวกเธอจึงรีบตะโกนออกมา "ก็ได้! ข้าจะ... ถอด"
เจิ่นเซียงเยว่วางปิ่นของเธอลงและค่อยๆถอดชุดสีเขียวของเธอ ในขณะที่ฟูฉิงรู้สึกอับอายมาก และถอนชุดเกราะของเธอออกด้วยความโกรธ ในขณะที่ชุดของพวกเธอตกลงมา น้ำตาของพวกเธอก็ไหลรินออกมาด้วย
ในที่สุด พวกเธอก็ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด และร่างอันขาวโพลนก็ปรากฏขึ้นในห้องโถงสองสาวก้มหัวลงด้วยความอับอายและเอามือข้างหนึ่งปิดหน้าอกไว้ในขณะที่มืออีกข้างปิดไว้ตรงส่วนล่าง
“เอามือออก!” เสียงของจ้าวฝูดังออกมาอีกครั้ง
ข้างๆ เซียนหลูรู้สึกว่าจ้าวฝูนั้นทำเกินไปเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นถึงความโกรธของเขา เธอก็ก้มหัวลงและไม่กล้าพูดอะไร
เจิ่นเซียงเยว่และฟูฉิงกัดฟันแน่น และค่อยๆเอามือออก เผยร่างกายทั้งหมดของพวกเธอให้แก่จ้าวฝู
หน้าอกอันอวบอิ่ม เอวคอดกิ่ง และส่วนล่างของพวกเธอเผยออกมาแล้วในตอนนี้
จ้าวฝูยืนขึ้นและเดินไปหาพวกเธอทั้งคู่ เขายื่นมือออกมาและเชยคางของพวกเธอขึ้นมา
ดวงตาของพวกเธอเป็นสีแดงก่ำ และน้ำตาก็ไหลหลินลงมาจากใบหน้าของพวกเธออย่างต่อเนื่องในขณะที่แก้มของพวกเธอกลายเป็นสีแดง พวกเธอไม่เคยต้องเปลือยกายต่อผู้คนมากมายขนาดนี้มาก่อน
แม้ว่าจ้าวฝูจะเชยคางของเธอขึ้นมา แต่เจิ่นเซียงเยว่ก็ยังรู้สึกอับอายและโกรธแค้นมาก และเธอก็เบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบสายตากับเขา อีกด้านหนึ่ง ฟูฉิงนั้นจ้องมองมายังจ้าวฝูด้วยความโกรธราวกับว่าเธอเกลียดจ้าวฝูเข้ากระดูกดำ
ในขณะที่หญิงสาวทั้งสองคนคิดว่าจ้าวฝูกำลังจะทำอะไรกับพวกเธอในห้องโถง จ้าวฝูก็แค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชาและจากไป
เซียนหลูตามหลังเขาไปและจากไปพร้อมกับเขา
ทุกๆคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในฐานะกษัตริย์ ความโกรธของจ้าวฝูเป็นสิ่งที่ทุกคนหวาดกลัว
เจิ่นเซียงเยว่และฟูฉิงกั้นน้ำตาของพวกเธอไว้และรีบใส่เสื้อผ้าของพวกเธอ ก่อนที่จะมีคนรับใช้สองสามคนพาพวกเธอไปยังบริเวณที่จัดเตรียมไว้ให้
ที่นั่น พวกเธอได้พบกับเมียวเฉียนเมิ่งและไป่อี้ฉิน เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงอีกห้าคนถูกพามาที่นี่ หญิงสาวทั้งสองคนก็ถอนหายใจออกมา พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมจ้าวฝูถึงทำให้พวกเธอกลายเป็นนางสนม หลังจากคิดมาสักพัก พวกเธอก็ตัดสินใจยอมรับในโชคชะตาของตัวเอง
เนื่องจากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ พวกเธอจึงไม่มีอำนาจที่จะตอบโต้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเธอจะกลายเป็นผู้หญิงของผู้สืบทอดมรดกต้าฉินอย่างเป็นทางการ แต่พวกเธอก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่เคยแตะต้องพวกเธอเลย
พวกเธอมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองมาก ดังนั้นพวกเธอจึงไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่เคยมา หลังจากนั้น พวกเธอก็คิดถึงรูปปั้นจักรพรรดิฟีนิกซ์และตระหนักได้ว่ามันเป็นไปได้ที่ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินจะไม่ได้สนใจในตัวพวกเธอและทำให้พวกเธอเป็นนางสนมเพราะเขาต้องการใช้อะไรบางอย่างจากพวกเธอ
หญิงสาวทั้งสองคนไม่ได้ต้องการคิดถึงเรื่องนี้ พวกเธอต้องการให้ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินสนใจในรางกายของพวกเธอแทนและเล่มกับพวกเธอเพราะอย่างน้อยพวกเธอก็เป็นผู้หญิง
เมื่ออยู่ที่นี่ มันดูเหมือนว่าพวกเธอจะสูญเสียซึ่งสิทธิ์ในการเป็นคน และพวกเธอก็จะถูกกักขังอยู่ที่นี่ตลอดไปโดยต้องทนทุกข์กับความเหงาและความเบื่อหน่ายที่ไร้ขอบเขต พวกเธอไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
ดังนั้นพวกเธอจึงคงจะมีความสุขถ้าผู้สืบทอดมรดกต้าฉินทำอะไรกับพวกเธอ เพื่อที่อย่างน้อยพวกเธอก็จะได้รับการปฏิบัติดุจผู้หญิงคนหนึ่งและไม่ใช่สิ่งของที่ถูกวางเก็บไว้
ในตอนนี้เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงอีกห้าคนถูกพาเข้ามา แม้ว่าพวกเธอจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ข้างนอก แต่การปรากฏตัวของผู้หญิงทั้งห้าคนนี้ก็หมายความว่าโอกาสของพวกเธอจะลดลงไปอีก สิ่งนี้แทบจะเป็นการยืนยันสิ่งที่พวกเธอคาดเดา ทำให้สายตาของพวกเธอเริ่มมืดลง
จ้าวฝูในตอนนี้กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างลำธารเล็กๆในขณะที่เขาตกปลาอย่างเงียบๆ เขาเริ่มเพลิดเพลินกับการตกปลาโดยไม่ทราบว่ามันสามารถช่วยให้เขาสงบใจได้
ในขณะเดียวกัน การบ่มเพาะของจ้าวฝูก็กำลังคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
"ฝ่าบาท ท่านไม่โกรธอีกแล้วใช่ไหม?" ข้างๆเขา เซียนหลูยิ้มเล็กน้อย ในการตอบสนอง จ้าวฝูได้พยักหน้ากลับมา
"ถ้าอย่างนั้น ฝ่าบาทวางแผนที่จะจัดการกับเป้าหมายที่สามอย่างไร?" เซียนหลูถามอย่างระมัดระวัง
จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็ส่ายหัวและกล่าวว่า "มันเป็นการดีที่สุดที่จะทิ้งเป้าหมายนี้ไว้ก่อน เมื่อเผชิญหน้ากับนครหลักสามแห่งมันก็ยังยากอยู่ดี ดังนั้นให้ทำการอัพเกรดนครต้าฉินเป็นมหานครไปก่อน!"
ข้อกำหนดสำหรับการอัพเกรดเป็นมหานครคือ นครระดับพื้นฐาน 3 แห่ง เมืองระดับพื้นฐาน 6 แห่ง และจ้าวฝูก็มีนครระดับพื้นฐาน 2 แห่ง และเมืองระดับพื้นฐาน 4 แห่งแล้ว เขายังขาดนครระดับพื้นฐานไปอีก 1 แห่ง และเมืองระดับพื้นฐาน 2 แห่ง
แม้ว่าต้าฉินจะมีนครหลักของระบบ 7 แห่ง ซึ่งก็ถือว่าเป็นมหานครทั้งหมด แต่ข้อกำหนดที่ว่าก็คือนครระดับพื้นฐานและเมืองระดับพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็ทำให้มันง่ายมากยิ่งขึ้นเมื่อต้าฉินจะอัพเกรดเป็นนครหลวง เนื่องจากข้อกำหนดของมันคือมหานคร 3 แห่ง นครระดับพื้นฐาน 6 แห่ง และเมืองระดับพื้นฐาน 9 แห่ง