- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 487 การเตรียมการ
บทที่ 487 การเตรียมการ
บทที่ 487 การเตรียมการ
บทที่ 487 การเตรียมการ
เนื่องจากพวกเขาตัดสินใจที่จะจัดการกับนครแอ่งตะวันตก พวกเขาจึงต้องรวบรวมข้อมูลก่อน จ้าวฝูเรียกกั้วปิงหลินเข้ามาและบอกให้เขานำข่าวกรองล่าสุดเกี่ยวกับนครแอ่งตะวันตกมา
หลังจากมองดูรายงานข่าวกรองแล้ว จ้าวฝูก็พบว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนักในนครเว้นเสียแต่ว่าจะประชากรได้เพิ่มขึ้นอีก 30,000 คนและมีอาคารแห่งใหม่สองสามหลังถูกก่อสร้างขึ้น ดูเหมือนว่าพวกเขาพวกมันจะไม่ใช้ยาและอุปกรณ์สวมใส่ที่มีเท่าไรนัก
แม้ว่ามันจะมีผลข้างเคียงจากยา แต่ถ้ามันไม่ใช่เพราะต้าฉิน ยาและอุปกรณ์สวมใส่เหล่านี้ก็จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของนครแอ่งตะวันตกได้มาก และด้วยวิธีนั้น นครแอ่งตะวันตกก็จะสามารถโจมตีผู้อื่นและปล้นชิงทรัพยากรและดินแดนเป็นจำนวนมากมาได้
แต่ถึงกระนั้น มันก็ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลง และพวกมันก็ยังคงป้องกันนครต่อไปโดยไม่ขยายออกไปเลย มันน่าเสียดายที่พวกมันได้ทรัพยากรจากจ้าวฝูไปตั้งมากมายขนาดนั้น
ดูเหมือนว่าโคโบลด์เหล่านี้จะสงบสุขมากเกินไป และแม้ว่าพวกมันจะทรงพลัง แต่พวกมันก็ไม่โจมตีใคร มันไม่มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับสิ่งนี้ และในความเป็นจริง บางคนก็อาจจะนิยามว่าพวกมันเป็นพวกรักสันติก็ได้
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของจ้าวฝู นี่เป็นความผิดพลาด หากคุณไม่โจมตีคนอื่นในขณะที่คุณแข็งแกร่ง นั่นก็หมายความว่าคนอื่นจะไม่โจมตีคุณเมื่อพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นจริงไหม? แน่นอนว่าไม่ เนื่องจากคุณแข็งแกร่งและมีทรัพยากรที่ดี ผู้อื่นก็ย่อมต้องโจมตีคุณแน่ๆถ้าคุณอ่อนแอลง
แม้ว่าคุณจะคงไว้ซึ่งความยุติธรรมและไม่รังแกคนที่อ่อนแอ แต่มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะคิดให้คนอื่นทำแบบนั้น ประเทศจีนก็เหมือนกัน ดังนั้นในสมัยโบราณ มันจึงถูกโจมตีโดยชาวต่างชาติอยู่เสมอ
เมื่อคนผู้หนึ่งยืนอยู่ในตำแหน่งที่มีพลังอำนาจอันสมบูรณ์แบบแล้วจึงจะได้รับสันติสุขที่แท้จริง เมื่อคนผู้ไหนอ่อนแอลง คนผู้นั้นก็จะถูกกลืนกินในทันที
จากวิธีการที่จ้าวฝูมองสิ่งต่างๆ การพิชิตเท่านั้นจึงจะเป็นหนทางในการแก้ไขสิ่งต่างๆที่แท้จริง - เราย่อมไม่สามารถมอบโอกาสให้กับศัตรูได้ เว้นเสียแต่ว่าคนผู้นั้นจะคงความแข็งแกร่งไปได้ตลอด พวกเขาย่อมต้องถูกโจมตีอยู่เรื่องๆ และนำมาซึ่งความตายได้ ศัตรูจะไม่แสดงความเมตตาใดๆออกมา
ดังนั้นจ้าวฝูจึงเชื่อว่าวิธีการปฏิบัติของเหล่าโคโบลด์นั้นไร้สาระสิ้นดี เหตุผลที่จ้าวฝูให้ความสนใจกับการต่อสู้มากก็คงจะเป็นเพราะถ้าเขาสามารถรวบรวมแผ่นดินได้ เมื่อนั้นความสงบสุขย่อมบังเกิดขึ้นจริงๆ
วันนี้คือวันนัดหมายทำการค้ากับนครแอ่งตะวันตก ตามปกติแล้ว คนอื่นๆจะต้าฉินจะไปทำการค้า แต่วันนี้จ้าวฝูได้ตัดสินใจไปยืนยันสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง
แน่นอนว่าพวกเขากำลังจะโจมตีนครแห่งนี้ เพราะมันเป็นเป้าหมายที่อ่อนแอที่สุดจากสามเป้าหมายและสามารถจัดการได้โดยต้าฉินอย่างง่ายดาย
หลังจากการเทเลพอร์ตไม่กี่ครั้ง จ้าวฝูก็มาถึงนครแอ่งตะวันตก
คนที่เข้ามาต้อนรับจ้าวฝูก็ยังเป็นโคโบลด์ที่ชื่อเบลินคนเดิม และจากลักษณ์ของสิ่งต่างๆ มันดูดีมาก - เสื้อผ้าของมันดูงดงามมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และร่างกายของมันก็ดูอ้วนขึ้นนิดหน่อย
"ไม่เจอกันนานเลยนะท่านเบลิน!" จ้าวฝูยิ้มและพยักหน้า
เมื่อเห็นว่าจ้าวฝูมา เบลินก็ดูตื่นเต้นมากด้วยเช่นกัน - การค้ากับจ้าวฝูทำให้ตำแหน่งและผลประโยชน์ที่เขาได้รับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"จริง! เป็นเวลานานแล้ว นั่งลงก่อนเถอะ!" เบลินชวนให้จ้าวฝูเข้ามาด้วยความกระตือรือร้น
จ้าวฝูนั่งลงก่อนที่จะถาม "ในตอนนี้มันก็เป็นเวลานานแล้ว ท่านคิดยังไงเกี่ยวกับยาที่ข้าส่งมา? ความแข็งแกร่งของนครแอ่งตะวันตกต้องเพิ่มขึ้นมากแน่ๆ ท่านคิดว่ายังไง? ข้าเพิ่งได้รับยาระยะที่ 3 มาเป็นจำนวนมาก และข้าก็ยินดีที่จะขายมัน"
"อะไรนะ? ยาระยะที่ 3?" เมื่อมันได้ยินเช่นนี้ เบลินก็รู้สึกดีใจมาก แต่มันก็ชะงักไปในทันใด - นอกเหนือจากเครื่องเทศ ไอเท็มธรรมดาบางอย่าง และผู้คนแล้ว พวกมันก็ไม่มีอะไรที่พอจะไปแลกเปลี่ยนได้
จ้าวฝูต้องการทดสอบว่านครแอ่งตะวันตกมีอะไรดีๆที่พวกมันซ่อนไว้อยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากสิ่งที่เขาได้เห็น พวกมันก็ดูจะไม่ได้มีอะไรที่พิเศษ ดังนั้นเขาจึงรู้สึดผิดหวังเล็กน้อย
"ผู้มาเยือน พวกเรายืนดีที่จะแลกเปลี่ยนกับเครื่องเทศมากขึ้นเป็นสามเท่ากับยาระยะที่ 3 เป็นยังไง?" เบลินต้องการใช้เครื่องเทศปริมาณมากขึ้นเป็นสามเท่าเพื่อแลกกับยากระดิ่งวายุ แต่จ้าวฝูก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไร แม้ว่ามันจะเป็นเครื่องเทศระดับสูงที่ได้รับความนิยมในภูมิภาคอื่นและสร้างความพึงพอใจให้กับสังคมชั้นสูงของต้าฉิน แต่มันก็ย่อมไม่มีค่าเท่ากับยากระดิ่งวายุ อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็ยังไม่ตกลงหรือปฏิเสธ และเขาก็เลือกที่จะคิดก่อนสักพัก
เมื่อเห็นเช่นนี้ เบลินก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย และมันก็ตัดสินใจที่จะรายงานเรื่องนี้กับลอร์ดแห่งนครเพื่อดูว่าเขาจะมีของมีค่าอะไรมากแลกไหม ถึงอย่างไรก็ตาม ยาระยะที่ 3 ก็น่าดึงดูดมากเกินไป
หลังจากคุยกับเบลินสักพัก จ้าวฝูก็ตัดสินใจกลับและใช้การลอบเร้นเพื่อสอดแนมรอบๆนคร หลังจากยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขาก็กลับไปยังนครต้าฉิน
ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็สั่งให้ทุกคนเตรียมตัว จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้กลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริงมาสักพักแล้ว ดังนั้นร่างกายของเขาก็น่าจะหิวแล้ว เขาตัดสินใจกลับไปสู่โลกแห่งความจริงและจัดการกับร่างกายของเขาก่อน
เมื่อจิตสำนักของเขากลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริง ร่างกายของเขาก็ทรมาณจากการหิวกระหาย และเขาได้รับสั่งให้ผู้คุ้มกันของเขาเอาอาหารเข้ามาให้ ในเวลาเดียวกัน เขาก็พบเรื่องราวเกี่ยวกับสี่สาวงามที่เข้ามายังที่พำนักของตระกูลอิ๋ง
เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรนัก ดังนั้นผู้นำตระกูลจึงไม่ต้องการรบกวนจ้าวฝู ดังนั้นพวกเขาจึงบอกให้มู่กุ้ยหลินเข้ามารายงานเรื่องนี้กับจ้าวฝูหลังจากที่เขาตื่นขึ้น
หลังจากได้ยินเรื่องนี้แล้ว จ้าวฝูก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว หากเขาจับผู้หญิงเหล่านี้เข้าไปในโลกจุติสวรรค์ มันก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เนื่องจากพกวเธอคงจะมอบปรานฟีนิกซ์ให้ได้เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีผู้หญิงสักกี่คนเข้ามายังตระกูลอิ๋งในโลกแห่งความเป็นจริง มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร - ถึงอย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะพาคนเข้าไปยังโลกจุติสวรรค์ จ้าวฝูก็แค่ต้องทำให้คนผู้นั้นกินผลแห่งความเป็นจริงในโลกจุติสวรรค์ เพื่อทำให้จิตสำนึกของคนผู้นั้นผสานเข้ากับร่างกายของคนผู้นั้นในโลกจุติสวรรค์
เนื่องจากเขาไม่สามารถพาพวกเธอเข้าไปยังโลกจุติสวรรค์ได้ พวกเธอจึงไม่สามารถมอบปรานฟีนิกซ์ให้ได้ ดังนั้นพวกเธอจึงค่อนข้างไร้ประโยชน์
จ้าวฝูยังค้นพบอีกว่าการนำคนเข้าไปยังโลกจุติสวรรค์ดีเหมือนจะมีประโยชน์ต่อการบ่มเพาะของคนผู้นั้นด้วย จ้าวฝูได้ยินเรื่องนี้มาจากเชลยที่เขาได้พาเข้ามาจากโลกแห่งความเป็นจริง หลังจากศึกใหญ่ จ้าวฝูก็ไม่ได้ฆ่าพวกเขา และเขาได้เก็บพวกเขาไว้ภายในต้าฉินแทน เนื่องจากฝ่ายของพวกเขาเลือกที่จะต่อต้านแม้ว่าชีวิตของเขาจะอยู่ในมือของจ้าวฝู มันก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่สนใจคนเหล่านี้อีกต่อไป ดังนั้นการฆ่าพวกเขาจึงมีค่าไม่เท่าไรนัก
ดังนั้นจ้าวฝูจึงเก็บพวกเขาไว้ จ้าวฝูไม่ได้ให้ทรัพยากรกับพวกเขาเท่าไร แต่เขาก็ปฏิบัติต่อผู้หญิงทั้งสองคนที่เขาได้มอบตำแหน่งนางสนมให้ด้วยดี
"ตัวแทนผู้นำ ท่านจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร? บางทีท่านควรที่จะบอกผู้สืบทอดมรดก; ถ้าเขาเห็นความงามอันไร้ที่เปรียบของพวกเธอ เขาจะต้องมีความสุขแน่ๆ" มู่กุ้ยหลินพูดในขณะที่เขายิ้มออกมา
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็อดยิ้มออกมาไม่ได้และกล่าวว่า "เจ้ามั่นใจเหรอว่าเขาจะพอใจ?"
"แน่นอน ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง เขาจะไม่ต้องการรวบรวมสาวงามเป็นจำนวนมากไว้ได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้ถ่ายทอดโองการธิดาศักดิ์สิทธิ์ออกมาก่อน ดังนั้นไม่ใช่มันหมายความว่าเขาสนใจในสาวงามงั้นเหรอ? ในตอนนี้ที่สาวงามไร้ที่เปรียบทั้งสี่ได้เสนอตัวเองออกมาแล้ว เขาจะต้องมีความสุขมากแน่ๆ" มู่กุ้ยหลินพูดด้วยความมั่นใจ
จ้าวฝูพยักหน้า - แน่นอนเขาไม่ได้เปิดเผยออกไปว่าเขาคือผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน และเขาก็ไม่สามารถบอกเหตุผลที่แท้จริงของโองการธิดาศักดิ์สิทธิ์ออกไปได้ ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงทำได้เพียงแค่ยิ้มและกล่าวว่า "งั้นเดี๋ยวข้าจัดการให้เอง!"