- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 504 ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
บทที่ 504 ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
บทที่ 504 ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
บทที่ 504 ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
แน่นอนว่าเธอคือเจิ่นเซียงเยว่ ลอร์ดแห่งนครจันทร์หอม ถ้าไม่ใช่เพราะปรานฟีนิกซ์ของเธอ เซียนหลูก็คงจะไม่บอกให้จ้าวฝูหยุด และเขาก็คงจะสังหารเธอไปแล้ว
ในฐานะที่เป็นลอร์ด โชคชะตาที่เจิ่นเซียงเยว่ครอบครองอยู่นั้นทรงพลังยิ่งกว่าตระกูลธรรมดามากเพราะเธอได้ควบคุมโชคชะตาอย่างน้อยก็ 1 ใน 4 ของภูมิภาค เพราะเธอเป็นผู้หญิง เรื่องนี้จึงเหมือนกับปรานฟีนิกซ์ของเธอ ดังนั้นเธอจึงสามารถมอบปรานฟีนิกซ์จำนวนมากให้กับต้าฉินได้
หลังจากจ้าวฝูทำลายนครจันทร์หอม ช่วงชิงตราประทับแห่งลอร์ดของเธอ และสังหารชาวเมืองของเธอ เธอจึงมองจ้าวฝูด้วยความเกลียดชังอย่างเห็นได้ชัด
นอกเหนือจากเจิ่นเซียงเยว่แล้ว ยังมีแม่ทัพคนหนึ่งของนครจันทร์หอม ซึ่งมีชื่อว่าฟูฉิง
เธอดูเหมือนกับทอมนิดหน่อย และเธอก็ดูงดงามมาก ร่างกายของเธอทั้งสูงและเพรียวบาง และเธอก็มีผมที่สั้น หน้าอกค่อนข้างแบน เธอเองก็จ้องมองมาที่จ้าวฝูด้วยความโกรธแค้น เพราะเขากล้าปฏิบัติต่อลอร์ดของเธอด้วยกิริยาเช่นนี้
ส่วนผู้หญิงคนที่สามคือผู้เล่นที่ชื่อว่าฮูเหม่ยลี่ ดวงดาวแห่งเวียดนาม เธอมีชื่อเสียงมากและค่อนข้างสวยโดดเด่น และเธอก็ยังมีร่างกายที่ผอมเพรียว เธอถูกบังคับให้กินผลแห่งความเป็นจริงไปแล้ว ดังนั้นร่างกายที่แท้จริงของเธอในตอนนี้จึงอยู่ภายในโลกจุติสวรรค์
ส่วนหญิงสาวที่เหลืออีกสองคนเป็นทายาทสายตรงของตระกูลใหญ่แห่งเวียดนาม และพวกเธอก็มีชื่อว่าอี้ปันเสวี่ยและหยางซี รูปลักษณ์ของพวกเธอดูละเอียดอ่อน และพวกเธอก็มีร่างกายสมส่วนและมีกลิ่นอายอันสูงส่ง พวกเธอทั้งคู่เป็นผู้เล่นที่กินผลแห่งความเป็นจริงเข้าไปแล้ว
ทั้งสามคนนี้มองมาที่จ้าวฝูด้วยความหวัดกลัวเพราะชีวิตของพวกเธออยู่ภายในการควบคุมของจ้าวฝูโดยสมบูรณ์แล้ว เขาสามารถทำอะไรก็ได้ตามต้องการกับพวกเธอ
ย้อนกลับไปเมื่อเขาโจมตีนครศิลาสวรรค์ จ้าวฝูก็ต้องการจับผู้หญิงบางคนที่มาจากตระกูลใหญ่และจัดหาปรานฟีนิกซ์ให้กับต้าฉิน เขาไม่เคยลืมเกี่ยวกับสิ่งที่เหล่าตระกูลใหญ่ทำไว้กับต้าฉิน ดังนั้นเขาจึงไม่แสดงความเมตตาใดๆต่อคนพวกนั้น
มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เขาใช้ผู้เล่นส่วนใหญ่เพื่อโจมตีนครศิลาสวรรค์ ดังนั้นมันจึงไม่ดีเท่าไรนักที่จะจับคนพวกนั้นมาหลังจากนั้น
อย่างไรก็ตาม คราวนี้มันก็ต่างออกไป - แม้ว่าเขาจะใช้ผู้เล่นเพื่อโจมตีนครหลักของเวียดนามทั้งสองแห่ง แต่มันก็ยังมีผู้เล่นที่เป็นศัตรูอยู่ ดังนั้นต้าฉินจึงสามารถจับผู้หญิงที่มีปรานฟีนิกซ์มาได้อย่างเปิดเผย
