- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 483 หัวใจยักษ์ศิลา
บทที่ 483 หัวใจยักษ์ศิลา
บทที่ 483 หัวใจยักษ์ศิลา
บทที่ 483 หัวใจยักษ์ศิลา
ไอเท็มชิ้นนี้คือลูกแก้วหินสีเทา และมันก็มีขนาดใหญ่พอๆกับลูกแตงโม มันกลมมากและค่อนข้างมีสัมผัสที่หยาบ และมันก็มีกลิ่นอายที่มั่นคงและแข็งแรงแผ่ออกมา
[หัวใจยักษ์ศิลา]: แกนกลางของยักษ์ศิลา มันบรรจุไว้ซึ่งพลังงานศิลาจำนวนมหาศาลและสามารถอัญเชิญหุ่นเชิดศิลาออกมาได้ 5 ตัว
หลังจากมองดูข้อมูลเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูก็รู้สึกสนใจกับหุ่นเชิดศิลามาก เขาลองทดสอบมัน และมันก็ลอยขึ้นจากมือของเขาในขณะที่พลังงานไร้รูปร่างแผ่ออกมาและก้อนหินรอบๆตัวของเขาเริ่มมารวมตัวกัน
ต่อจากนั้น ก้อนหินเหล่านั้นก็ก่อร่างขึ้นโดยพลังงานไร้รูปร่าง ก่อตัวขึ้นเป็นหุ่นเชิดศิลา 5 ตัวที่มีความสูงนับ 10 เมตร
หุ่นเชิดศิลาเหล่านี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นยักษ์ศิลาที่สูง 10 เมตร อย่างไรก็ตาม หุ่นเชิดศิลาเหล่านี้ก็ไม่ได้มีชีวิตและถูกสร้างขึ้นมาโดยการใช้หัวใจยักษ์ศิลาเท่านั้น ดังนั้น ถ้าพวกมันถูกทำลาย พวกมันก็สามารถก่อตัวขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้งในช่วงเวลาอันสั้น
จ้าวฝูรู้สึกว่ามันน่าเสียดายมากที่เขาไม่สามารถทำให้ยักษ์ศิลาเป็นของเขาได้ ถ้าเขาสามารถสงบยักษ์ศิลาที่สูง 1,000 เมตร มันย่อมต้องเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการล้อมเมืองต่างๆแน่ๆ หุ่นเชิดศิลาทั้งห้าย่อมไม่ทรงพลังขนาดนั้นแน่นอน
จากนั้นจ้าวฝูก็มองผ่านการประกาศของระบบที่เขาได้รับหลังจากการสังหารยักษ์ศิลา
"ประกาศจากระบบ! ท่านสังหารยักษ์ศิลาและได้รับคะแนนความสำเร็จ 10,000 แต้ม"
"ประกาศจากระบบ! ท่านสังหารยักษ์ศิลาและได้รับโชคชะตาของภูมิภาคนี้เป็นจำนวนมาก"
"ประกาศจากระบบ! ท่านสังหารยักษ์ศิลาและได้รับค่าประสบการณ์ 300,000 หน่วย"
"ประกาศจากระบบ! ท่านได้รับคะแนนตำนาน 1 แต้ม"
จ้าวฝูรู้สึกพึงพอใจมากกับคะแนนความสำเร็จ ซึ่งเพียงพอที่จะยกระดับเขาเป็นเอิร์ลระดับสองในทันที การสังหารบอสมอนสเตอร์ของภูมิภาคหรือการทำลายนครหลักของระบบย่อมทำให้ได้รับโชคชะตาของภูมิภาคมาบางส่วน แต่ค่าประสบการณ์ที่ได้รับก็ไม่ได้มากเท่าไร เพราะมีเพียงแค่ 300,000 หน่วยเท่านั้น
สุดท้าย สำหรับคะแนนตำนาน จ้าวฝูก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจก่อน
หลังจากจ้าวฝูเก็บสินสงครามทั้งหมดไปแล้ว มันก็ถึงเวลาที่จะโจมตีนครศิลาสวรรค์
เมื่อเยว่ปิงหลินได้รวบรวมชาวเมืองและผู้เล่นไว้ป้องกันนคร ผู้เล่นจำนวนจึงรู้สึกว่ารางวัลที่จะได้รับนั้นค่อนข้างดีมาก ดังนั้นพวกเขาจึงพากันเข้ามาร่วม ถึงอย่างไรก็ตาม ใครที่จะกล้าพอจะโจมตีนครหลักของระบบ?
