- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 503 ศึกใหญ่
บทที่ 503 ศึกใหญ่
บทที่ 503 ศึกใหญ่
บทที่ 503 ศึกใหญ่
การประกาศอันที่สองนั้นสำคัญยิ่งกว่าการประกาศอันแรกเพราะมันเกี่ยวข้องกับโชคชะตาสะสมของประเทศ
เมื่อการประกาศนี้ดังออกไป ผู้เล่นชาวจีนและผู้เล่นชาวเวียดนามทุกคนก็ตกใจมาก จากจุดเริ่มต้น พวกเขาต่างให้ความสนใจกับการต่อสู้ในครั้งนี้กันอย่างใกล้ชิด ดังนั้นพวกเขาจึงได้พบว่าฝ่ายเวียดนามแพ้แล้วอย่างรวดเร็ว นี่ไม่น่าแปลกใจนก เพราะมันกำลังเผชิญหน้ากับต้าฉินอยู่
ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่และวิธีการอันน่าสะพรึงกลัวของต้าฉิน มันก็แทบจะสามารถทำลายล้างโลกจุติสวรรค์ได้แล้ว ดังนั้นคนธรรมดาจะต่อกรกับมันได้อย่างไร? ดังนั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไรที่ต้าฉินจะชนะ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจก็คือการทำลายนครหลักของระบบแห่งเวียดนามทั้งสองได้เพิ่มโชคชะตาสะสมของประเทศ
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พวกเขาคิดเกี่ยวกับมัน พวกเขาก็เข้าใจ - มันมีความสัมพันธ์ระหว่างดินแดนและโชคชะตา และในตอนนี้ที่ภูมิภาคนี้ได้ตกเป็นของประเทศจีน โชคชะตาจากภูมิภาคนี้จึงตกเป็นของประเทศจีนไปด้วย
นี่เป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับฝ่ายจีน โชคชะตาจำนวนมากขึ้นย่อมหมายถึงโอกาสที่ดีขึ้น โชคลาภที่ดีขึ้น และพลังที่มากขึ้น ถึงอย่างไรก็ตาม จุดแข็งหรือจุดอ่อนของโชคชะตาแห่งประเทศนั้นก็ได้กำหนดทิศทางของมัน
เมื่อการประกาศอันนี้ดังออกไป ผู้เล่นชาวเวียดนามก็พากันก่นด่าต้าฉินอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ฝ่ายจีนนั้นต่างก็พากันดีใจและยกย่องต้าฉินที่ได้นำพาความรุ่งโรจน์มาสู่ประเทศจีน
การประกาศอันที่สามนั้นเกี่ยวกับเหรียญพรมแดน ไม่มีใครรู้ว่ามันมีเหรียญพรมแดนอยู่เท่าไร ถ้ามันมีพวกมันเป็นจำนวนมาก ผู้คนคงจะจับกลุ่มรวมกันมายังภูมิภาคชายแดน ส่งผลให้ภูมิภาคชายแดนที่วุ่นวายอยู่แล้วทวีความโหดร้ายและนองเลือดมากยิ่งขึ้น
จ้าวฝูรู้สึกว่าบางทีมันอาจจะมีเหรียญพรมแดนอยู่ไม่เท่าไรนัก แต่มันก็จะไม่ได้มีอยู่น้อยนิดเช่นกัน ถ้ามันมีมากเกินไป สงครามครั้งใหญ่ระหว่างประเทศก็จะปะทุขึ้นแม้จะยังไม่ถึงเวลา ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็สะดวกมากยิ่งกว่าการที่เส้นทางภูมิภาคจะเปิดออก
จ้าวฝูรู้สึกว่าเหรียญพรมแดนนี้ส่อให้เห็นถึงความเกลียดชังระหว่างประเทศ และมันคงจะมีการต่อสู้ระหว่างประเทศครั้งยิ่งใหญ่ในอนาคต ดังนั้น มันอาจจะไม่ได้มีเหรียญพรมแดนเพียงแค่ไม่กี่อันเท่านั้น
การปรากฏตัวของเหรียญพรมแดนทำให้มันยากมากยิ่งขึ้นสำหรับต้าฉินที่จะรุกคืบในเขตชายแดนต่อไป จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับมันและไม่ได้วางแผนจะโจมตีพื้นที่ชายแดนอื่นต่อไป
