เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 494 ดาวแม่ทัพลึกลับ

บทที่ 494 ดาวแม่ทัพลึกลับ

บทที่ 494 ดาวแม่ทัพลึกลับ


บทที่ 494 ดาวแม่ทัพลึกลับ

ต่อจากนั้นจ้าวฝูก็เอาแก่นแท้อีกประเภทออกมา ซึ่งก็ดูเหมือนกับโล่ขนาดเล็กออกมา ซึ่งมันมีความยาวประมาณ 1 นิ้ว และกว้าง 3 นิ้ว มันได้แผ่กลิ่นอายอันหนักแน่นออกมา

แก่นแท้โล่จำนวน 1,200 อันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยอัตโนมัติและผสานกันเป็นโล่ทะเลสาบสีเงินอมตะ

โล่สีเงินมีรูปทรงกลมและมีความสูงเท่ากับครึ่งตัวคน มันมีดอกนาร์ซิสซัสกำลังบานอยู่ตรงกลางของโล่และมีลวดลายของดอกไม้อยู่รอบๆ ทำให้มันดูงดงามเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ โล่สีเงินอันนี้ยังแผ่กลิ่นอายที่หนักแน่นจนดูเหมือนจะสามารถสกัดกั้นทุกๆสิ่งได้ออกมา

ต่อจากนั้นจ้าวฝูก็ผสานแก่นแท้ธนู แก่นแท้มาเชเต้ และแก่นแท้ค้อนตามลำดับ

อุปกรณ์ทั้งสามชิ้นนี้ต่างก็ดูเหมือนจะถูกหลอมมาจากเงิน และพวกมันต่างก็ถูกปกคลุมไปด้วยลวดลาย ทำให้พวกมันดูงดงามเป็นอย่างยิ่ง ในเวลาเดียวกัน พวกมันยังได้แผ่กลิ่นอายอันทรงพลังที่แตกต่างกันออกมา

คันธนูให้ความรู้สึกที่ไม่ว่าใครเมื่อได้ถือมันก็จะสามารถยิงได้โดยไม่พลาดเป้าและสังหารศัตรูได้ทุกคน มาเชเต้เงินแผ่พลังอันรุนแรงที่ดูเหมือนจะสามารถแยกภูเขาได้ และค้อนเงินก็แผ่พลังอันบ้าคลั่งที่ดูราวกับจะสามารถทำลายทุกๆสิ่งได้ออกมา

ในตอนนี้จ้าวฝูได้ผสานอาวุธทะเลสาบสีเงินอมตะเข้าด้วยกันทุกชิ้นแล้ว และพวกมันต่างก็แผ่กลิ่นอายที่แตกต่างกันออกมา พวกมันดูเหมือนจะเชื่อมถึงกันและมีความรู้สึกนึกคิดอยู่บางส่วน ซึ่งทำให้พวกมันสามารถเลือกเจ้าของได้

สิ่งนี้ทำให้จ้าวฝูนึกถึงชุดเซ็ตนักฆ่าทั้งสิบสอง ซึ่งก็ดูเหมือนจะเชื่อมโยงถึงกันและเป็นตัวแทนของพลังที่แตกต่างกัน และพวกมันก็สามารถเลือกเจ้าของและมีมรดกอยู่

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างก็คืออาวุธทะเลสาบสีเงินอมตะนั้นจะมุ่งเน้นไปยังการต่อสู้โดยตรงและแผ่กลิ่นอายทำลายล้างอันทรงพลังที่ตรงไปตรงมา ในขณะที่ชุดเซ็ตนักฆ่าจะเน้นหนักไปที่การลอบสังหาร แม้ว่าพวกมันจะมีสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกัน แต่เป้าหมายหลักของพวกมันก็คืออาชีพนักฆ่า

ยิ่งไปกว่านั้น ชุดเซ็ตนักฆ่ายังเป็นแค่อุปกรณ์ระดับทองเท่านั้น แต่พวกมันก็สามารถพัฒนาขึ้นเป็นระดับที่สูงกว่าได้ แม้ว่าพวกมันจะเริ่มต้นจากระดับทอง

ในทางกลับกัน อุปกรณ์ทะเลสาบสีเงินอมตะต่างก็เริ่มต้นจากอุปกรณ์ระดับตำนานและบรรจุวิชายุทธ์ที่ต้องใช้ระดับการบ่มเพาะที่สูงในการทำความเข้าใจ ดังนั้นพวกมันจึงย่อมต้องทรงพลังกว่าชุดเซ็ตนักฆ่า