อย่างไรก็ตาม มันก็มีผู้หญิงเพียงไม่กี่คนที่มีปรานฟีนิกซ์ ซึ่งเมื่อไม่รวมเจิ่นเซียงเยว่และฟูฉิงแล้ว พวกเขาก็พบเพียงแค่สามคนเท่านั้น
"เจ้าต้องการอะไรจากพวกเรา?" เจิ่นเซียงเยว่ถามอย่างรุ่มร้อนในขณะที่เธอมองไปยังจ้าวฝูด้วยความเย็นชา
จ้าวฝูขมวดคิ้วเล็กน้อยและไม่สนใจเธอ เขายื่นมือออกมา และเซียนหลูก็ยื่นกระดาษห้าแผ่นมาให้จ้าวฝู
เนื่องจากจ้าวฝูต้องการดูว่ารูปปั้นจักรพรรดิฟีนิกซ์จะดูซับปรานฟีนิกซ์อย่างไร เมื่อครั้งที่แล้วจ้าวฝูจึงพาหญิงสาวทั้งสองไปยังลานอธิษฐานด้วยตัวเอง เมื่อเขาได้เห็นแล้ว เขาจึงไม่จำเป็นต้องไปที่นั่นอีก ดังนั้นเขาจึงสามารถแต่งตั้งพวกเธอเป็นสนมที่ไหนก็ได้
จ้าวฝูเปิดฝ่ามือขึ้น และพลังงานไร้รูปร่างก็ยกแผ่นกระดาษทั้งห้าขึ้นสู่อากาศ จากนั้นจ้าวฝูก็นำตราราชลัญจกรออกมาและประทับมันลงบนกระดาษทั้งห้าแผ่น กระดาษธรรมดาทั้งห้าแผ่นเริ่มเปล่งประกายด้วยแสงสีทองและกลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์และทรงพลัง
"เรา ผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน ผู้ปกครองในอนาคตของจักรวรรดิต้าฉิน ขอแต่งตั้งพวกเจ้าทั้งห้าคนเป็นนางสนมแห่งต้าฉิน!"
ใบหน้าของเจิ่นเซียงเยว่ซีดเผือด - ในตอนนี้เธอรู้แล้วว่าทำไมจ้าวฝูถึงปล่อยเธอไป มันเป็นเพราะเขาจะทำให้เธอเป็นผู้หญิงของเขา อย่างไรก็ตาม เจิ่นเซียงเยว่จะยอมรับได้อย่างไร? จ้าวฝูเพิ่งทำลายนครจันทร์หอม เข่นฆ่าชาวเมืองจำนวนนับไม่ถ้วน และสังหารโฮหมิงซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีต่อเธอ
"ข้าขอปฏิเสธ! ข้าไม่ต้องการกลายเป็นผู้หญิงของเจ้า เจ้าฆ่าข้าซะเถอะ!" เจิ่นเซียงเยว่พูดอย่างเด็ดเดี่ยว
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฟูฉิงก็พูดออกมาด้วย "ข้าก็ขอปฏิเสธด้วย! ข้าจะไม่ยอมกลายเป็นผู้หญิงของศัตรู!"
หญิงสาวทั้งสามคนมีปฏิกิริยาที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ฮูเหม่ยลี่ดูดีใจมาก - แม้ว่าเธอจะเป็นดาราในเวียดนามและดูร่ำรวมและเป็นที่นิยมมาก แต่เธอก็ไม่มีพลังที่แท้จริงใดๆ
ความจริงที่ว่าโลกจุติสวรรค์จะกลืนกินโลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่ใช่ความลับอีกต่อไป และมีเพียงแค่คนไร้เดียงสาบางส่วนเท่านั้นที่ยังไม่รู้ เธอจึงต้องการหาผู้หนุนหลังที่ทรงพลัง และต้าฉินก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ด้วยพลังของต้าฉิน เธอก็คงจะได้ทุกๆสิ่งที่เธอต้องการ
"ฝ่าบาท ข้ายินดีที่จะเป็นนางสนมของท่าน ข้ายังบริสุทธิ์อยู่ และข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบริการฝ่าบาทและเติมเต็มความต้องการของท่าน!" ใบหน้าของฮูเหม่ยลี่ขึ้นสีเล็กน้อย แต่เธอก็ยังพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ เธอรู้ว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้คนไหนก็ต้องการสาวบริสุทธิ์ ดังนั้นบางทีต้าฉินก็อาจจะต้องการร่างกายอันบริสุทธิ์ของเธอได้