ถึงอย่างไรก็ตาม นอกจากต้าฉินที่ใช้ภัยพิบัติอันเดดเพื่อจัดการกับนครหลักทั้งสี่ มันก็ยังไม่มีใครพิชิตนครหลักของระบบได้สำเร็จ ด้วยความแข็งแกร่งของนครหลัก พวกมันจึงไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นจะสามารถต่อกรได้
ดังนั้นผู้เล่นจึงค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่มีใครโจมตีนครศิลาสวรรค์ ดังนั้นพวกเขาจึงแค่รอรับรางวัลมาฟรีๆ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นกองทัพทหารสวมอุปกรณ์ครบชุดได้มาล้อมนครศิลาสวรรค์ไว้
ในเวลาเดียวกัน ผู้เล่นก็พบว่าช่องทางการเทเลพอร์ตนั้นไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับการปลอบโยนจากเจ้าหน้าที่ของนครหลักของระบบ พวกเขาก็สามารถใจเย็นลงได้
โดยรวมแล้ว พวกเขามีคนอยู่ 1.4 ล้านคน และแม้ว่าจะมีกองทัพใหญ่อยู่ข้างนอก คนพวกนั้นก็มีจำนวนอยู่ราวๆ 400,000 คนเท่านั้น ตราบใดที่พวกเขาร่วมมือกันป้องกันนคร ศัตรูที่อยู่ภายนอกก็ย่อมไม่สามารถทำอะไรได้อย่างง่ายดาย
อันที่จริง ทหารของต้าฉินก็ไม่ได้บุ่มบ่ามที่จะโจมตี แม้ว่ามันจะมีทหารอยู่ภายในนครไม่มากนักและการบ่มเพาะของชาวเมืองและผู้เล่นก็ค่อนข้างต่ำ แต่พวกเขาก็ยังมีจำนวนมากอยู่ดี
หากพวกเขาฝืนโจมตี ต้าฉินก็คงจะสูญเสียทหารไปไม่ต่ำกว่า 1 ใน 4 ดังนั้น พวกเขาจึงล้อมนครไว้ตามแผนและรอให้จ้าวฝูสังหารซื่อเจี้ยนและกลับมาพร้อมกับตราประทับแห่งลอร์ด
ในตอนแรก ชาวเมืองและผู้เล่นต่างก็รู้สึกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง แต่หลังจากได้รับข่าวว่าซื่อเจี้ยนตายแล้วและลอร์ดแห่งนครได้เปลี่ยนไป พวกเขาจึงเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างแท้จริง
โล่พลังงานสีครามปรากฏขึ้นรอบๆโถงนคร และทุกๆคนก็เริ่มเก็บของและวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
ถึงอย่างไรก็ตาม ลอร์ดแห่งนครก็เป็นบุคคลสำคัญของนครหลัก และตราประทับแห่งลอร์ดก็เป็นไอเท็มหลักของนคร ในตอนนี้ที่บุคคลสำคัญผู้นั้นได้ตายไปแล้ว และไอเท็มหลักก็ตกอยู่ในมือของคนอื่น
ในตอนนี้ที่พวกเขาได้สูญเสียสิ่งเหล่านี้ไป พวกเขาจะยังรู้สึกถึงความมั่นใจและป้องกันศัตรูจากภายนอกได้อย่างไร? ในตอนนี้พวกเขาได้กลายเป็นกองทรายที่แหลกเหลวไปแล้ว
จ้าวฝูบินมาอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเขามาถึงภายนอกนครศิลาสวรรค์ ซาร์และเมิ่งเถียนทำความเคารพเขาในขณะที่พวกเขาตะโกนออกมา "ฝ่าบาท!"
จ้าวฝูพยักหน้าและมองไปยังนครจุติสวรรค์
ตู้ม!!