มันน่าเสียดายที่ยิ่งอุปกรณ์ทรงพลังมากเท่าไร มันก็ยากมากยิ่งขึ้นที่มันจะเลือกเจ้านายเมื่อมองไปยังอาวุธทั้งเจ็ดชิ้นที่กำลังลอยอยู่รอบๆตัวเขา จ้าวฝูก็รู้สึกลำบากใจขึ้นมา

อาวุธเหล่านี้เหมาะกับนักรบ ไม่ใช่แม่ทัพ - นี่เป็นเพราะอาชีพแม่ทัพไม่ได้มุ้งเน้นไปที่การต่อสู้ แต่เป็นการนำทัพ ดังนั้นมันจึงไม่เหมาะที่เหล่าแม่ทัพจะใช้อุปกรณ์เหล่านี้

ในตอนนี้นอกเหนือจากเหล่าแม่ทัพ จ้าวฝูก็มีแค่เหล่าเสนาบดีหรือคนที่ถูกเลือกโดยชุดเซ็ตนักฆ่าไปแล้ว

คนเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ก็คือเก้อเนี่ย เนื่องจากเขาไม่ใช่ทั้งแม่ทัพและนักฆ่า เขาเป็นนักดาบ อย่างไรก็ตาม เก้อเนี่ยก็ไม่เหมาะเช่นกัน เนื่องจากเขาได้เดินอยู่บนวิถีแห่งดาบ - เขาไม่สนใจว่าอาวุธนั้นจะทรงพลังแค่ไหน เขายึดถือเพียงวิชาดาบอันเฉียบคมและทรงพลังของเขากับหัวใจของเขาเท่านั้น

ดังนั้นเก้อเนี่ยจึงยังคงใช้ดาบเหล็กที่เขาได้เลือกไปจากคลังแสง อย่างไรก็ตาม เมื่อเก้อเนี่ยต่อสู้อย่างต่อเนื่อง มันก็ได้ทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ และมันก็ได้กลายเป็นดาบที่ดี

ด้วยความแข็งแกร่งของเก้อเนี่ย เขาจึงสามารถพัฒนาวิชายุทธ์ดาบที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการวิชายุทธ์ทะเลสาบสีเงินอมตะ ถ้าจ้าวฝูมอบดาบทะเลสาบสีเงินอมตะให้กับเก้อเนี่ย มันก็ย่อมเป็นการฉุนรั้งความก้าวหน้าของเขา

ในตอนนี้ จ้าวฝูไม่มีใครที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ทั้งเจ็ดชิ้นนี้ แน่นอนว่ามันเป็นการดีที่สุดที่จะหาเจ้าของให้กับอาวุธมรดกเหล่านี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าใจพลังของมันอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีสิ่งใดที่จ้าวฝูจะสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมา และเก็บอาวุธเหล่านี้เข้าไปในแหวนราชาภัยพิบัติของเขา และรอจนกระทั่งเขาสามารถหาเจ้าของที่เหมาะสมให้กับพวกมันได้

ตู้ม!

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงระเบิดดังออกมา และจ้าวฝูก็ตกใจมากและมองไปยังระยะไกล มันมีดาวดวงหนึ่งที่เปล่งแสงสีเขียวและดำและมีกลิ่นอายอันไร้ขอบเขตได้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า และมันก็ค่อยๆปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ

นี่ไม่ใช่ดวงดาวแม่ทัพทั่วไปที่เข้ามายังชีวิตของผู้คน แต่เป็นการกลับคืน กล่าวอีกหนึ่ง ผนึกโชคชะตาของตัวตนในประวัติศาสตร์คนหนึ่งได้ถูกปลดปล่อยออกมา

สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าไปนั้นคือดวงดาวแม่ทัพดวงนี้ไม่ได้เปล่งออกมาแค่แสงสีเขียวของหมาป่าโลภและกลิ่นอายอันเร้นลับและหลักแหลม แต่ยังมีแสงสีดำของผู้ทำลายกองทัพและกลิ่นอายอันสะกดข่มออกมาด้วย

แสงทั้งสองครอบคลุมท้องฟ้าไปครึ่งหนึ่ง และกลิ่นอายจากดวงดาวก็สร้างความหวาดหวั่นให้กับสิ่งมีชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนเป็นอย่างมาก ทุกๆคนในประเทศจีนตกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อพวกเขามองไปยังดวงดาวแม่ทัพสองสีบนท้องฟ้า