หลังจากจัดการเรื่องนครสายน้ำไหลและนครจันทร์หอมแล้ว การต่อสู้ภายในนครก็จบลงไป และชาวเวียดนามส่วนใหญ่ต่างก็ถูกสังหาร นอกจากนี้ยังมีชาวเวียดนามส่วนหนึ่งที่สามารถตีฝ่าและหลบหนีออกไปได้ในขณะที่ฝ่ายจีนกำลังปล้นสะดม
มีชาวเวียดนามราวๆ 80,000 - 90,000 คนที่สามารถหลบหนีไปได้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถคุกคามอะไรได้นักในอนาคต ดังนั้นจึงไม่มีใครให้ความสนใจกับพวกเขาเท่าไร
มันมีผู้บาดเจ็บและล้มตายทางฝั่งจีนราวๆ 400,000 คน ซึ่งถือว่าดีมาก ถึงอย่างไรก็ตาม ฝ่ายเวียดนามก็มีผู้เล่นมากกว่า 2 ล้านคน ดังนั้นก็สูญเสียครั้งนี้จึงน้อยนิดมาก
นอกจากการสูญเสียโครงกระดูกบางส่วนแล้ว ต้าฉินก็มีผู้บาดเจ็บล้มตายไปเพียงน้อยนิดเท่านั้น ถึงอย่างไรก็ตาม ทหารของต้าฉินก็ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้โดยตรงนัก และส่วนใหญ่ก็เป็นผู้เล่นที่จัดการ
มันมีคนยอมจำนนอยู่ 320,000 คน ซึ่ง 270,000 คนมาจากนครจันทร์หอม และอีก 50,000 คนมาจากนครสายน้ำไหล นอกนั้นไม่สู้ตายก็หนีไปกับผู้เล่นชาวเวียดนาม
ผู้เล่นชาวจีนที่รอดชีวิตมาได้มีความสุขมากเพราะพวกเขาได้ผลประโยชน์ไปมหาศาล แค่อุปกรณ์สวมใส่และเงินที่พวกเขาเก็บได้ก็ทำให้พวกเขาร่ำรวยแล้ว
ตามข้อตกลงของพวกเขา ทรัพยากรของเวียดนามทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเหมือง ป่า และส่วนสมุนไพร ต่างก็ถูกยกให้กับนครหลักของระบบแห่งประเทศจีน
แม้ว่าเขาจะได้รับผลประโยชน์มหาศาล แต่ลอร์ดทั้งสองคนก็ไม่ได้รู้สึกมีความสุขเท่าไรนัก เมื่อได้เห็นต้าฉินได้ผู้คนไปมากมาย รวมทั้งตราประทับแห่งลอร์ดอีก 2 อัน พลังของมันก็จะเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมากอีกครั้ง และพวกเขาก็รู้สึกหวาดกลัวต่อต้าฉินมากยิ่งขึ้นไปอีก
โชคดีที่ต้าฉินได้จากไปในทันทีหลังจากนั้น ทำให้ลอร์ดทั้งสองคนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในที่สุด การต่อสู้นี้ก็สิ้นสุดลง
หลังจากกลับไปยังต้าฉิน จ้าวฝูก็ก่อตั้งนครหลักของระบบทั้งสองขึ้นมาใหม่และมองตราประทับแห่งลอร์ดของนครสายน้ำไหลให้กับจางฮั่น
จางฮั่นยังเป็นระดับ SS อยู่เพราะว่าจ้าวฝูยังไม่ได้พบกับผู้สืบทอดมรดกคนอื่นในช่วงนี้ มันไม่ได้ง่ายเลยที่จะหาซากศพของแม่ทัพในประวัติศาสตร์ ดังนั้นจางฮั่นจึงติดอยู่ที่ระดับ SS และยังไม่ได้มีดวงดาวแม่ทัพ
อย่างไรก็ตาม ต้าฉินก็มีซากศพระดับ S อยู่ 2 ร่างแล้ว และมันก็ยังขาดอีกแค่ซากศพระดับ SS และ S อย่างละ 1 ร่าง เพื่อที่จะผสานกันเป็นคริสตัลพรสวรรค์ต้นกำเนิดระดับ SSS
สำหรับตราประทับแห่งลอร์ดของนครจันทร์หอม จ้าวฝูวางแผนที่จะมอบมันให้กับเซียนหลู เธอจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอในอนาคต และการมอบตราประทับแห่งลอร์ดให้กับเธอก็ย่อมเป็นการเพิ่มศักยภาพในการต่อสู้ให้กับเธอ
เซียนหลูมีเคล็ดวิชาหยินหยางอันทรงพลัง ซึ่งทั้งเร้นลับและมีประโยชน์ ด้วยพลังจากตราประทับแห่งลอร์ด เคล็ดวิชาหยินหยางของเธอย่อมต้องน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาแน่ๆ และพวกมันก็จะมีประโยชน์มากในช่วงเวลาสำคัญ
เซียนหลูรู้สึกประหลาดใจมาก เนื่องจากเธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าจ้าวฝูจะมอบตราประทับแห่งลอร์ดให้กับเธอ
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับการตีค่าไว้สูงมากจากจ้าวฝู เซียนหลูก็รู้สึกมีความสุขมาก และเธอก็ยอมรับตราประทับแห่งลอร์ดหลังจากนั้นก็ขอบคุณเขา
ไม่มีแม่ทัพของจ้าวฝูคนไหนที่คัดค้านการมอบตราประทับแห่งลอร์ดให้กับเซียนหลู เพราะพวกเขาต่างก็สนับสนุนการตัดสินใจของจ้าวฝู
มีเพียงแค่เสี่ยวเจี้ยนและจางต้าหูเท่านั้นที่ผิดหวังเล็กน้อย ถึงอย่างไรก็ตาม จางฮั่นก็เป็นแม่ทัพในประวัติศาสตร์ของต้าฉินคนสุดท้าย และแม้ว่าจะมีแม่ทัพในประวัติศาสตร์จากรัฐที่ยอมจำนน แต่จ้าวฝูก็ยังไม่มอบของที่สำคัญของตราประทับแห่งลอร์ดให้กับพวกเขา
หากไม่ใช่เพราะเซียนหลู ไม่เสี่ยวเจี้ยนก็จางต้าหูก็คงจะได้รับตราประทับแห่งลอร์ด ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้หนึ่งในพวกเขากลายเป็นตัวคนที่สำคัญและทรงพลังที่สุดในต้าฉิน
แม้ว่าพวกเขาจะผิดหวังเล็กน้อย แต่ทั้งสองก็เข้าใจการตัดสินใจของจ้าวฝู ด้วยความแข็งแกร่งของต้าฉิน มันจะมีตราประทับแห่งลอร์ดมากยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ผิดหวังนัก เพราะในอนาคตพวกเขาก็คงได้รับมา
นครหลักของระบบทั้งสองนี้ต่างก็เป็นนครหลักของเวียดนาม แต่พวกมันก็ยังมีลอร์ดที่เป็นคนจีน แม้ว่าพวกมันจะเป็นของชนชาติที่แตกต่าง แต่พวกมันก็ยังมีเผ่าพันธุ์เดียวกัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่กลายเป็นลอร์ดชาวจีนและชาวเมืองส่วนใหญ่เป็นคนจีน นครหลักของระบบจึงให้กำเนิดแค่ชาวเมืองที่เป็นคนจีน
หลังจากจัดการเรื่องเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูก็ไล่เหล่าแม่ทัพออกไปก่อนที่จะหันไปหาเซียนหลูและกล่าวว่า "นำพวกเธอเข้ามา!"
เซียนหลูยิ้มเบาๆและพยักหน้า ก่อนที่จะหันไปหาคนที่อยู่ข้างๆเธอ จากนั้นคนผู้นั้นก็ออกไปอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้า ผู้หญิง 5 คนก็ถูกนำเข้ามาในห้องโถง
หญิงสาวทั้งห้าต่างก็งดงามมาก และพวกเธอก็มีผิวขาวราวกับหิมะและมีรูปร่างอันเยี่ยมยอด พวกเธอสามารถกล่าวได้ว่าเป็นสาวงามที่หาได้ยากยิ่ง
หลังจากทั้งห้าคนถูกพาตัวเข้ามา สายตาของพวกเธอก็เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ความโกรธ และความหวาดกลัว หนึ่งในพวกเธอคือคนที่จ้าวฝูได้เจอมาเมื่อไม่นานนี้