กลิ่นอายอันทรงพลังเข้าปกคลุมทั้งนคร ส่งผลให้ผู้คนที่กำลังตื่นตระหนกรู้สึกถึงน้ำหนักที่ถ่วงลงมาบนร่างกายของพวกเขาและเกิดความหวาดกลัวขึ้นภายในหัวใจของพวกเขา พวกเขาต่างพากันหยุดสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่และมองไปยังบุคคลในอากาศ
จ้าวฝูยืนอยู่กลางอากาศและมองลงไปยังผู้คนในขณะที่เขากล่าวว่า "ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้าสามารถเดาได้ว่าข้าเป็นใคร ต้าฉินจะแก้แค้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากวันนั้น ทหารทั้ง 80,000 คนและลอร์ดของพวกเจ้าต่างถูกสังหารโดยต้าฉินไปแล้ว
"ในตอนนี้พวกเจ้ามีทางเลือกสองทาง ตายหรือยอมจำนน มันเป็นการดีที่สุดถ้าผู้เล่นจะไม่เข้ามาเกี่ยวด้วย มิฉะนั้นผู้นำของทุกๆฝ่ายจะตายอย่างแท้จริง!"
หลังจากได้ยินว่าลอร์ดของพวกเขาถูกสังหารโดยบุคคลผู้นี้แล้ว ชาวเมืองก็รู้สึกโกรธมาก แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกหวาดกลัวมากอยู่ดี
สำหรับผู้เล่น เมื่อจ้าวฝูประกาศชื่อของต้าฉิน พวกเขาทุกคนก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ โลกทั้งใบได้ถูกปกคลุมโดยเค้าลางของต้าฉิน และผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็ทำได้เพียงแค่สั่นกลัวและวิงวอนขอความเมตตาเท่านั้น ในตอนนี้ แม้ว่าภัยพิบัติอันเดดจะถูกทำลายไปแล้วและหกวิถีสังสาระจะถูกปิดไป แต่ความหวาดกลัวของผู้เล่นเป็นจำนวนมากที่มีต่อต้าฉินก็ยังไม่ลดลงไปเลยแม้แต่น้อย
ผู้เล่นในทุ่งหญ้าตะวันออกย่อมรู้เรื่องความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างศิลาสวรรค์กับต้าฉิน ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเพราะเหตุการณ์ ณ นครศิลาสวรรค์ที่ทำให้ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินถูกเปิดเผยตัวออกมา ซึ่งส่งผลให้เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้นมา
หลังจากเห็นทหารจำนวนมากที่ล้อมนครศิลาสวรรค์เอาไว้ ความคิดแรกของพวกเขาก็ย่อมต้องเป็นต้าฉิน ถึงอย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากต้าฉินก็คงจะไม่มีใครแข็งแกร่งพอจะทำเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ พวกเขาต่างมีร่อยรอยแห่งความหวังอยู่ แต่ในตอนนี้ที่พวกเขาได้ยินว่ามันคือต้าฉินที่กำลังโจมตี พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือบุคคลที่กำลังยืนอยู่กลางอากาศก็คือผู้สืบทอดอันน่าสะพรึงกลัวของต้าฉิน
นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่าฝ่ายไหนที่ต่อต้านจะถูกสังหารผู้นำ - ผู้เล่นจำนวนนับไม่ถ้วนรู้ว่าต้าฉินมีความสามารถที่จะนำคนจากโลกแห่งความเป็นจริงเข้ามายังโลกจุติสวรรค์ได้ ดังนั้นพวกเขาก็คงจะตายจริงๆ
ภายใต้การคุกคามของความตาย ผู้เล่นจำนวนนับไม่ถ้วนก็ลงมาจากกำแพงนครและตะโกนออกมา "ผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน พวกเขาขอยอมจำนน พวกเราไม่กล้าเป็นศัตรูกับท่าน โปรดปล่อยพวกเราไปด้วย!"
เมื่อพวกเขาได้ยินเสียงผู้เล่น ใบหน้าของชาวเมืองจำนวนนับไม่ถ้วนก็ซีดลง พวกเขาอ่อนแอเป็นอย่างยิ่งและย่อมต้องพ่ายแพ้แน่ๆ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงต้องการให้ผู้เล่นช่วย
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่เคยคิดว่าผู้เล่นจะยอมจำนนอย่างรวดเร็วและง่ายดายแบบนี้ในตอนนี้ที่พวกเขาสูญเสียการสนับสนุนของผู้เล่นไป ชาวเมืองจำนวนนับไม่ถ้วนจึงไม่รู้ว่าจะทำยังไง
ในตอนนี้มีเพียงแค่เจ้าหน้าที่ของฝ่ายปกครองเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เหลืออยู่ ลอร์ดและแม่ทัพใหญ่ได้ตายไปหมดแล้ว ทำให้คนเหล่านี้เป็นฝูงแกะที่ไม่มีคนเลี้ยง