- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 499 หัวเสีย
บทที่ 499 หัวเสีย
บทที่ 499 หัวเสีย
บทที่ 499 หัวเสีย
"ลุย!!" มีบางคนตะเบ็งเสียงออกมาอย่างอาจหาญในขณะที่ผู้เล่นจีนจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่นครจันทร์หอมราวกับมหาสมุทร ดูราวกับจะสามารถกวาดใส่ทุกๆสิ่งตรงหน้าของพวกเขาได้
ฝ่ายป้องกันจำนวนนับไม่ถ้วนบนกำแพงนครดูจริงจังเป็นอย่างยิ่งในขณะที่พวกเขามองไปยังชาวจีนจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังพุ่งเข้ามา พวกเขารู้ว่าสงครามครั้งนี้คงจะไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าประมาท
เจิ่นเซียงเยว่และโฮหมิงยืนอยู่บนกำแพงนครด้วย การแสดงออกของพวกเขาดูน่าเกลียดในขณะที่พวกเขามองไปยังผู้เล่นชาวจีน มันไม่มีช่องว่างสำหรับการเจรจาอีก ดังนั้นพวกเขาจึงสั่งออกมา "ยิง!"
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...
ฝ่ายป้องกันรั้งคันศร และลูกธนูได้ฉีกผ่านอากาศ จากนั้นก็โปรยปรายลงมา
ในช่วงเวลาสั้นๆ ฝ่ายจีนได้รับบาดเจ็บล้มตายไปบางส่วน เนื่องจากคลื่นลูกแรกที่พุ่งเข้ามานั้นมีแค่โล่ไม้อย่างง่ายๆ โล่ไม้เหล่านี้ไม่สามารถหยุดลูกศรจากทหารระยะที่ 1 ได้เลย แต่พวกมันก็สามารถต้านทานต่อลูกศรที่ถูกยิงมาโดยเหล่าผู้เล่นได้
ฝ่ายเวียดนามมีคนราวๆ 2.5 ล้านคน แต่เมื่อไม่รวมเด็กและผู้สูงอายุ พวกเขาจึงมีคนอยู่แค่ 2.3 ล้านคนเท่านั้น ในขณะที่ฝ่ายจีนมีคนอยู่ 2.6 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการโจมตี ฝ่ายป้องกันที่มีการเตรียมการหลายๆอย่างไว้ย่อมมีความได้เปรียบกว่า ดังนั้นชัยชนะจึงยังไม่แน่นอน
ฝ่ายเวียดนามและฝ่ายจีนเริ่มต่อสู้กันอย่างเป็นทางการ และดวงตาของผู้เล่นทั้งสองฝ่ายก็เปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิต - ในที่สุดความเกลียดชังระหว่างทั้งสองฝ่ายก็จะได้รับการแก้ไขในวันนี้ - ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็จะต้องมีฝ่ายหนึ่งตายไปแน่ๆ
ในขณะที่ฝ่ายจีนโจมตีอย่างเกรี้ยวกราด ฝ่ายเวียดนามก็ป้องกันอย่างทรงพลัง ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ต้องการแพ้
"ยิง!" ฝนลูกศรอีกห่าหนึ่งพุ่งออกมา และกลิ่นอายอันแหลมคมที่ลูกศรแผ่ออกมานั้นก็ดูราวกับจะสามารถทะลวงท้องฟ้าได้ สร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนสิ่งนี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายทางฝั่งชาวจีนอีกครั้ง
ถึงตอนนี้ ฝ่ายจีนก็สามารถโต้กลับไปบ้างได้แล้ว หลายๆคนเข้ามาใกล้พอที่จะโจมตี ในตอนนี้ ห่าลูกศรอีกชุดก็ได้พุ่งขึ้นไปเบื้องบน และฝ่ายป้องกันก็เริ่มยกโล่ของพวกเขาขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง
ในไม่ช้า มหาสมุทรแห่งความกระหายเลือดของผู้คนเบื้องล่างก็มาถึงกำแพงนคร และผู้เล่นก็เริ่มตั้งบันไดไม่ก็ใช้ตะขอเกี่ยว เพื่อเตรียมที่จะปีนขึ้นไปบนกำแพงนคร
ฝ่ายป้องกันเบื้องบนก็ได้คนของหนักชนิดต่างๆออกมา อย่างเช่นก้อนหินหรือท่อนซุง และพวกเขาก็ได้โยนพวกมันลงไปใส่ฝ่ายโจมตีที่อยู่เบื้องล่าง ของหนักเหล่านี้ได้ผลเป็นอย่างดีต่อการหยุดผู้เล่น
ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อถูกทิ้งลงมาจากที่สูงขนาดนั้นและมีน้ำหนักอันมหาศาล พวกมันก็ย่อมสามารถสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมากได้
อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องสำหรับเหล่าคนที่มีระดับการบ่มเพาะที่สูง เนื่องจากพวกเขามีพลังพอที่จะปัดป้องของเหล่านี้ เฉพาะคนที่มีระดับการบ่มเพาะเท่ากันเท่านั้นถึงจะสร้างความเสียหายให้กับพวกเขาได้
มันไม่ใช่ว่าฝ่ายป้องกันทุกคนจะอยู่ในระยะที่ 1 ดังนั้นในไม้ช้า บางคนจากฝ่ายจีนจึงสามารถขึ้นไปถึงบนกำแพงนครได้
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังจะเลวร้ายลง โฮหมิงก็ออกคำสั่งให้นักธนูทุกคนยิงลงไปข้างล่างตรงๆ ในระยะใกล้ๆเช่นนี้ และเพราะผู้เล่นชาวจีนกำลังปีนขึ้นมา มันย่อมยากที่จะป้องกันลูกศรเหล่านี้
ลูกศรเจาะเข้าไปในร่างกายของผู้เล่นชาวจีนเป็นจำนวนมากได้อย่างง่ายดาย และทำให้เกิดเสียงร้องระงมดังออกมา โลหิตสาดกระเซ็นขึ้นไปในอากาศในขณะที่ร่างกายของพวกเขาตกลงไป
นักธนูฝ่ายจีนเริ่มโจมตีกลับมาอย่างรุนแรงเช่นกัน และส่งห่าลูกศรขึ้นไปบนกำแพงนครอย่างต่อเนื่อง ในไม่ช้า ชาวเวียดนามหลายๆคนก็ได้รับบาดเจ็บและล้มตายลงไปเหมือนกัน
ในเวลานั้นเอง ฝ่ายเวียดนามก็เริ่มเทน้ำมันลงมา เมื่อพวกเขาจุดไฟ ทะเลเพลิงก็ก่อตัวขึ้น ส่งผลให้เกิดการล้มตายเป็นจำนวนมาก
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง มันก็ได้ลดขวัญกำลังใจของฝ่ายปิดล้อมไปเป็นจำนวนมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจีนก็เตรียมพร้อมเช่นกัน ในขณะที่ทะเลเพลิงกำลังก่อตัวขึ้นมา ผู้เล่นชาวจีนก็ขว้างผงสีขาวเป็นประกายออกไป ซึ่งได้แผ่ร่องรอยของความเย็นออกมา พื้นดินถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งในทันที และแช่แข็งน้ำมันเพลิง
ผงนี้เรียกว่าผงเหมันต์ และมันก็จะกลายเป็นน้ำแข็งในทันทีที่ตกลงบนสิ่งอื่น
เมื่อเห็นว่าน้ำมันเพลิงล้มเหลว ฝ่ายป้องกันก็ยังคงใช้ลูกศรและวัตถุหนักเข้าต่อกรต่อไป และฝ่ายจีนก็ยังคงสู้ต่อไป การต่อสู้นั้นรุนแรงมากและจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายของทั้งสองฝ่ายก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมองลงมาจากที่สูง ผู้มองย่อมสามารถมองเห็นศัตรูได้จากทั่วทุกฝั่งของนครจันทร์หอม มีหลายคนที่กำลังปีนขึ้นมาบนกำแพงนครและผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็กำลังเข้ามาใกล้จากระยะไกล นครจันทร์หอมตกอยู่ในสภาพวุ่นวายโดยสมบูรณ์ และหลายๆคนก็รีบพุ่งไปยังกำแพงนครทิศต่างๆเพื่อเสริมการป้องกันในด้านนั้น
เสียงการต่อสู้จากทั้งสองฝ่ายดังกึกก้อง และเสียงคำรามกับเสียงโอดครวญก็ดังออกมาอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดภาพฉากที่เข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง
จ้าวฝู ไป่ลู่เซิง และเซียวเซ่อยืนอยู่ในอากาศ จ้าวฝูมองลงไปและรู้สึกว่าได้เวลาแล้ว ดังนั้นเขาจึงพูดกับอีกสองคนว่า "เอาล่ะ ทำตามแผนได้!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทั้งคู่ก็พยักหน้าและบินไปยังนครจันทร์หอม ทันใดนั้นเอง กลิ่นอายอันทรงพลังสองสายก็เข้าปกคลุมนครจันทร์หอม และลมพายุโหมกระหน่ำที่พวกเขาสร้างขึ้นก็ทำให้เหล่าคนที่อยู่ภายในนครต้องรู้สึกหวาดกลัว
ในทำนองเดียวกัน เจิ่นเซียงเยว่และโฮหมิงเองก็ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของพวกตนออกมาและสกัดกั้นกลิ่นอายของไป่ลู่เซิงและเซียวเซ่อ
"ข้าไม่เคยคิดเลยว่าพวกเจ้าทั้งสองคนจะร่วมมือกับพวกต่างโลกและเชื่อฟังคำสั่งของเขา อะไรกัน เขายังไม่เคลื่อนไหวอีกเหรอ?" เจิ่นเซียงเยว่พูดกับไป่ลู่เซิง ก่อนที่จะมองไปยังจ้าวฝูจากระยะไกล เมื่อเห็นจ้าวฝู หัวใจของเธอก็หดเกร็ง - มันเป็นเขาจริงๆ เวลาเพิ่งผ่านไปได้ไม่เท่าไร แต่เขาก็กลายเป็นลอร์ดแห่งนครและแผ่กลิ่นอายที่เป็นอันตรายเช่นนี้ออกมาแล้ว
แน่นอนว่าเซียวเซ่อย่อมไม่บอกเหตุผลที่แท้จริงแก่เธอ ดังนั้นเขาจึงแค่นเสียงอย่างเย็นชาและกล่าวว่า "มันเป็นการดีที่สุดที่เจ้าจะยอมจำนน บางทีพวกเจ้าอาจจะรอดไปได้ มิฉะนั้น ทางเลือกเดียวของพวกเจ้าจะเป็นความตาย!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..." ข้างๆเจิ่นเซียงเยว่ โฮหมิงเริ่มหัวเราะออกมาเสียงดัง "เจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะสามารถเอาชนะพวกเราได้งั้นเหรอ? ตลกซะจริง!
"นอกจากนี้ ไป่ลู่เซิง การต่อสู้ของพวกเราเมื่อครั้งก่อนนี้คือความเข้าใจผิด - ทั้งหมดนี้เป็นแผนของคนผู้นั้นที่ทำให้พวกเราต่อสู้กัน!" โฮหมิงกล่าวในขณะที่เขาชี้ไปยังจ้าวฝู
โฮหมิงเชื่อว่าถ้าเขาบอกไป่ลู่เซิง เขาจะสามารถทำให้ฝ่ายจีนแตกคอกันได้ ทำให้ฝ่ายของเขาเอาชนะได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
เมื่อก่อนนั้น มันเป็นความผิดของเขาจริงๆ และไม่เพียงแต่เขาจะประสบกับการสูญเสียอย่างรุนแรง แต่นครใบไม้ขาวก็ยังโดนด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ไป่ลู่เซิงจึงน่าจะไม่ยอมต่อคนผู้นั้นที่ทำให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ตามหลักแล้ว ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินต่างหากที่ควรจะเป็นศัตรูของนครใบไม้ขาว
มันไม่ใช่แค่โฮหมิง เจิ่นเซียงเยว่เองก็คิดแบบเดียวกัน ถ้าพวกเขาสามารถเปิดเผยเรื่องนี้ออกไปได้ อีกฝ่ายจะต้องหัวเสียแน่ๆและอาจจะเริ่มต่อสู้กัน เมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ฝ่ายเวียดนามก็จะชนะอย่างไม่ต้องสงสัย