เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 495 นครใบไม้ขาว

บทที่ 495 นครใบไม้ขาว

บทที่ 495 นครใบไม้ขาว


บทที่ 495 นครใบไม้ขาว

จ้าวฝูจ้องมองไปยังดวงดาวสองสีอย่างเงียบๆอยู่สักพักจนกระทั่งมันค่อยๆหายไป เขาไม่รู้ว่าคนผู้นั้นปลดปล่อยผนึกโชคชะตาของตนออกมาได้อย่างไร แต่เขาก็รู้สึกว่ามันน่าจะไม่ได้ผ่านยุทธภัณฑ์แม่ทัพ

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนอื่นจะมีโอกาสด้วย แต่พวกเขาก็ต้องตรวจสอบว่าดวงดาวสองสีนี้เป็นของใคร เพราะเขาอาจจะเป็นอุปสรรคชิ้นโตสำหรับจ้าวฝูในอนาคต

คนผู้นี้ย่อมต้องกลายมาเป็นอุปสรรคใหญ่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องตรวจสอบไว้ล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม

"เห้อ!" หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จ้าวฝูก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ เส้นทางของต้าฉินในอนาคตคงจะยากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ หลังจากผ่านมานานขนาดนี้แล้ว ทหารระยะที่ 1 ก็ยังไม่ได้มีเยอะแยะอะไร ดังนั้นเมื่อไหร่กันที่พวกเขาจะสามารถมีทหารระยะที่ 9 ได้? เส้นทางสายนี้ยาวไกลเป็นอย่างยิ่ง และการเติบโตของต้าฉินก็ยังเชื่องช้านัก

ต่อจากนั้นจ้าวฝูก็เรียกกั้วปิงหลินเข้ามาและให้เขาเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายที่สองของพวกเขา ซึ่งก็คือนครสายน้ำไหลของเวียดนาม

กั้วปิงหลินกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับข้อมูลมากมาย

จ้าวฝูนั่งอยู่บนเก้าอี้ของเขาและมองผ่านข้อมูลอย่างละเอียดในขณะที่กั้วปิงหลินยืนอยู่ข้างๆเขา และเตรียมตอบคำถาม ห้องเงียบมาก และมีเพียงแค่สิ่งเดียวที่ดังออกมาคือการพลิกหน้ากระดาษของจ้าวฝู

ชั่วโมงต่อมา จ้าวฝูก็อ่านข้อมูลจนจบ เขาพบว่าชายแดนภูมิภาคยังคงบผันผวนอยู่ และฝ่ายต่างๆก็ยังเป็นเหมือนกับน้ำและไฟ สถานการณ์ไม่สงบลงเลย

เมื่อเผชิญหน้ากับความภาคภูมิใจและความเกลียดชังระดับชาติแล้ว บุญคุณและความแค้นส่วนตัวก็ไม่ได้สำคัญอะไรเลย มันมีฝ่ายที่ทรยศประเทศของตัวเองเพื่อผลประโยชน์อยู่ แต่คนธรรมดาส่วนใหญ่ก็ยังรักประเทศของตัวเองและคงจะเลือกต่อสู้กับศัตรูของประเทศ บางทีพวกเขาอาจจะประสบกับความสูญเสีย แต่ในขณะที่พวกเขายังรู้สึกเลือดร้อนอยู่ ของแบบนั้นก็ไม่นับว่าเป็นอะไรนัก

เนื่องจากผู้คนของทั้งสองฝ่ายเป็นแบบนี้ ชายแดนจะสงบได้อย่างไร? แน่นอนว่าพวกเขาได้มองอีกฝ่ายเป็นศัตรูและโจมตีกันอยู่เสมอ

จ้าวฝูไม่สนใจอะไรนักเกี่ยวกับชายแดนของภูมิภาคอื่น เขาสนใจเฉพาะภูมิภาคที่มีนครสายน้ำไหลอยู่เท่านั้น

ในการต่อสู้ครั้งล่าสุด นครสายน้ำไหลได้สูญเสียทหารและผู้เล่นไปเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันมันมีชาวเมืองอยู่ 330,000 คน และทหาร 100,000 คน แต่ก็มีแค่ 40,000 กว่าคนเท่านั้นที่อยู่ในระยะที่ 1 แม้ว่าผู้เล่นจะถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ได้ แต่พวกเขาก็ยังมีจำนวนแค่ 600,000 กว่าคน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง กำลังรบของนครสายน้ำไหลนั้นมีแค่ 1 ล้านคนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เพราะต้าฉินเป็นฝ่ายจีน คนเวียดนามก็จะต่อต้านเป็นอย่างมาก ดังนั้นก็ต่อสู้นั้นก็คงจะรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ยังมีลอร์ดชาวเวียดนามคนอื่นอีก เธอต้องสอดมือเข้ามายุ่งด้วยแน่ ดังนั้นจ้าวฝูจึงจำเป็นที่จะต้องนำเธอมาพิจารณาด้วย นครหลักของเธอมีชื่อว่านครจันทร์หอม มันมีชาวเมืองอยู่ 400,000 คน ทหาร 100,000 คน และผู้เล่น 1 ล้านคน รวมแล้วมีคนอยู่ราวๆ 1.5 ล้านคน ถ้าทั้งสองฝ่ายร่วมมือกัน พวกเขาก็จะมีกำลังรบจำนวน 2.5 ล้านคน ดังนั้นจ้าวฝูจึงต้องจริงจังกับเรื่องนี้

ต้าฉินในตอนนี้มีทหารอยู่ 450,000 คน หลังจากได้ทหารโคโบลด์มาอีก 40,000 คน และทหารอื่นอีก 10,000 คน

ถึงแม้ว่าต้าฉินจะมีอุปกรณ์สวมใส่ที่ดี แต่ต้าฉินก็ยังต้องเจอกับการสูญเสียอย่างรุนแรงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองกำลัง 2.5 ล้านคน ถึงแม้ว่าจะมีโครงกระดูกอีก 150,000 ตัว มันก็มีแนวโน้วว่าพวกเขาจะยังพ่ายแพ้อยู่

บางทีพวกเขาอาจจะร่วมมือกับนครหลักของระบบทางฝั่งจีนสักสองแห่ง - ถ้าพวกเขาสามารถจับมือกับนครหลักของระบบสองแห่งนี้ได้ ต้าฉินก็จะสามารถพิชิตนครหลักของระบบทางฝั่งเวียดนามทั้งสองแห่งได้

หลังจากตัดสินใจแบบนี้แล้ว จ้าวฝูก็ได้เรียกรวมแม่ทัพของเขาเข้ามาเพื่อหารือว่ามันไม่มีสิ่งใดที่เขามองข้ามหรือพลาดไป

แม่ทัพต่างพากันสนับสนุนแผนการของจ้าวฝู และเว่ยเลี่ยวก็ยิ้มออกมาในขณะที่เขากล่าวว่า "ฝ่าบาท แผนนี้เป็นไปได้มากเลยทีเดียว สิ่งที่สำคัญก็คือพวกเราจะโน้มน้าวนครหลักทั้งสองแห่งของจีนให้มามีส่วนร่วมได้ยังไง แม้ว่าพวกเขาจะเป็นศัตรูกับนครหลักของฝั่งเวียดนาม แต่พวกเขาก็คงจะไม่ยอมให้ต้าฉินเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้"

หวังเจี้ยนเองก็พยักหน้าออกมาและกล่าวว่า "ใช่แล้ว นครหลักทั้งสองแห่งถือเป็นกุญแจสำคัญ ถ้าพวกเราสามารถระดมกำลังของพวกเขามาได้ มันก็จะไม่มีอะไรต้องกังวลกับการต่อสู้ในครั้งนี้"

ทันใดนั้นเอง ไป่ฉีก็คิดบางสิ่งได้ และรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาในขณะที่เขากล่าวว่า "ฝ่าบาท ข้ามีไอเดียที่พวกเราสามารถลองได้"

เมื่อเขาได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็ยิ้มและพยักหน้า พร้อมกับกล่าวว่า "แผนอะไรไป่ฉี?"

ไป่ฉีประสานมือและกล่าวว่า "ฝ่าบาท ด้วยความแข็งแกร่งของต้าฉิน นครหลักของระบบย่อมไม่สามารถหยุดยั้งพวกเราได้ ผู้เล่นธรรมดาต้องตัวสั่นให้กับชื่อของต้าฉินและไม่กล้าที่จะเป็นศัตรูกับต้าฉิน พวกเราสามารถให้กองทัพล้อมนครหลักของระบบทางฝ่ายจีนไว้แห่งนี้และให้ลอร์ดทั้งเจ็ดของพวกเราเผยตัว บังคับให้พวกเขาต้องเข้าร่วมกับฝ่ายเรา

"ด้วยความแข็งแกร่งของต้าฉิน ถ้าพวกเขาไม่อยากตาย พวกเขาก็ต้องตกลงเข้าร่วมกับพวกเรา อย่างไรก็ตาม ต้าฉินก็ต้องสละผลประโยชน์บางอย่าง อย่างเช่นไอเท็มและเงินบางส่วนภายในนครหลักของเวียดนาม และใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นรางวัลให้กับผู้เล่น และขับเคลื่อนพวกเขา

"ยิ่งไปกว่านั้น ต้าฉินยังสามารถมอบทรัพยากรบางอย่างให้กับนครหลักของจีนเพื่อให้พวกเขาเต็มใจจะเข้าร่วมกับพวกเรา"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกๆคนก็พยักหน้าออกมา จ้าวฝูรู้สึกพึงพอใจกับแผนนี้มาก ดังนั้นเขาจึงถามว่าแม่ทัพคนอื่นว่าคิดยังไง หลังจากได้รับการเห็นชอบ พวกเขาจึงตัดสินใจใช้แผนการของไป่ฉี

ในตอนนี้ ทหารต้าฉินได้พักผ่อนและบ่มเพาะมาหลายวันแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงเต็มไปด้วยพลังและความกระหายศึก พวกเขายาตราทัพเข้าไปยังช่องทางการเทเลพอร์ตและมาถึงยังภูมิภาคชายแดน

ทันใดนั้นเอง พลังของบาเรียสกัดกั้นก็เข้าปกคลุมนครใบไม้ขาว ทำให้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตภายในนคร ทุกๆคนที่อยู่ภายในรู้สึกประหลาดใจมาก และพวกเขาก็สงสัยว่าทำไมช่องทางการเทเลพอร์ตถึงใช้ไม่ได้

ครืน…

มีเสียงดังกระหน่ำออกมาจากภายนอกนคร และมันก็แทบจะทำให้หูหนวก กลิ่นอายอันน่าตกตะลึงและไร้ขอบเขตเข้าปกคลุมนครใบไม้ขาว ทำให้การแสดงออกของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนดูน่าเกลียด

ทหารที่ยืนประจำการอยู่บนกำแพงนครเห็นกองทัพจำนวนมหาศาลของต้าฉิน และพวกเขาได้เผยสีหน้าหวาดกลัวและตะโกนออกมาในทันที "ศัตรูบุก! รีบปิดประตูนครเร็ว!"

เมื่อเห็นภาพอันน่าตกตะลึงนี้ ผู้เล่นที่อยู่นอกนครก็รีบกลับเข้าไปในนครใบไม้ขาว และในไม่ช้า ข่าวที่ว่านครใบไม้ขาวถูกโจมตีก็แพร่กระจายไปทั่วนคร

นครใบไม้ขาวคือนครที่ได้ต่อสู้กับนครสายน้ำไหล และมันก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน มันอ่อนแอยิ่งกว่านครหลักแห่งอื่นๆ ดังนั้นจ้าวฝูจึงตั้งมันไว้เป็นเป้าหมายแรก

ลอร์ดแห่งนครใบไม้ขาว ไป่ลู่เซิง ได้รับข่าวนี้และรู้สึกตกใจมาก เขามายังกำแพงนครในทันทีและมองไปยังกองทัพอันหนาแน่นที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาหาพวกเขา เขารู้สึกตกใจมาก - ใครกันที่กำลังโจมตีนครใบไม้ขาว? หรือว่านครสายน้ำไหลยังไม่จบหลังจากศึกครั้งล่าสุด?

ในตอนแรก ไป่ลู่เซิงคิดว่ามันคือหนึ่งในนครหลักของเวียดนาม แต่หลังจากมองดูใกล้ๆ เขาก็พบว่ามันไม่ใช่ฝ่ายนครหลักของระบบ - ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็มีพวกต่างเผ่าพันธุ์อยู่มากมายภายในกองทัพ และไม่มีนครหลักแห่งไหนที่มีชาวต่างเผ่าเป็นทหาร

อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีมนุษย์อยู่ในหมู่คนพวกนั้นด้วย ดังนั้นไป่ลู่เซิงจึงไม่สามารถเข้าใจได้ว่ามันเป็นฝ่ายไหน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนี้ก็ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

จบบทที่ บทที่ 495 นครใบไม้ขาว

คัดลอกลิงก์แล้ว