- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 498 นครจันทร์หอม
บทที่ 498 นครจันทร์หอม
บทที่ 498 นครจันทร์หอม
บทที่ 498 นครจันทร์หอม
แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่นครสายน้ำไหลจะต่อต้านการร่วมกำลังโจมตีจากสองนครหลักได้ ถ้าพวกเขาต้องการรอดชีวิต พวกเขาก็ต้องคิดแผน ทางเลือกเดียวของพวกเขาคือการจับมือกับนครหลักของเวียดนามนครอื่น ซึ่งคงจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะพวกเขาก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
นี่เป็นเพราะวัตถุประสงค์ของฝั่งจีนไม่เพียงแค่นครหลักใดนครหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นทั้งฝั่งเวียดนาม รวมทั้งผู้เล่นด้วย
ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ฝ่ายเวียดนามจะต้องร่วมมือกัน ความสัมพันธ์ระหว่างนครหลักทั้งสองแห่งค่อนข้างดีมาก มิฉะนั้นแล้ว ลอร์ดแห่งนครจันทร์หอมก็คงจะไม่ออกไปช่วยในคราวนั้น
ลอร์ดแห่งนครสายน้ำไหล โฮหมิง ติดต่อไปหาลอร์ดแห่งนครจันทร์หอมในทันทีและบอกพวกเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ จากนั้นก็ถามถึงวิธีการป้องกันการโจมตีจากฝ่ายจีน
หลังจากได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ สาวงามในชุดเขียวก็ดูจริงจังมากและพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้ - เธอคือลอร์ดแห่งนครจันทร์หอม เจิ่นเซียงเยว่
หลังจากได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี เนื่องจากอีกฝ่ายนั้นทรงพลังเกินไป และมันก็ไม่มีทางจัดการกับพวกเขาได้
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จริงจังมาก ดังนั้นเธอจึงรู้สึกว่ามันจะเป็นการดีที่สุดที่จะคุยกันตัวต่อตัวเพราะเหตุนี้เอง เธอจึงเดินทางไปยังนครสายน้ำไหลเป็นการส่วนตัว
ภายในห้อง โฮหมิงและเจิ่นเซียงเยว่ต่างดูเคร่งเครียดมากในขณะที่พวกเขานั่งอยู่ตรงข้ามกัน โฮหมิงพูดออกมาก่อน "เซียงเยว่ เจ้าคิดว่าพวกเราควรทำยังไงดี? ถ้าพวกมันโจมตีนครหลักของพวกเรา คงจะไม่มีใครที่สามารถต่อกรกับพวกมันได้"
เจิ่นเซียงเยว่พยักหน้าอย่างจริงจังและกล่าวว่า "พวกเราไม่สามารถต่อกรกับคนจำนวนมากขนาดนั้นได้จริงๆ แต่สิ่งที่ข้าเป็นกังวลก็คือพวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้สืบทอดมรดกต้าฉินเป็นใครและทำไมเขาถึงพุ่งเป้ามายังนครหลักของพวกเรา หรือว่ามันจะมีความคับข้องใจใดระหว่างพวกเรากับเขา?"
เมื่อคิดถึงความคับข้องใจแล้ว โฮหมิงก็คิดถึงร่างอันคุ้นเคยในทันใด คนที่อยู่ในชุดคลุมสีดำ เขาไม่เห็นรูปลักษณ์ของคนผู้นั้น แจ่เขาจำได้ว่าคนผู้นั้นมีดวงตาคู่สีแดงโลหิต
คนๆนั้นน่าจะเป็นคนที่สังหารพ่อบุญธรรมของเขาและป้ายสีใส่นครใบไม้ขาว ส่งผลให้เกิดการต่อสู้ขึ้นระหว่างนครใบไม้ขาวและนครสายน้ำไหล ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายได้รับความสูญเสียอย่างรุนแรง
โฮหมิงย่อมรู้สึกเกลียดชังคนผู้นั้นเป็นอย่างมาก และเขาก็ต้องการบดขยี้คนผู้นั้นให้กลายเป็นฝุ่นผง เขาเกือบจะตายภายใต้เงื้อมมือของคนผู้นั้น ดังนั้นโฮหมิงจึงจำจ้าวฝูได้แม่น
"ข้ารู้สึกว่ามันน่าจะเป็นคนผู้นั้นเพราะเขาคือผู้สืบทอดมรดกราชวงศ์ จากการรายงานของพวกต่างโลก รูปลักษณ์ของคนผู้นั้นเหมือนกันกับผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน!" โฮหมิงพูดในขณะที่ดวงตาของเขาเปล่งประกายอย่างเย็นชา
เมื่อได้ยินเช่นนี้ การแสดงออกของเจิ่นเซียงเยว่ก็เปลี่ยนเป็นอาการตกใจ ย้อนกลับไป เมื่อเธอและลอร์ดคนอื่นๆได้ช่วยโฮหมิงไว้ คนผู้นั้นก็ได้บอกว่าพวกเธอจะต้องชดใช้ต่อการกระทำนั้น
ใครจะคิดว่าคนผู้นั้นจะกลับมาแก้แค้นจริงๆ? นครหลักของระบบทั้งสองแห่งเมื่อร่วมมือกัน มันก็ยากมากอยู่แล้วที่จะรับมือ และด้วยผู้สืบทอดมรดกราชวงศ์อีกคน มันก็คงจะยากมากยิ่งกว่า
หลังจากคิดอยู่นาน เจิ่นเซียงเยว่ก็ถอนหายใจออกมาและกล่าวว่า "ในตอนนี้ พวกเราทำได้เพียงแค่ร่วมมือกันต่อกรกับฝ่ายจีนเท่านั้น มันจะเป็นการดีที่สุดที่นครจันทร์หอมจะเคลื่อนไหวออกมา!"
"ข้าจะปล่อยให้เจ้าทำอย่างนั้นได้อย่างไร? มันดีกว่าที่ข้าจะย้ายนครสายน้ำไหลไป ในตอนนี้ที่นครสายน้ำไหลอ่อนแอมากขนาดนี้ มันก็ควรที่จะถูกย้าย" โฮหมิงพูดอย่างเด็ดเดี่ยว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจิ่นเซียงเยว่ก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้าตกลง
โฮหมิงได้ย้ายนครสายน้ำไหลรวมทั้งชาวเมืองและผู้เล่น เนื่องจากมีแค่ศิลาสร้างเมืองเท่านั้นที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดจึงถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ผู้คนของนครสายน้ำไหลต่างพากันย้ายเข้าไปยังนครจันทร์หอม
นครจันทร์หอมซึ่งเดิมทีก็แคบอยู่แล้วเริ่มแออัดเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากมีผู้คนเข้ามาเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยผู้คนจำนวนมากยิ่งขึ้น ฝ่ายเวียดนามจึงรู้สึกมั่นใจในการหยุดการโจมตีของฝ่ายจีนมากยิ่งขึ้น
โฮหมิงได้ก่อตั้งนครสายน้ำไหลขึ้นมาใหม่โดยวางศิลาสร้างเมืองของนครสายน้ำไหลไว้ข้างๆโถงนครของนครจันทร์หอม แม้ว่าในตอนนี้มันจะดูเหมือนว่านครจันทร์หอมมีโถงนครสองแห่ง แต่มันก็ยังมีสถานะเป็นนครหลักของระบบเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
นี่เป็นเพราะว่าการก่อตั้งนครขึ้นมาใหม่ภายในนครอีกแห่งจะไม่ได้เป็นการซ้อนทับค่าสถานะของพวกมัน - ถ้ามันเป็นแบบนั้น จ้าวฝูคงจะเอาค่าสถานะของนครหลักของระบบทั้งหมดมาซ้อนทับกับนครต้าฉินไปแล้ว และค่าสถานะของมันก็คงจะท้าทายสวรรค์เป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม เพราะความใหญ่ของโลกจุติสวรรค์ มันจึงมีนครที่น่าสนใจอยู่เป็นจำนวนมาก - นครแฝดบางแห่งมีลอร์ดแห่งนครถึงสองคนแต่ก็มีโถงนครเพียงอันเดียว และพวกมันก็มีค่าสถานะของนครสองแห่งรวมอยู่ในนครแห่งเดียว
แน่นอนว่านครแฝดนั้นค่อนข้างหาได้ยาก และพวกมันก็เกิดขึ้นได้ภายใต้สถานการณ์พิเศษเท่านั้น
หลังจากนครสายน้ำไหลขยับออกมาแล้ว ลอร์ดทั้งสองคนก็ออกคำสั่ง และชาวเมืองกับผู้เล่นทั้งหมดก็เริ่มร่วมมือกัน เพราะพวกเขากำลังจะต่อกรกับกองกำลังต่างชาติ พวกเขาจึงต่างก็กลมเกลียวกันเป็นอย่างยิ่ง
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย นครหลักทั้งสองจึงไม่ได้ตระหนี่ต่อกันเลย และพวกเขาได้เอาอุปกรณ์สวมใส่และทักษะทั้งหมดออกมา และมอบพวกมันให้กับผู้เล่นฝ่ายป้องกันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขา
ผู้เล่นจำนวนนับไม่ถ้วนรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง และพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะปกป้องนครจันทร์หอมจนตาย พวกเขายังได้เตรียมลูกศร น้ำมัน และอาวุธหนัก และการร่วมมือกันของพวกเขาก็ช่วยเพิ่มขวัญกำลังของพวกเขาได้เป็นอย่างมาก นับประสาอะไรกับต้าฉิน มันรู้สึกราวกับว่าไม่ว่าใครที่จะบุกเข้ามา พวกเขาก็ไม่หวาดกลัวเลย
ในไม่ช้า สถานการณ์ทางฝั่งเวียดนามก็ถูกรายงานไปยังฝั่งจีน และจ้าวฝูก็นั่งอยู่ในห้องโถงพร้อมกับแม่ทัพของเขา รวมทั้งไป่ลู่เซิงและเซียวเซ่อ และหารือกันเกี่ยวกับเรื่องนี้
"ในตอนนี้ที่นครหลักของระบบทั้งสองแห่งได้ร่วมมือกันแล้ว มันก็ไม่ง่ายที่จะโจมตีนคร และความได้เปรียบของพวกเราก็คงจะไม่มากเท่าไรนัก" ไป่ลู่เซิงพูดในขณะที่เขาขมวดคิ้ว
"นี่เป็นเรื่องยากที่จะรับมือจริงๆ เจ้ามีไอเดียอะไรไหม?" เซียวเซ่อเห็นด้วยก่อนจะมองไปยังจ้าวฝู
จ้าวฝูหัวเราะเบาๆ "แม้ว่านี่จะเป็นปัญหาอยู่บ้าง แต่ด้วยการร่วมมือกันของพวกเรา นครจันทร์หองก็คงจะไม่สามารถหยุดพวกเราได้ ตราบใดที่พวกเจ้าสนับสนุนข้าอย่างเต็มที่ ต้าฉินจะตีฝ่าพวกมันไปได้อย่างแน่นอน!"
เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวฝู ไป่ลู่เซิงและเซียวเซ่อก็รู้สึกมั่นใจมาก ด้วยพลังอันน่าเกรงขามของอีกฝ่าย พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะมีไพ่ตายอันทรงพลังซ่อนไว้อยู่
หลังจากนั้น ฝ่ายจีนก็เตรียมความพร้อมเสร็จสิ้น มันมีผู้เล่นจำนวน 1.9 ล้านคน ทหารระยะที่ 1 จำนวน 160,000 คน และชาวเมืองอีก 100,000 คน ด้วยทหารของต้าฉินอีก 450,000 คน กองทัพของพวกเขาจึงมีกองกำลังของคน 2.6 ล้านคน และพวกเขาก็เริ่มยาตราทัพไปยังนครจันทร์หอม
แม้ว่าฝ่ายเวียดนามจะดูไม่ได้อ่อนแอเลย แต่กลิ่นอายของฝ่ายจีนก็ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง พวกเขานำทัพมาโดยต้าฉิน และพวกเขาทุกคนก็มีศรัทธาอันแรงกล้าต่อต้าฉิน เนื่องจากพวกเขาเห็ฯแล้วว่าผู้สืบทอดมรดกต้าฉินนั้นน่าสะพรึงกลัวแค่ไหน
การต่อสู้สะเทือนสวรรค์กำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้งแล้ว!