อี้ปันเสวี่ยและหยางซียังคงลังเล ในฐานะผู้หญิงจากตระกูล พวกเธอไม่สนใจอะไรนักกับเรื่องแบบนี้ เพราะจากบทบาทหลักของพวกเธอก็คือการสร้างพันธมิตรด้วยการแต่งงานอยู่แล้ว แม้ว่าพวกเธอจะปฏิเสธ แต่พวกเธอก็ต้องแต่งงานกับคนที่ตระกูลของพวกเธอเลือกอยู่ดี
ในตอนนี้ที่ชีวิตของพวกเธออยู่ในกำมือของเขา พวกเธอจึงย่อมไม่อาจต้านทานได้ ดังนั้นพวกเธอจึงต้องตกลง บางทีนี่อาจจะทำให้พวกเธอมีชีวิตที่ดีขึ้น และพวกเธอก็อาจจะสามารถช่วยเหลือตระกูลได้
"ฝ่าบาท พวกเราก็ยินดีที่จะเป็นนางสนมของท่าน" ทั้งคู่กล่าวออกมาในขณะที่พวกเธอทำความเคารพจ้าวฝู
ฟูฉิงแค่นเสียงอย่างเย็นชา และดูถูกหญิงสาวทั้งสามที่ถูกล่อลวงโดยความมั่งคัง พลังอำนาจ และความกลัวตาย
จ้าวฝูไม่สนใจคำพูดของทั้งห้าและสะบัดมือของเขา และกระดาษทั้งห้าแผ่นก็กลายเป็นลำแสงสีทองห้าสายที่พุ่งเข้าไปยังร่างกายของคนทั้งห้า จ้าวฝูมองไปที่พวกเธอด้วยความใจเย็นและกล่าวว่า "พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ!"
เมื่อลำแสงสีทองพุ่งเข้าไปยังร่างกายของพวกเธอ ร่างกายของพวกเธอก็สั่นสะท้าน และพวกเธอก็รู้สึกถึงพลังงานไร้รูปร่างที่พุ่งลงมาใส่พวกเธอ - นี่คือโชคชะตาของต้าฉิน และในฐานะนางสนม พวกเธอจึงได้รับโชคชะตาจำนวนมหาศาลมา
ในเวลาเดียวกัน ออร่าสีทองก็พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของพวกเธอ ลอยไปยังลานอธิษฐานสวรรค์ และเข้าไปยังรูปปั้นจักรพรรดิฟีนิกซ์
ปรานฟีนิกซ์ของคนทั้งห้าทำให้รูปปั้นจักรพรรดิฟีนิกซ์ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น และมันก็เริ่มทรงพลังมากยิ่งขึ้น
"ฮึ่ม!" เจิ่นเซียงเยว่รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเธอ และเธอก็สามารถบอกได้ว่าเธอได้กลายเป็นนางสนมของจ้าวฝูแล้ว
อย่างไรก็ตาม เธอก็แค่นเสียงอย่างเย็นชาและพยายามจะคว้าปิ่นไปแทงคอของเธอ แม้ว่าการบ่มเพาะของเธอจะถูกผนึกไว้และแหวนมิติของเธอจะถูกชิงไป แต่เธอก็ยังมีเครื่องประดับอยู่บนร่างกายของเธอ "แน่นอนว่าข้าย่อมไม่อาจต้านทานได้ แต่ข้ายอมตายเสียดีกว่าที่จะเป็นผู้หญิงของเจ้า!"
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฟูฉิงก็เอามีดเล่มเล็กๆออกมาและเล็งไปที่คอของเธอเช่นกัน พร้อมกับกล่าวว่า "ข้าน้อยยอมตายไปพร้อมกับท่านลอร์ด ข้าไม่คิดจะยอมจำนนแก่ผู้ใด!"
ในขณะที่พวกเธอกำลังจะปลิดชีพตัวเอง กลิ่นอายอันมหาศาลและน่าหวาดหวั่นก็ระเบิดออกมา ส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องโถงแข็งค้างไป พลังงานไร้รูปร่างได้กดลงบนร่างกายของหญิงสาวทั้งสองคนในทันที
คนอื่นๆมองไปยังจ้าวฝูด้วยความหวาดกลัว ทุกๆคนสามารถสัมผัสถึงความโกรธของเขาได้ แม้ว่าเขาจะทำสีหน้าที่เยือกเย็นเป็นอย่างยิ่งก็ตาม จนทำให้ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมา
"พวกเจ้าสามารถลองได้อีก แต่ถ้าพวกเจ้าทำ ข้าจะสังหารทุกคนภายในนครจันทร์หอมทิ้งซะ!" เสียงของจ้าวฝูเต็มไปด้วยจิตสังหาร และดังก้องไปทั่วห้องโถง