นี่ต้องไม่ใช่หนึ่งในสิบสามดวงดาวแม่ทัพทั่วไปเป็นแน่ เนื่องจากพวกมันต่างก็เป็นตัวแทนของความสามารถที่แตกต่างกันและไม่มีดวงดาวแม่ทัพดวงไหนที่มีความสามารถสองแบบ

ยิ่งไปกว่านั้น ดวงดาวแม่ทัพดวงนี้ยังมีความพิเศษมากเพราะมันครอบครองความสามารถของทั้งดวงดาวหมาป่าโลภและผู้ทำลายกองทัพ ซึ่งเป็นสองในสามของดวงดาวที่สามารถส่งโลกลงไปสู่ความวุ่นวายได้ นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าแม่ทัพคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาและมีพลังอันยิ่งใหญ่

ใครเป็นคนที่ปลุกดาวดวงนี้ให้ตื่นขึ้นมา? ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนพากันสงสัยเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าใครเป็นผู้ปลุกดวงดาวแม่ทัพแบบนี้ขึ้นมา

จ้าวฝูเองก็รู้สึกสงสัยมากว่าคนผู้นี้เป็นใคร ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร แต่เขาก็ต้องเป็นคนที่เหนือล้ำยิ่งกว่าสามแม่ทัพที่ทรงพลังที่สุดของเขาอย่างไป่ฉี หวังเจี้ยน และเว่ยเลี่ยวแน่ๆ

ภายใจนครต้าโจว ภายในค่ายกลเวทมนตร์ขนาดใหญ่ยักษ์ ชายชราใบหน้าแดงก่ำและมีผมสีขาวซึ่งแผ่กลิ่นอายอันไร้ขอบเขตออกมากำลังยืนอยู่กับที่

เขาคือเจียงจื่อหยา!!

นอกเหนือจากเขาที่ยืนอยู่ตรงกลางค่ายกลเวทมนตร์ มันก็มีอีกหกคนอยู่รอบๆ คนแรกถือดาบ คนที่สองถือสมุด คนที่สามถือภาพวาดขาวดำ คนที่สี่ถือเหรียญตรา และคนที่ห้าถือแท่งหมึก และคนที่หกถือแผ่นยันต์ไทเก็ก

คนทั้งหกแผ่พลังที่แตกต่างกันออกมา และพวกเขาก็เป็นตัวแทนของโรงเรียนทหาร ลัทธิขงจื้อ สำนักตรรกศาสตร์ สำนักกฏหมาย สำนักบัณฑิต และลัทธิเต๋า

พวกเขาได้ส่งพลังของตัวเองเข้าไปยังค่ายกลเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของมัน และยกเจียงจื่อหยาขึ้นสู่อากาศในขณะที่เสาแสงสองสีพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขาและพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้เขาดูราวกับเทพเทวา

ความสามารถของเจียงจื่อหยานั้นไร้คู่เปรียบในประวัติศาสตร์ - เขาไม่เพียงแต่เชี่ยวชาญในด้านกลการศึก แต่ยังรวมไปถึงเรื่องฮวงจุ้ย ปรัชญา การเขียน กิจการภายใน และการเมือง

เขามีทักษะในเกือบทุกเรื่อง และหลายๆสำนักแห่งความคิดก็ได้ให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของสำนัก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า 'ปรมจารย์ร้อยสำนักแห่งความคิด'

บางทีอาจจะมีแค่เขาเท่านั้นที่สามารถปลุกดวงดาวแม่ทัพสองสีขึ้นมาได้ โชคดีที่เจียงจื่อหยาไม่ได้ชื่นชอบการเข่นฆ่า ไม่อยากนั้นเขาอาจจะปลุกดวงดาวแม่ทัพสามสีที่มีพลังของดวงดาวหมาป่าโลภ ผู้ทำลายกองทัพ และเจ็ดสังหารขึ้นมาได้

ในขณะที่ดวงดาวแม่ทัพของเจียงจื่อหยาค่อยๆปรากฏขึ้น โชคชะตาของต้าโจวทั้งหมดก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก - โชคชะตาของมันเริ่มผลิกไปมาราวกับมหาสมุทร และมันก็ค่อยๆใหญ่ขึ้นเรื่อยๆและทรงพลังมากยิ่งขึ้น

นี่เป็นเพราะโชคชะตาของจางจื่อหยาถูกเพิ่มลงไปในโชคชะตาของต้าโจว และมันก็บริสุทธิ์ซะยิ่งกว่าโชคชะตาของต้าโจว

จบบทที่ บทที่ 494 ดาวแม่ทัพลึกลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว