เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 488 นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?

บทที่ 488 นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?

บทที่ 488 นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?


บทที่ 488 นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?

มู่กุ้ยหลินรู้สึกแปลกใจมากและตอบว่า "ตัวแทนผู้นำ อย่างน้อยท่านก็ไม่อยากเห็นพวกเธอเหรอ? พวกเธอคือสาวงามไร้ที่เปรีย มันเป็นการยากมากที่จะพบกับพวกเธอ!

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชื่อว่าเฟิงสือหยูและหลี่มู่ฉิง พวกเธอต่างเป็นสาวงามที่โดดเด่น และหลังจากมายังที่พำนักของตระกูลอิ๋ง สมาชิกตระกูลอิ๋งจำนวนนับไม่ถ้วนก็มาเข้าพบพวกเธอ ถ้ามันไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าพวกเธอคือผู้หญิงของผู้สืบทอดมรดก สมาชิกตระกูลอิ๋งจำนวนนับไม่ถ้วนก็คงจะตามตื๊อพวกเธออย่างบ้าคลั่งไปแล้ว!”

ในตอนนี้คนคุ้มกันได้กลับมาพร้อมกับอาหารแล้ว ดังนั้นจ้าวฝูจึงเริ่มกินในขณะที่ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้สนใจอะไรนักว่า "แล้วไง? แม้ว่าพวกเธอจะงดงาม แต่พวกเธอก็เป็นผู้หญิงของผู้สืบทอดมรดก มันมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับข้ากัน?"

แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องไร้สาระที่สุด - เขาคือผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน ดังนั้นมันจะไม่เกี่ยวข้องกับเขาได้ยังไง?

อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็ไม่อยากเสียเวลากับเรื่องนี้ เพราะหลังจากกิน เขาต้องกลับไปยังโลกจุติสวรรค์และโจมตีนครแอ่งตะวันตก เวลาบีดรัดเข้ามาแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาให้กับคนเหล่านี้

ในเวลานั้นเอง มู่กุ้ยหลินก็โค้งหัวลงในทันใดและพูดด้วยเสียงต่ำว่า "แต่ท่านตัวแทนผู้นำ ท่านคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้สืบทอดมรดก ถ้าท่านพอใจ ผู้สืบทอดมรดกอาจจะมอบพวกเธอให้กับท่านก็ได้ ในตอนนี้ ถ้าท่านต้องการ ผู้หญิงคนไหนก็ตามก็คงจะยินดีพลีกายให้กับท่าน หากท่านตัวแทนผู้นำต้องการ ข้าสามารถจัดการให้กับท่านได้ ในตอนนี้ ข้าภักดีต่อท่านเท่านั้น ท่านตัวแทนผู้นำ!"

จ้าวฝูกลืนอาหารลงไปในขณะที่ร่างกายของเขาแข็งทื่อ - เขาตระหนักได้ว่ามู่กุ้ยหลินผู้นี้กำลังแสดงความภักดีของเขาออกมา

นั่นทำให้เขาเข้าใจได้อย่างหนึ่ง - อำนาจของเขาในตอนนี้เหนือกว่าผู้นำตระกูลคนอื่นๆไปแล้ว และตราบใดที่ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินไม่พูดอะไร เขาก็คือผู้นำตระกูลที่แท้จริงและถือครองอำนาจสูงสุด ฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนได้พยายามที่จะประจบเขาในฐานะที่เขาเป็นตัวแทนของผู้สืบทอดมรดกต้าฉินในโลกแห่งความเป็นจริง

อย่างไรก็ตามจ้าวฝูก็ยังปฏิเสธต่อความตั้งใจอันดีนี้และกล่าวว่า "ให้พวกเธออยู่ในตระกูลอิ๋งไปก่อนและปฏิบัติต่อพวกเธอดีๆ ข้าจะรายงานเรื่องนี้กับผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน แต่ข้าจะไม่ไปพบพวกเธอ"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ มู่กุ้ยหลินก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาต้องการช่วยจ้าวฝูด้วยสิ่งนี้ ทำให้จ้าวฝูโปรดปรานเขา แต่ดูเหมือนว่าจ้าวฝูจะไม่สนใจเลย อย่างไรก็ตาม หลังจากคิดเกี่ยวกับมัน มู่กุ้ยหลินก็นึกได้ว่าตัวแทนผู้นำมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับอู๋ชิงเหนียง มู่กุ้ยหลินแสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจและจากไป

จ้าวฝูกินข้าวต่อ และในขณะที่เขากำลังจะกินเสร็จและเช็ดปาก มันก็มีเสียงดังอื้ออึงออกมาจากนอกประตู - ดูเหมือนว่าจะมีคนหลายคนเดินทางมาที่นี่ นี่ทำให้จ้าวฝูขมวดคิ้ว และผู้คุ้มกันของเขาก็ออกไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นในทันที

ครู่ต่อมา ผู้คุ้มกันก็กลับเข้ามาและกล่าวว่า "คุณจ้าว มีผู้หญิงรอพบคุณอยู่ข้างนอกสี่คนพวกเธอน่าจะเป็นสี่สาวงามที่มู่กุ้ยหลินพูดถึง"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็รู้สึกหมดหนทางและจิบน้ำ ก่อนที่จะพยักหน้า “ให้พวกเธอเข้ามา!”

ผู้คุ้มกันพยักหน้า และในไม่ช้า สาวงามที่แผ่บรรยากาศเอาแต่ใจและมีใบหน้าที่ละเอียดอ่อน ผิวที่ขาวราวกับหิมะ และมีร่างกายสูงเพรียวบาง ก็บึ่งเข้ามาด้วยความฉุนเฉียว

ปัง!

เธอกระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะของจ้าวฝูและตะโกนออกมา "นายกล้าไม่มาเจอฉันงั้นเหรอ? นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ฉันคือจักรพรรดินีแห่งต้าฉินในอนาคต!"

แค่ก! แค่ก! แค่ก! จ้าวฝูสำลักน้ำที่เขากำลังกลืนลงไปในขณะที่เขามองไปยังสาวน้อยคนนี้

เธอจ้องมองมาที่เขาด้วยความฉุนเฉียวและตะโกนออกมา "นายกินเสร็จยัง! นายควรที่จะขอโทษฉันนะ ไม่อย่างนั้นถ้าฉันบอกสามีของฉัน ผู้สืบทอดมรดกของนาย นายจะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรงแน่ๆ!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็รู้สึกสับสนเล็กน้อยและถามว่า "เธอไปติดต่อกับผู้สืบทอดมรดกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? และตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอได้เป็นจักรพรรดินีของเขา?"

สาวน้อย เฟิงสือหยู กอดอกและแค่นเสียงออกมาในขณะที่เธอกล่าวว่า "เข้าไปยังโลกจุติสวรรค์และบอกเขาว่าฉันจะเป็นผู้หญิงของเขา ฉันไม่เชื่อว่าผู้สืบทอดมรดกจะคิดว่าฉันไม่ดีพอ!"

ในตอนนี้ที่จ้าวฝูได้มองไปยังเฟิงสือหยูใกล้ๆและพบว่าเธอนั้นคือสาวงามจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอายหรือหน้าตาของเธอ เธอก็ไม่ธรรมดาเลย เมื่อถึงตอนนี้ที่จ้าวฝูได้พบกับสาวงามมามากมาย แต่เธอก็ยังเป็นสาวงามที่โดดเด่นอยู่ดี

เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของจ้าวฝู เฟิงสือหยูก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอก็ย่นจมูกของเธอและทำหน้าตาน่าชังในขณะที่เธอชี้นิ้วที่ขาวราวกับหิมะของเเธอมายังจ้าวฝูและกล่าวว่า "มันจะเป็นการดีที่สุดที่นายจะไม่คิดอะไรอกุศลกับฉัน ฉันคือผู้หญิงของผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน นอกจากนี้ ฉันจะไปสนใจคนที่ไร้มารยาทอย่างนายได้ยังไง?"

จ้าวฝูเบือนหน้านี้ และไม่มั่นใจว่าจะพูดอะไรดี

ในตอนนั้นเอง ผู้หญิงอีกสามคนก็เดินเข้ามา พวกเธอต่างก็งดงามมากเช่นกัน และทุกๆคนที่มองไปยังพวกเธอก็คงจะรู้สึกตื่นตะลึงขึ้นมา

หญิงสาวคนแรกดูเหมือนจะอยู่ในวัยยี่สิบต้นๆ และเธอก็ค่อนข้างผอม นอกจากนี้เธอยังแผ่กลิ่นอายอันชาญฉลาดและมีวัฒนธรรมออกมา จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นว่าเธอกำลังสวมชุดแบบโบราณ และผมกับการแต่งหน้าของเธอก็ถูกจัดแบบดั้งเดิม

หญิงสาวคนที่สองดูอายุราวๆ 23 - 24 ปี และเธอก็มีรูปร่างที่ดีและมีผิวพรรณราวกับหยก เธอแผ่กลิ่นอายที่อ่อนโยนเหมือนกับสายน้ำและมีนิ้วที่เรียวเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนหญิงสาวคนที่สามนั้นดูเหมือนกับเธอเพิ่งจะอายุได้ 20 ปี และเธอก็มีรูปร่างอันเย้ายวน ผิวของเธอขาวมาก และเธอก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูมาก ทำให้ใครที่ได้เห็นเธอก็คงจะอยากทำให้เธอเป็นของพวกเขา

เพียงแค่จากกลิ่นอายของพวกเธอ จ้าวฝูก็สามารถเดาได้ว่าพวกเธอเป็นใคร คนแรกน่าจะเป็นหลี่มู่ฉิง คนที่สองน่าจะเป็นหลิวลู่หยาน ส่วนคนที่สามน่าจะเป็นปันยู่หลิน

เมื่อเห็นว่าคนอื่นก็เข้ามาด้วย เฟิงสือหยูจึงแค่นเสียงเบาๆและกลับสู่สภาวะปกติของเธอในขณะที่เธอนั่งลงบนโซฟา

จ้าวฝูมองไปยังหญิงสาวเบื้องหน้าเขาทั้งสี่คนและถาม "พวกเธอทุกคนมาหาฉันทำไม? ถ้ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน ฉันจะบอกให้เขารู้เอง"

หลิวลู่หยานและปันยู่หลิงส่ายหัวเบาๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเธอมาที่นี่เพื่อที่จะให้จ้าวฝูบอกผู้สืบทอดมรดกต้าฉินเกี่ยวกับพวกเธอว่าตระกูลของพวกเธอต้องการการยอมรับจากผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน

อย่างไรก็ตาม หลี่มู่ฉิงนั้นต่างออกไป เธอมาที่นี่โดยสมัครใจ ส่วนอีกสามคนนั้นถูกส่งมาโดยตระกูลของพวกเธอ และโชคชาตะของพวกเธอก็ถูกตัดสินแล้ว ไม่มีใครรู้สึกมีความสุขกับสิ่งนี้ ดังนั้นพวกเธอจึงมีใบหน้าที่เจ็บปวดเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม หลี่มู่ฉิงก็ยิ้มและถาม "คุณจ้าว คุณจะไม่บอกให้ฉันนั่งลงหน่อยเหรอ?"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็นึกได้ถึงมารยาทในทันใด เขาลืมเกี่ยวกับความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับสถานะทางสังคมของเขาแล้ว

ดังนั้นเขาจึงบอกให้พวกเธอทั้งสามคนนั่งลง และจ้าวฝูก็มองไปยังหลี่มู่ฉิง และรอว่าเธอจะพูดอะไร

จากสิ่งที่เขารู้ สาวมากพรสวรรค์ผู้นี้มีความสนใจด้านวรรณกรรมเท่านั้น และเธอก็ไม่สนใจในอำนาจหรือความร่ำรวยอะไร ดังนั้นทำไมเธอถึงมาที่นี่โดยสมัครใจ? จ้าวฝูสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก

จบบทที่ บทที่ 488 นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?

คัดลอกลิงก์แล้ว