- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 505.1 - พิษโบราณ
บทที่ 505.1 - พิษโบราณ
บทที่ 505.1 - พิษโบราณ
บทที่ 505.1 - พิษโบราณ
หลังจากได้ยินคำตอบของจ้าวฝู เซียนหลูก็ยืนอยู่ข้างๆเขาด้วยความเคารพและอยู๋เป็นเพื่อนจ้าวฝูตกปลา
ครู่ต่อมา จ้าวฝูก็รู้สึกว่าเขาตกปลามาพอแล้ว และเรียกกั้วปิงหลินกับหวังกั้วเอ๋อเข้ามา และเขาได้สั่งให้ทั้งสองไปรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนครระดับพื้นฐานและเมืองระดับพื้นฐานมา ต้าฉินยังต้องการนครระดับพื้นฐานและเมืองระดับพื้นฐานอีกเป็นจำนวนมากเพื่อเลื่อนระดับ ในขณะที่มันมีนครหลักของระบบอยู่ในทุกๆภูมิภาค ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นต้องกังวลถึงการเลื่อนเป็นระดับมหานคร
หลังจากกลายเป็นนครหลวงแล้ว เป้าหมายต่อไปของต้าฉินก็คือการเป็นมหานครหลวงเฉพาะเมื่อมีมหานครหลวงแล้วเท่านั้นที่จะทำให้จ้าวฝูสามารถก่อตั้งต้าฉินในฐานะประเทศได้ มหานครหลวงคือความต้องการขั้นพื้นฐานของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ต้าฉินก็ยังเป็นเพียงแค่นครระดับกลาง ดังนั้นมันจึงยังห่างไกลจากเป้าหมายนัก
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากกลายเป็นมหานครแล้ว มันก็ไม่ได้ถูกแบ่งออกเป็นสามระดับย่อยอย่างเช่น พื้นฐาน กลาง และสูงอีกต่อไป แต่เป็นห้าระดับย่อย
มหานครระดับ 1 มีค่าเท่ากับนครหลักของระบบ และหลังจากกลายเป็นมหานครระดับ 5 มันก็จะสามารถเลื่อนระดับขึ้นเป็นนครหลวงได้ นครหลวงนั้นแยกย่อยออกเป็นหกระดับย่อย และเหนือกว่านั้นก็เป็นมหานครหลวง
ดังนั้น แม้ว่ามันจะดูเหมือนว่าการฟื้นฟูต้าฉินยังไม่ไกลเท่าไร แต่มันก็ยังมีระยะทางอีกยาวไกลที่พวกเขาต้องก้าวผ่าน
พวกเขาจำเป็นต้องมีเมืองระดับพื้นฐาน นครระดับพื้นฐาน และมหานครเพื่อตอบสนองต่อความต้องการต่างๆ
มันจะเป็นการดีที่สุดที่จะมีเมืองและนครไว้ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากพวกมันต้องเป็นประโยชน์ในอนาคตแน่ๆ
หวังเอ้อกั๋วและกั้วปิงหลินรับคำสั่งของจ้าวฝูและรีบไปหาข้อมูลอย่างรวดเร็ว
จ้าวฝูได้ให้ทหารของเขาพักหนึ่งวัน เพราะพวกเขากำลังจะออกไปต่อสู้ในวันต่อไป เป้าหมายของเขาคือการควบคุมทุกอย่างภายในรัศมี 10,000 กิโลเมตรโดยเร็วที่สุดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของต้าฉิน และเริ่มทำการพิชิตป่าแห่งความพรั่นพรึง
............
ภายในอีกภูมิภาค สือจี่และลูกหลานของผูซี่เดินไปยังโถงแห่งนครหลักของระบบ ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน
คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ดูเหมือนกับจะเป็นหมอและถือกล่องยาไว้ และบางคนก็ถือแผ่นผ้าใบที่ถูกเหมือนจะสลักคาถาเอาไว้ คนเหล่านี้ดูเหมือจะเป็นนักต้มตุ๋นทั้งหมด
หมอเหล่านี้ต่างถูกรวบรวมมาที่นี่เพราะภรรยาของลอร์ดแห่งนครป่วยหนักและต้องการการรักษาในทันที
อาการป่วยของเธอไม่ได้ธรรมดาเลย ร่างกายของเธอพุพอง และมีเหงื่อออกมาอย่างต่อเนื่อง ผิวของเธอดูราวกับมีแมลงจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังชอนไชอยู่ ทำให้มันดูน่ากลัวมากๆ โดยปกติแล้ว พลังของลอร์ดแห่งนครนั้นก็เพียงพอที่จะรักษาเธอ แต่เพราะไม่มีอะไรได้ผล เขาจึงเรียกหมอเข้ามาหลายต่อหลายคน
นี่เป็นวันที่หกแล้วที่เธอป่วย และก็ไม่มีหมอคนไหนสามารถทำอะไรได้ เมื่อเห็นว่าภรรยาของตนอ่อนแอลงทุกวัน ลอร์ดผู้นี้ก็รู้สึกเจ็บปวดและกังวลเป็นอย่างยิ่ง และเขาก็ทำได้เพียงแค่เสนอรางวัลใหญ่ให้กับคนที่สามารถรักษาเธอได้
เหรียญทองนับหมื่นกลายเป็นเหรีญทองหลายแสน ในวันที่หก ลอร์ดก็สิ้นหวังจนเขาสัญญาว่าใครก็ตามที่สามารถรักษาภรรยาของเขาได้จะได้รับนครไปครึ่งหนึ่ง
หมอทั้งหลายพากันเข้ามาในห้องเพื่อตรวจสอบอาการของเธอ และหมอที่มีฝีมืออย่างแท้จริงก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจและส่ายหัวเพื่อส่งสัญญาณว่ามันไม่มีอะไรที่พวกเขาสามารถทำได้
หมอตัวปลอมบางคนแค่ต้องการหาเงินอย่างง่ายๆ ดังนั้นพวกเขาจึงออกใบสั่งยาที่ไร้ประโยชน์ออกมา แน่นอนว่า ลอร์ดแห่งนครก็มีนคอยตรวจสอบใบสั่งยาเหล่านี้อย่างระมัดระวัง
เขารู้ว่ามันจะต้องมีหมอปลอมอยู่แน่ๆ และถ้าภรรยาของเขาใช้ยาเหล่านั้นไป เธออาจจะแย่ลงได้ ดังนั้นเขาจึงตรวจสอบใบสั่งยาอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เธอทรุดลง
หลังจากพบกับกองใบสั่งยาที่ไร้ประโยชน์ ท่านลอร์ดก็เริ่มโมโหขึ้นมาและสั่งขังคุกคนที่ออกใบสั่งยาเหล่านั้น
ลอร์ดผู้นี้ยังคงมีความหวังอันเลือนลางอยู่เพราะเขาได้เชิญหมอมาเป็นจำนวนมาก - บางทีอาจจะมีใครที่สามารถช่วยเธอได้ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีใครที่สามารถทำอย่างนั้นได้
ในเวลานั้นเอง สือจี่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับคนบางส่วนและพูดด้วยรอยยิ้มอันมั่นใจ "ท่านลอร์ด ข้ามีวิธีช่วยภรรยาของท่าน"
เมื่อเห็นสือจี่ การแสดงออกของลอร์ดผู้นั้นก็เริ่มจริงจังขึ้นมา เนื่องจากเขาจำได้ว่าสือจี่คือผู้สืบทอดมรดกราชวงศ์
นี่เป็นเพราะสือจี่ไม่ได้ปิดบังกลิ่นอายของเขา ดังนั้นลอร์ดแห่งนครจึงสามารถบอกได้ถึงสถานะของสือจี่ต้องแต่แรกเห็น ลอร์ดทุกๆคนปฏิบัติต่อผู้สืบทอดมรดกด้วยความเคารพเป็นอย่างสูง
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ลอร์ดผู้นี้ก็รู้สึกดีใจมากและรีบถาม "เจ้าพูดจริงเหรอ?"
สือจี่พยักหน้าอย่างจริงจังก่อนที่จะกล่าวว่า "ข้าสามารถช่วยภรรยาของท่านได้อย่างแน่นอน แต่ข้ามีเงื่อนไข"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ การแสดงออกของลอร์ดผู้นี้ก็เริ่มจริงจังขึ้นมา ความต้องการของคนผู้นี้ต้องไม่เรียบง่ายอย่างแน่นอน แต่เพื่อภรรยาผู้เป็นที่รักของเขา เขาจึงยังคงถามออกไป "เจ้าต้องการอะไร?"
สือเจี่ยไม่ได้ปิดบังเป้าหมายของเขาและเงยหน้าขึ้นในขณะที่เขาตอบ "ข้าต้องการให้ท่านเข้าร่วมกับต้าเซีย ไม่ต้องห่วง ต้าเซียจะปฏิบัติต่อท่านด้วยดี นอกจากนี้ ต้าเซียคือผู้ปกครองที่แท้จริงของประเทศจีน!"
อันที่จริง มันไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเลย - เขาต้องการให้ลอร์ดผู้นี้ยอมจำนนต่อต้าเซีย นี่ทำให้ลอร์ดผู้นี้ลังเล และเขาก็ไม่อาจตัดสินใจได้ในเวลาสั้นๆ
"ท่านลอร์ด อาการป่วยของนายหญิงเริ่มแย่ลงแล้ว!" สาวใช้คนหนึ่งวิ่งเข้ามาและตะโกน
สิ่งนี้ทำให้ใบหน้าของลอร์ดผู้นี้ซีดลง และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ "ก็ได้ ตราบใดที่เจ้าสามารถช่วยภรรยาของข้าได้ ข้าก็จะยอมจำนนต่อเจ้า"
สือจี่พยักหน้าและพาลูกหลานของผูซี่เดินเข้าไปในห้องที่ภรรยาของลอร์ดผู้นี้อยู่ และเขาก็ได้ให้ลูกหลานของผูซี่ตรวจสอบอาการของเธอ
ต่อจากนั้น ลูกหลานของผูซี่ก็ได้นำยาเม็ดสีขาวไข่มุกออกมาและป้อนมันให้กับเธอ ในเวลาเพียงชั่วครู่ อาการป่วยของเธอก็เริ่มดีขึ้น และร่างกายของเธอก็ไม่ร้อนอีกต่อไป ผิวของเธอเองก็กลับมาเป็นปกติ
เมื่อเห็นเช่นนี้ ลอร์ดแห่งนครก็รู้สึกดีใจมากและเข้าไปดูภรรยาบนเตียง เมื่อตรวจสอบ เขาก็รู้สึกได้ในทันทีว่าร่างกายของเธอดีขึ้นมาก
สามวันต่อมา เธอก็หายขาด แต่เธอก็ยังอ่อนแออยู่เล็กน้อย หลังจากผ่านไปอีกสองสามวัน เธอก็จะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่
อย่างที่เขาสัญญาไว้ ลอร์ดแห่งนครได้เข้าร่วมกับต้าเซีย
ด้วยการเข้าร่วมของนครหลัก ต้าเซียจึงทรงพลังขึ้นมา - นี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้รับทหารระยะที่ 1 จำนวน 100,000 คนมาจากนครหลักของระบบ ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังรบได้เป็นอย่างมาก
ต้าฉินได้รับค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี ทำให้พวกเขามียาโลหิตเทพเจ้าที่สามารถเพิ่มระดับการบ่มเพาะได้และมีลูกแก้วระดับที่สามารถเพิ่มระดับได้ ด้วยเหตุนี้เอง ต้าฉินจึงมีทหารระยะที่ 1 จำนวน 200,000 คน ในขณะที่ผู้สืบทอดมรดกคนอื่นๆมีทหารระยะที่ 1 เพียงแค่หลักหมื่นคน ในตอนนี้ที่ต้าเซียได้มาอีก 100,000 คน กองกำลังของมันจึงทรงพลังมากยิ่งขึ้น
ในความเป็นจริง นี่เป็นสิ่งที่ต้าเซียได้วางแผนไว้ ภรรยาของเขาไม่ได้ป่วย แต่ถูกวางยาพิษ และเธอก็ได้ถูกวางยาพิษโบราณที่กองกำลังของต้าเซียพบในเศษซากอารยะธรรม
นี่เป็นสาเหตุที่สือจี่มั่นใจมาก แม้ว่าการใช้พิษจะเป็นสิ่งที่ไร้ยางอายไปสักหน่อย แต่จากช่วงเริ่มต้นของประวัติศาสตร์จีนมา แม้จะมีหลายๆคนกล่าวว่าองค์จักรพรรดิต่างก็เป็นคนฉลาดหรือสติปัญญาล้ำเลิศ แต่มันก็ไม่มีใครที่เป็นคนดี
ถึงอย่างไรก็ตาม คนดีที่แท้จริงก็ย่อมไม่สามารถก่อตั้งอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ได้ อย่างที่มีคนกล่าวไว้ว่า ชายผู้ยิ่งใหญ่ต้องโหดเหี้ยม และนั่นก็เป็นกรณีของโลกที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง